เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 40 โกรธจนสวรรค์ร้อนเป็นไฟ


    “หยางเสวี่ยชิง  คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า!”


    ไป๋จ้านเฟิงคำรามก้องจนทำให้หยางเสวี่ยชิงได้สติ  แม้ว่านางจะต่อสู้อยู่กับไป๋จ้านเฟิง แต่จิตใจของนางกลับเฝ้าพะวงอยู่กับหลงเฉิน


    วันนี้หลงเฉินทำให้นางตกตะลึงมามากพอแล้ว และการสมคบคิดของคนในตระกูลไป๋ก็ทำให้นางสิ้นศรัทธาต่อตระกูลนี้อย่างสิ้นเชิง ต่อจากนี้ หัวใจที่ที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่นางมีต่อหลงเฉินในอดีตก็ค่อย ๆ ละลายลงทีละน้อย


    ในที่สุด  เด็กหนุ่มผู้นี้ก็ได้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งสำคัญในใจของนางอย่างสมบูรณ์แล้ว


    เมื่อไป๋จ้านสงใช้พลังวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดและร่ายกระบวนท่ายมโลกเก้าโคจร  สีหน้าของหยางเสวี่ยชิงก็พลันเปลี่ยนไปในทันที!


    แม้แต่ตัวนาง  หยางเสวี่ยชิงก็มิอาจรับมือกับการโจมตีของไป๋จ้านสงได้  แล้วผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรเพียงขั้นหกจะรับมือตามลำพังได้อย่างไร!


    หยางเสวี่ยชิงกระวนกระวายใจอย่างที่สุด  แต่ไป๋จ้านเฟิงก็เป็นเหมือนกับแมลงวันที่ไม่สามารถไล่ไปได้และคอยขัดขวางหยางเสวี่ยชิงตลอดเวลา  เป็นเพราะหยางเสวี่ยชิงจดจ่ออยู่กับสถานการณ์ทาฝั่งของหลงเฉิน  นางจึงถูกไป๋จ้านเฟิงโจมตีอยู่หลายครั้ง


    ยอดฝีมือทั้งสามของตระกูลไป๋ซึ่งบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดนั้นฝีมือไม่ต่างกันมากนัก  ไป๋จ้านเฟิงเองก็ไม่ได้ด้อยฝีมือไปกว่าไป๋จ้านสง  หากหยางเสวี่ยชิงสู้กับไป๋จ้านเฟิงโดยมิได้ทุ่มสุดฝีมือ นางอาจจะบาดเจ็บหรือถึงขั้นตายได้เลยทีเดียว


    ผู้นำตระกูลหยางเห็นว่าไป๋จ้านสงนั้นช่างทำตัวน่าละอายที่ใช้วิชายมโลกเก้าโคจรสู้กับหลงเฉิน  ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนกระวนกระวาย  ในเวลานี้  ผู้นำตระกูลไป๋ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าก็หัวเราะด้วยเสียงอันดัง


    “หยางชางชง  เจ้านี่ช่างโชคร้ายเสียจริง ๆ ช่างเป็นโอกาสซึ่งหาได้ยากยิ่งที่มีอัจฉริยะถือกำเนิดในบรรดาลูกหลานของเจ้า แต่เขากลับถูกตระกูลของตนเองปรักปรำ ถูกส่งมาให้ตระกูลไป๋จนต้องตายด้วยน้ำมือของสงเอ๋อร์ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปด ช่างเป็นโชคของสงเอ๋อร์แท้ ๆ!”


    “บัดซบ!”


    ผู้นำตระกูลหยางต่อสู้กับผู้นำตระกูลไป๋อย่างดุเดือด  แต่ในเวลาเดียวกัน  เขาก็ไม่สามารถไปช่วยเหลือหลงเฉินได้เมื่อตนเองต้องเผชิญหน้ากับผู้นำตระกูลไป๋ที่แข็งแกร่งในระดับเดียวกัน


    ทางด้านหยางชิงเสวียน  ตัวเขาเองก็ถูกไป๋จ้านหลงรั้งเอาไว้


    อย่างไรก็ตาม  ผนึกมังกรลึกล้ำของหลงเฉินก็ปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์  และเมื่อทุกคนได้เห็นการโจมตีที่มั่นคงและรุนแรง พวกเขาต่างก็ชื่นชมหลงเฉินซ้ำแล้วซ้ำเล่า  สำหรับคนอื่น ๆ แล้ว  ด้วยอายุและการฝึกฝนเพียงเท่านี้ การใช้ผนึกมังกรลึกล้ำได้นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ไปไม่ได้เลยสักนิด


    เงามังกรศักดิ์สิทธิ์เก้าตัวปรากฏหมุนเวียนอยู่ในคลื่นพลังปราณที่รุนแรง และพุ่งเข้าปะทะกับวิชายมโลกเก้าโคจรของไป๋จ้านสง  พลังวิชาของไป๋จ้านสงนั้นแข็งแกร่งกว่าไป๋ซื่อเฉินหลายเท่าตัว  และผนึกมังกรลึกล้ำก่อนหน้านี้ก็สามารถเอาชนะยมโลกเก้าโคจรได้อย่างง่ายดาย  แต่ทว่าในเวลานี้  สถานการณ์ได้กลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง!


    พลังปราณแท้จริงของไป๋จ้านสงนั้นแข็งแกร่งกว่าหลงเฉินนับสิบเท่า  ซึ่งการใช้ทักษะยุทธ์นั้นต้องมีรากฐานจากพลังปราณเสมอ หลงเฉินจึงถือว่าด้อยกว่าไป๋จ้านสงในแง่ของปราณแท้จริงอยู่มาก เช่นนั้นแล้ว แม้ว่าเขาจะสามารถใช้ผนึกมังกรลึกล้ำได้ดีเพียงใด  เขาก็ยังคงถูกกดดันให้ล่าถอยไปทีละก้าว ๆ อยู่ดี!


    พลังรุนแรงที่ถาโถมเข้ามาทำลายผนึกมังกรลึกล้ำของหลงเฉิน  และเมื่อมันปะทะเข้ากับร่างของหลงเฉิน  เขาก็รู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าหรือแม้แต่ถูกภูเขาทั้งลูกพุ่งชน  เขากระอักเลือดออกมาและล้มลงกับพื้นราวกับว่าวที่ถูกตัดสาย


    “เฉินเอ๋อร์!”


    ทุกคนร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก  สีหน้าของผู้นำตระกูลหยางและหยางเสวี่ยชิงต่างซีดเผือด  พวกเขาจู่โจมคู่ต่อสู้โดยไม่สนใจชีวิตของตนเอง  ทำให้เกิดแรงโจมตีอันทรงพลังซึ่งอาจจะรุนแรงมากกว่าการต่อสู้ของหลงเฉินและไป๋จ้านสงเสียอีก!


    หยางชิงเสวียนที่ต้องการจะช่วยหลงเฉินก่อนหน้านี้  กลับถูกไป๋จ้านหลงและยอดฝีมืออีกสองคนที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดขัดขวางเอาไว้


    เมื่อเป็นสองตระกูลมหาอำนาจในเมืองพฤกษาหมอก  คนอื่น ๆ จึงทำได้เพียงมองหน้ากันไปมาอย่างสิ้นหวังและไร้ซึ่งคำพูด  และยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดในตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีเพียงคนเดียว  เช่นนั้นแล้ว พวกเขาจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการต่อสู้อันดุเดือดของเมืองพฤกษาหมอกเช่นนี้ได้อย่างไร!


    “เฉินเอ๋อร์!”


    เสียงร้องอันตระหนกตกใจปลุกให้หลงเฉินคืนสติได้เล็กน้อย  เขารู้ว่ามันคือเสียงของหยางเสวี่ยชิง  ตั้งแต่เด็ก  เขาไม่เคยได้ยินหยางเสวี่ยชิงพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ดูห่วงใยใส่ใจ หรือแม้แต่เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนั้น  ในตอนนี้ดูเหมือนว่ากระดูกของเขาจะหัก และอวัยวะภายในก็ได้รับบาดเจ็บ  แม้ว่าจะไม่ร้ายแรงเช่นไป๋ซื่อจี แต่ก็นับได้ว่ายากที่ตัวเขาเองจะลุกขึ้นได้


    แต่เมื่อเขาได้ยินคำสองคำนั้น  หลงเฉินก็รู้สึกราวกับร่างกายของตนเองปะทุด้วยพลังอันไร้ขีดจำกัด ด้วยเสียงคำรามต่ำอย่างแผ่วเบา  เขาค่อย ๆ กระเสือกกระสนขึ้นมาจากพื้น!


    แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากเย็นและทำให้ร่างกายของเขากระตุกอย่างต่อเนื่องด้วยความเจ็บปวด   แต่เขาก็ยืนกรานหนักแน่นในหัวใจ เนื่องจากมีผู้คนมากมายเฝ้ามองเขาอยู่   และเมื่อนางแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเขาเป็นครั้งแรก เขาก็ควรจะลุกขึ้นยืนเฉกเช่นลูกผู้ชาย!


    เขายืนขึ้นได้ในที่สุดท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของผู้คน  แต่สองขาของเขายังคงสั่นเทิ้ม  แม้ว่าทัศนวิสัยของเขาจะเลือนราง  เขาก็ยังมองเห็นผู้หญิงที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและเจ็บปวดหัวใจขณะที่นางมองมาที่ตัวเขา  ภายใต้การโจมตีของไป๋จ้านเฟิง  ดูเหมือนนางจะตกอยู่ในอันตรายอีกครา  แต่สายตาของนางก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่เขาเช่นเดิม


    เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น  หลงเฉินก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ในทันที  เขาตระหนักได้ว่าในที่สุดเขาก็ได้รับการยอมรับจากผู้หญิงคนนี้ ด้วยความทุ่มเทและพยายามอย่างหนัก  เขาก็พิสูจน์ตนเองเช่นเดียวกับบิดาของเขา!


    ในอดีต  หยางเสวี่ยชิงคิดว่าไป๋จ้านสงและลูกชายของเขานั้นเป็นผู้ที่มีความสามารถโดดเด่น ขณะเดียวกันก็คิดว่าหลงเฉินกับหลงฉิงหลานนั้นช่างไร้ค่าจนเกินจะรับไหว  แต่มาวันนี้ เมื่อได้เขาได้เห็นสีหน้าเจ็บปวดของหยางเสวี่ยชิง  เขาก็ตระหนักทันทีว่าในที่สุดเขาก็ชนะ


    ในสายตาของหยางเสวี่ยชิงตอนนี้  ไป๋จ้านสงและลูกชายเป็นเพียงเศษสวะ ในขณะที่ตัวเขา ... หลงเฉิน กลายเป็นอัจฉริยะที่น่ายกย่อง!


    ‘ท่านพ่อ ทำไมตอนนี้ข้าถึงได้รู้สึกดีเช่นนี้? เป็นเพราะข้าได้ปลดปล่อยความโกรธออกไปอย่างนั้นหรือ?’


    เมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังพยายามดิ้นรนให้เป็นอิสระอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อที่จะได้มาช่วยเขา  หลงเฉินก็รู้สึกว่าดวงตาของเขารื้นไปด้วยน้ำตา  ตอนนั้นเอง น้ำเสียงร้อนรนของหลิงซีก็ดังขึ้น


    “เจ้าบ้า เจ้าบาดเจ็บอยู่นะ! ยังจะไม่ยอมให้ข้าช่วยอีกรึ?”


    เมื่อต้องต่อสู้กับยอดฝีมืออย่างไป๋จ้านสง  หลิงซีสามารถช่วยเขาได้ แต่หลังจากที่นางช่วยเขาแล้ว นางอาจจะต้องตาย


    หลงเฉินไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น  เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา


    “หลิงซี เจ้าอย่ามาจุ้นจ้านจะดีกว่า อย่าทำให้ข้าต้องเกลียดเจ้านักเลย!”


    คำพูดของหลงเฉินโหดร้ายจนทำให้หัวใจของหลิงซีเจ็บปวด  ทว่าความจริงแล้วในหัวใจของเขาก็ไม่ต่างกัน


    เดิมที นางต้องการช่วยเหลือเขาจริง ๆ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของหลงเฉิน  หลิงซีก็รู้สึกแย่จนอยากจะร้องไห้ออกมา  นางก่นด่าหลงเฉินอยู่ในใจนับล้านครั้ง


    เวลานี้ ไป๋จ้านสงยืนอยู่เบื้องหน้าหลงเฉินแล้ว เขาหันไปมองหยางเสวี่ยชิงที่กำลังดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดชีวิต จากนั้นก็หันกลับมามองหลงเฉินและเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นชา


    “ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าสองคนแม่ลูกช่างน่าประทับใจจริง ๆ แต่ข้าอยากรู้นักว่านางจะทำหน้าเช่นไรที่ได้เห็นเจ้าตายด้วยน้ำมือของข้า”


    จากสถานการณ์ในตอนนี้  หลงเฉินคาดเดาว่าวาระสุดท้ายของเขาคงมาถึงเป็นแน่แท้


    เขาสามารถเอาชนะไป๋ซื่อเฉินได้ แต่สำหรับไป๋จ้านสงผู้นี้ซึ่งมีอายุมากกว่าเขาถึงยี่สิบปี  ด้วยแตกต่างที่มากมาย ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่หลงเฉินจะทำได้สำเร็จ


    เมื่อเห็นว่าหยางเสวี่ยชิงยอมเอาชีวิตตนเองเข้าแลกเพื่อเขา  หลงเฉินรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก


    ทางฝั่งตระกูลหยาง  หยางหยุนเทียนกำลังโทษตัวเองในขณะที่คนอื่น ๆ ในตระกูลหยางต่างมองมาที่หลงเฉินด้วยสายตาเป็นกังวลและชื่นชม  เขาสามารถเปลี่ยนตนเองจากเด็กไม่เอาไหนเป็นยอดฝีมือได้ในวันนี้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาประสบความสำเร็จในชีวิตนี้เช่นกัน


    และเรื่องหนึ่งที่น่าเสียใจที่สุดในชีวิตคือ หลงฉิงหลาน  ร่างกายที่ลึกลับของหลงฉิงหลาน  และความลี้ลับของหยกมังกรที่เขายังไม่สามารถหาคำตอบได้


    เมื่อเขาคิดถึงหลิงซี หลงเฉินหวังเพียงว่าเมื่อเขาตายไป  นางจะพบใครบางคนที่สามารถหาสมุนไพรวิญญาณมาช่วยบำรุงวิญญาณของนางได้


    เขามองไป๋จ้านสงด้วยสายตาเย็นชา  หลงเฉินไม่มีคิดว่าตนเองกำลังจะตาย เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่แม้แต่จะนอบน้อมหรือหยิ่งผยอง 


    “ถึงจะเอาชนะข้าได้ก็ไม่ใช่น่าภูมิใจนักหรอกนะ  อย่างไรเสีย วันนี้ข้าก็เป็นฝ่ายชนะอยู่ดี  ไม่เพียงแต่ข้าจะเอาชนะลูกชายที่ไม่เอาไหนของเจ้าได้ ข้ายังเอาชนะเจ้าได้อีกด้วย ข้ารู้ว่าเจ้าคือผู้ที่พ่ายแพ้ให้กับพ่อของข้า และเจ้ายังจะพ่ายแพ้ให้ข้าในวันนี้ แล้วจะมีสิ่งใดให้ภูมิใจได้อีกหรือ?”


    เมื่อพูดถึงหลงฉิงหลาน  สายตาของไป๋จ้านสงชั่วร้ายขึ้นมาทันที  เขาเย้ยหยัน


    “เจ้าจะบอกว่าข้าพ่ายแพ้ให้ไอ้เศษวะนั่นรึ? ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่รู้สินะว่าไอ้เศษสวะนั่นตายอย่างไร?”


    คำพูดของไป๋จ้านสงทำให้ดวงตาของหลงเฉินหรี่เล็กลง  แม้ว่าในใจเขาจะยังไม่เข้าใจแจ่มชัดนัก  แต่ดวงตาของเขากลับเฉียบคมราวใบมีดที่ทิ่มแทงไป๋จ้านสง


    ไป๋จ้านสงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง  เขาเอ่ยขึ้นเบา ๆ


    “ข้าได้ยินว่าเจ้านั่นติดเหล้าอย่างหนัก ก็เลยให้คนใส่อะไรบางอย่างลงไป แค่นั้นข้าก็สามารถแต่งงานกับเมียของมันได้แล้ว”


    คำพูดของไป๋จ้านสงทำให้หลงเฉินรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด!


    หลงเฉินไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน  เพราะหลงฉิงหลานดูจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างดี  ก่อนที่เขาจะตาย  เขาไม่พูดถึงเรื่องการตายอย่างเฉียบพลันของตนเองแม้แต่น้อย  ดังนั้นหลงเฉินจึงหลงลืมเรื่องนี้ไปเสียสิ้น  เขาแค่คิดว่าตัวตนของผู้เป็นบิดานั้นชั้นแปลกประหลาดและแม้แต่การตายของเขาก็ดูพิเศษอย่างมากเท่านั้น


    ใบหน้าของหลงฉิงหลานเป็นสีดำคล้ำก่อนตาย  ซึ่งหมายความว่าเขาถูกวางยาพิษ  และมีเพียงคนโง่เช่นเขาเท่านั้นที่ไม่สามารถรับรู้ได้!


    เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นอีกครั้ง  หลงเฉินก็ตระหนักได้ว่าการตายของหลงฉิงหลานนั้นเป็นเพราะน้ำมือของไป๋จ้านสง  ไม่แปลกใจเลยที่ไป๋จ้านสงมาปรากฏตัวในตระกูลหยางทันทีหลังจากหลงฉิงหลานตาย  และเขายังเป็นต้นคิดเรื่องการแต่งงานอีกด้วย!


    เขาจ้องเขม็งไปที่ไป๋จ้านสงและมองรอยยิ้มเย่อหยิ่งนั้น เลือดค่อย ๆ พลุ่งพล่านอยู่ในดวงตาของเขา  ชั่วขณะที่มันถาโถมเข้าไป  เลือดที่อยู่ในดวงตาไม่ได้หายไปไหน หากแต่ทำให้ตาดำของหลงเฉินค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงดุจเลือดอย่างสมบูรณ์


    คลื่นพลังโลหิตไร้ขีดจำกัดค่อย ๆ แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของหลงเฉิน


    “เช่นนั้นหรือ? เจ้าเองสินะที่ทำให้พ่อของข้าตาย!”


    ความจริงข้อนี้ทำให้เลือดในร่างกายของหลงเฉินเดือดพล่าน  เขารู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบรัด  และเงามังกรโลหิตทั้งหมดที่อันตรธานหายไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็เริ่มปรากฏขึ้นตามผิวหนังด้วยแรงอาฆาต  ทั่วทั้งร่างของหลงเฉินแปรเปลี่ยนเป็นรังของมังกรในบัดดล!


    มังกรโลหิตจำนวนนับไม่ถ้วนเกี่ยวกระหวัดกันอยู่ภายในร่างของเขา!


    ไป๋จ้านสงสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับหลงเฉิน  แต่เขาคิดว่าเป็นเพราะหลงเฉินกำลังโกรธ  เขาจึงพอใจที่จะจ้องมองหลงเฉินอยู่เช่นนั้น และยังไม่ลงมือทำอะไรเขา


    “ความจริงเขาน่าจะตายไปตั้งนานแล้ว  นับเป็นความเมตตาของข้าที่เพิ่งมาฆ่าเขาตายในเวลานั้น  ก่อนหน้านี้เจ้าเองก็ต้องตายเช่นกัน  แต่บังเอิญเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย ข้านึกว่าเด็กเหลือขออย่างเจ้าคงจะตายด้วยน้ำมือคนไม่กี่คนได้ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะหนังเหนียวและอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากวันนี้  เจ้าก็จะได้ไปพบกับพ่อที่ไร้ค่าของเจ้าอีกครั้ง เห็นไหมว่าข้าเป็นคนมีเมตตาเพียงใด!”


    หลงเฉินมองเขานิ่ง ๆ และไม่พูดอะไร


    ‘ท่านพ่อ หากท่านบอกข้าให้เร็วกว่านี้ ข้าจะพยายามมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า และจะไม่ปล่อยให้เจ้าคนชั่วช้าผู้นี้มีชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้หรอก!’


    “ถึงเจ้าจะไม่สนใจว่าตนเองจะเป็นหรือตาย แต่ข้าสนใจนะ ไป๋จ้านสง!”


    ความเกรี้ยวกราดเอ่อล้นออกมาจากร่างกายของเขาราวสายน้ำ เมื่อมองไปยังรอยยิ้มที่ป่าเถื่อนของไป๋จ้านสง พลังปราณและเลือดในร่างกายก็พลุ่งพล่านรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับร่างจะระเบิด!


    เวลานั้น  จู่ ๆ หยกมังกรลึกลับก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมา  และแก่นโลหิตสืบทอดที่อยู่ในร่างของหลงเฉินก็ถูกมันดูดกลืนเข้าไปอีกครั้ง!


    ***********************

    ***หากนักอ่านท่านใดที่ชื่นชอบหรือสนใจนิยายเรื่องนี้ ขอเรียนเชิญที่เว็บไซต์เรานะครับ ข้อดีคือประหยัดเงินกว่าเราขายเพียงตอนละ 2.5 เหรียญครับ แถมยังได้อ่านล่วงหน้าก่อนใครถึง 20 ตอน >>> https://novelkingdom.co (ลิงก์เว็บเราครับ)


    ***หากนักอ่านท่านใดที่ชื่นชอบหรือสนใจนิยายเรื่องนี้ ขอเรียนเชิญที่เว็บไซต์เรานะครับ ข้อดีคือประหยัดเงินกว่าเราขายเพียงตอนละ 2.5 เหรียญครับ แถมยังได้อ่านล่วงหน้าก่อนใครถึง 20 ตอน >>> https://novelkingdom.co (ลิงก์เว็บเราครับ)

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน