6
ความจริงหลังม่าน
เยวี่ยอู๋ฮวนตื่นตระหนกเนื้อตัวสั่นเทานึกว่าตนจะโดนท่านปรมาจารย์ควักลูกตาออกไปเสียแล้ว
หลังจากซ่งชิงสือตรวจดูอาการเสร็จสิ้นจึงเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย“เ้าหนาวหรือ?”
เยวี่ยอู๋ฮวนส่ายหน้าปฏิเสธเกร็งๆ
“หากดวงตาของเ้ามิมีอันใดผิดปกติก็พักก่อนไว้ค่อยมารักษาต่อในภายหลัง” ซ่งชิงสือตัดสินใจจากความหนักเบาของอาการเขาเดินกลับมาที่โต๊ะ ถอดถุงมือออกแล้วหยิบประคำขึ้นมา ก่อนเอ่ยว่า“ข้าพบผงโอสถสีขาวติดอยู่ในซอกเล็บของเ้าหลังจากตรวจสอบเบื้องต้นดูแล้วมีส่วนประกอบของหญ้ากวางแรกเกิดและบุปผามัวเมามีสรรพคุณช่วยเร่งกำหนัดอย่างรุนแรง นอกจากนี้ข้ายังได้กลิ่นกำยานที่สามารถดึงดูดสัตว์จำพวกแมวจากอาภรณ์และกระโปรงขนนกของเ้าด้วยนี่จึงเป็สาเหตุที่ปีศาจพยัคฆ์โจมตีเ้าในงานเลี้ยงบุปผา”
คนผู้นี้รู้แล้ว...
เยวี่ยอู๋ฮวนคิดอย่างสิ้นหวัง
มันคือกลอุบายที่เขาพบจากการคลำหาขอบเขตการควบคุมของตราร่วมเริงรมย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทาสไม่สามารถปลิดชีพตัวเองได้ ทาสต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้เป็นายทว่าผู้เป็นายกลับชอบใจที่ได้เห็นทาสทรมาน ชอบใจที่ได้เห็นทาสถูกเล่นสนุกจนตาย
ในมือของเขามีเพียงโอสถเร่งกำหนัดซึ่งถูกสกัดให้มีสรรพคุณหลอนประสาทแต่หากเพิ่มปริมาณของมันขึ้นอีกเท่าตัวก็สามารถทำให้สัตว์สูญเสียสัมปชัญญะ
ดังนั้นเขาจึงคิดคำนวณเวลาไว้เป็อย่างดีห่อหุ้มมันด้วยขี้ผึ้งเพื่อชะลอเวลาออกฤทธิ์ภายในตัวปีศาจพยัคฆ์บนร่างกายตระเตรียมกลิ่นที่ปีศาจพยัคฆ์ชื่นชอบรอจนกระทั่งบรรยากาศภายในงานเลี้ยงคึกคักครื้นเครงยาออกฤทธิ์กระตุ้นปีศาจพยัคฆ์ให้พุ่งเข้ามาหาเหยื่อ ส่วนตนก็แสร้งสติเลื่อนลอยเพราะยาเร่งกำหนัดเป็ฝ่ายก้าวเดินออกไปข้างหน้า แเื่ต่างพากันปรบมือกู่ร้องชื่นชมคิดว่าเป็การแสดงที่จินเฝ่ยเริ่นจัดเตรียมไว้เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน
จินเฝ่ยเริ่นหวงภาพลักษณ์ของตนยิ่งชีพมิหนำซ้ำยังได้คนโปรดมาใหม่ย่อมไม่มีทางยอมทำลายความบันเทิงของบรรดาแเื่เพื่อเขาลังเลเพียงครู่เดียวปีศาจพยัคฆ์ก็จะสูญเสียการควบคุม ฉีกทึ้งผู้คนออกเป็ชิ้น ๆ
เยวี่ยอู๋ฮวนวางแผนการพร้อมเจตจำนงที่จะตายไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตนจะรอดชีวิตแล้วถูกเปิดโปงความจริงเช่นนี้
ที่เคหาสน์หงส์ทองคำหากพบว่าทาสไม่เชื่อฟังคำสั่งก็จะถูกลงโทษสถานหนักยิ่งไปกว่านั้นเขายังกระทำการคิดร้ายกับผู้เป็นายเป็การละเมิดกฎอย่างร้ายแรง...ทว่า แล้วอย่างไรเล่า?
จิตใจสับสนวุ่นวายของเยวี่ยอู๋ฮวนค่อยๆ สงบลง พลันนึกย้อนไปถึงเมื่อครั้งที่เพิ่งกลายเป็ทาส เพราะตนไม่ยอมจำนนกอปรกับร่างกายที่เหมาะแก่การฟื้นฟูจากรากปราณธาตุไม้เขาถูกหยามเกียรติสารพัดสารเพภายใต้การควบคุมของตราร่วมเริงรมย์ถูกบีบบังคับให้อยู่ในท่วงท่าน่าอายท่าแล้วท่าเล่าต้องจำยอมรับว่าตัวเองร่านราคะเสียยิ่งกว่านางคณิกาในหอโคมเขียวเพราะพวกเดรัจฉานเ่าั้รำคาญที่เขาไม่ตอบสนองต่อการเสพสังวาสจึงใช้โอสถหลายชนิดเปลี่ยนให้ร่างกายของเขาไวต่อความรู้สึกจนกระทั่งการเสียดสีจากเนื้อผ้าธรรมดาทั่วไปก็ทำให้เขารู้สึกทรมานไร้จุดสิ้นสุด
ทุกครั้งที่เขารู้สึกเหมือนตัวเองตกลงไปยังจุดสิ้นสุดของขุมนรกก็มักจะค้นพบว่าขุมนรกยังลึกได้มากกว่านั้น ท้ายที่สุดเมื่อเขาตระหนักได้ว่าความสิ้นหวังและการต่อต้านของตนล้วนแล้วแต่ทำให้คนพวกนั้นมีความสุขขัดขืนไปก็ไร้ประโยชน์ จึงล้มเลิกความคิดที่จะหลุดพ้นจากตราร่วมเริงรมย์
ร่างกายสกปรกโสมมน่าขยะแขยงเสียจนอยากทำลายมันให้สิ้นซาก...
์รับรู้ตอนที่ปีศาจพยัคฆ์พุ่งตัวเข้ามาฉีกทึ้งร่างกาย เขาไม่รับรู้ถึงความเ็ปใด ๆ เลยมีแต่ความอภิรมย์เพียงเท่านั้น
ไม่ว่าจะโดนควักดวงตาหรือถูกหั่นร่างกายหลอมเป็โอสถไม่ว่าจะถูกปล่อยให้พันคนควบขี่หมื่นคนข่มเหงที่หอบุปผาหรือถูกทิ้งให้เป็ของเล่นของสัตว์ป่าไม่มีโทษทัณฑ์ใดบนโลกนี้ที่จะทำให้เขารู้สึกเ็ปได้อีกแล้ว
เยวี่ยอู๋ฮวนหุบรอยยิ้ม เลิกตีสองหน้าเขาหันไปมองประคำอย่างเยือกเย็น เอ่ยท้าทายไร้ซึ่งความยำเกรง “ในเมื่อทราบแล้วท่านคิดจะทำเช่นไร?”
ซ่งชิงสือตัดตะปูหั่นเหล็ก[1]ประกาศกร้าว “มีคนอยากทำร้ายเ้านะ!”
เยวี่ยอู๋ฮวนยั่วยุไม่สำเร็จผลรู้สึกราวกับจะหายใจไม่ออก นึกว่าตนหูฝาดไป “ว่ากระไรนะ?”
ซ่งชิงสือคิดว่าตัวเองเป็คนที่ใช้เหตุผลได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ว่าเขาจะไม่ได้ชอบอ่านนิยาย แต่รุ่นพี่เคยบอกว่าตัวเอกล้วนเป็คนดีเพราะคนไม่ดีไม่มีทางผ่านการตรวจสอบจากกองเซนเซอร์ภายในประเทศให้มาเป็ตัวเอกอีกอย่างข้อมูลในระบบก็บอกเอาไว้ว่าตัวเอกต้องเผชิญกับชะตากรรมน่ารันทดการาเ็ในครั้งนี้คงอยู่ในเนื้อเื่ต้นฉบับด้วยเช่นกัน
เขาลองวิเคราะห์จากข่าวสังคมที่เคยอ่านมาเป็ไปได้มากว่าเคหาสน์หงส์ทองคำจะต้องมีคนอิจฉาความงามและการเป็คนโปรดของนายเอกเลย้ากำจัดทิ้ง ดังนั้นจึงลอบใส่ยาบนตัวและในซอกเล็บของคนผู้นี้!หลังจากผ่านการคิดวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ซ่ง ‘โฮล์มส์’ ชิงสือก็ได้ข้อสรุป“ข้าสงสัยว่าคนที่ลงมือคือคนที่ช่วยแต่งกายให้เ้าในวันนั้น รอให้ดึกกว่านี้ข้าจะไปสืบหาตัวฆาตกรเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่เ้า”
“ไม่” เยวี่ยอู๋ฮวนริมฝีปากกระตุกเขาไม่เชื่อว่าท่านปรมาจารย์ผู้น่าเกรงขามจะโง่เขลาได้ถึงเพียงนี้ทว่าอีกฝ่ายคล้ายกำลังพยายามทำให้เขาเชื่อว่าตนเบาปัญญาพานทำให้เขาไม่รู้ว่าควรจะทำสีหน้าเช่นไร สุดท้ายจึงเค้นคำตอบออกไปว่า“ไม่เป็ไร...”
ซ่งชิงสือเห็นเขาจิตใจดีเช่นนี้ก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองเขายัดประคำใส่มือของเยวี่ยอู๋ฮวน “นี่ของเ้า เก็บไว้ให้ดี”
เมื่อเยวี่ยอู๋ฮวนพบว่าบนประคำไม่ได้ถูกเติมกระแสจิตลงไปใหม่ก็พลันชะงักค้าง
“ข้าลองศึกษาของชิ้นนี้ดูแล้ว”ซ่งชิงสือเอ่ยอธิบาย “มนตร์สะกดมีผลต่อตราร่วมเริงรมย์ มันค่อนข้างจะซับซ้อนหุบเขาเ้าโอสถมิมีวิธีถอนมนตร์สะกดข้าจึงให้เด็กรับใช้ไปขอความช่วยเหลือจากหอพิรุณราตรีแล้วประมุขหอพิรุณราตรีกล่าวว่า แม้วิธีถอนมนตร์สะกดจะไม่ได้มีราคาสูงทว่าพบเห็นได้น้อยนัก ต้องใช้เวลาสักพักจึงจะให้คำตอบ”
เยวี่ยอู๋ฮวนนิ่งอึ้งอยู่นานเมื่อได้ยินเช่นนั้นเอ่ยถามเสียงแหบพร่า “ข้า...ต้องตอบแทนด้วยสิ่งใดหรือ?”
ซ่งชิงสือเคยได้รับความช่วยเหลืออยู่หลายครั้งแต่ไม่เคยมีใคร้าให้เขาตอบแทน เขาเองก็เคยช่วยเหลือผู้คนมามากมายและไม่เคยเรียกร้องให้ผู้อื่นต้องตอบแทนเช่นกัน
สำหรับเขาแล้วตราร่วมเริงรมย์คือความเลวร้ายที่ผิดหลักมนุษยธรรมเป็บ่อเกิดแห่งความทุกข์ระทมของตัวเอกฝ่ายรับ คล้ายกับตรวนบนขานกหลังจากช่วยชีวิตนกน้อยไว้ได้ การปลดโซ่ตรวนให้มันย่อมเป็เื่ที่สมควรทำไม่จำเป็ต้องให้เอ่ยบอก
ดังนั้นเขาจึงตอบด้วยความใจกว้าง“เ้ารักษาตัวให้ดี พักผ่อนฟื้นฟูร่างกายโดยไม่ต้องกังวลเป็พอ”
เด็กรับใช้เข้ามารายงานว่ายาที่ต้มอยู่ในเรือนจวนจะได้ที่แล้ว
ซ่งชิงสือจึงรีบไปตรวจดูเพื่อให้ยาได้ประสิทธิภาพมากที่สุด
เยวี่ยอู๋ฮวนมองประคำในมือตนด้วยความเหลือเชื่อจิตใจซึ่งวิตกกังวลเป็ทุนเดิมพลันปั่นป่วนเข้าไปใหญ่
การไม่้าสิ่งใดตอบแทนถือเป็สิ่งที่มีราคาแพงมากที่สุด...
ในพิภพเซียนปรมาจารย์แห่งหุบเขาเ้าโอสถขึ้นชื่อว่าเืเย็นไร้หัวใจไม่เคยเข้าใจว่าสิ่งใดคือความเมตตาปรานี คนผู้นี้้าอะไรจากตนกันแน่? ร่างกาย? ชีวิต? หรือดวงิญญา?เยวี่ยอู๋ฮวนครุ่นคิดอยู่นาน อดไม่ได้ที่จะหัวร่อออกมาเขากำประคำในมือแน่น ตัดสินใจวางเดิมพันเป็ครั้งสุดท้ายขอเพียงแค่หลุดพ้นจากการถูกจองจำ ไม่ว่าเื่ใดเขาก็ยอมทำทั้งนั้นแม้จะต้องขายดวงิญญาให้แก่พวกมาร...
เยวี่ยอู๋ฮวนเห็นซ่งชิงสือประคองถ้วยยาเดินเข้ามาครั้นครุ่นคิดไปถึงภาพจำและสิ่งที่คนผู้นี้้าจากตนสีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนไปเป็น่าเอ็นดูอย่างรวดเร็วก่อนที่จะแอบเหลือบมองด้วยความระแวดระวัง ในแววตาปรากฏความซาบซึ้งใจยินยอมให้ซ่งชิงสือรักษาตัวเอง
ผู้ป่วยคนนี้เชื่อฟังคำสั่งดีจัง! หมอสั่งอะไรก็ทำตามนั้น ไม่ว่ายาจะรสชาติน่าสยดสยองมากแค่ไหนก็ดื่มจนเกลี้ยงฝังเข็มทั้งเจ็บทั้งคันก็ไม่บ่น!แถมยังบอกขอบคุณคุณหมอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลอีกต่างหากซ่งชิงสือภูมิใจที่ได้ดูแลนายเอก พร้อมคาดหวังว่าคนป่วยทุกคนบนโลกจะน่ารักแบบนี้
พลังฟื้นฟูของรากปราณธาตุไม้นั้นน่าทึ่งมากเพียงแค่ห้าวันาแบนไหล่ของเยวี่ยอู๋ฮวนก็ตกสะเก็ดแล้ว
หลังซ่งชิงสือตรวจดูก็อนุญาตให้เขาขยับตัวได้อีกทั้งยังสั่งให้ออกไปรับแดดเยอะ ๆ ก่อนจะเตรียมขั้นตอนถัดไปในการรักษา
ที่หุบเขาเ้าโอสถไม่ว่าจะร่างเดิมหรือซ่งชิงสือในตอนนี้ล้วนไม่เื่มากในการแต่งกายดังนั้นในหุบเขาเ้าโอสถจึงไม่ค่อยมีไหมดิบจากเงือกหรือไหมน้ำแข็งชุดผู้ป่วยที่เด็กรับใช้มักเตรียมไว้ล้วนแล้วแต่ทำมาจากผ้าฝ้ายธรรมดาทั่วไปคนปกติสวมใส่แล้วโล่งสบาย ทว่าเยวี่ยอู๋ฮวนกลับโดนเนื้อผ้าเสียดสีจนแทบทนไม่ไหวด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่กล้าออกจากเรือนนอนไปไกลนัก เดินได้แค่ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุด
ตกดึกซ่งชิงสือพบว่าเขาเดินผิดปกติจึงเข้าไปตรวจดูไหนเลยจะคิดว่าเพียงแค่ััแ่เบาแตะโดนกระดูกไหปลาร้ายังไม่ได้เลื่อนลงไปด้านล่าง เขาก็เกือบทำเื่ขายหน้าไปเสียแล้ว
เยวี่ยอู๋ฮวนมองเห็นสีหน้างงงันและดวงตาใสกระจ่างไร้มลทินของซ่งชิงสือความกระดากอายที่ไม่เคยมีมานานพลันแล่นวาบขึ้นมาเขาเบี่ยงตัวหลบมืออันอ่อนโยนคู่นั้นแล้วขดตัวหลบเข้าไปในมุมมืด
ความบริสุทธิ์และตัณหา ใสสะอาดและสกปรกความแตกต่างที่ชัดเจนยิ่งทำให้เขามองเห็นความจริงอันยากจะรับไหว
เยวี่ยอู๋ฮวนทบทวนถึงเื่ราวที่เขาเข้าใจมันได้เป็อย่างดีซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ต่อให้หลุดพ้นจากตราร่วมเริงรมย์เขาก็ไม่สามารถกลับไปเป็คนเก่าในอดีตได้อีกแล้ว...
ซ่งชิงสือหดมือกลับด้วยความกระอักกระอ่วนมองไปยังคนที่หลบอยู่ในมุมมืด อ้าปากแต่ไม่รู้จะพูดอะไร
เยวี่ยอู๋ฮวนตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าตนเป็ฝ่ายผิดอีกฝ่ายรู้นานแล้วว่าตนไม่ใช่คนบริสุทธิ์ ยิ่งปิดบังก็ยิ่งน่าอับอายเขาควบคุมลมหายใจให้เป็ปกติก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวออกมาจากมุมมืด
เขาแย้มยิ้มพลางช้อนสายตาขึ้นมองซ่งชิงสือเอ่ยวาจาเย้าแหย่ที่ตนเคยคุ้น “ร้อนเหลือเกินท่านปรมาจารย์อยากเห็นเรือนร่างของข้าหรือไม่?”
ก่อนที่ผู้อื่นจะได้เห็นความอัปยศบนร่างกายเขายินยอมเป็ผู้เปิดเผยความอัปยศนั้นเอง ตราบใดที่เชื่อมั่นว่าตนไร้ยางอายเพียงเท่านี้ในใจก็จะไม่เ็ปแล้ว
ซ่งชิงสือตั้งสติได้ก่อนที่เขาจะแกะสายรัดเอวรีบร้อนปลดม่านลงเพื่อปิดซ่อนบรรยากาศวาบหวิวที่อบอวลอยู่เต็มห้อง
คำพูดคลุมเครือของเยวี่ยอู๋ฮวนพลันหยุดลงทันที
ซ่งชิงสือเป็ฝ่ายเอ่ยพูดอย่างใจเย็น“ดึกมากแล้ว คนป่วยต้องพักผ่อน”
เยวี่ยอู๋ฮวนนั่งเบื้อใบ้อยู่หลังม่านมองเห็นเงาเลือนรางว่าคนนอกม่านกำลังดับมุกราตรีก่อนที่จะจุดเตากำยาน กลิ่นโอสถจางๆ ลอยปะปนไปกับกลิ่นไม้กฤษณาช่วยทำให้ร่างกายร้อนรุ่มค่อย ๆ ดีขึ้น เขาเอนตัวลงนอนขดตัวกลับเข้าไปในมุมมืดที่ไร้ซึ่งผู้ใดอีกครั้ง
เขาพลันระลึกได้ว่าคืนนี้จะไม่มีใครมาข่มเหงร่างกายไม่ต้องเอ่ยวาจาน่าสะอิดสะเอียนพวกนั้นและยิ่งไม่ต้องฝืนใจตัวเองให้เรียกร้องเอาใจ ภายในอากาศไร้ซึ่งกลิ่นชวนเวียนศีรษะมีเพียงกลิ่นสะอาดที่อธิบายไม่ได้ พานทำให้สติที่เคยแจ่มชัดเริ่มหนักอึ้งยากจะฝืนเปลือกตาและเข้าสู่ห้วงนิทราไป
ห้วงฝันในครานี้ไม่ใช่ภาพของขุมนรกแล้วมีเพียงกลิ่นหอมเย็นจากต้นอวี้หลานขาวนอกหน้าต่างสมัยที่ยังเป็เด็ก...
เขาเริ่มรู้สึกผ่อนคลายดำดิ่งลงไปในห้วงฝันแสนหวานที่ไม่ได้พบเจอมานานแสนนาน
-----------------------------------
ซ่งชิงสือยืนเหม่ออยู่พักใหญ่ที่นอกประตู คิดไปสะระตะ
เมื่อมั่นใจว่ากำยานสงบจิตออกฤทธิ์แล้วเขาถึงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านใน กอบกุมไข่มุกราตรีไว้ในมือแหวกม่านออกอย่างแ่เบาแล้วนั่งลงที่ขอบเตียงใช้กระแสจิตตรวจดูความผิดปกติที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ในรอยแผลมากมายบนร่างกายนี้อีกครั้ง
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาถอนกระแสจิตกลับมามองใบหน้าของเยวี่ยอู๋ฮวนนิ่งงัน ดวงตานั้นปิดสนิทเด็กหนุ่มที่กำลังหลับสบายไร้ซึ่งภาพลักษณ์เย้ายวนดึงดูดผู้คนคล้ายกับแมวป่าตัวหนึ่งที่กำลังหลับลึก เก็บซ่อนเขี้ยวเล็บ ลดเกราะกำบังราวกับหลงลืมความเ็ปที่เคยเผชิญแล้วเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมา
มีอิสระ หยิ่งทะนง ดื้อรั้น...
ชีวิตของเขาไม่ควรเป็เช่นนี้
ซ่งชิงสือกระชับผ้าห่มจับปอยผมยุ่งเหยิงทัดไว้ที่ใบหูให้อย่างอ่อนโยน เอ่ยสัญญาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ข้าจะรักษาเ้าเป็อย่างดี”
[1]เปรียบเปรยว่ามุ่งมั่นเด็ดขาด