จากสุดยอดเทพเซียนมาเป็นคุณพ่อสุดแกร่ง

    บทที่ 50 คนตระกูลหลี่ที่(กำลัง)ดีใจจนเนื้อเต้น

    บทที่ 50 คนตระกูลหลี่ที่(กำลัง)ดีใจจนเนื้อเต้น


    “สวัสดีครับท่านรองผู้กำกับหลี่!”


    หลิวต้าจวินและลูกน้องยังคงยืนอยู่หน้าห้องสอบสวน พอเห็นหลี่เฉิงต้งเดินมาก็รีบทำความเคารพ


    หลี่เฉิงต้งโบกมือ ให้คนเปิดประตูห้องสอบสวน แล้วเดินเข้าไป


    “นายคือเย่เฟิง?” หลี่เฉิงต้งมองเย่เฟิงตั้งแต่หัวจรดเท้า


    “คุณคือใคร?” เย่เฟิงถาม


    “ฉันคือรองผู้กำกับหลี่เฉิงต้ง”


    “อ้อ ที่ร่วมมือกับพวกตระกูลหลี่ที่หมู่บ้านชิงซาน จับฉันมาที่นี่?”


    “เถ้าแก่เย่ กินข้าวได้ แต่พูดไม่ได้ นายทำร้ายร่างกายคนอื่น ฉันก็จับกุม ฉันผิดตรงไหน?”


    “อืม ไม่ผิดหรอก แล้วที่ท่านรองผู้กำกับมาหาผม มีอะไรจะพูดรหรือเปล่า?”


    “พวกนายออกไปก่อน”


    หลี่เฉิงต้งให้หลิวต้าจวินกับลูกน้องออกไป เหลือแค่คนสนิทไว้ข้างๆ


    คนสนิทของเขากุมปืนไว้แน่น กลัวว่าเย่เฟิงจะลงมือ


    “เถ้าแก่เย่ ผมได้ยินชื่อของคุณมานานแล้ว ได้ข่าวว่าคุณไปอยู่ที่หมู่บ้านชิงซานไม่ถึงครึ่งปี ก็หาเงินได้ไม่น้อยเลย”


    “ท่านรองผู้กำกับ ไม่ต้องอ้อมค้อม มีอะไรก็พูดมาตรงๆ”


    “ก็ได้ ในเมื่อเถ้าแก่เย่ไม่อยากเสียเวลา ผมก็จะพูดตรงๆ เลย” 

    หลี่เฉิงต้งมองเย่เฟิง “จริงๆ แล้วเรื่องของเถ้าแก่เย่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก็แค่เรื่องทะเลาะวิวาททั่วๆ ไป แค่ไกล่เกลี่ยกันก็จบแล้ว 


    แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว คุณมาทำร้ายร่างกายคนอื่นในสถานีตำรวจ แถมยังทำร้ายตำรวจ เรื่องนี้เล็กก็ได้ ใหญ่ก็ได้ ติดคุก 5-10 ปีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”


    เย่เฟิงยิ้ม “แล้วท่านรองผู้กำกับจะทำยังไง จะจับผมเข้าคุก?”


    หลี่เฉิงต้งพูด “ไม่ๆ ผมเพิ่งพูดไปว่าเรื่องนี้เล็กก็ได้ ใหญ่ก็ได้ ถ้าเถ้าแก่เย่ไม่อยากมีปัญหา ก็ยอมรับเงื่อนไขของคนหมู่บ้านชิงซาน แล้วก็เรื่องที่คุณทำร้ายร่างกายตำรวจ ก็ควรจะชดใช้ค่าเสียหาย”


    “แล้วท่านรองผู้กำกับคิดว่าผมควรจะชดใช้เท่าไหร่ดี?”


    “ขึ้นอยู่กับความจริงใจของเถ้าแก่เย่”


    พูดแค่นี้ก็พอ

    หลี่เฉิงต้งไม่ได้พูดให้ชัดเจน เขาเชื่อว่าเย่เฟิงเป็นคนฉลาด น่าจะรู้ว่าควรทำยังไง


    ในใจเขามั่นใจมากว่าเย่เฟิงต้องยอม คนแบบนี้เขาเจอมาเยอะแล้ว


    “ท่านรองผู้กำกับ ผมว่าคุณไม่ควรมาขอค่าเสียหายจากผม ไม่ควรไปเข้าข้างพวกตระกูลหลี่ที่หมู่บ้านชิงซาน ถ้าตอนนี้คุณสั่งสอนลูกน้องคุณ แล้วปล่อยผมไป ทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดี”


    หลี่เฉิงต้งได้ยินเย่เฟิงพูดแบบนั้น ก็อึ้งไป จากนั้นก็หัวเราะออกมา 


    “เถ้าแก่เย่ ล้อผมเล่นเหรอ ให้ผมปล่อยคุณไป คิดว่าสถานีตำรวจเป็นบ้านคุณหรือไงที่นึกอยากมาก็มา อยากไปก็ไป?”


    “ยังกล้ามาขู่ผมอีก คิดว่าตัวเองเป็นใคร ตอนนี้ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้”


    “ก็ไม่แน่” เย่เฟิงก็ยิ้มตามอย่างใจเย็น

    “เถ้าแก่เย่ ผมให้เวลาคุณสามวัน คิดให้ดีๆ”


    พูดจบ หลี่เฉิงต้งก็พาลูกน้องออกจากห้องสอบสวน


    “ขังมันไว้ที่นี่ ห้ามใครเข้าไป ห้ามเอาอาหารและน้ำไปให้ ถ้ารู้ว่าใครแอบเอาไปให้ ฉันจะเล่นงานให้หนัก”


    “ครับ ท่านรองผู้กำกับ”


    ก่อนหน้านี้เรื่องของจ้าวต้าเฮยทำให้เฉียนต้าฟา ผู้กำกับสถานีตำรวจโดนจับ ตำแหน่งผู้กำกับก็ยังว่างอยู่ ดังนั้นก่อนที่ผู้กำกับคนใหม่จะมารับตำแหน่ง หลี่เฉิงต้งก็มีอำนาจสูงสุด ที่นี่ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งเขา


    แต่หลิวต้าจวินที่ยืนอยู่ในกลุ่มคน ขมวดคิ้วแน่น ถอนหายใจ เขาอยากจะช่วยเย่เฟิง แต่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก


    เฮ้อ อยู่ดีไม่ว่าดี จะไปทำร้ายร่างกายคนอื่นในสถานีตำรวจทำไม เดิมทีก็เป็นเรื่องเล็กๆ ตอนนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว ไม่รู้ว่าโทรศัพท์ที่เย่เฟิงโทรออกไปเมื่อกี้จะมีประโยชน์ไหม แต่ดูแล้วก็น่าจะไม่ค่อยมีความหวัง


    หลิวต้าจวินรู้มาตลอดว่าหลี่เฉิงต้งมีเส้นสายใหญ่โต แม้แต่ตอนที่เฉียนต้าฟายังอยู่ ก็ยังต้องฟังคำสั่งหลี่เฉิงต้ง ดังนั้นถ้าหลี่เฉิงต้งจะเล่นงานเย่เฟิงจริงๆ เขาก็รู้สึกว่าเย่เฟิงคงจบเห่


    หลังจากสั่งเสร็จ หลี่เฉิงต้งก็พาลูกน้องคนสนิทออกไป


    เดินไปได้ไม่กี่ก้าว หลี่เฉิงต้งก็หยุด พอย้อนนึกถึงท่าทางนิ่งๆ ของเย่เฟิง ทำให้เขารู้สึกกังวล จึงสั่งลูกน้อง “นายไปสืบประวัติเย่เฟิงมาให้ฉัน ฉันต้องการข้อมูลทั้งหมดของเขา”


    “ครับ ท่านรองผู้กำกับ!”


    ประมาณครึ่งวัน ข้อมูลของเย่เฟิงก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าหลี่เฉิงต้ง


    หลี่เฉิงต้งอ่านข้อมูลอย่างละเอียด


    ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเย่เฟิงเป็นแค่คนธรรมดา สิ่งที่ไม่ธรรมดาคือเมื่อครึ่งปีก่อน จู่ๆ เขาก็พาลูกสาวตาบอดมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านชิงซาน แล้วก็เริ่มปลูกแตงโม เลี้ยงปลา ส่วนเรื่องหลังจากนั้นทุกคนก็รู้


    “ที่แท้ก็เป็นแค่คนธรรมดา แค่หาเงินได้หน่อย ฉันยังคิดว่านายจะมีความสามารถอะไร ถ้านายไม่ยอมเชื่อฟัง ฉันจะสั่งสอนนายให้ดู”


    ในที่สุดหลี่เฉิงต้งก็วางใจ


    แต่เขาไม่รู้ว่าข้อมูลพวกนี้เป็นของปลอม เป็นข้อมูลที่ทางกองทัพปลอมแปลงขึ้นมาให้เย่เฟิง มีแค่เรื่องที่เย่เฟิงพาเสี่ยวเสี่ยวไปตั้งรกรากที่หมู่บ้านชิงซานหลังจากนั้นที่เป็นเรื่องจริง 


    เพราะตัวตนของเขามีความพิเศษมาก เป็นความลับระดับ SSS แม้แต่ผู้บัญชาการกองทัพก็ไม่มีสิทธิ์ดูข้อมูลที่แท้จริงของเย่เฟิง แล้วรองผู้กำกับสถานีตำรวจประจำอำเภอเล็กๆ อย่างเขาจะมีสิทธิ์ได้ยังไง

    ผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ไม่มีใครเอาอาหารและน้ำมาให้เย่เฟิง


    เย่เฟิงก็ไม่ได้โวยวาย เขานั่งฝึกฝนบำเพ็ญเพียรในห้องสอบสวนอย่างเงียบๆ


    เขาเชื่อว่าเมิ่งเยว่ฉานต้องมา ถ้าไม่มา ก็ไม่เป็นไร เขาก็มีวิธีเอาตัวรอดได้


    หลังจากที่เย่เฟิงอดข้าวอดน้ำมาทั้งวัน ทางฝั่งตระกูลหลี่ที่หมู่บ้านชิงซานก็ได้ข่าว


    “ว่าไงนะ เย่เฟิงซ้อมหลี่เชาที่สถานีตำรวจ แถมยังซ้อมตำรวจอีกคน?”


    คนตระกูลหลี่ต่างมองไปที่คนที่มารายงาน


    ลูกหลานตระกูลหลี่คนนั้นพูดว่า “ครับ ท่านผู้เฒ่า ข่าวมาจากสถานีตำรวจ ได้ยินว่าปู่สามขังเย่เฟิงไว้ ไม่ให้อาหาร แม้แต่น้ำก็ไม่ให้กิน”


    “ดี ฮ่าๆๆ!”


    ผู้เฒ่าหลี่หัวเราะลั่น


    “เย่เฟิง นี่มันหาเรื่องตายชัดๆ ฉันยังเตรียมแผนรับมือมันไว้หลายแผนเลย ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องใช้แล้ว คราวนี้ถ้ามันไม่ยอมรับเงื่อนไขของพวกเรา มันก็ได้ตายจริงๆแน่!”


    “ท่านผู้เฒ่าพูดถูก ผมยังคิดว่ามันจะเก่งขนาดไหน ที่โค่นจ้าวต้าเฮยได้ ที่แท้ก็แค่ดวงดี”


    “นั่นสิ กล้ามาต่อกรกับตระกูลหลี่ คราวนี้คงรู้แล้วสินะว่าใครใหญ่กว่า ฮ่าๆๆ…”


    ลูกหลานตระกูลหลี่คนอื่นๆ ก็หัวเราะตาม คิดว่าเรื่องนี้สำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว เย่เฟิงจะยอมหรือไม่ ก็แค่เรื่องของเวลา


    “ท่านผู้เฒ่า ผมว่าขอส่วนแบ่งจากเย่เฟิง 50% ตลอดทั้งปียังน้อยไป ดูสถานการณ์ตอนนี้ เราขอเพิ่มได้อีก ผมได้ยินมาว่ามันรวยมาก” มีคนพูดอย่างโลภมาก


    “ใช่ครับ ท่านผู้เฒ่า ลุงรองหลี่พูดถูก” คนอื่นๆ เห็นด้วย


    “อืม ฉันจะลองพิจารณาดู รอเย่เฟิงออกมา พวกเราก็ค่อยมาคุยกัน…” ผู้เฒ่าหลี่ก็ยิ้มเยาะ ดูเหมือนจะมั่นใจว่าเย่เฟิงไม่รอดแน่ ยังไงเย่เฟิงก็หาเรื่องใส่ตัวเอง โทษใครไม่ได้

    คล้ายกับเรื่องจากสุดยอดเทพเซียนมาเป็นคุณพ่อสุดแกร่ง ที่คุณอ่าน