“หยางเสวี่ยชิง คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า!”
ไป๋จ้านเฟิงคำรามก้องจนทำให้หยางเสวี่ยชิงได้สติ แม้ว่านางจะต่อสู้อยู่กับไป๋จ้านเฟิง แต่จิตใจของนางกลับเฝ้าพะวงอยู่กับหลงเฉิน
วันนี้หลงเฉินทำให้นางตกตะลึงมามากพอแล้ว และการสมคบคิดของคนในตระกูลไป๋ก็ทำให้นางสิ้นศรัทธาต่อตระกูลนี้อย่างสิ้นเชิง ต่อจากนี้ หัวใจที่ที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่นางมีต่อหลงเฉินในอดีตก็ค่อย ๆ ละลายลงทีละน้อย
ในที่สุด เด็กหนุ่มผู้นี้ก็ได้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งสำคัญในใจของนางอย่างสมบูรณ์แล้ว
เมื่อไป๋จ้านสงใช้พลังวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดและร่ายกระบวนท่ายมโลกเก้าโคจร สีหน้าของหยางเสวี่ยชิงก็พลันเปลี่ยนไปในทันที!
แม้แต่ตัวนาง หยางเสวี่ยชิงก็มิอาจรับมือกับการโจมตีของไป๋จ้านสงได้ แล้วผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรเพียงขั้นหกจะรับมือตามลำพังได้อย่างไร!
หยางเสวี่ยชิงกระวนกระวายใจอย่างที่สุด แต่ไป๋จ้านเฟิงก็เป็นเหมือนกับแมลงวันที่ไม่สามารถไล่ไปได้และคอยขัดขวางหยางเสวี่ยชิงตลอดเวลา เป็นเพราะหยางเสวี่ยชิงจดจ่ออยู่กับสถานการณ์ทาฝั่งของหลงเฉิน นางจึงถูกไป๋จ้านเฟิงโจมตีอยู่หลายครั้ง
ยอดฝีมือทั้งสามของตระกูลไป๋ซึ่งบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดนั้นฝีมือไม่ต่างกันมากนัก ไป๋จ้านเฟิงเองก็ไม่ได้ด้อยฝีมือไปกว่าไป๋จ้านสง หากหยางเสวี่ยชิงสู้กับไป๋จ้านเฟิงโดยมิได้ทุ่มสุดฝีมือ นางอาจจะบาดเจ็บหรือถึงขั้นตายได้เลยทีเดียว
ผู้นำตระกูลหยางเห็นว่าไป๋จ้านสงนั้นช่างทำตัวน่าละอายที่ใช้วิชายมโลกเก้าโคจรสู้กับหลงเฉิน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนกระวนกระวาย ในเวลานี้ ผู้นำตระกูลไป๋ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าก็หัวเราะด้วยเสียงอันดัง
“หยางชางชง เจ้านี่ช่างโชคร้ายเสียจริง ๆ ช่างเป็นโอกาสซึ่งหาได้ยากยิ่งที่มีอัจฉริยะถือกำเนิดในบรรดาลูกหลานของเจ้า แต่เขากลับถูกตระกูลของตนเองปรักปรำ ถูกส่งมาให้ตระกูลไป๋จนต้องตายด้วยน้ำมือของสงเอ๋อร์ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปด ช่างเป็นโชคของสงเอ๋อร์แท้ ๆ!”
“บัดซบ!”
ผู้นำตระกูลหยางต่อสู้กับผู้นำตระกูลไป๋อย่างดุเดือด แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ไม่สามารถไปช่วยเหลือหลงเฉินได้เมื่อตนเองต้องเผชิญหน้ากับผู้นำตระกูลไป๋ที่แข็งแกร่งในระดับเดียวกัน
ทางด้านหยางชิงเสวียน ตัวเขาเองก็ถูกไป๋จ้านหลงรั้งเอาไว้
อย่างไรก็ตาม ผนึกมังกรลึกล้ำของหลงเฉินก็ปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์ และเมื่อทุกคนได้เห็นการโจมตีที่มั่นคงและรุนแรง พวกเขาต่างก็ชื่นชมหลงเฉินซ้ำแล้วซ้ำเล่า สำหรับคนอื่น ๆ แล้ว ด้วยอายุและการฝึกฝนเพียงเท่านี้ การใช้ผนึกมังกรลึกล้ำได้นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ไปไม่ได้เลยสักนิด
เงามังกรศักดิ์สิทธิ์เก้าตัวปรากฏหมุนเวียนอยู่ในคลื่นพลังปราณที่รุนแรง และพุ่งเข้าปะทะกับวิชายมโลกเก้าโคจรของไป๋จ้านสง พลังวิชาของไป๋จ้านสงนั้นแข็งแกร่งกว่าไป๋ซื่อเฉินหลายเท่าตัว และผนึกมังกรลึกล้ำก่อนหน้านี้ก็สามารถเอาชนะยมโลกเก้าโคจรได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าในเวลานี้ สถานการณ์ได้กลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง!
พลังปราณแท้จริงของไป๋จ้านสงนั้นแข็งแกร่งกว่าหลงเฉินนับสิบเท่า ซึ่งการใช้ทักษะยุทธ์นั้นต้องมีรากฐานจากพลังปราณเสมอ หลงเฉินจึงถือว่าด้อยกว่าไป๋จ้านสงในแง่ของปราณแท้จริงอยู่มาก เช่นนั้นแล้ว แม้ว่าเขาจะสามารถใช้ผนึกมังกรลึกล้ำได้ดีเพียงใด เขาก็ยังคงถูกกดดันให้ล่าถอยไปทีละก้าว ๆ อยู่ดี!
พลังรุนแรงที่ถาโถมเข้ามาทำลายผนึกมังกรลึกล้ำของหลงเฉิน และเมื่อมันปะทะเข้ากับร่างของหลงเฉิน เขาก็รู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าหรือแม้แต่ถูกภูเขาทั้งลูกพุ่งชน เขากระอักเลือดออกมาและล้มลงกับพื้นราวกับว่าวที่ถูกตัดสาย
“เฉินเอ๋อร์!”
ทุกคนร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของผู้นำตระกูลหยางและหยางเสวี่ยชิงต่างซีดเผือด พวกเขาจู่โจมคู่ต่อสู้โดยไม่สนใจชีวิตของตนเอง ทำให้เกิดแรงโจมตีอันทรงพลังซึ่งอาจจะรุนแรงมากกว่าการต่อสู้ของหลงเฉินและไป๋จ้านสงเสียอีก!
หยางชิงเสวียนที่ต้องการจะช่วยหลงเฉินก่อนหน้านี้ กลับถูกไป๋จ้านหลงและยอดฝีมืออีกสองคนที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดขัดขวางเอาไว้
เมื่อเป็นสองตระกูลมหาอำนาจในเมืองพฤกษาหมอก คนอื่น ๆ จึงทำได้เพียงมองหน้ากันไปมาอย่างสิ้นหวังและไร้ซึ่งคำพูด และยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดในตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีเพียงคนเดียว เช่นนั้นแล้ว พวกเขาจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการต่อสู้อันดุเดือดของเมืองพฤกษาหมอกเช่นนี้ได้อย่างไร!
“เฉินเอ๋อร์!”
เสียงร้องอันตระหนกตกใจปลุกให้หลงเฉินคืนสติได้เล็กน้อย เขารู้ว่ามันคือเสียงของหยางเสวี่ยชิง ตั้งแต่เด็ก เขาไม่เคยได้ยินหยางเสวี่ยชิงพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ดูห่วงใยใส่ใจ หรือแม้แต่เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนั้น ในตอนนี้ดูเหมือนว่ากระดูกของเขาจะหัก และอวัยวะภายในก็ได้รับบาดเจ็บ แม้ว่าจะไม่ร้ายแรงเช่นไป๋ซื่อจี แต่ก็นับได้ว่ายากที่ตัวเขาเองจะลุกขึ้นได้
แต่เมื่อเขาได้ยินคำสองคำนั้น หลงเฉินก็รู้สึกราวกับร่างกายของตนเองปะทุด้วยพลังอันไร้ขีดจำกัด ด้วยเสียงคำรามต่ำอย่างแผ่วเบา เขาค่อย ๆ กระเสือกกระสนขึ้นมาจากพื้น!
แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากเย็นและทำให้ร่างกายของเขากระตุกอย่างต่อเนื่องด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ยืนกรานหนักแน่นในหัวใจ เนื่องจากมีผู้คนมากมายเฝ้ามองเขาอยู่ และเมื่อนางแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเขาเป็นครั้งแรก เขาก็ควรจะลุกขึ้นยืนเฉกเช่นลูกผู้ชาย!
เขายืนขึ้นได้ในที่สุดท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของผู้คน แต่สองขาของเขายังคงสั่นเทิ้ม แม้ว่าทัศนวิสัยของเขาจะเลือนราง เขาก็ยังมองเห็นผู้หญิงที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและเจ็บปวดหัวใจขณะที่นางมองมาที่ตัวเขา ภายใต้การโจมตีของไป๋จ้านเฟิง ดูเหมือนนางจะตกอยู่ในอันตรายอีกครา แต่สายตาของนางก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่เขาเช่นเดิม
เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น หลงเฉินก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ในทันที เขาตระหนักได้ว่าในที่สุดเขาก็ได้รับการยอมรับจากผู้หญิงคนนี้ ด้วยความทุ่มเทและพยายามอย่างหนัก เขาก็พิสูจน์ตนเองเช่นเดียวกับบิดาของเขา!
ในอดีต หยางเสวี่ยชิงคิดว่าไป๋จ้านสงและลูกชายของเขานั้นเป็นผู้ที่มีความสามารถโดดเด่น ขณะเดียวกันก็คิดว่าหลงเฉินกับหลงฉิงหลานนั้นช่างไร้ค่าจนเกินจะรับไหว แต่มาวันนี้ เมื่อได้เขาได้เห็นสีหน้าเจ็บปวดของหยางเสวี่ยชิง เขาก็ตระหนักทันทีว่าในที่สุดเขาก็ชนะ
ในสายตาของหยางเสวี่ยชิงตอนนี้ ไป๋จ้านสงและลูกชายเป็นเพียงเศษสวะ ในขณะที่ตัวเขา ... หลงเฉิน กลายเป็นอัจฉริยะที่น่ายกย่อง!
‘ท่านพ่อ ทำไมตอนนี้ข้าถึงได้รู้สึกดีเช่นนี้? เป็นเพราะข้าได้ปลดปล่อยความโกรธออกไปอย่างนั้นหรือ?’
เมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังพยายามดิ้นรนให้เป็นอิสระอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อที่จะได้มาช่วยเขา หลงเฉินก็รู้สึกว่าดวงตาของเขารื้นไปด้วยน้ำตา ตอนนั้นเอง น้ำเสียงร้อนรนของหลิงซีก็ดังขึ้น
“เจ้าบ้า เจ้าบาดเจ็บอยู่นะ! ยังจะไม่ยอมให้ข้าช่วยอีกรึ?”
เมื่อต้องต่อสู้กับยอดฝีมืออย่างไป๋จ้านสง หลิงซีสามารถช่วยเขาได้ แต่หลังจากที่นางช่วยเขาแล้ว นางอาจจะต้องตาย
หลงเฉินไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หลิงซี เจ้าอย่ามาจุ้นจ้านจะดีกว่า อย่าทำให้ข้าต้องเกลียดเจ้านักเลย!”
คำพูดของหลงเฉินโหดร้ายจนทำให้หัวใจของหลิงซีเจ็บปวด ทว่าความจริงแล้วในหัวใจของเขาก็ไม่ต่างกัน
เดิมที นางต้องการช่วยเหลือเขาจริง ๆ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของหลงเฉิน หลิงซีก็รู้สึกแย่จนอยากจะร้องไห้ออกมา นางก่นด่าหลงเฉินอยู่ในใจนับล้านครั้ง
เวลานี้ ไป๋จ้านสงยืนอยู่เบื้องหน้าหลงเฉินแล้ว เขาหันไปมองหยางเสวี่ยชิงที่กำลังดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดชีวิต จากนั้นก็หันกลับมามองหลงเฉินและเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นชา
“ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าสองคนแม่ลูกช่างน่าประทับใจจริง ๆ แต่ข้าอยากรู้นักว่านางจะทำหน้าเช่นไรที่ได้เห็นเจ้าตายด้วยน้ำมือของข้า”
จากสถานการณ์ในตอนนี้ หลงเฉินคาดเดาว่าวาระสุดท้ายของเขาคงมาถึงเป็นแน่แท้
เขาสามารถเอาชนะไป๋ซื่อเฉินได้ แต่สำหรับไป๋จ้านสงผู้นี้ซึ่งมีอายุมากกว่าเขาถึงยี่สิบปี ด้วยแตกต่างที่มากมาย ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่หลงเฉินจะทำได้สำเร็จ
เมื่อเห็นว่าหยางเสวี่ยชิงยอมเอาชีวิตตนเองเข้าแลกเพื่อเขา หลงเฉินรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก
ทางฝั่งตระกูลหยาง หยางหยุนเทียนกำลังโทษตัวเองในขณะที่คนอื่น ๆ ในตระกูลหยางต่างมองมาที่หลงเฉินด้วยสายตาเป็นกังวลและชื่นชม เขาสามารถเปลี่ยนตนเองจากเด็กไม่เอาไหนเป็นยอดฝีมือได้ในวันนี้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาประสบความสำเร็จในชีวิตนี้เช่นกัน
และเรื่องหนึ่งที่น่าเสียใจที่สุดในชีวิตคือ หลงฉิงหลาน ร่างกายที่ลึกลับของหลงฉิงหลาน และความลี้ลับของหยกมังกรที่เขายังไม่สามารถหาคำตอบได้
เมื่อเขาคิดถึงหลิงซี หลงเฉินหวังเพียงว่าเมื่อเขาตายไป นางจะพบใครบางคนที่สามารถหาสมุนไพรวิญญาณมาช่วยบำรุงวิญญาณของนางได้
เขามองไป๋จ้านสงด้วยสายตาเย็นชา หลงเฉินไม่มีคิดว่าตนเองกำลังจะตาย เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่แม้แต่จะนอบน้อมหรือหยิ่งผยอง
“ถึงจะเอาชนะข้าได้ก็ไม่ใช่น่าภูมิใจนักหรอกนะ อย่างไรเสีย วันนี้ข้าก็เป็นฝ่ายชนะอยู่ดี ไม่เพียงแต่ข้าจะเอาชนะลูกชายที่ไม่เอาไหนของเจ้าได้ ข้ายังเอาชนะเจ้าได้อีกด้วย ข้ารู้ว่าเจ้าคือผู้ที่พ่ายแพ้ให้กับพ่อของข้า และเจ้ายังจะพ่ายแพ้ให้ข้าในวันนี้ แล้วจะมีสิ่งใดให้ภูมิใจได้อีกหรือ?”
เมื่อพูดถึงหลงฉิงหลาน สายตาของไป๋จ้านสงชั่วร้ายขึ้นมาทันที เขาเย้ยหยัน
“เจ้าจะบอกว่าข้าพ่ายแพ้ให้ไอ้เศษวะนั่นรึ? ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่รู้สินะว่าไอ้เศษสวะนั่นตายอย่างไร?”
คำพูดของไป๋จ้านสงทำให้ดวงตาของหลงเฉินหรี่เล็กลง แม้ว่าในใจเขาจะยังไม่เข้าใจแจ่มชัดนัก แต่ดวงตาของเขากลับเฉียบคมราวใบมีดที่ทิ่มแทงไป๋จ้านสง
ไป๋จ้านสงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“ข้าได้ยินว่าเจ้านั่นติดเหล้าอย่างหนัก ก็เลยให้คนใส่อะไรบางอย่างลงไป แค่นั้นข้าก็สามารถแต่งงานกับเมียของมันได้แล้ว”
คำพูดของไป๋จ้านสงทำให้หลงเฉินรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด!
หลงเฉินไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน เพราะหลงฉิงหลานดูจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างดี ก่อนที่เขาจะตาย เขาไม่พูดถึงเรื่องการตายอย่างเฉียบพลันของตนเองแม้แต่น้อย ดังนั้นหลงเฉินจึงหลงลืมเรื่องนี้ไปเสียสิ้น เขาแค่คิดว่าตัวตนของผู้เป็นบิดานั้นชั้นแปลกประหลาดและแม้แต่การตายของเขาก็ดูพิเศษอย่างมากเท่านั้น
ใบหน้าของหลงฉิงหลานเป็นสีดำคล้ำก่อนตาย ซึ่งหมายความว่าเขาถูกวางยาพิษ และมีเพียงคนโง่เช่นเขาเท่านั้นที่ไม่สามารถรับรู้ได้!
เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นอีกครั้ง หลงเฉินก็ตระหนักได้ว่าการตายของหลงฉิงหลานนั้นเป็นเพราะน้ำมือของไป๋จ้านสง ไม่แปลกใจเลยที่ไป๋จ้านสงมาปรากฏตัวในตระกูลหยางทันทีหลังจากหลงฉิงหลานตาย และเขายังเป็นต้นคิดเรื่องการแต่งงานอีกด้วย!
เขาจ้องเขม็งไปที่ไป๋จ้านสงและมองรอยยิ้มเย่อหยิ่งนั้น เลือดค่อย ๆ พลุ่งพล่านอยู่ในดวงตาของเขา ชั่วขณะที่มันถาโถมเข้าไป เลือดที่อยู่ในดวงตาไม่ได้หายไปไหน หากแต่ทำให้ตาดำของหลงเฉินค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงดุจเลือดอย่างสมบูรณ์
คลื่นพลังโลหิตไร้ขีดจำกัดค่อย ๆ แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของหลงเฉิน
“เช่นนั้นหรือ? เจ้าเองสินะที่ทำให้พ่อของข้าตาย!”
ความจริงข้อนี้ทำให้เลือดในร่างกายของหลงเฉินเดือดพล่าน เขารู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบรัด และเงามังกรโลหิตทั้งหมดที่อันตรธานหายไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็เริ่มปรากฏขึ้นตามผิวหนังด้วยแรงอาฆาต ทั่วทั้งร่างของหลงเฉินแปรเปลี่ยนเป็นรังของมังกรในบัดดล!
มังกรโลหิตจำนวนนับไม่ถ้วนเกี่ยวกระหวัดกันอยู่ภายในร่างของเขา!
ไป๋จ้านสงสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับหลงเฉิน แต่เขาคิดว่าเป็นเพราะหลงเฉินกำลังโกรธ เขาจึงพอใจที่จะจ้องมองหลงเฉินอยู่เช่นนั้น และยังไม่ลงมือทำอะไรเขา
“ความจริงเขาน่าจะตายไปตั้งนานแล้ว นับเป็นความเมตตาของข้าที่เพิ่งมาฆ่าเขาตายในเวลานั้น ก่อนหน้านี้เจ้าเองก็ต้องตายเช่นกัน แต่บังเอิญเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย ข้านึกว่าเด็กเหลือขออย่างเจ้าคงจะตายด้วยน้ำมือคนไม่กี่คนได้ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะหนังเหนียวและอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากวันนี้ เจ้าก็จะได้ไปพบกับพ่อที่ไร้ค่าของเจ้าอีกครั้ง เห็นไหมว่าข้าเป็นคนมีเมตตาเพียงใด!”
หลงเฉินมองเขานิ่ง ๆ และไม่พูดอะไร
‘ท่านพ่อ หากท่านบอกข้าให้เร็วกว่านี้ ข้าจะพยายามมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า และจะไม่ปล่อยให้เจ้าคนชั่วช้าผู้นี้มีชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้หรอก!’
“ถึงเจ้าจะไม่สนใจว่าตนเองจะเป็นหรือตาย แต่ข้าสนใจนะ ไป๋จ้านสง!”
ความเกรี้ยวกราดเอ่อล้นออกมาจากร่างกายของเขาราวสายน้ำ เมื่อมองไปยังรอยยิ้มที่ป่าเถื่อนของไป๋จ้านสง พลังปราณและเลือดในร่างกายก็พลุ่งพล่านรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับร่างจะระเบิด!
เวลานั้น จู่ ๆ หยกมังกรลึกลับก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมา และแก่นโลหิตสืบทอดที่อยู่ในร่างของหลงเฉินก็ถูกมันดูดกลืนเข้าไปอีกครั้ง!
***********************
***หากนักอ่านท่านใดที่ชื่นชอบหรือสนใจนิยายเรื่องนี้ ขอเรียนเชิญที่เว็บไซต์เรานะครับ ข้อดีคือประหยัดเงินกว่าเราขายเพียงตอนละ 2.5 เหรียญครับ แถมยังได้อ่านล่วงหน้าก่อนใครถึง 20 ตอน >>> https://novelkingdom.co (ลิงก์เว็บเราครับ)

***หากนักอ่านท่านใดที่ชื่นชอบหรือสนใจนิยายเรื่องนี้ ขอเรียนเชิญที่เว็บไซต์เรานะครับ ข้อดีคือประหยัดเงินกว่าเราขายเพียงตอนละ 2.5 เหรียญครับ แถมยังได้อ่านล่วงหน้าก่อนใครถึง 20 ตอน >>> https://novelkingdom.co (ลิงก์เว็บเราครับ)