เทพอสูรกลืนตะวัน

    บทที่ 21 : อาคมจาลึก

    เจียงเฉินมองดูปลาหิมะแหวกว่ายอยู่ภายในทะเลสาปสักพักก่อนจะเดินกลับตำหนักพฤกษา ในตอนนี้เจียงเฉินไม่มีวัตถุดิบที่จะหลอมเม็ดยาโลหิตนภา เขาต้องรออีกประมาณ 2 - 3 วันกว่าแม่ของเขาจะกลับมาจากต่างเมืองพร้อมกับสมุนไพร



    ทำให้ในตอนนี้เจียงเฉินว่างเสียเลยเกิน ในทุกเช้าเจียงเฉินจะฝึกฝนทักษะพื้นฐานของเขาอยู่เป็นประจำ และกลับไปหมดตัวศึกษาตำราแพทย์อยู่ภายในหอตำราค้ำฟ้าจนถึงช่วงเย็น

    ในระหว่างที่เจียงเฉินกำลังค้นหาตำราแพทย์ใหม่ ๆ มาอ่านเจียงเฉินก็พบกับตำราที่น่าสนใจเกี่ยวกับทักษะการจารึกอาคมเจียงเฉินสนใจมันขึ้นมาทันทีเพราะการจารึกอาคมนั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของอาวุธ และชุดเกราะได้และที่เจียงเฉินสนใจที่สุดคือมันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดยาที่เขาหลอมได้ด้วย

    เจียงเฉินศึกษาการจารึกอย่างละเอียด เจียงเฉินพบว่าระดับของอาคมถูกแบ่งเพียงคร่าว ๆ ได้ 7 ขั้นคือ อาคมระดับต่ำ , ระดับกลาง , ระดับสูง , อาคมลึกล้ำ , อาคมราชันย์ , อาคมจักพรรดิ และอาคมระดับตำนาน แต่ภายในหนังสือนั้นยังมีบอกอีกเล็กน้อยว่ามีขั้นที่สูงกว่าอยู่อีกขั้นแต่ก็บอกเพียงไม่กี่บรรทัดเท่านั้น ทำให้เจียงเฉินเลิกสนใจขั้นสุดท้ายไป

    เจียงเฉินพบว่าการจารึกนั้นใช้ส่วนผสมไม่มานักใช้เพียงแค่นำ เลือด กระดูกของสัตว์อสูรและแก่นอสูรหรือสมุนไพรบางชนิดนำมาบดและหลอมรวมกันจนเป็นผงซึ่งถูกเรียกว่าผงอสูรจากนั้นก็ใช้ปราณของตัวเองควบคุมผงอสูรสลักรูปแบบอาคมลงไปบนอุปกรณ์หรือเม็ดยาที่ต้องการ

    เจียงเฉินเลยคิดจะลองฝึกจารึกอาคมสักหน่อยเพื่อฆ่าเวลาและเขายังได้ฝึกควบคุมปราณอีกด้วย เจียงเฉินออกจากดินแดนพฤกษาอมตะและไปยังหอการค้าฮงเทียนพร้อมกับเงินอีกนิดประมาณ 100เหรียญทองซึ่งเจียงเฉินคาดว่าน่าจะได้ซื้อส่วนผสมของอาคมระดับต่ำได้

    ไม่นานนักเจียงเฉินก็มาถึงย่านการค้าที่คึกคักแม้ตอนนี้เมืองจะจัดงานประลองรุ่นเยาว์อยู่ แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้สนใจเรื่องของรุ่นเยาว์รุ่นใหม่พวกนั้นและใช้ชีวิตต่อไปจึงทำให้ย่านการค้าคึกคักอยู่ตลอด

    เจียงเฉินเข้ามาถึงหอการค้าฮงเทียนและซื้อเลือด กระดูกและแก่นอสูรของสัตว์อสูรระดับก่อตั้งไปทั้งหมด 80เหรียญทองจากนั้นเจียงเฉินก็ไปที่ร้านตีเล็กเพื่อขอซื้ออาวุธระดับต่ำหลังจากกลับมาถึงบ้านเจียงเฉินกลับเข้ามาในดินแดนพฤกษาอมตะและนั่งลงที่ห้องนั่งเล่นพร้อมกับอาวุธและส่วนผสมมากมาย

    เจียงเฉินบดกระดูกและแก่นอสูรให้เป็นผงจากนั้นก็นำเลือดของสัตว์อสูรหยดลงไปเล็กน้อยและผสมให้เข้ากันไม่นานนักก็ปรากฏผงสีแดงจำนวนหนึ่งในถ้วยมันส่องแสงแวววาวเป็นประกายออกมาและยังมีพลังปราณไหลออกมาอ่อน ๆ

    'เยี่ยม ! นี่หรือผงอสูรมันดูดีทีเดียวสำหรับครั้งแรกของข้า'

    หลังจากชื่นชมในฝีมือตัวเองสักพักเจียงเฉินก็ใช้ปราณของตัวเองควบคุมผงอสูรในขวดโหลและบรรจงสลักมันลงไปบนตัวกระบี่ระดับต่ำที่เขาได้ซื้อมาจากร้านตีเหล็กเมื่อครู่

    เจียงเฉินค่อย ๆ สลักรูปแบบอาคมเสริมพลังลงไปบนตัวกระบี่อย่างช้า ๆ ทีละเส้นทีละตัวอักษรแม้จะเป็นรูปแบบอาคมระดับต่ำแต่ก็มีอักขระมากกว่า 40 ตัวและเจียงเฉินต้องใส่ปราณของเขาจำนวนหนึ่งลงไปในทุก ๆ ตัวอักษรที่เขาแกะสลัก 2-3 ชั่วโมงต่อมาเจียงเฉินก็วาดอาคมเสร็จสมบูรณ์

    ฮู้ 

    เจียงเฉินถอนหายใจเล็กน้อยเพราะเขาใจพลังสมาธิกับการแกะสลักตัวอักษรไปมากแม้ปราณของเขาจะถูกลดทอนไปไม่น้อยจนทำให้เขาหอบเล็กน้อย แต่เขาก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกกับความสำเร็จครั้งแรก

    เจียงเฉินคว้ากระบี่ที่ถูกจารึกอาคมเสร็จแล้วออกไปที่ภูเขาด้านหลังสวนสมุนไพรของตระกูลเจียง พร้อมกับหาก้อนหินที่ขนาดพอเหมาะเจียงเฉินกระชับกระบี่ในมือและฟันไปที่ก้อนหินอยู่ตรงหน้า

    ฉึบ !

    เสียงของกระบี่เฉือนผ่านก้อนหินดังออกมาเบา ๆ จากนั้นก้อนหินก็ผ่าออกเป็นสองซีกทำให้เจียงเฉินรู้สึกตกใจไม่น้อยเพราะเขาไม่คิดว่าอาคมระดับต่ำจะมีพลังทำให้กระบี่ระดับต่ำผ่าก้อนหินเป็นสองซีกได้อย่างง่ายดายแบบนี้

    ''มันจะบ้าไปแล้ว ! กระบี่นี้แทบจะมีพลังเทียบเพียงอาวุธระดับกลางเลยนะ อาคมจารึกนี่มันจะเกินไปแล้ว''

    เจียงเฉินตกตะลึงเป็นอย่างมากเพราะเขาไม่คิดว่าเพียงแค่อาคมระดับต่ำจะสามารถยกระดับอุปกรณ์ขึ้นไปถึงหนึ่งขั้นแบบนี้ หลังจากขบคิดสักพักเจียงเฉินก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ 

    'ในเมื่อข้าสามารถยกระดับอาวุธได้ด้วยอาคมแบบนี้ ในอนาคตเรื่องที่ข้าจะมีของระดับตำนานในครอบครองคงไม่ใช่ความฝัน'

    เจียงเฉินกลับมาเข้าสู่ดินแดนพฤกษาอมตะและเริ่มฝึกการจารึกอาคมต่ออย่างไม่หยุดหย่อนแต่ด้วยวัตถุดิบที่มีจำนวนไม่มากนักทำให้เจียงเฉินฝึกการจารึกอาคมได้ไม่กี่รูปแบบเท่านั้นเรื่องนี้ทำให้เจียงเฉินเสียใจไม่น้อย

    ในตอนนี้เจียงเฉินสามารถเขียนอาคมเสริมพลัง และอาคมป้องกันระดับต่ำได้อย่างเชี่ยวชาญแล้วซึ่งทำให้เจียงเฉินพอใจไม่น้อยเมื่อเจียงเฉินเชี่ยวชาญอาคมระดับต่ำแล้ว เจียงเฉินคิดจะทดลองวาดอาคมระดับกลางและสูง แต่น่าเสียดายที่อาคมระดับกลางและสูงนั้นต้องการกระดูก เลือดและแก่นอสูรระดับปฐพีและระดับฟ้าเท่านั้นซึ่งเจียงเฉินในตอนนี้ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อมันในจำนวนมากทำให้เขาต้องพักเรื่องนี้ไปชั่วคราว

    ''ความจนนี่มันช่างน่ากลัวยิ่งนักไม่อยากจะคิดเลยจริง ๆ ว่าข้านั้นจะต้องมีเงินมาขนาดไหนถึงจะเพียงพอ''

    หลังจากตัดพ้อเรื่องความยากจนของตัวเองเสร็จแล้วเจียงเฉินก็ออกจากดินแดนพฤกษาอมตะและนำกระบี่ที่จารึกอาคมเสร็จแล้วไปให้ปู่ของเขาดู

    เมื่อปู่ของเจียงเฉินเห็นกระบี่ที่ถูกจารึกอาคมปู่ของเจียงเฉินก็แสดงท่าทีตื่นตระหนกออกมาพร้อมกับถามว่าเขาเอากระบี่นี้มาจากไหน

    เจียงเฉินจึงโกหกไปว่าอาจารย์ผู้ลึกลับของเขาให้เขามาและเจียงเฉินก็ได้ถามปู่ของเขากลับไปว่าทำไมถึงได้ตื่นตระหนกขนาดนั้นปู่ของเจียงเฉินนิ่งไปสักพักก่อนจะพูดขึ้น

    ''เจียงเฉินเจ้ารู้ไหมว่าอาจารย์ของเจ้าได้สลักอาคมอะไรลงไปภายในกระบี่ระดับต่ำนี้ ?''

    เมื่อเจียงเฉินได้ยินคำถามเขาก็สับสนเล็กน้อย พร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ เมื่อปู่ของเจียงเฉินได้คำตอบเขาก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดขึ้น

    ''แม้ปู่จะไม่มีความรู้ด้านอาคมมากนัก แต่ก็พอจะรู้อะไรบ้างเล็กน้อยโดยปกติทั่วไปนั้นรูปแบบอาคมจะเพิ่มพลังของอุปกรณ์เพียงแค่หนึ่งหรือสองส่วนเท่านั้นต่อให้เป็นอาคมระดับสูงสุดที่เหล่าปรมาจารย์วาดก็อาจเพิ่มเพียงแค่หนึ่งหรือสองเท่า ๆ นั้นแต่รูปแบบอาคมของอาจารย์เจ้ากลับสามารถเพิ่มระดับของอุปกรณ์ได้''

    ปู่ของเจียงเฉินเงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    ''ข้าคิดว่ารูปแบบอาคมที่อาจารย์ของเจ้าวาดนั้นเป็นรูปแบบอาคมโบราณที่เคยมีอยู่เมื่อสมัยก่อน''

    เมื่อเจียงเฉินได้ยินแบบนั้นก็ตกตะลึงเขาไม่คิดว่ารูปแบบอาคมในหนังสือนั่นจะเป็นรูปแบบอาคมโบราณที่ทุกคนต่างหมายปองเจียงเฉินรู้สึกดีใจไม่น้อยที่เขาสามารถสลักอาคมโบราณได้แต่เขาก็ต้องเสียใจด้วยในเวลาเดียวกันเพราะถ้าหากใครรู้ว่าเขาสามารถสลักอาคมโบราณได้เขาคงจะถูกตามล่าเป็นแน่

    หลังจากคุยกับปู่ของเขาอยู่สักพักเขากับปู่ก็ได้ข้อสรุปว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับส่วนเรื่องกระบี่เล่มนี้เจียงเฉินตัดสินใจว่าจะให้ปู่ของเขานำไปประมูลแต่ปู่กับขัดค้านเพราะมันเป็นการเสี่ยงเกินไป เจียงเฉินจึงคิดว่าจะขายมันให้กับผู้อาวุโสเทียนแทน

    เจียงเฉินจึงให้ปู่ของเขาเป็นธุระส่งจดหมายเรื่องกระบี่อาคมนี้ให้กับผู้อาวุโสเทียนแทนเขาเพราะเจียงเฉินรู้สึกว่าปู่ของตนนั้นดูน่าเชื่อถือมากกว่า เจียงเฉินกลับมานั่งถอนหายใจภายในตำหนักพฤกษาเพราะตัวเขานั้นอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องที่เขาไม่สามารถขายอุปกรณ์อาคมแบบโจ่งแจ้งได้

    'ความฝันร้านขายอุปกรณ์ของข้าต้องกลายเป็นผงตามส่วนผสมของมันไปแล้วรึนี่ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก'