จื่อรุ่ยโกรธมากกับท่าทีของฮองเฮาที่มีต่อจื่อเว่ย ด้านจื่อเว่ยเองก็สบตากับฮองเฮาอย่างไม่เกรงกลัว คนอย่างเขาเจอสิ่งที่เรียกว่าร้ายแรงมากมาเกินพอแล้ว เห็นทีจะยอมต่อไปไม่ได้ แววตาของจื่อเว่ยตอนนี้ยังคงนิ่งเฉยแต่เต็มไปด้วยความแค้นที่มีต่อจื่อหยวนและพรรคพวก รวมไปถึงฮองเฮาด้วย ด้านฮองเฮาก็เรียกนางกำนัลมา
“อู๋จิ้งเหวิน เ้าอยู่ไหน?”
“มาแล้วเ้าค่ะๆ” นางกำนัลคนสนิทรีบพุ่งตรงเข้ามายังสองแม่ลูก ฮ่องเต้ที่ทอดพระเนตรพระฉายทั้งหมดนั้น ก็เสด็จสั่งให้หยุดทันที
“หากใครดึงตัวจื่อหยวนออกจากแท่น โทษของมันผู้นั้นคือปะา!” อู๋จิ้งเหวินถึงกับหยุดทันที ให้เลือกระหว่างฮองเฮากับฮ่องเต้ แน่นอนว่าฮ่องเต้มีอำนาจเยอะที่สุดแล้ว จื่อหยวนออดอ้อนเสด็จแม่
“เสด็จแม่ ฮือๆ เสด็จแม่ช่วยข้าด้วย”
“มานี่ๆ แม่มาช่วยเ้าแล้ว” ฮ่องเต้ทรงชี้มาทางจื่อหยวน
“จื่อหยวน จนป่านนี้แล้ว ยังไม่คุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าจื่อเว่ยอีก” จื่อหยวนกับฮองเฮามองหน้ากัน ฮองเฮาพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า
“ไปซะ โทษหนักจะได้กลายเป็เบา” จื่อหยวนกัดฟันกรอด แต่ก็ยอมเพราะมารดาสั่งไว้ และเขาจำใจยอมคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าจื่อเว่ย
“จื่อเว่ย ข้าขอโทษ” จื่อเว่ยรู้ดีว่าจื่อหยวนไม่เต็มใจขอโทษเขาง่ายๆ เขาเลยตัดสินใจให้อภัย ถึงแม้ว่าในใจลึกๆ จะไม่เต็มใจก็ตาม แต่เหตุผลมันก็มีที่มาที่ไป
“ข้าให้อภัยเ้า เพื่อเสด็จพ่อของข้า” ฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรวลที่จื่อเว่ยชาญฉลาด เลือกที่จะให้อภัยเพื่อรักษาพระพักตร์ของฮ่องเต้ เขารู้ดีว่าเขาไม่ใช่ลูกรักของพระองค์ แต่เขายังคงยึดมั่นในปณิธานความดีที่คนทั่วไปพึงเป็ แต่จื่อเว่ยไม่รู้แน่นอนว่าฮ่องเต้ทรงคิดอะไรอยู่กับเื่นี้
“แต่ถึงอย่างไร บทลงโทษก็คือบทลงโทษ ที่หลังจะได้ไม่มีการกลั่นแกล้งเกิดขึ้นอีก ทหาร” ทหารหลายนายรีบทำตามคำสั่งของพระเ้าแผ่นดิน
“พะย่ะค่ะ”
“โบยเด็กๆ ทั้งหมดสิบไม้ จากเดิมโทษหนักยี่สิบไม้ และให้เด็กๆ ะโคำว่าต่อไปนี้จะไม่รังแกจื่อเว่ยอีกซ้ำๆ จนกว่าจะจบการโบย”
“พะย่ะค่ะฝ่าา” ฮองเฮาทรงขอร้องฮ่องเต้ทั้งพระสุชล
“ทูลฝ่าาเพคะ สิบไม้มันมากไป” ฮ่องเต้ทรงตวาดใส่ฮองเฮา
“หรือเ้าอยากได้ยี่สิบทีตามเดิมล่ะ”
“ไม่เพคะฝ่าา” ฮองเฮาทรงสลดโดยดุษณี และแล้วการโบยก็เกิดขึ้น เด็กๆ ะโซ้ำสิบรอบจนจบพิธี จื่อเว่ยมองเด็กๆ เหล่านี้ด้วยความเรียบเฉย ไม่แสดงท่าทางทีใดๆ แต่ทว่าเขาซุกตัวอยู่ข้างหลังจื่อรุ่ย ด้านจื่อรุ่ยก็คอยปลอบประโลมใจเด็กน้อยให้นิ่งสงบ เมื่อการทำโทษจบลงแล้ว เหล่าสนมก็รีบๆ มารับลูกของตน ส่วนฮองเฮานั้นให้บรรดาขันทีช่วยกันหามองค์ชายน้อยจื่อหยวนออกไป แต่แล้วจื่อเว่ยต้องได้รับข่าวร้าย เพราะ
“ฉิงเอ๋อร์” ฉิงเอ๋อร์ปล่อยมือจากจื่อเว่ย หลังจากที่กุมมือกันมานาน เขายิ้มแย้มเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“พะย่ะค่ะเสด็จอา”
“เห็นทีตอนนี้เสด็จแม่มารับเ้าแล้ว อย่าลืมบอกลาจื่อเว่ยเขาด้วยนะ” จื่อเว่ยได้ยินประโยคนี้ก็เกิดน้ำตารินขึ้นมาทันที ฉิงเอ๋อร์ในตอนนี้ถึงแม้ว่าใบหน้าของเขากำลังยิ้มก็จริง แต่ทว่าตอนนี้เขาน้ำตาไหลทั้งๆ ที่กำลังยิ้มอยู่นี่แหละ และแล้วมีคนะโมา
“ไทเฮาแห่งแคว้นพยัคฆ์เสด็จแล้ว” หญิงวัยกลางคนรูปร่างสมส่วน ใบหน้าสวยสดงดงามเหมือนดรุณีแรกรุ่น เธอเข้าคำนับฮ่องเต้ด้วยความเป็มิตร
“หม่อมฉัน ฉิงไท่ ขอน้อมถวายบังคมและขอบคุณฝ่าา” ฮ่องเต้ทรงกระวีกระวาดต้อนรับเธออย่างดี
“ลุกขึ้นเถิดเสด็จแม่รอง” ฉิงไท่ หรือไทเฮา ทรงถูกพระองค์ทำให้ลุกขึ้น ฮ่องเต้กับไทเฮาทรงยืนห่างในระยะที่แสนพอดีกัน ฮ่องเต้ทรงถามต่อ
“เสด็จแม่รองทรงรีบออกเดินทางในคืนนี้เลยหรือ?” ไทเฮาทรงพยักพระพักตร์
“ใช่แล้วล่ะ” ทรงยังไม่ทันถามอะไรต่อ ฉิงเอ๋อร์เดินเข้าไปหาไทเฮา และโผกอดไทเฮาด้วยความคิดถึง
“เสด็จย่า ข้าคิดถึงท่านมากพะย่ะค่ะ” ไทเฮาทรงหลั่งพระสุชลด้วยความปลื้มปิติยินดี ทั้งคู่คลายกอดกัน และไทเฮาทรงลูบหัวฉิงเอ๋อร์แก้มกลมเบาๆ
“เด็กดีของย่า เ้าสบายดีนะ”
“สบายดีพะย่ะค่ะเสด็จย่า ข้าไม่ยอมให้เสด็จย่าเป็ห่วงข้าเลยแม้แต่น้อย” ไทเฮาทรงแย้มพระสรวลอีกครั้ง ครั้งนี้มาพร้อมกับพระสุชลทั้งสองพระองค์ย่าหลาน จื่อเว่ยยืนน้ำตาเอ่อตรงนั้น และเมื่อสองย่าหลานหันมาทางจื่อเว่ย จื่อเว่ยยังไม่ทันพูดอะไร ไทเฮาทรงเรียกเขา
“จื่อเว่ย จื่อเว่ยมาหาย่า” จื่อเว่ยรีบวิ่งไปยังไทเฮา และโผกอดไทเฮาทั้งน้ำตา
“เสด็จย่าพะย่ะค่ะ ท่านจะพาเพื่อนของหม่อมฉันกลับแล้วหรือ?” ไทเฮาเองก็เอ็นดูจื่อเว่ยมาั้แ่จื่อเว่ยยังไม่เข้าวังดี เพราะจื่อเว่ยนั้นเคยช่วยชีวิตไทเฮาไว้ครั้งหนึ่งในขณะที่ไทเฮากำลังพาฉิงเอ๋อร์ไปยังวังหลวงเพื่อขอความช่วยเหลือจากฮ่องเต้แคว้นั บังเอิญว่าคณะเดินทางของจื่อรุ่ยได้ผ่านมาที่นี่พอดี เลยทำการสู้กับอสูร ตอนแรกฉิงเอ๋อร์อยากจะฆ่าจื่อเว่ย เพราะตนรังเกียจอสูรที่ทำร้ายพ่อแม่ตน แต่พอเห็นจื่อเว่ยปกป้องไทเฮา ก็เลยรู้สึกรักจื่อเว่ยมากขึ้น ไทเฮาเองทรงก็รักจื่อเว่ยเช่นกัน น้อยนักที่จะมีอสูรจิตใจงามแบบจื่อเว่ย นั่นคือหนึ่งในล้านที่หาได้ยากยิ่ง ไทเฮาทรงพยักพระพักตร์ทั้งพระสุชล
“ใช่จ่ะ หลานรักของย่า” จื่อเว่ยผละกอดจากไทเฮา คุกเข่าอ้อนวอนไทเฮา
“เสด็จย่าพะย่ะค่ะ ข้าขอรบกวนท่าน ข้าอยากให้ฉิงเอ๋อร์อยู่กับข้า รบกวนเสด็จย่าให้ข้าอยู่กับฉิงเอ๋อร์ได้หรือไม่?” คำถามนี้เล่นเอาไทเฮาทรงกระอักกระอ่วนพระทัยเลยทีเดียว ฮ่องเต้ทรงดึงจื่อเว่ยออกมา
“จื่อเว่ย เ้าไม่ควรทำเช่นนี้” จื่อเว่ยก็หันไปคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้
“เสด็จพ่อจะลงโทษหม่อมฉันอย่างไรก็ได้พะย่ะค่ะ ขอเพียงแค่ฉิงเอ๋อร์อยู่กับข้าเท่านั้น” ฮ่องเต้ทรงส่ายพระพักตร์ด้วยความอ่อนพระทัย จื่อเว่ยร้องไห้งอแงเหมือนเด็กที่จะสูญเสียของรักของหวงไป จื่อรุ่ยต้องมาปรามจื่อเว่ย
“จื่อเว่ย เ้าทำอย่างนั้นไม่ได้ ต่อไปในภายภาคหน้า ฉิงเอ๋อร์จะต้องเติบโตไปช่วยงานพี่ชายของเขา เ้าไม่ควรดื้อกับใครอีกนะ” จื่อเว่ยร้องไห้โฮหนักมาก จื่อรุ่ยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ฉิงเอ๋อร์เข้ามาหาจื่อเว่ย
“จื่อเว่ย รับปากข้าอย่างหนึ่ง” จื่อเว่ยถามฉิงเอ๋อร์ทั้งน้ำตา
“รับปากอะไร?”
“เ้าต้องเข้มแข็ง แม้ไม่มีข้าจะคอยปกป้องเ้าอยู่ก็ตาม เ้าต้องเข้มแข็งนะจื่อเว่ย” จื่อเว่ยพยักหน้าแต่ไม่วายที่จะถามต่อ
“แล้วเ้าจะกลับมาไหม?” ฉิงเอ๋อร์เองก็ไม่อาจตอบคำถามนี้ได้เช่นกัน ได้แต่ตบไหล่เบาๆ และยิ้มทั้งน้ำตา
“แล้วแต่วาสนาของเราสองคนนะ ไม่มีอะไรแน่นอนเลยจริงๆ” จื่อเว่ยอ้อนวอนกับฮ่องเต้
“เสด็จพ่อ ข้าขอไปส่งเพื่อนของข้าและเสด็จย่าที่แคว้นพยัคฆ์นะพะย่ะค่ะเสด็จพ่อ” ฮ่องเต้ทรงลูบหัวจื่อเว่ยเบาๆ
“เด็กดี เ้าอย่าไปเลย ที่นั่นมันอันตราย เ้ายังเด็กนัก ข้าจะให้จื่อรุ่ยไป” จื่อรุ่ยกับฮ่องเต้พยักหน้ากัน และจื่อรุ่ยก็พูดคุยกับไทเฮา
“เสด็จย่าพะย่ะค่ะ หม่อมฉันจะไปส่ง” ไทเฮาทรงโบกมือ
“ไม่ต้องรบกวนมากนักหรอก เดี๋ยวข้าจะไปแล้ว นี่ก็ใกล้รุ่งสางแล้ว ป่านนี้อสูรมันคงหายไปแล้วล่ะ อย่าลำบากทุกคนเลยนะจื่อรุ่ย จื่ออัน” จื่อรุ่ยพยักหน้าและยิ้มเพียงเล็กน้อย
“ขอให้เสด็จย่าและฉิงเอ๋อร์เดินทางปลอดภัยนะพะย่ะค่ะ” ไทเฮาทรงแย้มพระสรวล
“ขอบใจพวกเ้านะ” จากนั้นก็พูดคุยกันไม่กี่คำ ขบวนเสด็จของไทเฮาก็พาฉิงเอ๋อร์กลับไป จื่อเว่ยวิ่งไล่ตามขบวนเสด็จนั้น ท่ามกลางสายฝนโปรยลงมาอย่างหนัก เขาะโเสียงดัง
“ฉิงเอ๋อร์ ฉิงเอ๋อร์ ข้าสัญญาว่าข้าจะเข้มแข็งนะ เดินทางปลอดภัยนะฉิงเอ๋อร์” จื่อเว่ยวิ่งไปะโไปทั้งน้ำตาอย่างไม่รู้สึกเหนื่อย ด้านฉิงเอ๋อร์ก็เปิดผ้าม่านรถม้าและโบกมือะโยิ้มทั้งน้ำตากับจื่อเว่ยเช่นกัน
“ดูแลตัวเองดีๆ นะจื่อเว่ย หากมีวาสนา เราคงได้เจอกันอีก ลาก่อนนะ”
“ฉิงเอ๋อร์ ลาก่อนเช่นกัน” และขบวนเสด็จของไทเฮากับฉิงเอ๋อร์ก็จากไปไกลลับตา และฝนฟ้าที่เคยตกก็กลับมาสว่างอีกครั้งหนึ่ง และจื่อเว่ยยังคงยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น จื่อรุ่ยก็เข้ามาหาน้องชายตน
“จื่อเว่ย กลับเถอะ เ้าต้องพักผ่อน” จื่อเว่ยพยักหน้า และจื่อรุ่ยก็อุ้มจื่อเว่ยกลับไปยังหีบเหล็กของตน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทุกคนค้าาาาาาาาาาาาาา
อยากจะบอกว่าาาาาาาาาาา
ตอนนี้ใกล้ถึงตอนที่เหล่าพระเอกนายเอกจะเติบโตกันแล้วนะ
ถ้าชอบก็กดไลค์กดแชร์กันเยอะๆๆๆเลยน้าาา
ขอบคุณค่าาาาาาา