บทที่ 35 ฉันจะไปนอนกับใครแล้วเกี่ยวอะไรกับเธอ?
เฉินเซิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะเจอศัตรูหัวใจเก่าทันทีที่ออกมาจากโรงแรมกับหลี่ซานซาน
เขารู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้น่าสนใจมาก
ในโลกนี้จะมีเรื่องอะไรที่น่าตื่นเต้นไปกว่าการได้ครอบครองแฟนสาวของคนที่เคยเป็นคู่อริ แถมยังกอดเธอโชว์ต่อหน้าต่อตาอีกฝ่าย
เฉินเซิงเหลือบมองฮวาปู้ลั่วอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงหลี่ซานซานเข้ามาแนบอก ร่างกายของทั้งสองแนบชิด ท่าทางดูคลุมเครือ หน้าอกอวบอิ่มของหลี่ซานซานถูกบีบแนบกับอกของเฉินเซิง
เมื่อเห็นหน้าอกของตัวเองถูกบีบจนเสียรูป และแก้มแนบชิดกับอกของเฉินเซิง หลี่ซานซานก็รู้สึกอายเล็กน้อย
แต่ถ้าเธอผลักเฉินเซิงออกไป เธอก็กลัวเป็นห่วงว่าจะทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่าย เธอจึงได้แต่ปล่อยให้เฉินเซิงกอดเธอไว้แน่น
เฉินเซิงพอใจกับปฏิกิริยาของหลี่ซานซานมาก
เมื่อเห็นท่าทางโกรธจัดของฮวาปู้ลั่ว เขาจึงยิ่งยั่วโมโหอีกฝ่าย “ที่เราอยู่ที่นี่ ก็เพราะว่าเมื่อคืนเราสองคนเปิดห้องพักด้วยกัน ซานซานกลายเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลกไปแล้วเมื่อคืนนี้”
เมื่อเห็นหลี่ซานซานดูสวยขึ้นและมีเสน่ห์มากขึ้น ฮวาปู้ลั่วก็รู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังถูกบีบรัด เขาไม่คิดว่าเฉินเซิงจะโกหก
ฮวาปู้ลั่วเคยเล่นสนุกกับผู้หญิงมามาก เขารู้ดีว่าผู้หญิงจะมีสีหน้าแบบนี้ ก็ต่อเมื่อเพิ่งผ่านมือผู้ชายมา
ตอนที่เขาเจอหลินเสวี่ยเอ๋อร์ครั้งแรก เขาก็ชอบเธออย่างจริงใจและพยายามตามจีบเธอ แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างต้องพังลงเพราะเฉินเซิง
หลังจากนั้น เขาก็ได้เจอกับหลี่ซานซานที่ดูด้อยกว่าหลินเสวี่ยเอ๋อร์เล็กน้อย เมื่อรู้ว่าภูมิหลังครอบครัวของหลี่ซานซานสามารถช่วยเหลือเขาในหน้าที่การงานได้ เขาก็หันไปตามจีบหลี่ซานซานแทน แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวเพราะเฉินเซิงอีกเช่นเคย
และในระหว่างการปะทะกันครั้งหนึ่งกับเฉินเซิง ฮวาปู้ลั่วก็กลายเป็นคนพิการไปในที่สุด
เมื่อเห็นแฟนเก่าอยู่ในอ้อมกอดของเฉินเซิง แถมหลี่ซานซานยังดูไมได้ต่อต้านอะไรเลยซักนิด ตอนที่เขาคบกับหลี่ซานซาน เธอยังไม่เคยยอมให้เขากอดแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ทั้งสองกลับมาสวีทกันต่อหน้าต่อตา
ฮวาปู้ลั่วทนเห็นภาพบาดตาแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป
“เสี่ยวซาน ผมจริงใจกับคุณมากแท้ๆ แต่คุณกลับแอบมาเปิดห้องกับคนอื่น คุณทำร้ายความรู้สึกของผมได้ลงคอเหรอ?” ฮวาปู้ลั่วพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด
หลี่ซานซานไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ดีว่าสาเหตุที่ฮวาปู้ลั่วยังตามตอแยเธอหลังจากที่พิการไปแล้ว ก็เพราะว่าเขาเล็งเห็นผลประโยชน์จากครอบครัวของเธอ ไม่ใช่ตัวเธอจริงๆ
ในฐานะลูกสาวของข้าราชการ เธอไม่ได้รังเกียจการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างครอบครัว แต่เธอยอมรับไม่ได้ที่จะต้องใช้ชีวิตร่วมกับขันทีไปตลอดชีวิต
ดังนั้นเธอจึงพยายามหลบหน้าฮวาปู้ลั่วมาตลอด ไม่คิดว่าวันนี้จะมาเจอเขาในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนี้
“ฮวาปู้ลั่ว เรื่องระหว่างเราจบไปนานแล้ว ถ้าคุณยังเอาเรื่องเก่าๆ พวกนั้นมาพูดอีก ฉันจะไม่ไว้หน้าคุณอีกต่อไป” หลี่ซานซานพูดด้วยสีหน้าเย็นชา
หลี่ซานซานหยุดพักแล้วพูดต่อ “แล้วก็ ถ้าคุณยังเรียกฉันต่อหน้าคนอื่นว่าเมียน้อยอีก ฉันไม่รังเกียจที่จะหาคนมาหักขาอีกสองข้างของคุณ”
ครอบครัวของหลี่ซานซานมีอิทธิพลกว่าฮวาปู้ลัวมาก เธอจึงกล้าพูดแบบนี้กับอีกฝ่าย
เฉินเซิงยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ แล้วพาหลี่ซานซานขึ้นรถไป
เมื่อเห็นท่าทางอวดดีของเฉินเซิง ฮวาปู้ลั่วก็โมโหจนแทบจะพุ่งเข้าไปสู้กับเขา แต่เมื่อคิดว่าตัวเองไม่มีทางสู้ได้ เขาก็ได้แต่กล้ำกลืนความโกรธไว้ สายตาที่มองเฉินเซิงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
เฉินเซิงไปส่งหลี่ซานซานที่หน้าบ้าน ก่อนจากกันเขาก็จูบแก้มเนียนๆ ของเธอไปหนึ่งที ท่ามกลางความเขินอายของหลี่ซานซาน จากนั้นเขาก็ขับรถกลับบ้าน
เมื่อกลับถึงบ้าน ซ่างกวนเหยียนในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น กำลังฝึกโยคะอยู่ในห้องนั่งเล่น เธอค่อยๆ เหยียดแขน ยืดขา โชว์รูปร่างที่สวยงาม ยามที่หน้าอกอวบอิ่มสั่นไหว ก็ยิ่งดูเย้ายวนเป็นพิเศษ
หลิวเหมียวเหมี่ยวยังคงอยู่ที่บ้านของเฉินเซิง เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์ เธอจึงไม่ได้ไปโรงเรียน
เมื่อเห็นเฉินเซิงกลับมาสาวน้อยแสนสวยคนนี้ยื่นปากจนแทบแขวนขวดน้ำมันได้
“เมื่อคืนพี่ไปเที่ยวเตร่ที่ไหนมา ทำไมเพิ่งรู้จักกลับมาตอนนี้?” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดอย่างไม่พอใจ
“เด็กน้อย ฉันจะไปไหนมา ไม่เห็นต้องรายงานเธอก่อนซักหน่อย” เมื่อเห็นหลิวเหมียวเหมี่ยวกินนอนอยู่ที่นี่ แล้วยังจะมาควบคุมเขาอีก เฉินเซิงจึงตีสะโพกผายกลมกลึงของเธอไปหนึ่งที
“พี่ออกไปตั้งแต่เมื่อวานเย็น ฮือๆ... รู้ไหมว่าฉันกินข้าวไม่ลงเลยนะ” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตา
“ธอกำลังจะบอกว่าอาหารที่ฉันทำไม่อร่อยอย่างนั้นเหรอ?”ซ่างกวน เหยียนถามขึ้นขณะเดินเข้ามาสมทบ
หน้าอกอิ่มเอมของเธอสั่นไหวไปมาขณะที่เธอก้าวเข้ามาใกล้ เหมือนกับระเบิดน้ำลึกสองลูก
ซ่างกวนเหยียนมองหลิวเหมียวเหมี่ยวด้วยสายตาเย็นชา เมื่อได้ยินคำพูดนั้น
“ไม่ใช่ค่ะ... พี่ซ่างกวนเหยียน ฉันหมายถึงอาหารที่พี่เฉินทำถูกปากฉันมากกว่า” แม้ว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวจะเพิ่งรู้จักกับซ่างกวนเหยียนไม่นาน แต่เธอก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนนิสัยไม่ดี จึงไม่กล้าทำให้ซ่างกวนเหยียนไม่พอใจ
หลิวเหมียวเหมี่ยวเดินเข้าไปใกล้เฉินเซิง ดมกลิ่นเขาเบาๆ แล้วร้องออกมาทันที “พี่เขย เมื่อคืนนี้ไปค้างกับผู้หญิงที่ไหนมา!”
“พูดอะไรของเธอ เมื่อคืนฉันบังเอิญไปเจอเพื่อน ดื่มหนักไปหน่อย เลยไม่ได้กลับมา…”
หลิวเหมียวเหมี่ยวเบิกตากว้าง “ยังจะโกหกฉันอีก พี่มีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงติดตัวมาด้วย กลิ่นแบบนี้มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นแหละที่มี เมื่อคืนพี่ต้องออกไปทำอะไรไม่ดีแน่ๆ”
“เสื้อผ้าของเธออาจจะไปโดนตัวฉัน ฉันก็เลยได้กลิ่นน้ำหอมจากเสื้อผ้าเธอมั้ง” เฉินเซิงแก้ตัว
“ไม่ใช่ซะหน่อย” หลิวเหมียวเหมี่ยวส่ายหัว “กลิ่นมันแรงขนาดนี้ คงไม่ได้มาจากการโดนเสื้อผ้าแน่ๆ เมื่อคืนพี่ต้องไปค้างกับผู้หญิงคนอื่นมาแน่ๆ”
เฉินเซิงไม่คิดจะอธิบายอะไรอีกต่อไป เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ต่อให้ฉันไปหาผู้หญิงมา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ เธอเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ จะมายุ่งอะไรกับฉัน”
“ฉัน... ฉัน…” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดตะกุกตะกัก เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา ถึงแม้ว่าเธอจะเรียกเขาว่าพี่เขยทุกวัน แต่หลิวซือซือก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเฉินเซิงเลยซักนิด
หลิวเหมียวเหมี่ยวหันไปมองซ่างกวนเหยียน ดวงตากลมโตเป็นประกาย
“พี่ซ่างกวนเหยียน เมื่อคืนลุงเฉินออกไปหาผู้หญิง เราต้องร่วมมือกันสั่งสอนเขา ไม่งั้นเขาจะยิ่งเหลวไหลไปกันใหญ่”
“ยัยเด็กบ้า” ซ่างกวนเหยียนมองหลิวเหมียวเหมี่ยวอย่างรำคาญ ก่อนจะเดินกลับห้องไป
เธอรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองเป็นใคร จะไปยุ่งเรื่องของเฉินเซิงทำไม
ในขณะที่หลิวเหมียวเหมี่ยวกำลังหงุดหงิดจนหน้าบูด เฉินเซิงก็ทิ้งท้ายไว้ว่า “ยัยนี่เพี้ยนไปแล้ว” ก่อนจะเดินออกไป
“ตาแก่ นายกล้าด่าฉันแบบนี้เหรอ รอวันฉันขึ้นคร่อมนายก่อนเถอะ ฉันจะทำให้นายแทบขาดใจตายไปเลย”หลิวเหมียวเหมี่ยวยกเท้าขึ้น เตะรองเท้าแตะไปที่ประตู แล้วสบถด่าเฉินเซิงอย่างเจ็บใจ
เฉินเซิงกับซ่างกวนเหยียนกลับห้องไปแล้ว จึงไม่มีใครสนใจหลิวเหมียวเหมี่ยว
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ เธอก็ได้แต่เดินไปเก็บรองเท้าแตะด้วยความหงุดหงิด แล้วด่าผู้หญิงคนนั้นกับเฉินเซิงอยู่ในใจ
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น หลิวเหมียวเหมี่ยวรับสายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ฮัลโหล ใครคะ?”
“แม่เอง…”
“ฉันก็แม่เธอเหมือนกันนั่นแหละ พูดจารู้เรื่องรึเปล่าเนี่ย?” จู่ๆ หลิวเหมียวเหมี่ยวก็ได้สติ “แม่เหรอคะ โอ๊ย... ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ได้ด่าแม่ หนูแค่โดนพี่เขยทำให้โมโห เลยเผลอพูดอะไรออกไป…”
“อะไรนะ พี่สาวเธอมีแฟนแล้วเหรอ แม่กับพ่อกำลังหนักใจเรื่องนี้พอดี เธอก็อายุ 24 ปีแล้ว ยังหาแฟนไม่ได้ซักที แบบนี้มันยังไงกัน?” เสียงผู้หญิงที่ฟังดูอ่อนโยนดังมาจากปลายสาย “แล้วแฟนพี่เธอเป็นคนที่ไหน ทำงานอะไร หน้าตาเป็นยังไง เรื่องแบบนี้จะปล่อยปละละเลยไม่ได้นะ แม่กับพ่อจะไปดูตัวให้พรุ่งนี้เช้า…”
“แย่แล้ว คราวนี้ฉันทำเรื่องใหญ่แล้ว” เมื่อได้ยินว่าพ่อแม่จะมา หลิวเหมียวเหมี่ยวก็ร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก
เธอถือโทรศัพท์มือถือ วิ่งตรงไปที่ห้องของเฉินเซิงทันที
“พี่เขย คราวนี้พี่ต้องช่วยฉันนะ ไม่งั้นฉันตายแน่” หลิวเหมียวเหมี่ยวผลักประตูเข้าไปอย่างรีบร้อน
เธอเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเฉินเซิงนอนเปลือยกายอยู่บนเตียงแถมส่วนนั้นของเขาก็ชี้โด่เด่อย่างน่ากลัว