"แล้วที่ว่ามีจิตวิญญาณเป็นของตนเองนี่มันเป็นแบบไหนกัน?"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาอย่างใคร่รู้
"การที่ดวงจิตดวงหนึ่งมีจิตวิญญาณเป็นของตนเอง ก็เปรียบเสมือนกับมีความนึกคิด สามารถสื่อสารโต้ตอบกับนายท่านได้ค่ะ!"เสียวถ่งตอบกลับมาตามปกติ
"เหมือนกับเจ้านะหรือ?"
"ใช่ค่ะนายท่าน!"เสี่ยวถ่งตอบรับมาเพียงสั้นๆ
"แล้วดวงจิตมังกรที่อยู่ในตัวข้าเล่า จะไม่หายไปหรืออย่างไรกัน?"เทียนฉินถามออกมาอย่างสงสัย
"อันที่จริงแล้วดวงจิตมังกรตนนั้นก็คือจิตวิญญาณดวงหนึ่ง ซึ่งเมื่อถูกระบบทำการหลอมรวมกับดวงจิตอัคนีแล้วนั้น จะยังคงสภาพอยู่ในรูปแบบจิตวิญญาณของมังกรเหมือนเดิม"
"เพียงแต่ว่าเมื่อถูกหลอมรวมเข้ากับดวงจิตอัคนีแล้ว จะทำให้ไม่สามารถแยกออกไปจากนายท่านได้อีกต่อไป ยกเว้นก็ต่อเมื่อนายท่านหมดลมหายใจหรือตายแล้วเท่านั้น!"เสี่ยวถ่งตอบกลับมาอย่างยืดยาวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
"หืม!"
"ถ้ามีผู้อาวุโสหลงคอยช่วยชี้แนะข้าอีกแรง การฝึกฝนในวันข้างหน้าคงเป็นไปได้อย่างราบรื่นอย่างแน่นอน"
เทียนฉินครุ่นคิดถึงคำบอกเล่าของเสี่ยวถ่ง ตั้งแต่ที่เขาได้มาอยู่ในโลกนี้ ตัวเขาก็เริ่มฝึกฝนวิชายุทธ์อยู่เพียงลำพังคนเดียว ส่วนการเป็นศิษย์ของอาจารย์เสิ้นจื่อเขาก็หวังแค่ทรัพยากรในการฝึกฝนเพียงเท่านั้นเอง
"แล้วข้าจะเอ่ยบอกกับอาวุโสหลงอย่างไรดี!"เทียนฉินกังวลว่าหลงยู่หมิงจะไม่ตอบตกลงกับเขาเป็นแน่ เมื่อรู้ว่าดวงจิตของเขาจะต้องอยู่ติดตามเขาไปตลอด
ในขณะที่เทียนฉินครุ่นคิดอยู่นั้น มังกรเพลิงที่อยู่ด้านหลังได้หยุดดูดกลืนจิตวิญญาณธรรมชาติแล้ว เขาพบว่าอากาศรอบด้านล้วนแห้งแล้งไม่มีกระแสพลังงานหลงเหลืออยู่เลย แม้แต่สระมังกรเพลิงโลกันตร์ก็หลงเหลือเพียงคราบน้ำสีดำ ที่เกิดจากการขับถ่ายสิ่งปนเปื้อนออกมาจากพิธีชำระร่างกายเท่านั้นเอง
เทียนฉินกระโดดขึ้นมาอยู่ริมสระก่อนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่อย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาเปล่งประกายแสงพลังออกมาบางๆรอบตัว กล้ามเนื้อทุกส่วนล้วนแต่งตึงแข็งแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ได้เวลาที่ข้าต้องเดินทางกลับนิกายแล้ว!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมีความสุข
"ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้วเหมือนกัน!"หลงยู่หมิงกล่าวออกมาอย่างเฉยเมย
"หืม!"
"อาวุโสหลงจะไปที่ใดกันหรือ?"เทียนฉินที่ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
"ข้าคงกลับไปอยู่กับเผ่าพันธุ์ของข้าในสุสานที่เจ้าสร้างขึ้นมานั่นล่ะ!"หลงยู่หมิง
กล่าวออกมาอย่างปลงตก
"ท่านไม่สนใจจะออกไปค้นหาเผ่าพันธุ์ของท่านกับข้าหรือ?"เทียนฉินที่ได้ยินน้ำเสียงแปลกๆเลยลองถามหยั่งเชิงดู
"เฮ่อ!"
"นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของข้าเท่านั้นเอง!"
"ถึงแม้ว่าข้าอยากจะออกไปตามหา
สมาชิกเผ่าพันธุ์ที่เหลืออยู่สักเท่าไรก็ตาม"
"แต่คงเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันเท่านั้นเอง เพราะดวงจิตของข้าคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว!"
หลงยู่หมิงทอดถอนใจออกมาพลางบอกกล่าวถึงระยะเวลาที่ดวงจิตของเขาจะสามารถคงอยู่ได้
"แล้วถ้าหากข้าสามารถทำให้ท่านคงอยู่ตลอดไปได้กันละ!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆ
"ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอกเด็กน้อยเอ๋ย!"
"ทำไมอาวุโสหลงไม่ลองดูกันเล่า ว่าสิ่งที่ข้าเอ่ยออกมานั้นล้วนเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?"เทียนฉินยังเซ้าซี้ไม่เลิก
"เจ้าแน่ใจจริงรึ?"หลงยู่หมิงกล่าวออกมาอย่างไม่มั่นใจ
"จริงแท้แน่นอนอยู่แล้ว!"
"เพียงแต่ว่าถ้าทำตามวิธีของข้าแล้ว ท่านจะไม่สามารถออกจากร่างกายของข้าไปได้อีกต่อไป"เทียนฉินเอ่ยออกไปอย่างตรงๆ
"ไหนเจ้าลองบอกวิธีของเจ้ามาให้ข้าได้รู้ก่อน แล้วข้าจะเป็นคนตัดสินใจเอง!"หลงยู่หมิงกล่าวตอบออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ
หลังสิ้นเสียงของหลงยู่หมิงเทียนฉินก็ได้เริ่มอธิบายถึงวิธีการของเขา ซึ่งก็เป็นไปตามที่เสี่ยถ่งบอกเล่าให้เขาฟัง นั่นคือการหลอมรวมเข้ากับดวงจิตอัคนีนั่นเอง
"ได้! ข้าตกลง"
หลงยู่หมิงที่ได้ฟังสิ่งที่เทียนฉินบอกกล่าวมา ก็ตัดสินใจได้ไม่ยากสักเท่าไหร่ ยิ่งเวลาที่เหลืออยู่ของเขามีไม่มากนัก บวกกับการหลอมรวมดวงจิตของเขาเข้ากับดวงจิตอัคนี ทำให้เขามีความมั่นใจขึ้นมาว่า ด้วยการหลอมรวมเช่นนี้จะทำให้เขาได้ออกตามหาสมาชิกที่เหลือของเผ่าพันธุ์มังกรเพลิงโลกันตร์ได้อย่างแน่นอน
เมื่อได้ตัดสินใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เทียนฉินก็รีบนั่งลงก่อนเรียกเสี่ยงถ่งทันที
"เสี่ยงถ่ง!"
"ค่ะ!นายท่าน"เสียวถ่งตอบรับกลับมาอย่างรวดเร็ว
"เริ่มหลอมรวมดวงจิตทั้งสองได้เลย!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น
"ได้ค่ะ!นายท่าน"
"ระบบกำลังเริ่มทำการหลอมรวมดวงจิตอัคนีกับดวงจิตมังกรเพลิงโลกันตร์เข้าด้วยกัน"
ในขณะที่เสี่ยวถ่งกำลังส่งเสียงแจ้งเตือนมานั้นเอง
โฮก!
เสียงกู่ก้องร้องคำรามของมังกรเพลิงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขา สัตว์อสูรน้อยใหญ่ที่อยู่รอบบริเวณล้วนพากันแตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ส่วนสัตว์อสูรที่มีเศษเสี้ยวของสายเลือดมังกรปะปนอยู่ต่างหมอบคลานสั่นสะท้านด้วยความหวาดผวา ไม่กล้าแม้แต่จะแหงนหน้าขึ้นมามองทางต้นเสียง
เงาร่างมังกรเพลิงสีดำสลับส้มบินวนอยู่ภายในหุบเขา เทียนฉินลืมตาขึ้นมามองก็พบว่ามังกรเพลิงตัวนี้มีความคล้ายคลึงกับหลงยู่หมิงเป็นอย่างมาก ความแตกต่างมีเพียงอย่างเดียวคือเปลวเพลิงสีส้มที่ตัดสลับกับเพลิงสีดำนั่นเอง
ณ แนวเทือกเขาเขตชายแดนทางด้านชายป่าของฝั่งแคว้นชิง
ชายหนุ่มชุดดำหน้าตาเจ้าเล่ห์ผู้หนึ่ง กำลังกระตุ้นพลังปราณเข้าใส่กระบี่ยาวแวววาวเพื่อต่อสู้กับอสรพิษตัวเขื่องอยู่บริเวณนั้น
หลังจากที่ร่างที่เขาเคลื่อนไหวต่อสู้กับอสรพิษอยู่ได้ไม่นาน หัวอสรพิษขนาดใหญ่นั้นก็ถูกตัดขาดลงมาท่ามกลางผืนป่าที่หักโค่น
จากนั้นจึงได้ม้วนตัวตีลังกาลงบนพื้นอย่างมั่นคง พลันจ้องมองดูร่างอสรพิษที่กระตุกอยู่บนพื้นครู่หนึ่ง แล้วจึงนำกระบี่ยาวเก็บเข้าฝักที่สะพายไว้อยู่ด้านหลังด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก
"หืม!"
"นั่นมันเสียงอะไรกัน!"
"หรือว่ามีสมบัติล้ำค่าถือกำเนิดขึ้นที่เทือกเขาแห่งนี้!"
ชายหนุ่มชุดดำคนนั้นไม่รอช้า เพียงพริบตาร่างนั้นก็ได้หายวับไร้ร่องรอย เหลือทิ้งไว้เพียงซากของอสรพิษตัวนั้นอย่างไม่ไยดี
"จิตวิญญาณมังกรเพลิง"
"ระบบได้ทำการหลอมรวมดวงจิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว"
"นายท่านจะต้องการปลูกฝังจิตวิญญาณมังกรเพลิงลงในจิตวิญญาณของนายท่านเลยรึไม่"เสียงของเสี่ยงถ่ง
ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
"เริ่มได้เลย!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ได้ค่ะ! นายท่าน"
"ระบบกำลังทำการปลูกฝังจิตวิญญาณมังกรเพลิงลงไปในจิตวิญญาณของนายท่าน"
"กรุณาบริกรรมเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีเพื่อความรวดเร็วในการปลูกฝังด้วยค่ะ!"เสี่ยวถ่งแจ้งเตือนออกมาอย่างเรียบง่าย
เทียนฉินไม่รอช้ารีบทำตามคำเตือนของเสี่ยวถ่งอย่างรวดเร็ว เคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีที่ถูกร่ายออกมาพลันเปล่งแสงสีส้มกระจายล้อมรอบดวงจิตวิญญาณมังกรเพลิงในทันที
เงามังกรเพลิงที่ลอยล่องอยู่ด้านหลังพลันม้วนตัวลงมา ก่อนจะอ้าปากกลืนกินจิตวิญญาณมังกรเพลิงนั้นเข้าไป ส่วนแสงสีส้มที่พันวนอยู่รอบดวงจิตมังกรเพลิงต่างกระจายกันเข้าแทรกซึมเข้าไปในเงามังกรเพลิงนั้นจนทั่วทั้งตัว
คลื่นกระแสจิตวิญญาณธรรมชาติรอบตัวที่เคยแห้งเหือด พลันปรากฎออกมาเป็นริ้วเส้นสายสีดำสลับส้ม ก่อนจะลากเงามังกรตัวนั้นที่กลืนกินจิตวิญญาณมังกรเพลิงไว้ข้างใน พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเทียนฉิน
เวลาผ่านไปอีกชั่วครู่ เทียนฉินลืมตาตื่นขึ้นมามองดูบรรยากาศโดยรอบที่เงียบสงบไปก่อนหน้านั้น
"อาวุโสหลงท่านเป็นอย่างไรบ้าง?"เทียนฉินเอ่ยถามทันทีที่เขารู้สึกตัวขึ้นมา
"อ่า! ข้าไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป!"
"แต่ข้าขอเวลาปรับตัวอีกสักพักหนึ่งก่อนแล้วกัน!"หลงยู่หมิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
หลังปรับสภาพลมปราณภายในร่างกายเรียบร้อยแล้ว เทียนฉินจึงลุกเดินออกไปยังที่คุมขังศิษย์พี่ทั้งสองของเขา
ในขณะที่เทียนฉินกำลังจะเหาะไปยังที่ศิษย์พี่ทั้งสองของเขาอยู่นั้นเอง
"เป็นเจ้าหรือที่ปลดปล่อยเงาร่างของมังกรนั่นออกมา?"
เทียนฉินหยุดชะงักอย่างฉับพลันที่ได้ยินเสียงดังแว่วมาด้านหลัง เขารีบกลับหันมามองทันทีก็พบว่าเป็นชายร่างกายสมส่วนคนหนึ่ง แต่งกายใส่เสื้อดำทั้งชุด แต่ที่เด่นสะดุดตามากที่สุดกลับเป็นใบหน้าที่ดูไม่เป็นมิตรสักเท่าไร
"เจ้าเป็นใครกัน?"
จบตอนที่ 46