เย่าเสวี่ยเฟิ่ง เ้ากล้าหลอกข้า!?
เสวี่ยเฟิ่งยามนี้มุดหลบเข้าต้นเสาเป็ที่เรียบร้อยหวังว่าเสาจะพิฆาตตาดุๆ ราวแม่เสือของคุณหนูหลินได้
หลินหลานหรูหรี่ตามองเด็กหนุ่มที่เป็คนอยู่ดีๆไม่ชอบ อยากเป็จิ้งจกตุ๊กแกหลบหลังเสา ไม่หือไม่อือ ยิ้มแฉ่งสู้นางอย่างเดียวก็คิดอยู่ว่าเหตุใดคุณชายเย่าผู้นี้ถึงหูดีนัก ยืนห่างกันตั้งไกลพี่ใหญ่พูดสิ่งใดกับเถ้าแก่หลิ่วใครไหนเลยจะได้ยิน บิดานางที่ใดกัน ใครหนีออกจากจวนกันโป้ปดทั้งเพ!
เช่นนั้นก็เป็จิ้งจกต่อไปเถอะ
หลินหลงอู่ก็อีกคนหลินหลานหรูตวัดตามองพี่ใหญ่อย่างคาดโทษ เอ่ยถามย้ำให้ชัดอีกครั้ง "พี่ใหญ่ท่านทำเงินหายหรือ"
ซวยแล้ว! ดูหน้าเถ้าแก่หลิ่วสิจะร้องไห้อยู่แล้วนั่น เห็นสุมหัวกันตั้งนาน พิรุธ? จะเหลือเรอะ หากหลินหลานหรูไม่ออกมาหน้าร้านก็คงไม่รู้ว่าเกิดเื่ใดขึ้น
"กับเ้าไม่มีรึระหว่างทางมี่หนึ่งข้าชนขอทานเฒ่าใครจะรู้ว่าั้แ่นั้นเงินก็ไม่อยู่กับตัวข้าแล้ว" หลินหลงอู่จนปัญญายิ่งแววตาหม่นเศร้าช่างน่าสงสาร คิดคาดโทษผู้อื่นบรรเทาความรู้สึกผิดในใจ"หากสังเกตดีหน่อย ไม่ใช่ว่าขอทานในเมืองเยอะขึ้นหรือข้าก็จำไม่ได้แล้วว่าชนเข้ากับคนใด"
เสวี่ยเฟิ่งเผลอสำลักน้ำลายโผล่จากต้นเสาแล้วชำเลืองมองหลินหลงอู่แวบหนึ่ง
'ขอทานเยอะขึ้น?' คุณชายหลินว่างถึงขั้นนับจำนวนขอทานทั้งเมืองเชียวเื่ขอทานเป็เสวี่ยเฟิ่งหาสถานที่เหมาะสมสำหรับคนจำนวนมากไม่ได้ถ้าจะให้ทหารเ่าั้อยู่ในจวนสกุลเฉาต่อไปก็เกรงว่าจะสะดุดตาผู้คน
สุดท้ายจึงลงเอยด้วยการแจกกะลาไปคนละใบแล้วตบท้ายด้วยการเดินเพ่นพ่านทั่วเมืองยิ่งไม่คาดว่าคุณหนูหลินจะขมวดคิ้วครุ่นคิดด้วยเื่นี้ ซ้ำยังคิดไปไกลถึงโน่น...
"กับข้ามีหกอีแปะเ้าค่ะ"นางตอบ พลางล้วงเงินหกอีแปะออกมาจากกระเป๋าแขนเสื้อสีชมพูหวานแหวว
หกอีแปะนี้ก็ได้จากการรีดไถผู้อื่นนางไม่ได้พกถุงเงินติดตัว ด้วยว่าเมื่อเช้ามีเฉิงอิ้นติดตามออกมาด้วยเื่ทุกอย่างล้วนเป็เฉิงอิ้นคอยจัดการให้นาง
แล้วเฉิงอิ้นอยู่ที่ใดกันล่ะ
ทว่าหลังเฉิงอิ้นไม่พบหลินหลานหรูที่หน้าร้านสุราหนานชุนก็ออกตามหาจากนั้น...เป็หลินหลานหรูสั่งให้เขากลับไปแล้ว
หมดกัน!
เถ้าแก่หลิ่วได้ยินพลันปวดศีรษะหนึบวันนี้เพิ่งสูญเงินนับร้อยตำลึงไปกับชายหน้าไฝมิหนำซ้ำคุณชายหลินยังคิดเบี้ยวค้าอาหารอีกอาหารที่สั่งไปใช่แค่อย่างสองอย่างที่ใดกัน เห็นตัวเล็กๆเช่นนี้กระเพาะใหญ่นักเชียว
หากแค่ไม่กี่อย่างยังพอหยวนๆให้ได้ แต่แบบนี้ไม่อาจปล่อยไปได้จริงๆ คุณหนูคุณชายคิดเล่นสนุกหลอกคนแก่หรือไรหัวใจชายชราเปราะบางเยี่ยงนี้ เกรงจะทำชีวิตสั้นชิงตายก่อนได้เงินคืน
"เช่นนี้ดีหรือไม่"เถ้าแก่หลิ่วเสนอ "ข้าส่งคนไปเรียกเก็บเงินที่จวนพวกเ้าเพียงลงนามให้ข้าไว้เป็หลักฐานก็ถือว่าเป็อันตกลง ได้รับรู้ร่วมกันแล้ว"
"ทำเช่นนั้นไม่ได้!"หลินหลงอู่ปฏิเสธทันควัน ในน้ำเสียงมีความตื่นตระหนกอยู่บ้าง
"เหตุใดจึงไม่ได้นี่ก็ถือว่าง่ายที่สุดแล้ว"
"เถ้าแก่หลิ่ว ข้า..."หลินหลงอู่จะบอกได้อย่างไร เื่นี้อย่างไรก็ให้รู้ถึงหูหลินหานฉีไม่ได้อย่างเด็ดขาด
หากหลินหลงอู่มาคนเดียวรับผิดคนเดียวก็ว่าไปอย่าง แต่ดันมีน้องเล็กพ่วงติดมาด้วย อะไรที่เกี่ยวกับนางบิดาอย่างหลินหานฉีทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่ได้ในพริบตา
"พวกเ้าจะเอาอย่างไร"เถ้าแก่หลิ่วเอ่ยเร่งเสียงแหบ "ข้าเสนออะไรให้ก็ไม่เอา ท้ายที่สุดก็ต้องจ่ายเงินให้ข้าอยู่ดีรีบๆ ตัดสินใจ จะได้ไม่ยืนขวางทางเข้าร้านเช่นนี้"
หลินหลงอู่คิดหนักยืนคิดนั่งคิดก็แล้ว หากจะขอความช่วยเหลือจากเสวี่ยเฟิ่งก็กลัวเสียหน้าเขาชวนอีกฝ่ายมาแท้ๆ แต่กลับต้องจ่ายค่าอาหารแทนทั้งหมดเครื่องประดับมีราคาติดตัวที่พอจะสามารถจำนำแลกเป็เงินมาได้ก็ไม่มีสักชิ้น
เดิมทีหลินหลงอู่ก็ี้เีคิดหาทางออกอยู่แล้วพอถึงเวลาที่ต้องแก้ปัญหาจริงๆ กลับพึ่งสมองตนเองไม่ได้
เพียงแต่ถามเสวี่ยเฟิ่งดูก่อนหรือไม่ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวนอกจากผิงกั่วหลงฤดูราคาแพงหูฉี่สองลูกแล้ว เขามีของอย่างอื่นหรือยิ่งไม่ต้องพูดถึงเงิน ฉางิแลกซื้อซาลาเปาหมดแล้วไม่เช่นนั้นคงไม่ยืนนิ่งหลบหลังเสาเป็จิ้งจกแห้งกระมัง
หลินหลานหรูรับรู้ถึงความยุ่งยากนี้ในใจพี่ใหญ่ดีตัวนางพกหยกสลักดอกไม้ประหลาดสิบสองกลีบในอกเสื้อเพียงแต่ไม่อาจนำไปจำนำเป็เงินได้ และยิ่งไม่อาจแสดงหยกนี้ตามร้านค้าต่างๆนั่นเพราะ...
ในเมืองหนานจิงมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งไม่ใช่นักเลง ไม่ใช่สมาคม และไม่ใช่สำนัก แต่ถูกเรียกขานว่า 'คนของฮวาสิบสองกลีบ' กลุ่มคนเหล่านี้เติบโตในเมืองอย่างรวดเร็วใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถเข้าถึงอำนาจทางการค้า
โดยกิจการใหญ่ๆ ในเมืองอย่างโรงน้ำชาร้านสุรา โรงหมอ โรงรับจำนำ หอศิลป์ดนตรี ไม่แน่ว่าบ่อนพนันก็คงเป็ของพวกเขาด้วยยังไม่นับรวมสำนักคุ้มภัย ซึ่งออกเดินทางคุ้มกันคน สินค้า ของมีค่าตามคำว่าจ้างทว่าตัวตนของคนกลุ่มนี้กลับเลือนรางยิ่ง
คล้ายเป็สิ่งมีชื่อแต่สูงส่งเกินแตะต้องเป็บุปผาสิบสองกลีบที่ประหลาด...หาพบได้ยาก ทำนองนั้นแต่เมื่อพบเจอแล้วก็น่าหวั่นเกรงอย่างที่สุด
ส่วนที่ว่าใครคือผู้นำเื่นี้ได้ยินมาเป็ชายมากอายุผู้ขาพิการทั้งสองข้าง หางคิ้วยังมีรอยบาก นามว่า 'เหลยเมี่ยว' คือผู้นำกลุ่มคนลึกลับนี้...เข้าใจกันเช่นนั้น
การเติบโตที่รวดเร็วแบบนี้แน่นอนว่าย่อมทำผู้อื่นเสียผลประโยชน์มาไม่น้อยศัตรูจ้องเขม่นหมายหัวก็มีมากเช่นกัน
เล่าว่า...ผู้พกหยกสลักดอกไม้ประหลาดสิบสองกลีบด้านหลังยังเขียนไว้ด้วยอักษร 'คน' สีทอง เป็ที่รู้กันว่าพวกเขาคือคนของฮวาสิบสองกลีบ
นั่นคือเหตุผลที่หลินหลานหรูไม่สามารถแสดงหยกพร่ำเพรื่อนางเองก็เป็คนของฮวาสิบสองกลีบเช่นกันแต่เด็กเจ็ดขวบพกหยกล้ำค่าถือเป็เื่ที่แปลกอย่างยิ่งต่อให้นำหยกไปแลกเงินมาได้จริง คล้อยหลังนางอาจถูกผู้อื่นตีหัวก็ได้
ต้องโทษที่เ้าของหยกสลักพวกนี้ไปสร้างศัตรูไว้ทั่วทุกมุมเมือง
หรือไม่เช่นนั้นแล้วปิ่นปักผมของนางแม้ให้ราคาสูงแต่ยังน้อยกว่าราคาค่าอาหารอยู่ดี ...กินอย่างไรให้ถึงห้าร้อยตำลึง
ดังนั้นแล้วคงมีแต่การพูดโน้มน้าวเถ้าแก่หลิ่วประวิงเวลาออกไปสักหน่อย นางย่อมหาเงินมาได้ไม่ยาก หรือมีอีกวิธีที่ดีกว่า
"เถ้าแก่หลิ่ว ข้ามีวิธีที่ดีกว่าจะเสนอท่าน..."หลินหลานหรูเคยได้ยินเฉิงอิ้นเล่าให้ฟังว่าพักก่อนมู่หวังจงไปเชิญพ่อครัวอัจฉริยะผู้หนึ่งมาทำอาหารให้ที่จวนคนผู้นี้เชิญตัวมายากนัก
เถ้าแก่หลิ่วส่งคนไปเชิญตัวเขาอยู่หลายครั้งก็ล้มเหลวหากไม่ถูกจริตด้วยแล้วคนคนนี้จะไม่มีทางก้าวเท้าออกจากบ้าน แน่นอนว่ามู่หวังจงใช้อำนาจผู้ตรวจการของตนบังคับคนอย่างเผด็จการ
และยามนี้ก็นับว่าความคิดอ่านของชายชราเ้าของร้านลิ่วอู้ผู้นี้ยังใช้การได้ไม่ต้องให้หลินหลานหรูเสียเวลาพูดมากจนเปลืองน้ำลาย
ประกายตาวิบวับด้วยความพอใจของเถ้าแก่หลิ่วคือคำตอบที่จัดเจนอยู่แล้วจึงกล่าวตกลงกับนางในเวลาต่อมา น้ำเสียงยังอ่อนลงหลายส่วน "ตกลงหากเชิญตัวพ่อครัวผู้นั้นมาที่ร้านของข้าได้ เื่นี้ย่อมจบลงที่นี่ไม่มีทางไปถึงจวนสกุลหลินของพวกเ้าอย่างแน่นอน ข้ายังจะเพิ่มตั๋วกินฟรีหนึ่งมื้อให้พวกเ้าด้วย"
"ข้ารับปากท่านเ้าค่ะ"หลินหลานหรูตอบรับด้วยรอยยิ้ม
"พ่อครัวใดหรือ"หลินหลงอู่รู้สึกข้องใจอย่างมาก แต่เมื่อเห็นหลินหลานหรูชักสีหน้าใส่ไม่ยอมบอกอะไรหลินหลงอู่จึงดึงตัวเสวี่ยเฟิ่งที่ยืนด้านหลังหลินหลานหรูตลอดมาซักถาม
เพียงแต่เื่เก่าเพิ่งจะคลายปัญหาใหม่ก็มาเยือนเสียแล้ว
"เอ๋... กินแล้วกลับไม่มีเงินจ่าย?"
หลินหลานหรูเงยหน้าขึ้นมองตามทิศที่มาของเสียงเมื่อเห็นแล้ว ใบหน้าสดใสของหลินหลานหรูเมื่อครู่ก็พลันขรึมลง
เสวี่ยเฟิ่งกับหลินหลงอู่ก็มองเห็นผู้มาใหม่แล้วเช่นกันแต่ควรต้องเรียกว่า 'ผู้ย้อนกลับมา' เสียมากกว่า
เป็ชายใต้จมูกมีไฝย้อนกลับมาทั้งคราวนี้ยังพาพวกพ้องมาด้วยอีกห้าคน คิดจะปล้นร้านเถ้าแก่หลิ่วหรือไรแล้วเหตุใดต้องมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ
"ฮ่าๆ ดียิ่งข้าแค่ย้อนกลับมาจ่ายค่าอาหารให้เถ้าแก่หลิ่ว ไม่คิดว่าจะเจอโจทก์เก่าที่นี่เช่นนั้นก็ดี เถ้าแก่คิดร่วมเงินที่ข้าทั้งหมดส่วนเด็กสองคนนี้ก็ยกให้ข้าจัดการ"
กำลังจะชื่นชมความมีน้ำใจของเ้าอยู่แล้วเชียวแต่ประโยคหลังที่ว่าจัดการนี่คืออย่างไร หลินหลานหรูชักหวั่นใจ
ชายหน้าไฝไม่รอช้าสั่งคนโยนเงินถุงใหญ่สองถุงให้เถ้าแก่หลิ่ว สองมือเถ้าแก่รับมาอย่างงงงวยมองเงินแล้วก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่บ้าง เช่นนี้เขาควรทำอย่างไรดี
เสี่ยวเอ้อคนเก่าคนเดิมมองเห็นด้านนอกมีจำนวนคนยืนออกันเพิ่มขึ้นจึงวิ่งออกมาดูก็ให้ใเพราะเห็นเป็นักเลงหน้าไฝและพรรคพวก
ส่วนเสวี่ยเฟิ่งกับหลินหลงอู่นั้นทั้งสองรับรู้ชะตากรรมร่วมกัน โดยไม่ต้องให้ผู้ใดอธิบายกล่าวแจ้งแถลงไขแค่ย้อนไปถึงเื่ที่หัวเราะไว้กับชายหน้าไฝผู้นี้ ทุกอย่างกระจ่างชัดความแค้นช่างมากมายดุจขุนเขา
คุณชายทั้งสองลอบมองหน้ากันก่อนจะตกลงกันได้ว่า...วิ่ง!
หลินหลานหรูอ้าปากค้างพวกเขาทำสิ่งใด? คนหนึ่งะโข้ามรถลากอีกคนลอดผ่านคานรถม้า มองตามแทบไม่ทัน เห็นแต่หลังลิบๆ หายลับไปกับฝูงชน
หึๆ เหมือนจะรอด?
ทว่าถูกหิ้วลำตัวฝ่าฝูงชนบนถนนกลับมาด้วยชายร่างั์ผิวดำแดงผู้หนึ่งภาพที่ปรากฏในครรลองสายตาคือขวาม่วง ซ้ายดำ หิ้วมาง่ายดายราวกับเป็ดไก่
...หมดกัน!
ไยพวกเ้าไร้ประโยชน์เช่นนี้แล้วยังมีหน้ามายิ้มให้ข้าอีก หลินหลานหรูกุมขมับ ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เถ้าแก่หลิ่วเองก็หวั่นใจเห็นคุณชายทั้งสองถูกหิ้วมาเช่นนั้นก็รู้สึกกังวลอย่างมาก เขตตลาดและถนนย่านนี้มีผู้ใดไม่รู้ถึงความโเี้ของนักเลงหน้าไฝ หากปล่อยให้พวกเขาพาคุณชายไปคงจะกลับมาไม่ได้อีกแล้วกระมัง เกรงว่าชีวิตก็คงจะรักษาไว้ไม่ได้
คนคนนี้แม้แต่ทางการยังไม่อยากยุ่งยิ่งกว่านั้นเถ้าแก่ยังได้ยินมาว่าผู้ตรวจการคนใหม่ มู่หวังจงมีเบื้องลึกเื้ักับชายหน้าไฝนั่น...นั่นยิ่งมิเท่ากับว่าเป็พวกเดียวกันหรอกหรือ
ใบหน้าเถ้าแก่หลิ่วที่หลินหลานหรูมองเห็นยามนี้บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้
"เอาตัวไป"ชายหน้าไฝสั่งเสียงเรียบ ท่าทางคุกคามคนไม่น้อย
คุณชายทั้งสองถูกหิ้วต่องแต่งแกว่งไปตามแรงเดินของคนหิ้ว ไร้กำลังต่อสู้ ออกแรงดิ้นพร้อมกันทั้งสองคนแต่ยังสู้กำลังแขนของชายร่างั์ผู้เดียวไม่ได้ ชายผู้นี้เป็วรยุทธ์ทั้งวรยุทธ์ชั้นยอดอีกด้วย!
"ไอโยว..."เถ้าแก่หลิ่วหอบเงินลากสังขารเดินตาม กล่าวห้ามไปพลาง "ช้าก่อนข้ายังไม่ได้เห็นด้วยว่าจะรับเงินส่วนของคุณชายทั้งสองจากท่านอย่างนี้แล้วตัวคนอยู่ๆ จะพาไปได้อย่างไร ท่านปล่อยพวกเขาลงก่อนเถิดแล้วมาพูดคุยกันดี...อึก!"
ประโยคสุดท้ายยังกล่าวไม่จบดีปากเถ้าแก่หลิ่วถูกหมัดลุ่นๆ จากชายหน้าไฝพุ่งต่อยจนโซเซ
หลินหลานหรูพลิกตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิวสีหน้านางเข้มขึ้น เถ้าแก่หลิ่วเพิ่งเมาหมัด ทรงตัวได้ไม่นานเท้าหนักๆ ก็ตามมาฟาดเข้ากลางลำตัวจนร่างแก่ชราลอยหวือปะทะต้นเสาป้ายร้าน้าเอียงกระเท่เร่ไปครึ่งหนึ่ง เกิดแรงสั่นะเืไปถึงชั้นสอง
ชั่วเวลาต่อมาบนระเบียงชั้นบนก็ปรากฏกลุ่มคนให้ความสนใจมองลงมาเห็นผู้าเ็กระอักเืคำหนึ่งแล้วกระตุกเพียงครั้งเดียว คอก็พับหมดสติไปทันทีเป็ภาพที่ชวนให้คนเห็นใจหายอย่างยิ่ง
อุกอาจเกินไปแล้ว
หลินหลานหรูก็คิดเช่นนั้น
เสี่ยวเอ้อตาโตวิ่งโร่มาประคองเถ้าแก่หลิ่ว พลางกลั้นหายใจก่อนยกมืออังจมูกเถ้าแก่หลิ่วจากนั้นค่อยพรู...ลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถึงกับยังหายใจอยู่
เสี่ยวเอ้อนับว่าฉลาดมีสติกว่าผู้ใดะโสั่งให้คนในร้านไปตามท่านหมอมาอย่างเร่งด่วน
ทว่าเหตุทะเลาะวิวาทนี้โจ่งแจ้งเกินไปคนสนใจจึงยืนมุงไม่มีทางพลาด ตาจับจ้องไม่กะพริบ จ้องไปจ้องมาเห็นไฝคู่กรณี เฮ่ย!รีบดึงสายตากลับแทบไม่ทัน
อาจเป็เพราะชื่อเสียงของนักเลงผู้นี้มีบันทึกในที่ว่าการหนาเป็ปึกผู้ใดจะกล้ายุ่งให้เจ็บตัว จากที่มุงดูกันเยอะๆ จึงค่อยๆ หายไปทีละสามคน ท้ายที่สุดก็ไม่เหลือใคร
ชายหน้าไฝขยับคอหักนิ้วดังกร๊อบกวาดตามองรอบด้าน จากนั้นเลื่อนสายตาต่อมาที่เถ้าแก่หลิ่วยามมองราวกับมองสุนัขแก่น่ารำคาญตัวหนึ่งในเมื่อนอนขวางทางก็เตะไปให้พ้นเท้า...ก็เท่านั้น
หลินหลานหรูยืนสงบนิ่งอยู่ด้านข้างเห็นเหตุการณ์ถนัดตา สีหน้าไร้ซึ่งร่องรอยอารมณ์ใดปรากฏ
น่าแปลกที่ั้แ่เกิดมาในชาตินี้จิตใจของนางด้านชาถึงขั้นใช้คำว่า 'ไร้ศีลธรรม' มาบรรยายยังได้ คงเป็เพราะฆ่าคนมาไม่น้อยในชาติก่อนทั้งยังไม่เคยรู้สึกผิดบาปในใจสักครั้ง
ดังนั้นสภาพเถ้าแก่หลิ่วที่ถูกกระทำจนเป็เช่นนี้นับเป็อะไรได้หลินหลานหรูเฉยชาต่อภาพเหล่านี้จนผิดวิสัยเด็กเสียแล้ว
ส่วนเป็ดไก่ เอ๊ย...คุณชายทั้งสองั้แ่เห็นเถ้าแก่หลิ่วมีสภาพเช่นนั้น พวกเขาต่างก็เดือดปุดๆ ในใจจึงเห็นตรงกันว่าจะเอาคืนชายหน้าไฝให้สาสม
"พาไป"ชายหน้าไฝออกคำสั่งเนิบๆ ทว่าไม่ได้หมุนตัวเดินจากไปในทันที
เขามองคุณหนูชุดชมพูที่ยืนสงบเงียบไม่ขยับั้แ่เมื่อครู่แล้วแววตาของนางเต็มไปด้วยประกายแข็งกร้าวเอาเื่พอดูขณะเดียวกันรอบตัวก็แฝงกลิ่นอายกดดันเขากลายๆ ราวกับ 'ฮ่องเต้เสด็จแล้วเ้ายังไม่รีบคุกเข่าอีก' อย่างไรอย่างนั้น
เสวี่ยเฟิ่งเห็นเช่นนั้นจึงคิดเบี่ยงเบนความสนใจของชายหน้าไฝไปจากหลินหลานหรู"พี่ชาย ท่านไม่ต้องให้คนหิ้วพวกข้าเช่นนี้ก็ได้กระมังอีกเดี๋ยวเครื่องในได้ไหลออกทางปากกันพอดี หรือไม่ท่านรีบพาพวกข้าไปให้เร็วหน่อยห้อยอยู่เช่นนี้อายผู้อื่นยิ่ง" พูดพลางยกชายเสื้อคลุมไหล่ขึ้นปิดหน้าน้อยๆ "อ้อ...ท่านคงไม่อายแต่ข้าอาย!"
ชายหน้าไฝเหล่มองคนพูดหลินหลงอู่จึงเอาด้วยบ้าง "นี่ลุง พวกข้ายินดีเดินไปเองไม่ใช่หิ้วจนหัวลากพื้นเช่นนี้ หากเข็มขัดหนังราคาแพงของข้าขาดขึ้นมาจะทำอย่างไรนั่นน้องสาวข้าให้เป็ของขวัญวันเกิดเชียวนะหรือน้องสาวท่านไม่เคยให้สิ่งใดถึงไม่เห็นคุณค่า"
เสวี่ยเฟิ่งขมวดคิ้วยาวเอี้ยวคอมองคุณชายหลินด้านข้าง นั่นคือจงใจพูดหรือไม่รู้กันแน่ น้องสาว?
เอ่ยอย่างไรก็ฟังดูกระทบกระเทียบชายหน้าไฝอ่อนไหวกับคำว่า 'น้องสาว' อย่างมากหลินหลงอู่จึงยั่วให้ผู้อื่นโมโหโดยใช่เหตุ โดนหมัดหนักๆ ต่อยเืกบปากไม่ต่างจากเถ้าแก่หลิ่วเพียงแต่ไม่ได้โซเซไปไหน เพราะถูกหิ้วล็อกไว้กลางลำตัวอย่างน่าสงสาร
ชั่วเวลาเดียวกันบางสิ่งบางอย่างในใจหลินหลานหรูกลับเริ่มถูกกระตุ้นด้วยภาพหลินหลงอู่ถูกชกโลหิตสีแดงสดของพี่ชายที่รักและเอ็นดูนาง...
"เฮ้! พี่ชายท่านลงมือหนักไปหน่อยหรือไม่" เสวี่ยเฟิ่งเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาหลายส่วนที่ควรเสแสร้งยิ้มจึงหายไปไม่มีเหลือ
หลินหลงอู่ถูกต่อยทั้งอย่างนั้นถึงจะรู้สึกมึนๆ อยู่บ้าง ก็ยังหันมายิ้มให้หลินหลานหรูในใจรู้สึกเป็กังวลเื่นางมาก ดวงตาของนางถึงกับมีแววใ จึงส่ายศีรษะน้อยๆให้นางอย่าได้ห่วงเขา ยืนรออยู่เงียบๆ เช่นนั้นดีแล้วเพียงแค่ชายหน้าไฝไม่ยุ่งกับน้องสาวของเขา จะฆ่าจะแกงล้วนยินดี
ชีวิตเ้าสำคัญกว่าข้านัก น้องเล็กพี่ใหญ่ห่วงเ้าที่สุด
แม้สีหน้าไม่เผยความรู้สึกใดมีเพียงเมื่อครู่ที่แววตาหลุดใออกมา แต่มือเล็กๆของหลินหลานหรูกลับลอบกำหมัดในแขนเสื้อตัวยาวที่สุดแล้วนั้นภาพหลินหลงอู่ถูกต่อยก็เหมือนกับเข็มนับสิบเล่มทิ่มแทงความรู้สึกอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวกระทั่งกระทบกระเทือนใจนางอยู่บ้าง เถ้าแก่หลิ่วก็แล้วไปเถอะ นางไม่ใส่ใจแต่กับพี่ชายของนาง...
ชายหน้าไฝผู้นี้ถึงกับหยามหน้าข้า?! ชั่วขณะนั้นหลินหลานหรูลืมสิ้นว่าตัวเองในชาตินี้อายุเพียงเจ็ดขวบ
นักเลงเหล่านี้เตรียมตัวจะเดินจากไปแล้วแต่ถูกสุ้มเสียงเย็นะเืเสียงหนึ่งรั้งไว้ด้านหลัง "ช้าก่อน!"
ชายหน้าไฝชะงักฝีเท้าก่อนหันหน้ากลับไปก็พบเ้าของเสียงเดิมทียังคิดว่าเป็เด็กน้อยที่ใดรนหาเื่เจ็บตัว ที่แท้ก็เป็หนูน้อยชุดชมพู"ให้ข้าคืนพวกเขาให้เ้ารึ นั่นยอมเป็ไปไม่ได้"
หลินหลานหรูย่อมรู้อยู่แล้วนางเพียงแต่้าจดจำใบหน้าของชายหน้าไฝให้แม่นขึ้นเท่านั้น สำหรับ...ชำระแค้นจึงเอ่ยยิ้มๆ อีกว่า "ย่อมมิใช่"
ชายหน้าไฝเหมือนถูกเด็กน้อยล้อเล่นให้อับอายทว่าแววตานางสงบเยือกเย็นอย่างยิ่ง น่าแปลกใจที่เขารู้สึกเหมือนเกิดภาพหลอนขึ้นมามองเห็นเงาอำมหิตที่มีรอยยิ้มชวนสยองซ้อนทับบนร่างของหลินหลานหรูในดวงตาของเด็กผู้นั้นมีรอยยิ้มสั่นขวัญผู้คนอยู่จนในใจอดจะเกิดความประหวั่นขึ้นมาไม่ได้
กระนั้นชายหน้าไฝก็ยังแค่นเสียงฮึขึ้นจมูกแล้วไม่สนใจอะไรอีก
คนจากไปแล้วแต่หลินหลานหรูยังยืนนิ่งอยู่กับที่และคล้ายจิตใจวิปริตในชาติก่อนจะถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้วด้วย
เสี่ยวเอ้อพลันเห็นรอยยิ้มสั่นขวัญนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ...!
เสี่ยวเอ้อมองหลินหลานหรูเดินเข้าใกล้ร่างเถ้าแก่หลิ่วเขาก็ขยับถอยให้นางเล็กน้อย
หลินหลานหรูดูสงบเยือกเย็นจนแฝงความน่ากลัวที่ไม่อาจปิดมิดสายตาของนางตกอยู่ที่ใดก็ให้ที่นั่นเย็นะเืดุจน้ำแข็ง ผู้ใดจะกล้าสบตา
นางโน้มตัวลงเล็กน้อยทางหนึ่งตรวจอาการเถ้าแก่หลิ่วอย่างไม่รีบร้อนส่วนอีกทางก็ฟังเสียงผู้คนในร้านเปิดปากบริภาษชายหน้าไฝกล่าวถึงความเลวร้ายของคนผู้นี้อย่างไร
จากนั้นจึงเอ่ยสั่งเสียงเรียบให้เสี่ยวเอ้อห้ามเคลื่อนย้ายเถ้าแก่จนกว่าท่านหมอจะมาถึง
ต่อมาเมื่อเสี่ยวเอ้อเห็นหลินหลานหรูกำลังจะจากไปจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "คุณหนู ท่านจะไปที่ใดให้ข้าเรียกรถม้าส่งท่านกลับจวนดีหรือไม่ส่วนเื่ของคุณชายทั้งสองข้าจะรีบส่งคนไปแจ้งทางการโดยด่วนให้พวกเขาพาตัวคุณชายกลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้ ท่านไม่ต้องเป็ห่วงหรอกขอรับ"
เงียบ...
นั่นคือคำตอบที่เสี่ยวเอ้อได้รับกลับมาหลังจากหลินหลานหรูหยุดฝีเท้าเล็กๆนิ่งมองผู้คนบนถนนเบื้องหน้าเดินกันขวักไขว่
ถ้อยคำของเสี่ยวเอ้อไม่ได้เข้าโสตประสาทของหลินหลานหรูแม้สักประโยคหยุดมองเพียงครู่เดียวนางก็ขยับเท้าเดินต่อมุ่งไปตามทิศที่ชายหน้าไฝพร้อมพรรคพวกจากไป ...อย่างเงียบเชียบ
ฝีเท้าหลินหลานหรูไม่ช้าไม่เร็วแต่จืดจางจนคนบนถนนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น
นางยืนมองคนเ่าั้หายลับเข้าตัวอาคารสองชั้นสภาพทรุดโทรมจนดูไม่น่าเข้าใกล้ หน้าต่างทุกบานถูกตีปิดสนิทมิหนำซ้ำปากทางเข้ายังมีชายฉกรรจ์สามคนเฝ้ายามเป็ปราการใหญ่
ทุกครั้งที่มีคนเข้าออกตัวอาคารชายฉกรรจ์สามคนจะคอยมองใบหน้าตรวจตราอย่างเข้มงวดหากเจอหน้าที่ไม่คุ้นหรือท่าทางมีพิรุธไม่รอให้คนผู้นั้นเอ่ยปากสิ่งใดให้มากก็จับโยนออกจากตัวอาคารอย่างไม่ปรานีส่วนด้านในยังแว่วเสียงโฮร้องทั้งยินดีและผิดหวังผสานกันต่อเนื่อง
กระนั้นเสียงอึกทึกนี้กลับดึงดูดให้คนเดินเข้าด้วยใบหน้ากระหายอยากอย่างเต็มใจแต่เมื่อถึงเวลาออกมา กลับถูกคนโยนออกมาเหมือนหมูหมาเสียอย่างนั้นเจอใครบนถนนหันมองก็พาลเห่าไปทั่ว
หัวคิ้วหลินหลานหรูอดจะขมวดมุ่นขึ้นมาอย่างขัดเคืองไม่ได้ใบหน้าเองก็ติดจะบึ้งตึงเล็กน้อย นางไม่ค่อยชอบสถานที่ต่ำตมเช่นนี้เท่าใดนัก
เมื่อนางละสายตาจากอาคารไม้สองชั้นด้านหน้าก็เลื่อนไปมองรอบข้างดูบ้าง ที่เห็นฝั่งตรงข้ามคือโรงรับจำนำหนานเฉิงหลินหลานหรูเคยให้เฉิงอิ้นตามสืบมา ร้านนี้ทำกำไรต่อปีได้มากทีเดียว
"แม่นางน้อยเ้าเลือกปิ่นสักอันสิ"
หลินหลานหรูหันมองแม่ค้าขายเครื่องประดับผู้ที่นางกำลังยืนอยู่ตรงหน้าร้านแผงเล็กๆ ริมถนนของอีกฝ่ายในมือเองก็หยิบััปิ่นหยกมันแพะชิ้นหนึ่งอยู่นานแล้วจึงช้อนสายตามองหญิงอายุราวสี่สิบนี้เล็กน้อยแม่ค้าเครื่องประดับนางนี้มีรอยยิ้มไม่ค่อยจริงใจนัก
ทว่าแม่ค้าเครื่องประดับคิดชักจูงให้หลินหลานหรูซื้อของเพียงแต่ปิ่นประดับราคาถูกเช่นนี้ ไม่ได้อยู่ในสายตาของหลินหลานหรูแต่แรกแล้ว
หลินหลานหรูลูบััปิ่นหยกบนแผงร้านอีกเล็กน้อยชั่วครู่ให้หลังก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับความคิดวิปริตบางอย่าง
"ท่านน้าเ้าคะ"เสียงเรียกนี้แฝงความท้อใจอยู่เจ็ดส่วน อีกสามส่วนคือความทุกข์ใจ"หลายวันก่อนข้าเก็บหยกชิ้นหนึ่งได้เป็พี่สาวหน้าตางดงามนางหนึ่งสวมชุดผ้าแพรสีม่วงตัวยาวทำตกไว้ข้าตามหานางมาหลายวันแล้วพอรู้มาบ้างว่านางมักหายเข้าไปในอาคารหลังนั้นบ่อยๆ"
หลินหลานหรูโยนหินถามทางน้ำเสียงและแววตาใสซื่อน่าสงสารที่สุด พลางยกมือชี้นิ้วไปยังสถานที่มอมเมาผู้คนอย่างบ่อนพนันแห่งนั้น
แม่ค้าเครื่องประดับมองตามเมื่อเห็นบ่อนพนันที่เมื่อเช้าตนเองเพิ่งเล่นเสียมาจึงชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ก่อนตอบหลินหลานหรูกลับไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจอยู่บ้าง "เ้าดูผิดหรือไม่บ่อนพนันสถานที่โสมมเช่นนั้น จะมีคนที่เ้าตามหาได้อย่างไร"
หลินหลานหรูยังมีสีหน้าอมทุกข์ดุจเดิมเมื่อได้ยินแม่ค้ากล่าวอย่างนี้ก็ก้มหน้างุดอย่างแสนเสียดาย
จากนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อยคล้ายนึกบางอย่างขึ้นมาได้เงยหน้าอย่างรวดเร็วและถอดปิ่นปักผมมาอันหนึ่ง กล่าวว่า"ท่านน้าขายเครื่องประดับมานาน สายตาย่อมเฉียบคมกว่าข้า ท่านดูสิเ้าคะปิ่นนี้งดงามยิ่ง ใช่ทำจากเงินแท้หรือไม่"
นางปรับโทนเสียงให้อ่อนลงกล่าวอีกว่า "ท่านช่วยข้าดูสักหน่อยเป็อย่างไรเ้าคะเมื่อเช้าข้าเดินตามหาพี่สาวคนงามทั้งย่านนี้ เผลอชนคนบนถนนเข้าไม่ระวังทำปิ่นหลุดมือ"
พูดไปก็คล้ายจะร้องไห้ไม่หยุดปั้นเื่เท็จมาหลอกคน
เพียงแต่แม่ค้าเครื่องประดับไม่ได้เห็นความน่าสงสารของเด็กน้อยอยู่ในสายตาอยู่แล้วมีแต่จะมองว่าเด็กน้อยใสซื่อนั้นหลอกง่าย
ดังนั้นเมื่อสายตาของคนโลภมองปิ่นในมือหลินหลานหรูปราดเดียวก็เปลี่ยนท่าทีเร็วไวยิ้มกล่าวอย่างประจบประแจ้ง "คุณหนูน้อยอย่าเศร้าที่บอกว่าสายตาข้าเฉียบคมนั้นกล่าวได้มิผิดทั่วทั้งตลาดย่านนี้สายตาข้าดีที่สุดแล้ว ปิ่นนี้งามนักเป็เงินแท้อย่างไม่ต้องสงสัย"
"แต่ปิ่นนี้ข้าเพิ่งทำตกไป"นางกล่าวเสียงเศร้า พอๆ กับใบหน้าที่หมองลงเล็กน้อย"ตรงไข่มุกมีรอยตำหนิใหญ่อยู่ ใส่ต่อไปคงได้ถูกคุณหนูบ้านอื่นหัวเราะเยาะปิ่นมีตำหนิเช่นนี้แม้เสียดายแต่ตัดใจทิ้งไม่ลงท่านคิดว่าข้าควรทำอย่างไรเ้าคะ"
แววตาแม่ค้ามีประกายกลิ้งกลอก "เอ๋แม่นางน้อย เ้าจะทุกข์ใจไปไย ปิ่นมีตำหนิแล้วปักประดับไว้ก็ไร้ความงามมิสู้เ้าเลือกปิ่นในร้านข้าสักอันข้ายินดีแลกปิ่นในร้านกับปิ่นในมือเ้าดีหรือไม่"
หลินหลานหรูเหยียดมุมปากหยามหยันในใจกล่าวหลอกล่อต่อไปว่า "ท่านช่างดีกับข้านัก ปิ่นนี่อย่างไรก็มีตำหนิแล้วข้ายกให้ท่านแล้วกันเ้าค่ะ"
แม่ค้ายื่นมือไปรับอย่างรวดเร็วพร้อมส่งเข้าปากกัดเช็กคุณภาพ สีหน้าเบิกบานเต็มที่ ยิ้มระรื่นเปื้อนทั้งหน้าเลือกปิ่นในร้านยื่นให้หลินหลานหรูอันหนึ่ง "ข้าจะรับของของเ้ามาได้อย่างไรนี่...ปิ่นนี้ในร้านข้ายกให้เ้า"
หลินหลานหรูรับมาอย่างไม่อิดออดจากนั้นก็ปล่อยให้ความยินดีของแม่ค้าเอ่อล้น
เนื่องจากได้ทุนทำกำไรในบ่อนพนันแล้วปากจึงหุบไม่อยู่ ที่ไม่เต็มใจพูดจึงกลายเป็สิ่งตรงข้าม
"เ้าถามถูกคนแล้วอาคารหลังนั้นมีคนเข้าออกตลอดแต่หากเป็หญิงสาวหน้าตางดงามอายุราวยี่สิบที่เ้าตามหา คงมีอยู่ไม่กี่คนกระมังคนหนึ่งเป็น้องสาวเ้าของบ่อนพนัน ข้าพอรู้จักนางอยู่บ้างนิสัยนางดีต่างจากพี่ชายยิ่ง คนแถวนี้ต่างชื่นชอบนางกันทั้งนั้นน่าเสียดายที่พี่ชายนางเป็พวกอันธพาล ตีรันฟันแทงผู้อื่นไปทั่วผู้ใดจะกล้าเข้าใกล้"
อีกฝ่ายชะงักเล็กน้อยก็พูดอีกว่า"นี่ หากเ้าจะคืนหยก วันนี้ข้ายังไม่เห็นนางเ้าลองไปยังร้านเครื่องเคลือบลายครามฝั่งถนนทิศใต้ดูบางทีอาจได้คืนหยกให้นางที่นั่น ถ้าจำที่ข้าบอกไม่ได้ก็ถามคนแถวนั้นมีใครไม่รู้จักหนิงหนิงบ้าง"
หนิงหนิง? น้องสาวเ้าของอาคารหลังนั้น? มิหนำซ้ำยังนิสัยดีงามอย่างมากหลินหลานหรูยิ้มเย็น กล่าวว่าช่วยคนนั้นถือเป็เื่รองฆ่าคนต่างหากคือเื่หลักของฆาตกรต่อเนื่องอย่างนาง
หลินหลานหรูหันกลับไปมองยังตัวอาคารสองชั้นอีกครั้งประจวบกับคนด้านในเดินออกมา
เป็มู่หวังจงกับชายหน้าไฝ?
หลินหลานหรูชะงักไปชั่วครู่การปรากฏตัวของมู่หวังจงในชุดขุนนางเต็มยศไม่ได้อยู่ในความคาดหมายของนางโดยสิ้นเชิง
ทางด้านหน้าของอาคารชายหน้าไฝเชิญมู่หวังจงกลับไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใดแต่ยังคงรักษารอยยิ้มบนใบหน้าไว้อย่างยิ่งยวด แล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันไป
หลินหลานหรูดึงสายตากลับมาข่าวลือเล่าว่าทางการไม่กล้าเอาผิดชายหน้าไฝเห็นทีจะเป็เื่จริงเช่นนี้ยังจะหวังพึ่งทางการให้ช่วยคนออกมาได้อย่างไรกล่าวลาแม่ค้าเครื่องประดับแล้ว หลินหลานหรูก็มุ่งไปยังถนนทิศใต้ทันที
ในร้านลิ่วอู้ย่อมมีอยู่่หนึ่งที่หลินหลานหรูแอบมองผ่านระเบียงชั้นสองลงไปบนถนนเห็นชัดว่าหญิงสาวนางใดอยู่กับชายหน้าไฝผู้นั้น
เื่นี้จะโทษที่หลินหลานหรูอำมหิตเกินไปไม่ได้หากคืนนี้ไม่ได้ฆ่าคน เห็นทีนางจะนอนไม่หลับ
เป็เช่นนี้แล้วหลินหลานหรูพลันรู้สึกว่าในใจเริงร่าอย่างที่สุด
หลินหลานหรูหายไปราวหนึ่งชั่วยามเมื่อกลับมาอีกครั้งก็สวมอาภรณ์บุรุษสีน้ำเงินเข้มตัวใหม่เอี่ยมกิริยาท่าทีดูตื่นเต้นผิดแปลกไปจากนิสัยสุขุมเยือกเย็นที่นางมักแสดงออกเป็ส่วนใหญ่แววตาเป็ประกายไหวระริก ฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ
คืนนี้ยามจื่อ[1] ข้าจะฆ่าคน เมื่อคิดว่าทุกอย่างจะดำเนินตามเกมที่นางวางไว้หลินหลานหรูก็อดมีรอยยิ้มไม่ได้ ที่สุดก็เผยเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่ปกติเื่ที่คนปกติมิควรเห็นเป็เื่สนุก นางก็เกิดรู้สึกตื่นเต้นอยากทำขึ้นมา
...นี่ละคือหลี่ถิงในชาติก่อนตอนที่สติเลอะเลือนนางวิปริตไปแล้ว!
หลินหลานหรูจำนำปิ่นสองอันทั้งหมดรวมที่ได้จากแม่ค้าเครื่องประดับด้วย ซึ่งนางแลกเป็เงินมาด้วยราคาเกินจริงพอควรกว่าเฉาเฟิ่ง[2]โรงรับจำนำหนานเฉิงผู้นั้นจะรู้ตัวว่าถูกนางหลอกก็คงไม่ทันการแล้ว
เมื่อนึกถึงว่าโรงรับจำนำนี้ทำกำไรต่อปีได้มากเท่าไรนางก็ภาวนาในใจขอให้เจ๊งวันเจ๊งคืน ค่อนข้างพาลมากทีเดียว
เกี่ยวกับเื่นี้นางจ่ายไปกับเสื้อผ้าบุรุษชุดใหม่หนึ่งชุดถุงเงินอย่างดีหนึ่งถุง ตั่งไม้สองตัว เชือกสองเส้น หมึกดำราคาถูก เืไก่สดๆน้ำมันเชื้อเพลิง กระบอกจุดไฟ ลูกเต๋า มีดยาว และคนอีกสามคนสำหรับเล่นละครตบตา
เงินทั้งหมดของนางหมดไปกับสิ่งเหล่านี้ดังนั้นในถุงเงินหนักๆ ที่นางถือจึงเต็มไปด้วยก้อนหิน
"พวกเ้าจำคำของข้าได้ทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่"เด็กหญิงในคาบอาภรณ์เด็กหนุ่มรูปงามเอ่ยขึ้นสีหน้าและแววตาขึงขังจริงจังอย่างที่สุด ขณะที่เฉิงอิ้นเพียงยืนอมยิ้มอยู่ห่างๆ
ที่จริงแล้วเฉิงอิ้นเห็นว่าเลยยามอู่ไปแล้วแต่หลินหลานหรูยังไม่กลับมาจึงออกมาตามยามนี้นางกลับบอกกับเขาว่า 'อยากเล่น' แล้วให้เขายืนดูอยู่ห่างๆเขาเองก็ไม่กล้าขัดเพียงยืนแผ่รังสีอันตรายข่มขู่ให้คนสามคนที่หลินหลานหรูไปเก็บมาจากที่ใดไม่รู้ให้ทำตัวเคารพต่อนาง
"ลูกพี่เ้าหนุ่มตาบอดนี่ก็เป็ลูกสมุนของท่านเหมือนกันหรือ" น้ำเสียงนักเลงพี่ใหญ่อ่อนนุ่มอย่างเคารพนอบน้อมมาก
หลินหลานหรูเหลือบมองเฉิงอิ้นที่ยืนกอดอกอยู่ด้านข้างก็เอ่ยตอบด้วยสีหน้าเ็า "มิผิดวันหลังพวกเ้าก็เรียกเขาว่าพี่ใหญ่แล้วกัน"
นักเลงพี่ใหญ่ตอบรับด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกก้มมองสภาพตัวเองแล้ว ช่างน่าสงสารยิ่ง
แต่กับนักเลงน้องรองนั้นไม่เข้าใจสถานการณ์"ใช้หมึกดำเขียนหน้าเขียนตาพวกข้าให้ดูเหมือนโจรเช่นนี้ก็อยู่ในแผนการด้วยรึ"
"ข้าคันหน้ายิ่งเกาได้หรือไม่" นักเลงน้องสามขยับตัวยุกยิก
หลินหลานหรูเหล่มองสามพี่น้องนักเลงหัวไม้ประจำตรอกที่เริ่มจะเื่มากขึ้นเรื่อยๆได้ยินเสียงเฉิงอิ้นกระแอมขึ้นครั้งเดียว พวกเขาก็เงียบกริบทันควัน
แม้จะบอกว่าหลินหลานหรูจ่ายให้พวกเขาไปคนละเจ็ดอีแปะมากกว่าของเดิมที่นางรีดไถจากพวกเขาหลายเท่านัก ในเมื่อนางบอกกับเฉิงอิ้นไปแล้วว่า'อยากเล่น' ดังนั้นกำลังทรัพย์ทั้งหมดนางต้องจ่ายด้วยตัวเองไม่ขอให้เขาช่วย
ยามนี้แม้เงินอีแปะเดียวก็สำคัญกับนางมาก
หลังเดินมาถึงหน้าอาคารสองชั้นหลินหลานหรูก็บอกให้เฉิงอิ้นไปเยือนสำนักคุ้มภัยหนานเหรินสักครั้งให้เขาจ้างวานคนคุ้มกันสักสองสามคนไปยังถนนทิศใต้
เฉิงอิ้นตอบรับคำหนึ่งก่อนมองอาคารไม้สองชั้นตรงหน้าผ่านผ้าโปร่งปิดตาสีดำ รู้สึกว่าสภาพอาคารตอนนี้คงดูดีที่สุดแล้วเพราะหลังจากนี้ไปก็จะเละเป็ซากอย่างแน่นอนหลุบตามองอีกครั้งก็เห็นรอยยิ้มอำมหิตผุดขึ้นบนใบหน้าหลินหลานหรู
ก่อนหน้าที่บอกไปว่าหลินหลานหรูจะะเิโรงน้ำชาคือพูดเล่นแต่จะะเิบ่อนพนันนั้นเป็เื่จริง เขายังได้กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงบนตัวนางเลย"คุณหนูระวังตัวด้วย"
หลินหลานหรูพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจเฉิงอิ้นจึงเดินหายไปกับฝูงชน รอจนเฉิงอิ้นจากไปแล้วนางจึงหันมาสนใจชายฉกรรจ์สามคนตรงหน้า
ดวงหน้าเล็กกระตุกยิ้มร้ายกาจขึ้นมาทีหนึ่งผู้คนบนถนนก็คล้ายรู้สึกว่าท้องฟ้ายามนี้จะมีฝนพายุในอีกไม่ช้า
ชายฉกรรจ์สามคนยืนมองสี่บุรุษตัวประหลาดอยู่หน้าอาคารในใจคิดว่าพวกเขามาแสดงกายกรรมเรียกเงินอีแปะหรือไร จึงกล่าวไล่ไป "ไม่ดู!พวกเ้าไปแสดงที่อื่นเถอะ"
หลินหลานหรูหน้าตึงกล่าวเสียงห้าวเฉกเช่นบุรุษกลับ "ไม่ดูอะไรของพวกเ้า เอาถั่วทำตารึมองอย่างไรเห็นนายน้อยสง่างามผึ่งผายเช่นข้ามาเยือนยังไม่รีบเปิดทางต้องให้คนของข้าลงมือก่อนรึถึงจะยอมหลีกทางให้"
'คนของข้า' ที่นางกล่าวถึง ถลึงตายืดอกอวดความกำยำสู้ชายฉกรรจ์สามคนเต็มที่ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนจิ้งจกสามตัวยืนแลบลิ้นอวดขนาดกับตุ๊กแกอย่างไรอย่างนั้น พลันตุ๊กแกตวัดเท้ากวาดจิ้งจกตกคานเรือนดังเปะ!ภาพในจินตนาการแตกเป๊าะ
ชายฉกรรจ์ไม่สนใจจิ้งจก...เอ๊ยชายประหลาดสามคนนั้น มองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างแคลงใจจะอย่างไรก็ให้รู้สึกเหมือนเด็กไม่เกิดสิบขวบ ตัวสูงโย่งยิ่งกว่าเสาเรือนส่วนถุงเงินที่คุณชายเด็กผู้นี้ถืออยู่ในมือ ท่าจะหนักเอาการ
ผู้คนบนถนนเดินผ่านหน้าอาคารเห็นคนก็เอ่ยทัก "เอ๊ะ คุณชายน้อยคนเมื่อครู่นี่"
"พวกเ้ารู้จักรึ"ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งเปิดปากถาม
คนผู้นั้นกำลังจะอ้าปากตอบหลินหลานหรูชิงยกมือแปะปากคนผู้นั้นปิดไว้
เอ่ยแทรกอย่างรวดเร็วว่า"เอ๋… พี่ชายท่านนี้ ผู้น้อยมิกล้า ข้าเพียงแต่ผ่านทางเข้าเมืองเงินเล็กน้อยให้ไปไม่นับเป็บุญคุณ ข้าบุตรชายพ่อค้าเมืองหน้าด่าน ค้าขายกำไรเพียบวันนี้คิดอยากขยับไม้ขยับมือสักหน่อย ต่อยอดผลกำไรให้บิดาบุตรกตัญญูเช่นข้าหาได้ยากใช่หรือไม่ ได้ยินว่าที่นี่ดีเห็นทีจะเป็แค่ข่าวโคมลอยกระมัง"
ทักษะด้านการกุเื่ชั้นยอดปั้นน้ำเป็ตัวชั้นยอด กล่าวเท็จเป็จริงชั้นยอด หลอกผู้อื่นก็ชั้นยอด! เหอะๆหลินหลานหรูช่างเจนจัด
ชายฉกรรจ์มุมปากกระตุกเ้านายบอกว่า 'ลูกค้าถุงเงินหนักคือพระเ้าชื่อเสียงสำคัญต้องรักษาให้เลื่องลือ' พยักหน้าหงึกๆ กับตัวเอง ในที่สุดก็เอ่ยปากอนุญาตเพียงแต่มีเงื่อนไข "ขอดูเงินในถุง เท่านั้นเ้าก็เข้าไปได้"
เอ๋? เช่นนั้นไม่ดีแน่เปิดดูก็เห็นก้อนหินสิ ทว่านางยังคงยื่นส่งให้อย่างไม่ส่อพิรุธกล่าวเชิงเตือนสมทบไปว่า "ที่นี่มีกฎเช่นนี้เองรึลูกค้ายังไม่เข้าร้านก็ขู่เรียกดูเงิน หากพวกเ้าดูแล้วส่งกลับคืนมาข้านับจำนวนแต่เงินกลับไม่ครบ ควรเรียกให้ใครรับผิดชอบ เ้านายพวกเ้ารึ"
ชายฉกรรจ์คนเดิมสะดุ้งชักมือกลับราวของร้อน เล่นเอ่ยถึงเ้านายของที่นี่ พลันเสียวหลังแวบที่เป็ได้แค่คนเฝ้าประตูก็รู้สถานะของตนเองแล้ว จึงได้ยอมถอยให้ในที่สุดโน้มลำตัวผายมือ "เชิญคุณชายน้อย"
หลินหลานหรูอมยิ้มแต่เป็นางที่เข้ามาได้คนเดียวนักเลงหัวไม้สามพี่น้องจำต้องมองส่งลูกพี่จากไปอีกครั้ง
หลินหลานหรูเลิกม่านหนาหนักเข้ามาพร้อมกับความมั่นใจที่แสนเต็มเปี่ยมภาพแรกที่เห็นถึงกับ... เฮ่ย! นางแทบอยากเดินกลับ
ข้าจะลำบากเปลืองสมองคิดแผนเข้ามาทำเพื่อ?
ถุงก้อนหินในมือหนักๆนึกอยากขว้างศีรษะคนยิ่ง เหตุใดเด็กชายสองคนที่นางนึกอยากช่วยสภาพดูดีเช่นนี้ดูดียิ่งกว่านางอีก ทว่าช่างเถอะ จะอย่างไรช่วยคนก็เป็เื่รองของนางเื่หลักคือชำระแค้น
"คุณหนูหลิน?" เป็เสวี่ยเฟิ่งเห็นหลินหลานหรูก่อนใครเขาสะกิดแขนหลินหลงอู่ด้านข้าง ก่อนจะมองซ้ายแลขวาลอบเดินมาหานางสายตาที่มองมาดูขุ่นมัวด้วยม่านหมอกแห่งโทสะขวางกั้น
"เ้าเข้ามาได้อย่างไร"เขากล่าว ข้างในเสียงดังมาก ปากของเขาแทบชิดหูนาง
ข้าก็เข้ามาทางประตูอย่างไรละคงไม่งัดหน้าต่างปีนเข้าให้เสียสง่าขาดความผึ่งผาย
หลินหลงอู่คิดตามออกจากโต๊ะพนันแต่ชายหน้าไฝจ้องไม่กะพริบตาจึงกลับไปที่เดิมต่างฝ่ายต่างจ้องไม่มีใครยอมใครเช่นกัน
"เ้ารีบกลับออกไปหากถูกเห็นเข้าคงไม่ดี"
"เหตุใดข้าต้องออกข้าออกแล้วพวกท่านยังอยู่ เช่นนั้นข้าก็ไม่ออก สิทธิ-เท่า-เทียม"คุณชายเย่าเลิกคิ้วเล็กน้อย นางยังกล่าวต่อว่า"ข้าแต่งตัวเช่นนี้ผู้ใดจะจำได้"
พระเ้า! คงจะมีแต่ยามเฝ้าหน้าประตูกระมังที่จำเ้าไม่ได้
"ที่นี่มีแต่บุรุษเสียงดังหยาบคายคุณหนูสูงศักดิ์เช่นเ้าจะทนได้หรือ ถึงตอนนั้นเ้าคิดอยากจะออกคงไม่ง่ายเหมือนตอนเข้ามา"
หลินหลานหรูครุ่นคิดชั่วครู่"ถูกของท่านเ้าค่ะ" นางเหมือนจะเห็นด้วย เสวี่ยเฟิ่งก็มีรอยยิ้ม"แต่ข้าอยากเล่น เช่นนั้นข้าจะลืมว่าตนเองสูงศักดิ์ไปชั่วคราวถึงตอนที่ข้าอยากออกขึ้นมา ผู้ใดจะห้ามข้าได้" กล่าวจบก็ส่งถุงเงินหนักๆให้เสวี่ยเฟิ่ง เดินย่ำเท้าตึงๆ มายังโต๊ะพนันที่ใกล้ที่สุด
เสวี่ยเฟิ่งไม่ได้สังเกตเื่ความสูงของนางระหว่างที่คุยกันกระทั่งได้ยินเสียงยามนางเดิน มองต่ำลงไปเห็นขาไม้กระทบพื้นตึงๆ นางช่างกล้า
แล้วถุงก้อนหินนี่คืออะไรเสวี่ยเฟิ่งสุดจะทน กัดฟันกรอดเอ่ยกับตัวเอง"คุณหนูหลินเ้าคิดทำสิ่งใดกัน!"
เชื่อแล้วว่าเหตุวุ่นวายในโรงน้ำชาเป็ฝีมือนาง
เด็กหนุ่มลอบโยนถุงเงินออกข้างนอกลอยข้ามศีรษะชายฉกรรจ์สามคน ร่วงตุบลงหลังพุ่มไม้หากถูกชายหน้าไฝจับได้ว่ามีกลโกงเช่นนี้อยู่ที่เขาพยายามพูดหว่านล้อมไปตั้งมากมายอาจสูญเปล่า
ทางดัานนี้เสวี่ยเฟิ่งปวดขมับทางด้านนั้นกลับทำอะไรไม่เข้าท่า
"ข้าลงพนัน!"มือเล็กขาวผ่องทุบโต๊ะหนักๆ พร้ะเบ็งเสียงเยี่ยงเด็กหนุ่มโผงผางผู้หนึ่งเรียกให้ทุกผู้ในโต๊ะพนันเงียบกริบ หันมองคนแปลกหน้า
"เด็กน้อย เ้าหลงทางหรือ"เ้ามือฉงน เหตุใดคนเฝ้าประตูปล่อยให้เด็กเข้ามาก่อกวนในนี้ได้ "นี่..."
เ้ามือกำลังจะร้องให้คนพาตัวเด็กออกไปแต่ถูกมือขวาของเสวี่ยเฟิ่งยกปิดปาก "...นางเงินหนักมากลงครั้งหนึ่งคงทำกำไรให้ท่านเป็กอบเป็กำ"
เ้ามือจึงเผยยิ้มเห็นด้วย
นับดูแล้วโถงชั้นล่างนี้มีโต๊ะเหลี่ยมยาวขนาดใหญ่ถึงสิบโต๊ะกระจายตามมุมต่างๆทุกโต๊ะเต็มไปด้วยบุรุษทั้งชายและหญิง...มิผิด ผู้หญิง! รวมๆแล้วโต๊ะละไม่ต่ำกว่าสิบคน ซ้ำกิริยาของสตรียังไม่มีให้เห็นแหกปากร้องโอดครวญยามเล่นเสีย
เสวี่ยเฟิ่งรีบคว้ามือหลินหลานหรูออกจากโต๊ะพนันยืนซ้อนหลังนางพลางกล่าวเสียงนุ่ม "คุณหนูหลินใครเขาวางเงินพนันกันเช่นนี้"
"ไม่ถูกหรือ"ท่าทีของนางจะใสซื่อผิดวิสัยเกินไปแล้ว
"รอก่อน" เขาเอ่ย
"อ่อ"
รอจนเ้ามือเขย่าลูกเต๋าในกล่องเสร็จจากนั้นจึงเปิดให้วางเดิมพัน ครานี้คุณหนูหลินลงมือทุบโต๊ะครั้งที่สองแต่กลับชักมือกลับเสียอย่างนั้น...นางเล่นเป็หรือไม่?
เหตุใดนางจะเล่นไม่เป็ก็แค่เกมซิคโบ[3]ง่ายๆ ทายแต้มบนลูกเต๋าสามลูก วางเดิมพันสูงต่ำนางแค่เลือกสักอันก็ใช้ได้แล้ว ...คิดงั้น?
โดยหน้าลูกเต๋าที่จะออกต่ำสุดคือสามสูงสุดคือสิบแปด จากพื้นฐานแต้มสี่ถึงสิบนับว่าต่ำ ส่วนสิบสองถึงสิบเจ็ดนับเป็สูงอืม...ทฤษฎีแน่นแต่ปฏิบัติอาจเป็ศูนย์
เสวี่ยเฟิ่งผินหน้ามามองหลินหลานหรูเลิกคิ้วยาวเป็เชิงถาม
"รอบนี้ข้า ข้าขอดูก่อน...อืม"
รอบนี้ รอบที่สอง รอบที่สามหลินหลานหรูเริ่มเื่มากขึ้นเรื่อยๆ รอบที่สี่ รอบที่ห้า นางยังคงใช้คำเดิมคือ 'รอดูก่อน' จริงสิรอบสามเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยไม่ใช่ฝีมือนาง ไม่ใช่ๆ จริงนะ จริงๆ
"เอาละ แทงสูง!"หลินหลานหรูกำมือทุบโต๊ะดังตุบ ค่อยๆ คลายมือ เหรียญอีแปะร่วงลงทีละเหรียญ
เ้ามือตาโต ได้ยินว่ากระเป๋าหนักมองหน้าคุณชายน้อยอย่างตื่นตะลึง "หกอีแปะ?"
เสวี่ยเฟิ่งขบขันตอนเข้ามากระทั่งถึงตอนนี้ นางกำเงินหกอีแปะตลอดเวลาหรือจึงกระซิบถามข้างหูนางไปว่า "คุณหนูหลิน เ้ามีเงินซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่กระทั่งตั่งก็ยังหาซื้อมาได้ แต่วางเงินพนันหกอีแปะ จะไม่งกไปหน่อยรึราศีคุณชายที่เ้าลำบากสร้างมาหลายชั่วยามไม่ใช่หดหายหมดแล้วรึ"
คุณหนูหลินกระทุ้งศอกใส่คนด้านหลังเบาๆแล้วกดเสียงต่ำเอ่ย "คุณชายเย่า ท่านไม่รู้อะไรข้าแค่กำลังลองใจพวกเขาอยู่"
ละ...ละหรือนางยังแก้ตัวได้น้ำขุ่นๆ เสวี่ยเฟิ่งยังรู้สึกอึ้งจึงไม่ได้เอ่ยวาจาใดต่อ
เมื่อเ้ามือเปิดให้เห็นแต้มบนลูกเต๋าสามลูก
"ฮะฮ่า ข้าชนะ!"คุณหนูหลินโฮร้องอย่างดีใจ ได้เงินกลับมาอีกหกอีแปะ
____________________________
[1] ยามจื่อ คือ ่เวลาระหว่าง 23.00 น. ถึง 1.00 น.
[2] เฉาเฟิ่งเดิมเป็คำที่ใช้เรียกลูกจ้างในร้านขายเกลือหรือโรงรับจำนำภายหลังเรียกหลงจู๊ผู้ดูแลโรงจำนำ
[3] ซิคโบ หรือ Sicbo เกมการเดิมพันที่เรียกกันติดปากว่าไฮโลออนไลน์ ซึ่งพัฒนามาจากเกมไฮโลโดยการวางเดิมพันของซิคโบมีความหลากหลายมากกว่าไฮโล