
ตอนที่ 2
ไม่ว่ากี่ครั้งที่ถูกคุณตาแดกดันเื่มารดากงจักรก็ใช้ความนิ่งสยบอารมณ์ร้าย และเก็บความเ็ปชิงชังนั้นสุมไว้ในซอกหนึ่งที่คิดว่าอยู่ลึกสุดแม้แต่เื่ที่คุณยายถูกกระทำจากคุณตา เขาก็อดทนมาตลอด
แต่ครั้งนี้มันช่างเหลืออด เมื่อกำธรคิดจะปรนเปรอผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอยู่ในฐานะคนใช้
กงจักรเดินจากบ้านหลังเล็กผ่านไปตามทางที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้ปลูกเป็กำแพงตัดแต่งขนาดเตี้ยทอดยาวสุดทางที่หน้าบ้านอีกหลัง แต่พอจะขึ้นบันไดไปชั้นบน เสียงของนงพะงาก็ดังไล่หลังมาไม่หยุด
“แม่แจ่มช่วยรั้งแขนตาจักรไว้ที อย่าให้หลานฉันไปหาตาของเขาเชียวนะ” นงพะงาะโสั่งป้าแจ่ม แม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่
กงจักรไม่สนคำทัดทาน ตวัดสายตามองป้าแจ่มที่ตั้งท่าจะเข้ามาขวางหญิงวัยกลางคนทำหน้าแหยก่อนจะถอยห่างชายหนุ่มอย่างกริ่งเกรง
นงพะงาวิ่งตามกระหืดกระหอบ สั่งให้ป้าแจ่มช่วยพยุงร่างขึ้นชั้นบน
“ไปเร็ว แม่แจ่ม ไปช่วยกันห้ามตาจักรที...ตอนนี้เขากำลังโมโหหนัก ฉันเกรงว่าเดี๋ยวเื่มันจะเลยเถิด”
“มีเื่อะไรกันเหรอคะคุณนาย” เสียงป้าแจ่มพาซื่อก่อนจะทำท่านึกขึ้นได้ “หรือว่าคุณจักรจะทราบแล้วว่าคุณท่านกับนังพวง”
“เื่นั้นล่ะ” คนพูดถอนหายใจยกใหญ่
“บ๊ะ! ว่าแล้วต้องถึงหูคุณจักรสักวัน” ป้าแจ่มตบเข่าดังฉาด
กงจักรกำลังทุบประตูห้องนอนกำธรไม่ลดละ นงพะงาพอถึงตัวหลานชายก็เข้ามาดึงแขนไว้พลางพูดเกลี้ยกล่อม
“อย่าให้เป็เื่เลยนะ เห็นแก่ยายเถอะ”
ชายหนุ่มหันมองผู้เป็ยายคิ้วยังขมวดมุ่น แววตาคมยังกรุ่นโกรธก่อนจะพยายามข่มน้ำเสียงพูดกับยายให้เป็ปรกติ
“คุณยายครับผมควรจะพูดนะครับ...ไม่อย่างนั้นอีกหน่อยคุณตาคิดจะพาใครเข้ามากกกอดในบ้านตามอำเภอใจแล้วคุณตาจะเอาคุณยายไปไว้ตรงไหน”
พอจบประโยคประตูห้องก็เปิดออก ชายสูงวัยพูดโต้ตอบ “จะต้องเอาไปไว้ตรงไหน ก็เอามันไว้ตรงที่เดิมนั่นล่ะ”
คุณกำธรยังคงอยู่ในชุดกางเกงผ้าแพรชิ้นเดียวโดยคว้าเสื้อคลุมมาสวมไว้หลวมๆ หน้าตานั้นหงุดหงิดรำคาญใจไม่ต่างจากคำพูดเมื่อสักครู่
“มันจะวุ่นวายอะไรกันนักกันหนา ทั้งหัวหงอกหัวดำนั่นล่ะ” น้ำเสียงของชายสูงวัยนั้นราบเรียบดวงตาอันเ็าทรงอำนาจมองป้าแจ่มจนต้องก้มหน้าหลบ
่เวลาอันนิ่งงันเหมือนมีาทางสายตาปะทะกันระหว่างตากับหลานกงจักรมองข้ามไหล่ผู้เป็ตาเข้าไปยังเตียงนอนกลางห้อง จึงพบว่าพวงแสดสาวใช้กำลังดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย
เพียงเห็นแค่วินาทีเดียวก็รับรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าคนทั้งคู่เกินเลยไปถึงขั้นไหนเขาเขม้นมองผู้หญิงคนนั้นจนแทบจะกินเืกินเนื้อก่อนจะหันกลับมาสบตาตรงๆกับผู้เป็ตา
“เอ็งอย่ามองหน้าข้าอย่างนี้นะเว้ย ข้าไม่ชอบ”
“คุณตาทำอย่างนี้ทำไม คุณตาเอาผู้หญิงในบ้านมาทำเมีย หมายความว่ายังไง”
“แล้วมันกงการอะไรของเอ็ง ยายเอ็งเขายังไม่พูดแล้วเอ็งจะมาเดือดเนื้อร้อนใจอะไรแทนกัน ธุระของเอ็งก็ไม่ใช่”
กำธรตวัดสายตามองภรรยาอย่างตำหนิ“เดี๋ยวนี้มันแก่กะโหลกกะลาแล้วรึไงแม่นงถึงต้องเอาเื่บนเตียงไปฟ้องหลานหาพวกพ้อง”
“คุณยายท่านไม่ได้ฟ้องอะไรทั้งนั้น”หลานชายรีบออกตัวแทน
“ถ้ายายเอ็งไม่ปากมาก แล้วใครกันที่สู่รู้เื่ของข้า แม่แจ่มรึไงกัน” ท้ายประโยคคุณกำธรหันหน้าไปถามป้าแจ่มทำเอาเ้าตัวสะดุ้งจนก้มหน้างุดยิ่งกว่าเก่า แล้วเอ่ยเสียงเบา
“ไม่ใช่แจ่มนะคุณท่าน”
คุณกำธรเลิกคิ้วเป็เชิงถามเอาความกับหลานชาย“เอ็งว่าไงล่ะไอ้จักร การที่ข้าจะมีเมียสักกี่คนมันก็เป็เื่ส่วนตัวของข้า”
ชายหนุ่มส่งเสียง‘ฮึ’ ในลำคอ เหยียดปากพูด “ถ้าคุณตาคิดว่าการที่จะเอาคนใช้ในบ้านมาทำเมียแล้วคิดว่าคนอื่นเข้ามายุ่งวุ่นวาย งั้นต่อไปคุณตาก็เลิกบงการชีวิตคนอื่นเสียที”
“อ่อ...เดี๋ยวนี้เอ็งยิ่งโตก็ยิ่งปีกกล้าขาแข็งขึ้นทุกวันกล้าขึ้นเสียงเถียงข้า”
“ผมไม่ได้เถียง แต่ที่คุณตาทำมันไม่ถูก คุณตากำลังเหยียบย่ำหัวใจของคุณยายคุณตาทำลายความรู้สึกของคุณยายมาตลอด”
“พอเถอะตาจักร” คุณนงพะงาที่ยืนนิ่งอยู่นานท้วงหลานชายให้เงียบ
“ไม่ครับคุณยาย...วันนี้ผมจะพูดแทนคุณยาย คุณตาจะได้รู้บ้างว่าคนอื่นเขารู้สึกยังไง”
“เอ็งนี่มันไม่ต่างจากแม่ของเอ็งจองหองพองขน พอได้ทีก็ไม่รู้จักสำนึกข้าวแดงแกงร้อน ถ้าข้าไม่เลี้ยงดูเอ็งมาจะมีวันได้โตมายืนหัวโด่เถียงข้าฉอดๆอย่างนี้ไหม”
“แต่คุณตาทำไม่ถูก” ชายหนุ่มตวาด “คุณตาไม่เคยสนใจความรู้สึกคนอื่น คุณตาห่วงแต่ตัวเอง คุณยายไม่เคยว่าสักคำที่คุณตาจะไปมีเมียที่ไหนกี่คนแต่ไม่ใช่คนในบ้าน หรือเอาใครหน้าไหนเข้ามาเป็เมียอยู่ในบ้าน”
ชายสูงวัยเหลืออดกับคำพูดของหลานชายเอามือผลักอกจนเขาล้มลงกับพื้น แล้วชี้หน้าพูดเสียงลอดไรฟัน “อย่ามาทำเป็ผยองใส่ข้านะเว้ย ให้มันรู้จักบ้างว่าข้าเป็ตา ส่วนเอ็งนั่นเป็หลานข้าจะคิดอ่านทำอะไร มันก็เป็สิทธิ์ของข้า ไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างเอ็งไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนหรือขึ้นเสียงแบบนี้”
คุณกำธรจ้องหน้าภรรยาเขม็งดวงตาดุดันประกาศกร้าวโดยไม่กริ่งเกรงใคร “แล้วจำใส่กะลาหัวไว้ทั้งยายทั้งหลานมันนะ ถ้าข้าคิดจะเอาผู้หญิงที่ไหนมาเป็เมียอีกคนในบ้านใครก็ห้ามข้าไม่ได้”
พูดจบชายสูงวัยก็ปิดประตูห้องเสียงดังปล่อยให้คนเป็หลานมองตอบด้วยแววตาชิงชังยิ่งขึ้น ส่วนคนเป็ยายได้แต่น้ำตาซึม
.......................................................