1
พนักงานที่เงือนเดินเยอะที่สุดในวังหลวง!
“หานิเทียน...” บุรุษในฉลองพระองค์ลายัสีทองเอ่ยเรียกชื่อเ้าของใบหน้าเรียวยาวั์ตาคมสีนิล ผิวขาวดั่งหิมะรับกับรูปร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีกรมท่าและผมสีดำขลับใต้หมวกขุนนางขั้นสี่ซึ่งตนเองเป็คนเรียกมาพบ
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา” หานิเทียนรับคำ
“เนื่องจากที่ผ่านมาเ้าได้ทำผลงานให้กรมอาญาไว้มากมายซึ่งปีนี้ใต้เท้าปิงก็เกษียณพอดีเจิ้นจึงใคร่จะให้เ้ารับตำแหน่งใต้เท้ากรมคนต่อไปน่ะ...”
ถ้าเป็ผู้อื่นได้ยินรับสั่งเช่นนี้คงดีใจจนเนื้อเต้นทว่าหานิเทียนกลับเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า
“ทูลฝ่าา...กระหม่อมขอปฏิเสธพ่ะย่ะค่ะ”
“เพราะเหตุใด!?” ต้าเทียนฮ่องเต้ถามพลางหรี่ตามองบุรุษตรงหน้าด้วยความสงสัย
“กระหม่อมมิคู่ควรพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นผู้ใดเล่าที่คู่ควร?”
“กระหม่อมขอเสนอท่านฉาเสี่ยวหวาพ่ะย่ะค่ะ นอกจากท่านฉาจะมีความรู้มากแล้วยังาุโที่สุดด้วย”
“งั้นหรือ!?” แล้วต้าเทียนฮ่องเต้ก็นิ่งไปสักพักก่อนเอ่ยว่า
“เื่าุโเจิ้นไม่เถียง แต่ความรู้ในสมองเจิ้นว่าเ้ามีมากกว่าเขานะหานิเทียน... เ้าจะให้เจิ้นยกหน้าที่สำคัญให้คนที่มีดีแค่ความาุโหรือ!?”
“กระหม่อมมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมนั้นโง่งมจริงๆยังต้องเรียนรู้อีกมาก...”
“ทำเป็มาพูดงั้นพูดงี้ ไม่อยากเป็ก็บอกมาตามตรงเถิด” ต้าเทียนฮ่องเต้กล่าวอย่างเอือมระอา
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่อยากเป็ใต้เท้า” หานิเทียนตอบ
เขาเพิ่งจะอายุ29เองนะ ขืนได้นั่งเก้าอี้หัวหน้ากรมอาญา (เดิมคือกรมยุติธรรมแต่ต้าเทียนฮ่องเต้ทำการปฏิรูปแล้วทำให้กรมยุติธรรมกลายเป็ส่วนหนึ่งของกรมอาญา)ล่ะก็…ต้องโดนเขม่นแถมชีวิตที่แสนสงบก็จะต้องโดนทำลายด้วยเื่ยิบย่อยที่มีเข้ามาไม่เว้นแต่ละวันเป็แน่แท้
ทุกวันนี้แค่นั่งร่างกฎหมายเล่นๆนับนิ้วคำนวณเงินที่มี อ่านหนังสือในห้องไปวันๆ ก็ดีอยู่แล้ว
“ตามใจเ้าละกัน...เช่นนั้นเ้า้าอะไรล่ะ?” ต้าเทียนฮ่องเต้จึงตัดสินใจถามออกไปตามตรง
ไหนๆหานิเทียนก็ได้ทำคุณูปการให้บ้านเมืองมากมายโดยเฉพาะสิ่งที่ต้าเทียนฮ่องเต้ถูกใจที่สุด คือการเพิ่มเติมกฎหมายเื่สิทธิสตรีสมควรที่จะได้รับการปูนบำเหน็จเป็อย่างยิ่ง
“เอ่อ…”
“บอกมาเถิด”
“สิ่งที่กระหม่อม้านั้น...”
“สตรีสักคน!?” เมื่อเห็นหานิเทียนมีท่าทีอ้ำๆอึ้งๆ โอรส์จึงลองทายดูเพราะคิดว่าอาจจะเป็อาการของหนุ่มโสดวัยยี่สิบเก้าที่เกิดมาเพิ่งเคยชอบใครแล้วไม่กล้าแสดงออกตรงๆก็เป็ได้
เพราะั้แ่เห็นกันมาก็ไม่เคยเห็นหานิเทียนนึกชอบพอผู้ใดมาก่อนและหากเป็เช่นนั้นจริง เขายินดีที่จะสนับสนุนอีกฝ่ายเต็มที่
ทว่าสิ่งที่คิดก็มลายหายไปทันทีเมื่อหานิเทียนกล่าวว่า
“มิใช่พ่ะย่ะค่ะ หากพระองค์จะทรงพระกรุณาจริงๆกระหม่อมขอเพียงแค่ขึ้นเบี้ยหวัดรายเดือนให้กระหม่อมก็พอพ่ะย่ะค่ะ”
“หา...ว่าอย่างไรนะ!? พูดใหม่ซิ”
“ขอเพียงแค่ขึ้นเบี้ยหวัด...เอ้ย! เงือนเดินกระหม่อมให้สูงกว่าคนอื่นๆยกเว้นผู้ที่ดำรงตำแหน่งใต้เท้าก็พอพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่อยากโดนเขม่น...”
หานิเทียนทวนคำพูดของตัวเองเกือบลืมไปเลยว่าเดี๋ยวนี้คำว่าเบี้ยหวัดถูกแทนที่ด้วยคำว่าเงือนเดินแล้ว
“…เงินเดือน” ต้าเทียนฮ่องเต้แก้ให้
“พ่ะย่ะค่ะ เงินเดือน ขออภัยพอดีกระหม่อมจำผิด”
“อ้อ...และชาตินี้ทั้งชาติกระหม่อมขอไม่เลื่อนตำแหน่งเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ”
“……”ต้าเทียนฮ่องเต้ถึงกับอึ้งกิมกี่กับคำตอบของร่างสูงโปร่งเลยทีเดียว
“ก่อนที่เจิ้นจะให้ตามคำขอของเ้า เจิ้นอยากรู้เหตุผล...”
“เพราะั้แ่เข้ามาทำงานที่กรมยุติธรรมใน่แรกๆกระหม่อมก็ได้ตั้งเป้าหมายไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ ว่ากระหม่อมจะต้อง...” หานิเทียนนิ่งไปสักพักพลางนึกคำที่ต้าเทียนฮ่องเต้บัญญัติขึ้นมาใหม่สำหรับตำแหน่งต่างๆ ในวังหลวง
“เป็พนักงานที่ได้เงือนเดินมากที่สุดในวังหลวงแห่งนี้พ่ะย่ะค่ะ! แม้ตอนนี้กรมยุติธรรมจะกลายเป็กรมอาญาแล้วแต่เป้าหมายของกระหม่อมก็ยังคงเดิมมิเปลี่ยนแปลง” แม้ดวงตาคมจะฉายแววเป็ประกายออกมายามพูดถึงเงินแต่ก็ยังคงรักษาความเรียบเฉยบนส่วนอื่นของใบหน้าไว้ได้อย่างดี
ไอ้เชนเอ๊ยไอ้เชน...ไอ้เทพบุตรหน้าตาย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีกี่ภพกี่ชาติเอ็งก็ยังทำตัวน่าหมั่นไส้เหมือนเดิม
“เอ้ย!! เงินเดือนพ่ะย่ะค่ะ!!” เมื่อรู้ตัวว่าพูดผิดอีกครั้งหานิเทียนก็รีบแก้
“เ้าจะเอาเงินมากมายไปทำอะไร!?” ต้าเทียนฮ่องเต้ถามด้วยความสงสัย
“ส่วนหนึ่งให้ท่านพ่อท่านแม่ อีกส่วนเก็บไว้ใช้ในอนาคตพ่ะย่ะค่ะ...”
โอ้โห!มีความมองการณ์ไกล แต่ว่า...
“อนาคตที่เ้าวาดฝันไว้เป็อย่างไรหรือ!?”
“กระหม่อมก็ยังมิรู้พ่ะย่ะค่ะ”
“……”ต้าเทียนฮ่องเต้ถึงกับเงียบเพราะไปต่อไม่เป็เลยทีเดียว
“เมื่อถึงเวลานั้นคงรู้เองพ่ะย่ะค่ะ” หานิเทียนกล่าวหลังจากเห็นสีหน้าของโอรส์
พลันต้าเทียนฮ่องเต้ก็นึกถึงใบหน้าของหานอิงมี่[1]ที่โผล่ขึ้นมาทับซ้อนกับหานิเทียน
คนน้องเมื่อหลายปีก่อนอยู่ดีๆ ก็บ้าจี้วิ่งมาขอพระราชโองการตามสามีไปออกรบเฉยเลยแต่สุดท้ายก็ล้มเลิกกลางคันเพราะป่วย...
ส่วนคนพี่เป็เช่นนี้มาั้แ่แรกและยังคงลุ่มๆดอนๆ เรื่อยมา ซ้ำรู้สึกว่าจะหนักขึ้นทุกวัน
ให้ตายเถอะ!ทายาทตระกูลหานมีใครสักคนที่ปกติบ้างหรือไม่!?
แต่ขนาดตัวข้ายังไม่ปกติเลยจะไปเอาอะไรกับเขาเล่า!?
“เจิ้นว่าเ้าน่าจะหาคู่คิดสักคนมาไว้ร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน” ต้าเทียนฮ่องเต้เสนอ แต่อีกฝ่ายก็รีบส่ายหน้า
“ไม่ต้องเป็สตรีก็ได้รัชสมัยของเจิ้นอนุญาตให้เหล่าคนตัดแขนเสื้อคบหากันได้เต็มที่เ้าก็น่าจะเห็นจากการที่เจิ้นให้ตั้งหอบุรุษงามเคียงข้างหอบุปผา”
ข้าก็ดันลืมนึกถึงข้อนี้ไปไอ้เชนในภพนี้อาจจะไม่ชอบสตรีก็ได้ แต่ไม่กล้าเปิดเผยตัว
วัชรวีร์**คนใจกว้างที่สุดในปฐีนี้คิดในใจ
“มิใช่อย่างนั้นพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมหาได้เคยมีความรู้สึกใดๆ ต่อใครไม่”
“ไม่เคยมีจริงๆ หรือ!? ตอนเด็กๆ ล่ะ!?”
“ตอนเป็เด็ก ส่วนมากกระหม่อมก็หมกตัวอยู่ในห้องหนังสือของจวนมิได้ออกไปไหนพ่ะย่ะค่ะ” หานิเทียนตอบเสียงเรียบขนาดกับคนในครอบครัวยังพูดด้วยจนแทบจะนับคำได้ แต่ไม่ใช่ไม่รักนะรักและห่วงใยทุกคนนั่นแหละ
“ถามจริง…” ในที่สุดผู้ที่เป็โอรส์จึงถามในสิ่งที่ตนเองรู้สึกค้างคาใจออกไป
“เคยเข้าหอนางโลมหรือไม่!?” เมื่อเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าก็ถามต่ออย่างอ้ำๆอึ้งๆ
“แล้วเคยแบบว่า...เอ่อ...”
โว้ย!!ถ้ายังอยู่ในร่างของวัชรวีร์คนเดิม เขาจะพูดออกไปได้ไม่มีลังเลเลยแต่นี่...จะทำอะไรก็รู้สึกว่าต้องให้เกียรติไอ้เสื้อคลุมลายัที่ใส่อยู่
“ก็เป็เื่ธรรมดาของบุรุษทั่วไปมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะที่ต้องมีความรู้สึกเช่นนี้เป็บางครั้งบางคราว!?หรือพระองค์ไม่มี” หานิเทียนถามกลับด้วยสีหน้าตายด้าน
เวร…ดูมันย้อน! ดีเท่าไรไม่ยักคิ้วใส่ตรูด้วย
ถ้าเป็เมื่อก่อนเอ็งโดนกุดหัวไปแล้วนะรู้ตัวหรือไม่!?
ต้าเทียนฮ่องเต้สบถในใจก่อนตอบอีกฝ่ายด้วยประโยคที่ยืดยาวว่า
“ในเมื่อเ้าบอกว่ามันเป็เื่ปกติ เจิ้นก็ต้องมีสิ แถมมีสนมสวยๆไว้ปรนนิบัติด้วย ไม่เหมือนเ้าหรอก! ช่างเถิดเอาเป็ว่าหากเ้า้าแค่ขึ้นเงินเดือนก็ได้ เจิ้นให้ตามนั้น! ไปได้แล้ว!”
“ขอบพระคุณฝ่าา และกระหม่อมขอทูลลาขอฝ่าาทรงพระเจริญพันปีหมื่นปีพ่ะย่ะค่ะ” หานิเทียนพูดพลางทำความเคารพแล้วเดินออกไป
เมื่อเหลือแค่ตัวเองกับมี่เยี่ยนอยู่ในห้องแล้วต้าเทียนฮ่องเต้ก็ะโออกมาว่า
“ฝากไว้ก่อนเถอะ หานิเทียน!!!”
มีโอกาสเมื่อไรพ่อเล่นเอ็งแน่!
จริงๆที่เคยคาดโทษไว้ในตอนแรกๆ ที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ ก็กะจะลืมๆ มันไปแล้วนะแต่ไม่ไหวว่ะ เอ็งกวนตีนข้าเช่นนี้...
วัชรวีร์ในร่างของต้าเทียนฮ่องเต้คิดพลางสะบัดหน้าไล่ความหงุดหงิดแล้วหันไปคุยกับมี่เยี่ยน องครักษ์เงาผู้เป็เพื่อนซี้ั้แ่สมัยละอ่อน
“จะว่าไป...”
“อะไรหรือ!?”
“เ้าได้ยินเกี่ยวกับเื่ราวของจีลู่ฟางหรือเปล่า!? สาวสวยที่เขาว่ากันว่าเกิดมาเสียเปล่า!?”
หรือพูดกันตรงๆก็เสียของเสียชาติเกิดอะไรประมาณนี้
“ก็เคยได้ยินนะ เห็นว่านอนป่วยมาเจ็ดปีกว่าแล้วนี่ตอนเข้าพิธีปักปิ่นนี่คือทุลักทุเลมาก นั่งคอพับเอนไปมาตลอดเวลามือไม้ก็ไม่มีเรี่ยวแรงจนมารดาต้องให้คนรับใช้คอยประคองจนจบพิธี...หลังจากนั้นก็นอนติดเตียงตลอดเวลา”
อห.(ที่อาจจะแปลว่าโอ้โหหรืออย่างอื่น) วัชรวีร์อุทานในใจ
ฟังแล้วนึกถึงในหัวของคุณ ในหัวข๊องคุณ ซอ-ออมบี้ซอ-ออมบี้ ซอ-ออมบี้ เอ้ เอ้!
ใครเกิดไม่ทันไปหาฟังซะ!
“เหตุใดเ้าถึงรู้ดีขนาดนี้?” ผู้เป็โอรส์ถามมี่เยี่ยนด้วยสายตาคาดคั้น
ไม่ยักรู้ว่าชาโต้หรานเกอสุดที่รักของตัวเองจะเป็พวกชอบสอดรู้สอดเห็นเื่ของชาวบ้านด้วยแต่ก็คงเหมือนนายของตัวเองแหละ ชอบกินเผือกเหมือนกัน!
“ข้าก็ฟังเขาเล่ากันมาปากต่อปากนั่นแหละ” มี่เยี่ยนเอ่ย
“ว่างๆ หาเวลาไปดูหน่อยดีกว่า อยากรู้ว่าจริงหรือเว่อร์” ต้าเทียนฮ่องเต้เอ่ย ั้แ่ปฏิรูปนั่นนี่นู่นโน่นไปเมื่อสามปีก่อนเขาก็แทบไม่ต้องทำงานอีกเลย มีเวลาเดินเหินไปไหนได้ตามสบาย
“ก็ไปสิ...” มี่เยี่ยนที่เริ่มจะชินกับการที่ฝ่าาเป็แบบนี้กล่าวไม่ให้ชินได้ไงล่ะอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปีแล้ว
“เออ ขอดูวันว่างก่อน” ต้าเทียนฮ่องเต้พูดพลางหยิบสมุดประจำตัวขึ้นมาเปิดดูตารางกิจวัตรประจำวันของตน…
[1] ติดตามเื่ราวของหานอิงมี่กับเซี่ยเฟยหงได้ในแต่งกับเ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเ้าเสียหน่อย!