เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K!

    ตอนที่ 48: หลักฐานสำคัญ

            สุกัญญาหันไป

            มองด้านขวาตามที่คุณภานุวัฒน์บอก แต่ก็กลับไม่เห็นว่ามีใครอยู่

            ไม่ได้รู้สึกยะเยือกเย็นอะไรเหมือนอย่างที่เคยดูในโทรทัศน์เลยด้วยแต่ก็เอาเถอะถ้าคุณภานุวัฒน์ผู้วิเศษของเฮียฮั้วบอกมาว่าอย่างนั้นคุณพ่อก็คงอยู่ตรงนี้จริง ๆ นั่นแหละ

             

            พอคิดถึงว่าพ่อที่รักยังคอยปกป้องอยู่ใกล้ ๆ ตนเองแบบนี้หญิงสาวก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

     

            ภานุวัฒน์ไม่สนใจท่าทีของหญิงสาว ยังมุ่งมั่นเปิดซองเอกสารออกอย่างคล่องแคล่ว

             

            ไม่ใช่เพราะอยากเผือกเรื่องชาวบ้านว่าข้างในซองมีเอกสารสำคัญอะไรแต่เป็นเพราะชายหนุ่มไม่อยากจะเอาตัวเองไปยุ่งกับปัญหาของชาวบ้านให้มากนักดังนั้นจึงทำตามทุกอย่างที่ลุงกฤษณะบอกอย่างเร่งรีบ ไม่อิดออดใด ๆ เพื่อให้เรื่องราวที่ไม่ใช่เรื่องของเขาพวกนี้จะได้ผ่านพ้นไปไวไวเสียที

     

            "ในนี้มีเอกสารอะไรก็ไม่รู้ครับ และมีนามบัตรสองใบแล้วก็…ฟิล์ม? ถ่ายรูปสามม้วน" ชายหนุ่มเปิดซองแล้วก็ส่งสิ่งของเหล่านั้นให้กับสุกัญญา 

             

            เขาถึงขั้นตกตะลึงไปเล็กน้อยเมื่อเทซองออกมาแล้วเจอกับฟิล์มรูปที่ยังเป็นม้วนอยู่

             

            โอ้ มายก็อด!

            ของแบบนี้หาดูไม่ได้ง่ายนักหรอกนะในปี พ.ศ. 256X ถึงในกลุ่มช่างภาพจะยังมีคนที่เล่นกล้องฟิล์มกับฟิล์มขาวดำอะไรพวกนั้นอยู่บ้างก็เถอะแต่มันก็หาได้น้อยมาก ๆแล้วนอกเสียจากจะต้องไปซื้อพวกกล้องปัญญาอ่อนแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปในยุคนั้นถึงจะเจอฟิล์มเก่าแก่แบบนี้ได้

             

            ว่าแต่มันยังใช้ได้อยู่รึเปล่าหว่า...?

            บ้า! มันก็ต้องใช้ได้อยู่แล้วสิถึงมันจะเป็นของเก่าแก่ในสายตาของมนุษย์โลก พ.ศ.256Xอย่างเขาแต่กับในโลกปี พ.ศ. นี้มันเป็นของทันสมัยใหม่เอี่ยมเลยนะ

             

            อันที่จริงแล้วไตเติ้ลชอบเล่นกล้อง ชอบถ่ายภาพแต่เพราะไม่ได้ทำงานสายภาพถ่ายโดยตรง ในปี 256Xเขาจึงแทบไม่ค่อยจะได้แตะกล้องอะไรแล้วนอกจากกล้องโทรศัพท์มือถือ

             

            ในชีวิตก่อนตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยเขาเคยเล่นกล้องฟิล์มอยู่บ้าง ต่อมาเมื่อกล้องดิจิตอลออกก็หันไปจับกล้องดิจิตอลบ้างเล็กน้อยจนกระทั่งโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเริ่มพัฒนากล้องถ่ายรูปขึ้นมาจนแทบจะเทียบเท่ากับกล้องโปรเขาก็ใช้โทรศัพท์แทนกล้องถ่ายรูปมาโดยตลอด จนสิ่งที่เรียกว่ากล้องฟิล์มลาโลกไปอยู่ในส่วนไหนของบ้านแล้วก็ไม่รู้

             

            ความที่ว่าไม่ได้เห็นของแบบนี้นานแล้วพอมาเห็นมันในยุคสมัยที่ยังมีการใช้งานได้ดีชายหนุ่มก็ถึงกับมือสั่นด้วยความตื่นเต้นเหมือนได้ระลึกชาติกลับมาเจอเพื่อนเก่าอย่างไรอย่างนั้น

             

            "เอ่อ…ในฟิล์มมีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะ"

            สุกัญญาถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายถึงขั้นมือสั่นในตอนที่จับฟิล์มสามม้วนนั้น

             

            "เอ่อ…คือไม่มี... อ้อ มีครับ" 

            ไตเติ้ลกำลังจะบอกไปว่าไม่มีแต่ในขณะนั้นผีคุณลุงก็พูดแทรกขึ้นมาถึงภาพทั้งหลายที่บันทึกไว้ในฟิล์มสามม้วนนั้นจึงเปลี่ยนคำตอบเป็นว่า'มี'ทั้งไอ้ที่มีนั้นยังเป็นของสำคัญมาก ๆ กับผู้หญิงคนนี้เสียด้วยสิ

             

            “มีอะไรคะ ดูเหมือนว่ามันจะสำคัญมาก?” หญิงสาวซัก

             

            “เอ่อ... มันมีภาพหลักฐานการนอกใจของสามีคุณครับคุณกฤษณะได้จ้างนักสืบให้คอยตามสืบเรื่องนี้อยู่ตลอดได้มาครบทั้งภาพที่สามีคุณกับเมียน้อยไปเที่ยวด้วยกัน เข้าม่านรูดด้วยกันแล้วก็ยังมีภาพบ้าน ที่อยู่ของผู้หญิงคนนั้น เอ่อ… ในเอกสารที่คุณถืออยู่นั่นมันมีทั้งแผนที่และสำเนาโฉนดบ้านที่เป็นชื่อร่วมกันระหว่างสามีของคุณกับคุณเมียน้อยเลยครับ”

            ไตเติ้ลแปลความตามที่ผีคุณลุงบอกไปก็ให้เหงื่อตกไปด้วย 

             

            ชายหนุ่มตั้งอกตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าชาตินี้เขาจะไม่แต่งงานโดยเด็ดขาด!หรือถ้าจะต้องซวยแต่งงานขึ้นมาก็จะไม่หาพ่อตาแบบนี้มาให้ซวยตัวเองอย่างเด็ดขาดเลยจริงๆ ด้วย

             

            สุกัญญาฟังที่ชายหนุ่มว่าตาก็มองเอกสารในมือไปด้วยสิ่งที่คุณพ่อทิ้งเอาไว้ให้ไม่ใช่เพียงแค่โฉนดบ้านชื่อร่วมแต่ยังมีเอกสารหลักฐานการซื้อขาย ถ่ายเทยักยอกเงินบริษัทส่วนหนึ่งที่เอาไปซื้อบ้านให้นังปากแดงในรูป…

             

            นี่น่ะเหรอ หน้าตานังเมียน้อยทำแฉล้มแช่มช้อยยิ้มหวานอย่างกับตัวเองเป็นนางเอกละครทั้ง ๆ ที่แย่งผัวชาวบ้านเขาเนี่ยนะ!

             

            แต่เอ๊ะ… ว่าแต่ทำไมหน้าตาดูคุ้น ๆ?

             

            อีนังนี่มันเป็นพนักงานฝ่ายบัญชีของบริษัทนี่น่า ถ้าจำไม่ผิดเหมือนว่าสามีของสุกัญญาจะรับผู้หญิงคนนี้เข้ามาทำงานตั้งแต่ห้าปีที่แล้วตอนที่เธอเริ่มระแวงว่าไอ้ชั่วนั่นอาจจะมีเมียน้อยก็เป็นช่วงสามปีก่อน…

            เป็นช่วงปีที่คุณพ่อเสียชีวิตแบบนี้ก็หมายความว่าคุณพ่อรู้มาก่อนเธอแล้วล่ะสิเนี่ยว่าไอ้ชาติชั่วนี่มันมีเมียน้อยเนี่ย!

             

            “เอ่อ… นามบัตรสองใบอันนั้นใบหนึ่งเป็นของนักสืบเอกชนที่คุณพ่อคุณว่าจ้างเอาไว้เห็นว่ายังมีหลักฐานเป็นม้วนวิดีโอจากกล้องวงจรปิดอยู่ที่คุณนักสืบด้วยนะครับส่วนอีกใบเป็นเบอร์ของทนายที่ไว้ใจได้ คุณพ่อคุณเตรียมเอาไว้เผื่อว่าคุณจะฟ้องหย่ารับรองได้ว่าทนายท่านนั้นจะรีดสามีคุณจนหมดตัวแถมเรียกค่าเสียหายจากเมียน้อยได้อานอีกด้วยนะครับคุณกฤษณะบอกมาว่าอย่างนั้นครับ”

            ไตเติ้ลแปลความตามที่ได้ยินผีบอกมา

             

            “แจ๋วมากเลยค่ะคุณพ่อ อีนังนี่มันเป็นพนักงานฝ่ายบัญชีหนูเชื่อว่าสามปีที่ผ่านมานี้พวกมันสองคนจะต้องร่วมมือกันโกงเงินบริษัทไปมากกว่าแค่เงินซื้อบ้านเมียเก็บนี่ด้วยแน่ๆ” สุกัญญาพูดกับบิดาที่ตนเองมองไม่เห็น

             

            “เอ่อ… ผมขอไม่ยุ่งกับปัญหาครอบครัวของคนอื่นนะครับ ผมแค่บอกในสิ่งที่คุณกฤษณะบอกมาเท่านั้น”ไตเติ้ลรีบออกตัว 

             

            เวลานี้ชายหนุ่มอยู่ ๆ ก็รู้สึกหนาวสันหลังวูบวาบขึ้นมาอย่างไรก็ไม่รู้เมื่อเห็นมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นมาอย่างสะใจของหญิงสาวทั้งแววตาเหี้ยมเกรียมดั่งมีไฟลุกอยู่ข้างในที่กำลังจ้องมองภาพถ่ายของแม่สาวเมียน้อยหน้าแฉล้มนั่นอีก

             

            ไม่ใช่ว่าผู้หญิงเวลาถูกนอกใจจะเสียใจร้องห่มร้องไห้หรือยังไงกันนะ?

             

            ‘ผู้หญิงที่ร้องไห้เสียใจตอนที่รู้ว่าผัวนอกใจมันเป็นแค่อาการขั้นต้นเท่านั้นแหละพ่อหนุ่มขั้นกลางก็คือดุด่า ไล่ตีให้ผัวสารภาพและตามล่าหาหลักฐานส่วนยัยนิดตอนนี้เป็นขั้นปลายแบบตายเป็นตายถ้าทำให้ผัวมันดีไม่ได้ก็ต้องเล่นงานให้ตายกันไปข้างหนึ่ง’ 

            ลุงเจ้าของบ้านหายแวบจากข้างลูกสาวของตนมาตบบ่าชายหนุ่มเบาๆ อย่างปลอบอกปลอบใจ

             

            ‘ผมเพิ่งรู้ว่าผู้หญิงนี่น่ากลัวมาก…’ ภานุวัฒน์รู้สึกเหงื่อตก 

             

            คุณสุกัญญาที่ก่อนหน้านี้ยังเรียบร้อยพูดจาไพเราะเพราะพริ้งอยู่ดีๆ แค่เพียงพริบตาเดียวท่าทางก็แปรเปลี่ยนไปอย่างกับถูกจิตมารของฆาตกรร้อยศพเข้าสิงเสียอย่างนั้นแหละ 

             

            โชคดีจริง ๆ ที่ชีวิตในชาติภพก่อนไตเติ้ลไม่เคยมีความคิดที่อยากจะแต่งงานผิดพลาดไปนิดเดียวหากได้เมียที่พร้อมบวกอย่างเจ๊คนนี้ขึ้นมา เขาคงหมดโอกาสสิ้นชีพเพราะถูกชั้นหนังสือล้มทับอย่างแน่นอน

             

            ‘ก็ถ้าพ่อหนุ่มทำตัวดี ๆ อยู่ในโอวาท ไม่นอกใจเมียผู้หญิงก็ไม่ปล่อยภาคมารออกมาให้เห็นอย่างนี้หรอก’

            คุณลุงเจ้าของบ้านยังคงปลอบใจว่าที่ผู้เช่าบ้าน 

             

            แอบคิดอยู่ในใจว่าถ้าเจ้าหนุ่มนี่มาเช่าบ้านหลังนี้จริงๆ อย่างน้อยคุณลุงก็ยังวางใจได้หนึ่งเปลาะว่าเจ้านี่ได้เห็นภาคมารของลูกสาวเขาเข้าแล้วแบบนี้น่าจะไม่กล้าเบี้ยวเงิน

             

            ค่าเช่าบ้านกับหนูนิดอย่างแน่นอน.

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K! ที่คุณอ่าน