ตอนที่ 178 เธอไม่ใช่สาวใช้ของฉันอีกต่อไป
หลังจากการประกาศกร้าวของ ลีอาห์ ทำให้การสนทนาระหว่างสองตระกูลล้วนเต็มไปด้วยความอึดอัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เจ้าชายหนุ่มผู้ที่ตกหลุมรักหญิงสาวทั้งสองคนในเวลาใกล้เคียงกัน ก็พลันตอบรับเจตนารมณ์ของ ลีอาห์อย่างไม่มีขัดขืน
เขายอมแต่งงานกับหญิงสาวทั้งสองคน ด้วยความเต็มใจและเพียงแค่พูดไปคำเดียว ตระกูลของเจ้าชายโจเซฟ ก็ไม่มีใครสักคนที่กล้าทัดทาน ขนาดตัวของพระราชาผู้เป็นบิดา ก็ทำได้แค่อมยิ้ม พยักหน้าในการตัดสินใจของบุตรชายและเมื่อลับสายตาของเหล่าทารกำนัน ก็ส่งสัญญาณลับให้กับเจ้าชายโจเซฟ ด้วยการชูนิ้วโป้งให้เป็นการลับๆ
หากแต่ว่าแม้ฝ่ายของเจ้าชายโจเซฟจะตกลงตามที่ ลีอาห์เป็นผู้ร้องขอด้วยความเต็มใจ ทว่าทางฝ่ายดยุก ที่เป็นต้นตระกูลของลีอาห์กลับไม่ยินยอมที่จะทำตาม
มีอย่างที่ไหนกัน? ลูกสาวของเธอคือหญิงสาวผู้สูงศักดิ์และได้รับการหมั้นหมายกันมาตั้งแต่วัยเยาว์
คราจะถึงเวลาต้องตกแต่งออกเรือน กลับต้องจัดงานพร้อมกับคนอื่น อีกทั้งคนนั้นคือหญิงสาวที่เป็นบ่าวรับใช้ในตระกูลของตนเสียอย่างนั้น
“การแต่งครั้งนี้ ตระกูลของพวกเราไม่เห็นชอบด้วย ท่านองค์ราชาโปรดพิจารณาใหม่ด้วย” ไม่ว่าจะหัวเด็ดตีนขาดยังไง ดูเหมือนดยุกผู้เป็นบิดาของลีอาห์ ก็ไม่ยินยอมอย่างเด็ดขาด
เขาลุกขึ้นยืน ด้วยท่าทีแข็งขืน น้ำเสียงดูโกรธเอามากๆ แต่เมื่อสายตาได้ประสานเข้ากับพระเนตรของพระราชาที่นิ่งสงบ
ความขึงขังที่เคยมีก็พลันหายวับไปในทันที เพราะด้วยสายตาที่มองกลับมานั้น คือคำเตือนที่อย่าได้บังอาจเหิมเกริมมากไปกว่านี้จากองค์ราชานั่นเอง
“. . .” ดยุกผู้เป็นบิดาของลีอาห์ สลดลงในทันตา ก่อนจะหลบเลี่ยงสายตาด้วยการแสร้งทำเป็นส่ายหัวไปมา บ่นงุมงิมอยู่เพียงลำพัง
“ลีอาห์สินะ...เติบโตขึ้นมาเป็นหญิงสาวที่กล้าหาญไม่เบา ดี ดีมาก ข้าถูกใจแม่หนูคนนี้มากจริงๆ” องค์ราชา เมื่อส่งสายตาห้ามปรามดยุก ผู้เป็นสหายจนสงบลงได้แล้ว
ตัวของท่านก็ได้หันหน้าไปพูดคุยกับลีอาห์ ที่หญิงสาวก็พลันรีบตอบสนอง ด้วยการย่อตัวลงจรดพื้น เพื่อทำความเคารพให้กับพระราชาอย่างมีมารยาท ของกุลสตรีที่ถูกอบรม แม้ในก่อนหน้านี้จะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไปอยู่บ้างก็ตาม
“หม่อมฉันขอประทานอภัยกับมารยาทในก่อนหน้าด้วยเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้องมากพิธีไปหรอกแม่หนู ในวันข้างหน้าหากมีการอภิเษกสมรสกับโจเซฟจริงๆ ข้าก็ถือว่าเป็นพ่อของเจ้าอีกคนหนึ่งเช่นกัน” องค์ราชาโบกมือเล็กน้อย เพื่อให้ลีอาห์ไม่ต้องคิดมาก
พระองค์รู้ดีว่าที่ ลีอาห์ทำไปล้วนมีเหตุผลของตัวเอง ส่วนพฤติกรรมของเธอที่ดูไม่เหมาะสมนั้น
องค์ราชาไม่ได้ถือโทษโกรธเธอเลยสักนิด กลับกันกับรู้สึกชอบใจลีอาห์มากขึ้นกว่าเดิมต่างหาก ที่มีความกล้าหาญ กล้าทักท้วงเพื่อความต้องการของตัวเอง
ไม่ได้เป็นผ้าพับไว้ ราวกับเป็นตุ๊กตาที่ไร้วิญญาณ ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง เหมือนกับ หญิงสาวจากตระกูลสูงศักดิ์คนอื่นๆ ที่ดูจะเรียบร้อยมากเกินไปนั่นเอง
ตำแหน่งพระมเหสีของอาณาจักรลูนาเทีย แน่นอนว่าต้องมีมารยาทและพฤติกรรมที่เหมาะสม ควรค่าแก่การนั่งอยู่เคียงข้างบัลลังก์ของพระราชา
กระนั้นถ้าเกิดได้ มเหสีที่ไม่มีความคิด ไม่มีความกล้าหาญในการตัดสินใจ ไฉนเลยทำไมถึงไม่เอา แจกันดอกไม้มาวางเคียงบัลลังก์ไปเสียเลยล่ะ? เพราะดอกไม้พวกนี้ก็สวยงามเหมือนกับหญิงสาวที่อ่อนน้อมเช่นกัน
ในอดีต ในหลายๆ อาณาจักร มักจะมีการเลือกพระมเหสีกันตามหน้าตาและรูปลักษณ์ ซึ่งสุดท้ายก็มักจะจบลงที่องค์ราชา ได้ภรรยาที่งดงามมายืนเคียงข้าง แต่เบื้องหลังกลับมีนางสนมเอก รองและตำแหน่งรองลงมาอีกมากมาย จนนับลำดับกันไม่ถูก คอยรับใช้อีกปรนนิบัติจนเต็มไปหมด
เพราะถึงแม้ว่าความงดงามของมเหสีจะสวยงามปานใด ความงดงามนั้นก็ไม่เพียงพอต่อการจะสะกดให้องค์ราชาถวิลหาอยู่ได้ไปตลอดกาล และเมื่อความงดงามไม่อาจคงอยู่ไปตลอดได้
ไฉนเลยที่ใครๆ จะห้ามองค์ราชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรได้อีก เพราะขนาดพระมเหสียังห้ามปรามไม่ได้ ที่สุดแล้ว พระราชาก็กลายเป็นราชาที่มากตัณหาและสุดท้ายบ้านเมืองก็จะฉิบหายตามไปด้วยนั่นเอง
องค์ราชานั้นเคยพบเห็น พระราชาจากอาณาจักรอื่นๆ ที่ล้มเหลวเพราะเรื่องนี้มาแล้วมากมาย อีกทั้งได้รับการเตือนจากพระบิดาของตัวเองที่สั่งสอนกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ถึงอำนาจอันล้นพ้นของตัวเองที่ต้องระงับให้ได้
เพื่อเป็นการย้ำเตือนถึงคำสอนที่สืบทอดกันมาในตระกูล เดอ ลูน่า องค์ราชาจึงเสาะหา พระมเหสีที่เหมาะสมให้กับเจ้าชายโจเซฟมาโดยตลอดและวันนี้ พระองค์ก็ได้พบแล้ว ‘ลีอาห์’ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนเอง
นี้แหละคือคนที่เหมาะสมที่สุด ที่จะมายืนเคียงข้าง เจ้าชายโจเซฟลูกชายของตน ส่วนเบื้องหลังของเจ้าชายโจเซฟจะมีนางสนมอีกสักกี่คน พระองค์เชื่อว่า พระมเหสีลีอาห์ผู้นี้จะเป็นคนจัดการให้กับเจ้าชายโจเซฟ ได้อย่างแน่นอน
‘ในวันข้างหน้าหากมีการอภิเษกสมรสเป็นพระมเหสีกับโจเซฟจริงๆ ข้าก็ถือว่าเป็นพ่อของเจ้าอีกคนหนึ่งเช่นกัน’ หลังจากคำพูดขององค์ราชาได้กล่าวจบ ทั่วทั้งห้องโถงก็อึ้งกันไปอีกครั้ง
พระมเหสี?! คำนี้เพียงคำเดียว ทำเอาความโกรธของตระกูลดยุก ถึงกับมลายหายไปในทันที
เพราะนี้คือคำพูดยืนยันแล้วว่า ต่อให้ จะมีนางสนมอีกสักกี่คน...สุดท้ายตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดและมีหน้ามีตามากที่สุด ก็ยังคงเป็น ลีอาห์!
เพียงเท่านี้ตระกูลของดยุก ก็รักษาหน้าอันสูงศักดิ์ของตัวเองเอาไว้ได้แล้ว
ลีอาห์แม้จะอึ้งที่ทางองค์ราชานั้นตรัสออกมาอยู่บ้าง แต่เธอก็ว่าสิ่งที่เธอตั้งใจนั้นดูเหมือนจะสำเร็จแล้ว เธอได้กล่าวลาเพื่อปล่อยให้การพูดคุยระหว่าง สองตระกูลดำเนินต่อไป
ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปยังห้องนอนของเธอ เพื่อไปบอกข่าวดีนี้ให้กับเอมิลี่ สาวรับใช้คู่ใจที่เธอรักดุจน้องสาวแท้ๆ ด้วยตัวเอง
“เอมิลี่เจ้าทำอะไร?!”
ประตูห้องนอนของลีอาห์ถูกเปิดออก ด้านในข้างๆ โต๊ะเครื่องแป้ง มีประตูเล็กๆ ที่สร้างติดไว้กับห้องนอนของเธอ ได้ถูกเปิดค้างเอาไว้
โดยด้านในห้องเล็กๆ ที่อยู่ติดกับห้องนอนของลีอาห์ แท้ที่จริงแล้วก็คือห้องนอนของเอมิลี่นั่นเอง
เอมิลี่กำลังก้มหน้าเก็บเสื้อผ้าของตัวเอง ลงใส่กระเป๋าใบใหญ่ที่ดูเก่าและผ่านการใช้งานมานานหลายสิบปี
เธอไม่ได้มีสัมภาระข้าวของอะไรมากนัก หากมองดูจากเสื้อผ้าในกระเป๋าที่กำลังเปิดอ้าอยู่ เนื่องด้วยสิ่งของต่างๆ ที่เธอใช้เกือบทั้งหมดล้วนเป็นของที่ตกทอดมาจากลีอาห์ หรือไม่ก็ลีอาห์เป็นคนซื้อไว้ให้แทบทั้งหมด
ครั้งนี้เธอที่ทำผิดต่อลีอาห์ ไม่กล้าที่จะสู้หน้าและอยู่รับใช้ลีอาห์ได้อีกต่อไปแล้ว
ความผิดที่ไปตกหลุมรักชายคนเดียวกับเจ้านายของเธอ
ความผิดที่อาจเอื้อมไปตกหลุมรัก เจ้าชายที่กำลังจะขึ้นครองบัลลังก์แห่งอาณาจักรลูนาเทีย
เธอตัดสินใจแล้วว่า จะลาจากไปอย่างเงียบๆ ...ทว่าเธอกลับถูกลีอาห์จับได้เสียก่อน
“ท่านหญิง!” เอมิลี่เงยหน้าขึ้นมามอง ลีอาห์ที่กำลังยืนมองเธออยู่ที่ประตู พร้อมกับถามว่าเธอกำลังทำอะไร ด้วยน้ำเสียงที่ดูจะผิดหวัง
“ฉันบอกแล้วใช่ไหม ว่านี้ไม่ใช่ความผิดของเธอ...เธอไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น เพราะต่อจากนี้เราจะอยู่ด้วยกัน อยู่ด้วยกันไปตลอด ของของฉันจะเป็นของของเธอ สามีของฉันก็เป็นสามีของเธอ ลูกของฉันก็จะเป็นลูกๆ ของเธอ รวมไปถึงลูกๆ ของเธอเองก็จะเป็นลูกของฉันด้วยเช่นกัน” ลีอาห์ถอดสร้อยคอเส้นโปรดที่เธอมักจะสวมใส่อยู่เป็นประจำ
ถอดมันและนำไปสวมให้กับ เอมิลี่ที่กำลังร้องไห้และงุนงงกับคำพูดของเธออยู่
ลีอาห์ได้เล่าถึงเรื่องที่เธอได้พูดคุยกับทางองค์ราชาและเจ้าชายโจเซฟในห้องโถงใหญ่ให้กับเอมิลี่อย่างช้าๆ เพื่อให้เธอค่อยๆ ทำความเข้าใจ
ว่าความรักที่เธอมีให้กับเจ้าชายโจเซฟ ต่อจากนี้จะไม่ใช่เรื่องผิดอีกต่อไป
“ต่อจากนี้เธอไม่ได้เป็นสาวใช้ประจำตระกูลของฉันอีกต่อไป เพราะเธอได้กลายเป็นนางสนมเอกของเจ้าชายโจเซฟ แห่งอาณาจักรลูนาเทียแล้วยังไงล่ะ” ลีอาห์เข้าสวมกอดเอมิลี่
‘นางสนมเอก? ส่วนท่านหญิงลีอาห์จะเป็นพระมเหสี? นั้นเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยไม่ใช่เหรอ’ เอมิลี่หัวช้าไปสักหน่อย แต่เมื่อเธอเข้าใจถึงเรื่องราวทั้งหมด มือของเธอก็เอื้อมไปสวมกอดกับลีอาห์ อันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
ก่อนที่ในอีก 1 ฤดูกาลถัดมา หรือตีเป็นเดือนตามปฏิทินก็คือ 3 เดือน
งานอภิเษกสมรสของลีอาห์กับเจ้าชายโชเซฟก็ได้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมเกียรติ แน่นอนว่าในพิธีดังกล่าวมีเอมิลี่คอยจัดเตรียมงานให้กับทั้งสอง อย่างขะมักเขม้น และในอีก 1 ฤดูกาลถัดมา ก็มีการจัดพิธีแต่งตั้งเอมิลี่ให้เป็นนางสนมเอก ของเจ้าชายโจเซฟ ติดตามมา
โดยแม่งานในครั้งนี้ก็เป็นใครอื่นไม่ได้นอกเสียจาก ว่าที่พระมเหสีลีอาห์นั่นเอง
ซึ่งทั้งสองดำรงตำแหน่งนี้กันได้เพียงไม่นาน ในอาณาจักรลูนาเทียก็ต้องสูญเสียองค์ราชา หรือพระบิดาของเจ้าชายโจเซฟไปด้วยโรคเจ็บป่วยอันเป็นปริศนาที่ นักบวชแห่งแสงและหมอยาไม่อาจให้การรักษาได้อย่างน่าสลดใจ
ด้วยเหตุนี้เอง เจ้าชายโจเซฟก็ได้ขึ้นครองบัลลังก์สืบทอดตำแหน่งตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง นางสนมเอกเอมิลี่ก็เสียชีวิตลงอย่างปริศนา และกลับกลายเป็นว่า ในเมืองหลวงมีการเผยแพร่ข่าวลือกันหนาหู ออกมาว่า ราชินีลีอาห์เป็นคนวางยาพิษกับนางสนมเอกจนตาย
ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ สร้างความโกรธและโมโหให้กับ ราชินีลีอาห์ที่ต้องทนทุกข์กับการจากไปของน้องสาวอย่างเอมิลี่เป็นอย่างมาก
ซ้ำลูกของเอมิลี่ที่เปรียบเสมือนลูกๆ ของเธอ ดันปักใจเชื่อข่าวลือพวกนี้ จนหลบหนีไปได้ 1 เดือนแล้ว
และป่านนี้ เธอที่ส่งมือดีออกไปทั่วทั้งอาณาจักรก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวอันใดเลยแม้แต่น้อย
ราชินีลีอาห์จึงได้ออกจดหมายเชื้อเชิญ กลุ่มสมาคมแม่บ้านขุนนาง รวมไปถึงสตรีที่มีชื่อเสียงในอาณาจักร เพื่อต้องการที่จะสืบเรื่องข่าวลือและการหายตัวไป นี้ด้วยตัวเองผ่านสมาคมที่มีนิสัยชอบนินทากันลับหลังเป็นประจำนั่นเอง
“ที่รัก ฉันควรจะไปงานเลี้ยงของราชินีลีอาห์หรือไม่?” ตัวของผู้คุณผู้หญิงดูจะทำตัวไม่ถูกกับจดหมายเชิญ ว่าจะปฏิเสธที่จะร่วมงานดีหรือไม่?
อย่างที่รู้กัน ทางด้านของคุณผู้หญิงและไวทเคานต์นิค นั้นได้รู้ถึงที่หลบซ่อนขององค์หญิงและองค์ชายอยู่ก่อนแล้ว จากการที่ทั้งสองได้ซ่อนตัวในฐานะ พนักงานของร้านอาหารสามเวลาที่ป่าดาราฉาย
อีกทั้งเธอและสามีก็ได้รับปากสัญญาที่จะช่วยปิดข่าวนี้ให้กับ ไลท์ ทั้งสองในตอนนี้จึงรู้สึกทำตัวไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรก็กลับจดหมายเชิญที่ถูกส่งมา
หากแต่ว่า ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังลังเลอยู่นั่นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงกล่าวขานขององครักษ์ที่เฝ้าคฤหาสน์ได้ดังขึ้น
“เจ้าหญิง เอวา เดอ ลูน่า ได้เสด็จแล้ว”
เจ้าหญิงเอวา เดอ ลูน่า! บุตรสาวคนโต ทายาทลำดับที่สองต่อจากเจ้าชายโจเอล ที่เป็นพี่ชายหรือบุตรคนแรก ที่เกิดจาก ราชินีลีอาห์ ได้เสด็จมาหา ไวทเคานต์นิคและคุณผู้หญิง ถึงคฤหาสน์ของพวกเขา เมื่อได้รับแจ้งว่า คุณอาทั้งสองของพวกเขาได้เดินทางกลับจากป่าดาราฉาย กันมาแล้ว
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy