หลินตงตอนนี้ถึงกับยิ้มหน้าบาน ถึงพลังหุ่นเชิดนี้จะมีเพียงแค่ระดับจิตยุทธแห่งปฐพีแต่ทว่าถ้าเอามาวัดพลังกันในอาณาเขตรอบนอกหรือที่สุสานทะเลทรายละก็พลังของทั้งสองก็คือระดับสูงเลยก็ว่าได้ ในตอนนี้เขามีเจ้าหมายเลขที่เป็นสัตว์อสูรระดับสาม เจ้าหมายเลขสองที่เป็นถึงสัตว์อสูรบินได้ระดับสี่แล้วตอนนี้ก็ยังมีอีกสองที่มีพลังเทียบเท่ากับเจ้าหมายเลขสอง ไม่มีอะไรที่น่ายินดีไปกว่านี้แล้ว
"พวกเจ้าทั้งสองกลับเข้าไปยังพื้นที่จิตยุทธมังกรของข้าก่อน"
ชายหนุ่มโบกมือเอาทั้งสองเข้าไปยังห้วงมิติของเขาก่อน ที่เบื้องหน้าร่างกายของหุ่นเชิดหลอมด้วยโลหะล้ำค่าก็ค่อยๆเปล่งแสงประกายหายไปจนกระทั่งผสานเข้ากับร่างกายของชายหนุ่ม ถ้าใครมาเห็นถึงกระบวนการเช่นนี้ละก็จะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน ของล้ำค่าที่แข็งแกร่งกลับสามารถแตกสลายกลายเป็นละอองพร้อมกับประกอบขึ้นใหม่ได้ ไปพูดให้ใครฟังก็จะไม่มีใครอยากเชื่อแน่นอน
ในเมื่อห้วงมิติจิตยุทธแห่งมังกรไม่สามารถใส่สิ่งมีชิวิตเฉกเช่นเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้แต่สัตว์อสูรหรือสิ่งไม่มีชีวิตเช่นหุ่นเชิดเงาพวกนี้กลับสามารถอาศัยอยู่ภายในมิติที่สูงสร้างขึ้นมาได้ มันก็ชั่งน่าแปลกประหลาดนัก ดูเหมือนว่าทุกสิ่งที่ถูกลงตราผนึกของศาสตร์บงการเทพอสูรไว้ ตัวของชายหนุ่มจะสามารถเอาเข้ามายังห้วงมิติได้ทั้งหมดเลยทีเดียว
ลองคิดดูสิถ้าเกิดชายหนุ่มสามารถใช้ตราผนึกนี้กลับผู้ฝึกยุทธระดับสูงได้ละก็ มันคงจะไม่พูดไม่ออกเลยว่าหลังจากนี้เขาจะเป็นยังไง
"เอาละเข้าเมืองดีกว่า"
หลินตงตอนนี้อารมณ์ดีอย่างยิ่ง เขาค่อยๆฮัมเพลงพร้อมกับก้าวเดินไปอย่างไม่ยี่หระและเมื่อเขาเดินเข้ามาภายในตัวเมืองแล้วก็ถึงกับต้องประหลาดใจเพราะว่าคนภายในเมืองนี้ไม่มีประชากรคนธรรมดาเลยแม้แต่นิด จะมีเพียงแต่ผู้ฝึกฝนพลังยุทธที่มีระดับจิตยุทธวิญญาณขึ้นไปทั้งนั้นแถมท่าทางของพวกเขาก็ยังไม่ธรรมดา เพียงแค่เสื้อผ้าและตราสัญลักษณ์ก็บอกได้เลยว่าพวกเขาคือกลุ่มเดียวกัน
แต่ละคนตอนนี้ก็กำลังจับกลุ่มกันอยู่เมื่อเห็นคนที่เข้ามาใหม่ก็รีบหันขวับมามองอย่างรวดเร็ว ในเมืองแห่งนี้ส่วนใหญ่พวกที่มาก็เพียงแค่แวะผ่านมาเท่านั้นเพราะถึงยังไงพวกเขาก็จะเข้าไปยังสุสานทะเลทรายที่อยู่ถัดไปจากที่แห่งนี้จนทำให้ภายใต้ตัวเมืองก็ไม่ค่อยมีกฏเกณฑ์หรือระเบียบกันเท่าไหร่นัก
"เห้ยๆ มีเด็กน้อยมายังเมืองนี้ด้วยว่ะ จะเข้าไปยังสุสานทะเลทรายหรอ?"
"แม่เจ้าโว๊ย ขั้นพลังจิตยุทธวิญญาณขั้นสิบ ข้าว่าเหยื่อคราวนี้ตึงมือมากเกินไปหน่อยนะ แล้วข้าก็ไม่อยากจะเจ็บตัวด้วยสิ!!"
"เส้นผมสีเงินแปลกประหลาดนัก ไอ้เจ้านี้คือสัตว์อสูรปลอมตัวมารึเปล่า? ฮ่าฮ่า"
มีหลายคนจ้องมองมาทางหลินตงพร้อมกับพูดขึ้นอย่างล้อเลียน แต่ละคนเมื่อเห็นว่าหลินตงมีขั้นพลังระดับสูงก็ต้องทำได้เพียงจ้องมองมาเท่านั้น บางคนเมื่อเห็นตรงนิ้วมือของชายหนุุ่มก็ถึงกับเสียดายแหวนมิติที่อยู่บนมือของเขาเลยก็มี ต้องบอกเลยว่าถ้าหลินตงมีพลังน้อยกว่านี้ละก็เขาคงจะถูกลงมือปล้นชิงแล้วอย่างแน่นอน
หลินตงที่ถูกมองมาก็หรี่ตาพลางครุ่นคิดขึ้น ดูเหมือนสายตาของพวกมันเต็มไปด้วยความโลภยังไงยังงั้น ในเมื่อเมืองมันไม่มีกฏเกณฑ์เช่นนี้มันก็ช่วยไม่ได้ เขาบอกเพียงแค่อย่างเดียวว่าถ้าไม่ถูกหาเรื่องเขาก็จะไม่ลงมือแต่ทว่าถ้ามีผู้ใดเริ่มก่อนเขาก็จะไม่ปราณีอย่างแน่นอน
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเดินจะหาสถานที่แห่งนึงเขาก็บังเอิญไปเห็นถึงร้านค้าที่คุ้นเคย รูปลักษณ์ของมันถ้าให้เทียบกับที่เมืองเหรินซานก็ต้องบอกว่าเหมือนกันมากซะจนแยกไม่ออก
"นี้มันร้านสมุนไพรที่ตั้งอยู่ภายในเมืองเหรินซานนี้..?!"
เขาไม่รอช้าที่จะเดินออกไปสำรวจ ตัวอาคารที่ทรุดโทรมดูเก่าเล็กน้อยไม่ผิดอย่างแน่นอน เป็นร้านของตาแก่ที่จะขอดูแหวนมิติห้วงมังกรเพลิงของเขาในตอนนั้น
"แอ็ด"
และเมื่อหลินตงเปิดประตูเข้ามาแล้วก็ต้องตกตะลึง ภายในร้านค้านี้เต็มไปด้วยสมุนไพรระดับสี่ถึงระดับห้าที่ถูกวางเอาไว้อย่างไม่สนใจ กลิ่นอายของสมุนไพรที่ฟุ้งกระจายไปทั่วมันแทบจะทำให้ชายหนุ่มต้องลอยละล่อง
เมื่อเขาสังเกตเห็นถึงตรงบริเวณโต๊ะเบื้องหน้าก็ยิ่งขมวดคิ้วอย่างสงสัย มีร่างเงาของตาแก่คนนึงกำลังนั่งเท้าคางนอนหลับอย่างเช่นตาแก่่ที่อยู่เมืองเหรินซานแถมท่าทางและใบหน้าของพวกเขาทั้งสองคนก็ยังเหมือนกันถึงสิบส่วนอีกด้วย
"ตาแก่ร้านสมุนไพร ทำไมถึงมาอยู่ที่เมืองแห่งนี้ได้!!"
หลินตงพูดขึ้นอย่างหวาดระแวง เนตรมังกรอมตะถูกเปิดขึ้นพร้อมกับจ้องมองไปยังชายชราแต่เมื่อเขาจ้องมองไปก็ถึงกับมึนงง มันสัมผัสอะไรไม่ได้เลยทั้งๆที่เนตรเทพมังกรอมตะของท่านอาจารย์ชิงหลงเซียนสามารถตรวจสอบได้ทุกสรรพสิ่งยกเว้นก็แต่ว่าขั้นพลังของเป้าหมายอยู่สูงเกินไปและห่างชั้นกับเขาไปไกลโขจึงทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถตรวจสอบเขาคนนี้ได้ ส่วนอีกกรณีนึงก็คือเรื่องที่ง่ายเป็นอย่างมาก ชายชราเบื้องหน้านี้ไม่มีพลังยุทธหรือคลื่นพลังเลยแม้แต่นิดเรียกได้ว่าเป็นคนธรรมดา
ชายชราที่กำลังพะโงกหลับอยู่เมื่อได้ยินเสียงก็ชำเลืองมองมานิดนึงแต่เมื่อเขาเห็นว่าเป็นชายหนุ่มที่เคยมาซื้อสมุนไพรกับเขาก็ถึงกับตื่นทันที
"ไอ้เจ้าหนู ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่แห่งนี้ได้ ไม่ใช่ว่าเจ้าตอนนี้กำลังอยู่เมืองเหรินซานเรอะ"
เมื่อหลินตงได้ยินที่เขาพูดออกมาแล้วก็ยิ่งตอกย้ำว่าชายชราคนนี้กับคนที่อยู่เมืองเหรินซานนั้นคือคนๆเดียวกัน ว่าแต่ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่แห่งนี้ได้
"สวัสดีท่านผู้อาวุโส ข้าก็ไม่นึกว่าท่านจะอยู่ที่เมืองแห่งนี้ได้ เมืองเหรินซานนั้นท่านไม่ได้เปิดร้านขายสมุนไพรแล้วหรอ"
ชายหนุ่มโค้งคำนับอยู่เล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้น
ชายชราเบะปากอยู่นิดๆและเอ่ยออกมาอย่างไม่สนใจ
"ชิชะ ข้าก็ขายที่ร้านนั้นด้วยนั้นละ!!"
คำตอบของชายชรายิ่งทำให้หลินตงนั้นไม่เข้าใจ อะไรคือขายที่แห่งนั้นด้วย ต้องบอกก่อนว่าเมืองนี้กับเมืองเหรินซานนั้นต่อให้จะมีสัตว์อสูรบินได้ระดับสี่เช่นเขา การเดินทางก็จะต้องใช้เวลาถึงเกือบสัปดาห์นึงเลยทีเดียวแต่ชายชราคนนี้เขาเดินทางไปกลับยังไงยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ
" ว่าแต่วันนี้เจ้าจะเอาอะไร โอ้? เดียวนะ เมื่อเดือนก่อนเจ้ามีพลังเพียงแค่จิตยุทธปรับแต่งเองนิ แต่ตอนนี้เจ้าถึงกับมีพลังถึงจิตยุทธวิญญาณขั้นสิบแล้วแถมรากฐานของพลังก็ยังหนาแน่นอย่างถึงที่สุดด้วย เรียกได้ว่าเหนือกว่าคนอื่นๆไปไกลลิบลับ!!"
ชายชราอยู่ดีๆก็พูดโพลงออกมาเอ่ยชมถึงขั้นพลังของเขามันก็ทำให้หลินตงต้องตกใจและมองไปยังใบหน้าของชายชราอย่างเคร่งเครียด ในใจของเขาถึงกับเต้นระรัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าที่เนตรมังกรอมตะของเขาสัมผัสได้ถึงคนธรรมดาคงจะไม่ใช่ แต่มันคืออีกอย่างนึง ชายชราคนนี้มีพลังสูงมากซะจนขั้นพลังของเขาที่ใช้เนตรพระเจ้าก็ยังมองไม่ออก
"ท่านเป็นใคร..!!"
หลินตงไม่รอช้าที่จะเอ่ยถามออกมา เขาตอนนี้อยากรู้อยากเห็นอย่างถึงที่สุด ในเมื่อชายชราคนนี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาก็แสดงว่าเขาจะต้องเป็นผู้แข็งแกร่งที่แยกตัวออกมาจากที่ไหนอย่างแน่นอน
ร่างเงาของชายชราถึงกับประหลาดใจเมื่อถูกถามเช่นนี้ เขาลุกขึ้นจากที่นั่งพลางเดินไปเดินมาครุ่นคิดอยู่แวบนึง
"ก็แค่ชายชราที่อยากจะเปิดร้านขายสมุนไพรเงียบๆที่มีนามว่าหวังจื่อจินเพียงแค่นั้นละ ฮ่าฮ่าฮ่า"