ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 64 หลังชนฝา
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแว่วเข้ามาในโสตประสาทของคาลอส เสียงนั้นอยู่ค่อนข้างไกลออกไป แต่ประสาทสัมผัสของอเวกระดับที่เจ็ดแข็งแกร่งพอที่จะรับรู้ได้ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เสียงกรีดร้องของมนุษย์
เสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรที่แว่วลอยมา ขัดจังหวะการสนทนาของคู่ชายหญิง
“ชู่ว” ชายหนุ่มยกนิ้วขึ้นมาเหนือริมฝีปาก ส่งเสียงให้หญิงสาวเงียบเอาไว้
หญิงสาวที่กำลังสับสนในอารมณ์ค่อยๆ ตื่นตัวกลับมาอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าตนเองกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างตึงเครียด เมื่อครู่เผลอปล่อยอารมณ์ความรู้สึกมากไปหน่อยจึงคลายความระวังตัวไป
ร่างของชายหนุ่มค่อยๆ กระเถิบลึกเข้าไปด้านโพรงมากขึ้น เคลื่อนตัวคลานไปด้านหน้าช้าๆ เพื่อให้เกิดเสียงน้อยที่สุด
'พวกมันตามมาถึงแล้ว' ชายหนุ่มคิดในใจ เสียงร้องของสัตว์อสูรเป็นเครื่องยืนยันที่ดีที่บ่งบอกว่ามีกลุ่มคนกำลังมุ่งหน้ามาทางด้านนี้ ทั้งยังตรงเข้ามาอย่างเปิดเผย ไม่คิดปกปิดตัวตนแต่อย่างใด
เสียงฝีเท้าของกลุ่มคน เสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรที่ถูกสังหาร ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และยังใกล้มากขึ้นไปอีกจนแทบจะถึงหน้าทางเข้าโพรงเล็กๆ ที่คู่ชายหญิงกำลังหลบซ่อนตัวอยู่
คาลอสและซีเลียระงับลมหายใจของตนเองเอาไว้ ป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายพบเจอพวกเขาได้ง่ายๆ
เสียงของพวกมันวนเวียนอยู่หน้าปากทางเข้าอยู่พักหนึ่งก่อนจะค่อยๆ ทยอยเดินหน้ากันต่อไป
เมื่อเสียงฝีเท้าสุดท้ายได้จากไป คาลอสถึงกล้าหายใจออกอีกครั้ง ตามมาด้วยซีเลียที่ผ่อนลมหายใจออกตามมาติดๆ หลังจากเห็นคาลอสส่งสัญญาณว่าปลอดภัยแล้ว
หญิงสาวโล่งใจที่อีกฝ่ายไม่ได้พยายามสำรวจโพรงแห่งนี้ ถึงจะคิดว่าที่นี่ปลอดภัยเพราะสมัยก่อนนางเคยมาวิ่งเล่นแอบสัตว์อสูรอยู่ที่นี่ยามที่พ่อของนางพามาหาประสบการณ์การต่อสู้ แต่ในใจก็แอบหวั่นอยู่เล็กน้อยว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจโครงสร้างดันเจี้ยนมากกว่านางหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง ทั้งตัวนางและชายหนุ่มที่มาด้วยคงหลบอยู่ที่นี่ได้ไม่นานนัก
ช่วงเวลาอันน่าอึดอัดผ่านไปนานนับชั่วโมง หนึ่งหญิงหนึ่งชายค่อยๆ คลายความกังวลลงหลังจากกลุ่มที่ไล่ติดตามไม่เข้ามาสำรวจภายในรอยแยกเล็กๆ ตรงผนังจุดนี้ ดูเหมือนว่าคนเหล่านั้นจะไม่ทราบว่ามีสถานที่เช่นนี้อยู่ หรือไม่ได้คาดคิดว่าทั้งคู่จะสามารถหลบซ่อนเข้ามาในรอยแยกดังกล่าวได้
เสียงด้านนอกเงียบมาสักพัก แม้แต่เสียงสัตว์อสูรก็ไม่มีให้ได้ยิน พวกมันอาจจะหนีกระเจิงกันไปหมดแล้วในตอนที่กลุ่มอเวกผ่านทางมาก่อนหน้านี้
ทุกอย่างนิ่งสนิท เงียบจนคู่ชายหญิงที่คลายกังวลไปได้แล้วกลับมารู้สึกกังวลอีกครั้ง
'นี่มันไม่เงียบไปหน่อยหรือ' ทั้งคู่คิด ความเงียบสงบเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งความเงียบนิ่งก็เป็นเหมือนสัญญาณบอกเหตุถึงคลื่นความไม่สงบที่กำลังก่อตัว
โดยเฉพาะตอนนี้ ทุกอย่างเงียบจนเหมือนกับไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย ไม่มีลม ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงร้องของสัตว์อสูรดังแว่วมาจากที่ไกลๆ
“เจ้ารู้สึกแปลกๆ หรือไ.....” หญิงสาวเอ่ยปากถามชายหนุ่มหลังจากนิ่งเงียบมานาน แต่ไม่ทันที่จะพูดจบก็ถูกขัดจังหวะเข้าเสียก่อน
ตูม!
มีแรงกระแทกอย่างรุนแรงมาจากหน้าโพรงที่คนทั้งคู่มุดเข้ามา ทำลายความเงียบโดยรอบทั้งหมดในทันที
ตูม ตูม ตูม!
เสียงกระแทกดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง กลิ่นอายอันทรงพลังจากภายนอกพวยพุ่งเข้ามาถึงด้านในจนคาลอสและซีเลียรู้สึกได้
เหมือนว่าบุคคลภายนอกพยายามจะใช้พลังกายทำลายปากโพรงเพื่อเปิดช่องทางให้กว้างออก ใส่พลังโจมตีอย่างเต็มที่ ทุบทำลายทางเข้าไม่ยั้ง
คาลอสจ้องไปด้านหน้าตาไม่กะพริบ มือขวาเอื้อมไปดึงร่างของซีเลียมาไว้ข้างกาย มือซ้ายกระชับด้ามขวานแน่น เตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดต่อจากนี้
ช่องทางที่ค่อยๆ เปิดกว้างออกเผยให้เห็นรูปลักษณ์ของผู้ที่กำลังทุบทำลายผนังดิน เป็นชายร่างใหญ่ มองเพียงแวบแรกก็รู้ชัดเจนว่าคนผู้นี้คือดาเรียสมือขวาของเจ้าเมือง B-24 ที่ด้านข้างของเขามีอเวกระดับหกติดตามมาด้วยหนึ่งคน
“ไอ้หนูสกปรก! เจ้ามามุดรูหลบอยู่ที่นี่นี่เอง มาดูซิว่าเจ้าจะหนีไปไหนได้อีก!” ดาเรียสมองผ่านช่องแคบเล็กๆ เข้าไปด้านใน เห็นเป้าหมายที่กำลังตามหา
ตูม ตูม!
“ยอดเยี่ยมมากบรูโน่ ความชำนาญเส้นทางภายในดันเจี้ยนของเจ้าไม่ธรรมดาจริงๆ เมื่อกลับไปข้าจะมอบรางวัลให้เจ้าเพิ่ม ให้เหมาะสมกับผลงานที่เจ้าทำในวันนี้” ดาเรียสกล่าวออกเบาๆ ให้ผู้ติดตามได้ยิน สองมือยังคงทุบทำลายช่องทางต่อไปไม่หยุดหย่อน
ชายหนุ่มที่อยู่ด้านในโพรงจ้องเขม็งไปที่ชายร่างใหญ่ตรงหน้า โพรงดินแห่งนี้เป็นเพียงโพรงเล็กๆ มีทางเข้าออกแค่ทางเดียว ไม่มีเส้นทางหนีทางอื่นอีก ต่อให้เขาอยากจะหันหลังกลับก็ไม่สามารถทำได้ มีแต่จะต้องเผชิญหน้ากันตรงๆ เท่านั้น
แน่นอนว่าฝ่ายตั้งรับอย่างเขาย่อมได้เปรียบมากกว่าในการโจมตีสวนกลับไป แต่สำหรับการหลบหนีถือได้ว่ายากเย็นอย่างยิ่ง
คาลอสมองขวานในมือสลับกับโพรงที่ค่อยๆ เปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ
โดยทั่วไปแล้ว อเวกปกติจะไม่สามารถโจมตีในระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพนักหากไม่มีทักษะพิเศษหรืออาวุธโจมตีระยะไกล อเวกส่วนใหญ่จะเด่นในด้านพละกำลัง ใช้พลังงานหล่อเลี้ยงเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไป
แต่หากคิดจะรวบรวมพลังงานแล้วปล่อยสู่ภายนอก นับเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะสามารถจัดการศัตรูในระดับเดียวกันได้ อย่างดีที่สุดก็สามารถสังหารอเวกที่ระดับต่ำกว่าตนเองได้สองถึงสามระดับ หากเป็นอเวกที่มีระดับพลังใกล้เคียงกัน เรื่องนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ทว่า...คาลอสนั้นต่างออกไป
ขวานด้านสั้นในมือของเขาเป็นอาวุธระยะประชิดก็จริง แต่มันก็เป็นอาวุธวิเศษที่อัดแน่นด้วยพลังงานธาตุไฟอันมหาศาล หากควบคุมให้ดี พลังงานธาตุไฟนี้สามารถนำออกมาโจมตีผู้คนระยะไกลได้ และคาลอสเองก็มีการเชื่อมต่อกับขวานมากเพียงพอที่จะอนุญาตให้เขาดึงพลังของมันออกมาใช้ได้
สายตาของชายหนุ่มจับจ้องไปที่ปากทางเข้า รอคอยจังหวะที่เหมาะสม
ในที่สุดจังหวะที่เหมาะสมก็มาถึง......ปากทางเข้าด้านหน้าถูกทุบทำลายด้วยกำลังของอเวกระดับเจ็ดขั้นสูงสุดจนมีขนาดกว้างมากพอให้คนคนหนึ่งเดินผ่านเข้ามาได้
คาลอสสื่อสารกับพลังงานในตัวขวาน แสงสีแดงเปล่งประกาย เขายกขวานขึ้นแล้วตวัดไปด้านหน้าด้วยความว่องไว
การตวัดขวานครั้งนี้เป็นเหมือนการฟันอากาศ ไม่มีเป้าหมายในระยะคมขวานแม้แต่ชีวิตเดียว ทว่าหลังจากที่ขวานถูกเหวี่ยงออกไป รังสีความร้อนก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากปลายคมขวาน พุ่งตรงเป็นวงรีไปที่เบื้องหน้า
แม้จะมองเห็นไม่ชัด แต่ชายร่างใหญ่รับรู้ได้ถึงความอันตรายที่เข้ามาใกล้ทันที ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน พยายามจะถอยหลังกลับ แต่การเคลื่อนไหวของเขามันช้าเกินไป คลื่นรังสีความร้อนเข้ามาประชิดตัวของเขาตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเท้าถอยหลัง
เมื่อเห็นว่าหลบหนีไม่ทัน ชายร่างใหญ่ก็เกร็งพลังเข้าต่อต้านคลื่นพลังที่พุ่งเข้ามา คลื่นพลังส่วนใหญ่ปะทะเข้าใส่ดาเรียส บางส่วนก็พุ่งไปหาชายผู้ติดตามที่เป็นเพียงอเวกระดับหก
ร่างของทั้งคู่ถูกโจมตี กระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร หน้าแขนที่ดาเรียสใช้รับการโจมตีไหม้เกรียมเป็นทางยาว ส่วนอเวกระดับหกที่ติดตามมากระเด็นลอยจนเกือบจะถึงผนังอีกฝั่ง ผิวหนังบริเวณส่วนที่ถูกโจมตีก็ไหม้เกรียม เสื้อผ้าถูกเผาทำลายเป็นหย่อมๆ
ไม่ทันที่คนทั้งคู่จะตั้งสติได้ ร่างของชายหนุ่มที่กระชับหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนแน่นก็พุ่งออกมาจากซอกเล็กๆ ถีบเข้าที่หน้าอกของชายร่างใหญ่ เพื่อสร้างแรงส่งให้ตนหลบหนีออกไปในเส้นทางที่ลึกขึ้น ทั้งยังเป็นการผลักอีกฝ่ายให้ล่าถอยกลับไป เพิ่มระยะการหลบหนีให้ตนเอง
ร่างของคาลอสพุ่งหนีลึกเข้าไปในดันเจี้ยนด้วยความเร็วสูง และเมื่อดาเรียสตั้งตัวได้อีกครั้ง เขาก็ขมวดคิ้วมองอาการบาดเจ็บของอเวกระดับหกที่ติดตามตนมา ใครจะรู้เล่าว่าศัตรูสามารถใช้พลังงานโจมตีระยะไกลได้รุนแรงเพียงนี้
เมื่อเห็นว่าอาการของผู้ติดตามไม่ได้ร้ายแรงถึงตาย แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะตามล่าคาลอสต่อไป ดาเรียสก็บอกให้ชายคนดังกล่าวพักอยู่ที่นี่ ส่วนตนจะติดตามต่อไปเอง
หนึ่งหญิงหนึ่งชายยังคงมุ่งหน้าหลบหนีตามทางมาเรื่อยๆ ตอนนี้เขาไม่สนใจแล้วว่าตนเองจะต้องมุ่งหน้าไปทิศทางไหน เพียงแค่หนีจากผู้ที่ไล่ตามมาให้พ้นก็พอ แต่ว่าคาลอสเองก็ไม่สามารถสงบใจลงได้ ใบหน้าดูตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา
'มากันแค่สองคน แปลว่าพวกมันจะต้องกระจายตัวกันค้นหาพวกเราเป็นแน่ ขณะที่เราหลบหนีต่อไป อาจจะเจอเข้ากับพวกนั้นอีกกลุ่มก็เป็นได้'
ถ้าเป็นอเวกระดับหกก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่หากเจอเข้ากับอเวกระดับเจ็ดคงลำบากไม่น้อย เมื่อคาลอสคิดถึงชายร่างใหญ่ที่กำลังตามเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ การเจอกับอเวกระดับที่เจ็ดอีกสักคนก็ไม่ต่างไปจากหนีเสือปะจระเข้
ชายหนุ่มคิดวนเวียนอยู่ในหัวขณะอุ้มร่างของหญิงสาวพุ่งตัวหลบหนีไปตามทาง
เขาเบี่ยงตัวหลบหนีไปทางซ้ายบ้าง เข้าช่องทางขวาบ้าง บางครั้งก็ตรงต่อมาเรื่อยๆ ไม่ได้หยุดฝีเท้าเลยแม้แต่เสี้ยววินาที เส้นทางที่หลบหนีสะเปะสะปะจนหญิงสาวเองก็ไม่แน่ใจแล้วเช่นกันว่าตอนนี้ทั้งคู่อยู่ส่วนไหนในดันเจี้ยน
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ เขารู้เพียงว่าชายร่างใหญ่เข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานคงคว้าตัวเขาได้
ปลายเท้าของคาลอสสะกิดพื้นดินพุ่งไปด้านหน้าไม่มีหยุด จนในที่สุดเขาก็เข้ามาอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่
แม้รอบข้างจะเป็นกำแพงดิน แต่พื้นที่ตรงกลางเหมือนเป็นลานหินขนาดใหญ่ มีเสาล้อมรอบห้องโถงนี้กว่าสิบสองต้น พื้นที่ตรงกลางมีปะรำพิธีตั้งเอาไว้ ด้านในมีก้อนทรงกลมสีฟ้าเรืองแสงกำลังลอยอยู่
คาลอสชะลอฝีเท้าทันทีที่เข้ามาถึงห้องโถงขนาดใหญ่แห่งนี้
ไม่ใช่เพราะเขาตกใจกับสถานที่ที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แต่เป็นเพราะห้องโถงแห่งนี้มีช่องทางเข้าออกหลายทิศทาง
ถ้ามันมีแค่นั้นก็คงจะดี เขาคงไม่ได้คิดอะไรมากและเลือกสักเส้นทางเพื่อหลบหนีต่อไป
แต่ความเป็นจริงไม่ได้สวยหรูเช่นนั้น เกือบทุกทางเข้าออก มีคนของดาเรียสเฝ้าช่องทางเอาไว้หมดแล้ว คาลอสยังแอบเห็นผู้อาวุโสสามและผู้อาวุโสห้าจากตระกูลเดสมอนยืนบังเส้นทางบางแห่งอยู่อีกด้วย
ร่างของคาลอสอยู่ข้างแท่นปะรำพิธี กวาดสายตามองกลุ่มคนที่อยู่รอบห้อง เหมือนพวกมันจะตามเสียงการไล่ล่าของคาลอสและชายร่างใหญ่มา หรือไม่ก็วางแผนจะจัดการเขาในห้องโถงแห่งนี้อยู่แล้ว
คาลอสกระชับด้ามขวานแน่น หากจำเป็นต้องสู้ เขาก็พร้อมจะสู้สุดชีวิต ก่อนหน้านี้เขายังมีความเกรงใจคนของเจ้าเมืองอยู่บ้าง แต่ในสถานการณ์จนตรอกเช่นนี้ หากมัวแต่ยั้งมือ สถานการณ์มีแต่จะยิ่งแย่ลงไปอีก