เช้าวันรุ่งขึ้นไพโรจน์แต่งตัวสบายๆใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นเดินลงมาบริเวณห้องรับแขกหลักด้วยสีหน้าสดใสอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนป้ามุกกับลุงหมูต้องแปลกใจ
“ป้าดีใจมากนะคะที่นายใหญ่อารมณ์ดีแต่เช้า”
“ฉันเพิ่งกลับมาทำงานได้ไม่เท่าไรหลานตัวแสบใช้งานฉันจนคุ้มจริงๆ” ไพโรจน์พูดทีเล่นทีจริง
“ถ้านายใหญ่ไว้วางใจคุณหนูขนาดนี้ผมดีใจมากครับ” ลุงหมูพูดด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม
“นายรู้ได้ยังงัยว่าฉันไว้วางใจหลานคนดีของนาย?”
“นายใหญ่อารมณ์ดีขนาดนี้...เป็นคำตอบที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีครับ”
คำตอบของลุงหมูทำให้ไพโรจน์ต้องหัวเราะออกมาดังลั่น“นายยังคงรู้ใจฉันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆ”
“นายใหญ่ไปดูห้องลับที่ชั้นลอยหลังจากซ่อมแซมเสร็จแล้วเป็นยังงัยบ้างครับ”
“ดูดีขึ้นเยอะเลยแหละฉันพอใจนะ...ใช้ประตูห้องอันเดิมเหรอ? เอาประตูมาจากไหนเหรอหมู?”
“ตอนทำความสะอาดภายในห้องผมเห็นประตูบานหนึ่งวางอยู่บนพื้นแล้วก็มีตู้ทับไว้ครับนายใหญ่ นายช่างลองมาเช็คละเอียดๆบอกว่าประตูยังใช้ได้ แค่เก่าเก็บนะครับ ก็เลยเอามาพ่นสีซ่อมแซมเล็กน้อยครับ”
“อืมๆทำดีแล้ว”
“ไม่ทราบว่าเช้าวันนี้นายใหญ่จะรับอะไรดีคะ?”ป้ามุกเอ่ยปาก
“เอาอย่างงี้วันนี้ฉันอยากกินอะไรเบาๆ สักหน่อย ขอเป็นข้าวต้มทรงเครื่องกับข้าวต้มทะเลส่วนน้ำเอาเป็นอะไรดีหว่า...เอาเป็นน้ำส้มคั้นสดๆ ก็แล้วกัน”
“ได้ค่ะนายใหญ่เดี๋ยวป้าจัดการให้ค่ะ รสชาติเหมือนเดิมแน่นอนค่ะ”
ไพโรจน์,ป้ามุกและลุงหมูนั่งคุยย้อนกลับไปสมัยลุงหมูยังทำหน้าที่เป็นคนขับรถประจำตัวส่วนมุกทำหน้าที่ช่วยเลี้ยงดูเจนจิราร่วมกับวิไลพร พูดคุยออกอรรถรสสร้างเสียงหัวเราะที่หายไปจากบ้านหลังนี้นานแล้วจู่ๆ มีเสียงโทรศัพท์เบอร์แปลกเข้ามามือถือของไพโรจน์
“สวัสดีครับไม่ทราบว่าเป็นเบอร์ของท่านไพโรจน์หรือเปล่าครับ? ผมสารวัตรชาตรีครับท่าน”
“สวัสดีครับสารวัตรผมไพโรจน์ครับ”
“สวัสดีครับท่านผมเป็นลูกของพ่อสมชาย อดีตลูกน้องเก่าท่านครับ”
“อ้าว!ลูกของคุณสมชายเหรอ! คุณพ่อเป็นยังงัยบ้างไม่ได้เจอนานเลย”
“คุณพ่อเสียได้5 ปีแล้วครับท่าน ผมได้เบอร์ท่านมาจากคุณพ่อนานแล้วทราบว่าท่านเพิ่งกลับมาจากสหรัฐ ผมยังไม่มีโอกาสไปหาท่านเลยครับ”
“ขอแสดงความเสียใจด้วยครับผมเพิ่งทราบข่าวจริงๆ ครับ”
“ขอบคุณครับท่าน...ผมโทรหาท่านวันนี้พอดีผมได้ข้อมูลใหม่ของลูกสาวท่าน มีบางอย่างน่าสนใจมากครับผมตัดสินใจแจ้งท่านดีกว่า เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ครับ”
“ข้อมูลลูกสาวผม?ผมฟังไม่ผิดใช่ไหม? ลูกสาวหรือหลานสาวผม?”
“ท่านฟังไม่ผิดครับข้อมูลลูกสาวท่านครับ”
“ลูกสาวผมวิไลพรนะเหรอ?”ไพโรจน์ทวนคำพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงแปลกใจอย่างมาก
“ใช่ครับท่านเป็นข้อมูลของคุณวิไลพรจริงๆ ครับ ท่านฟังไม่ผิดครับ...ท่านพอจะว่างมาที่ สน.ไหมครับ”
“ถ้าคุณยืนยันว่าเป็นข้อมูลลูกสาวผม...ผมจะไปหาคุณตอนนี้เลยสะดวกไหมครับ”
“สะดวกครับท่าน”
“มีอะไรเหรอคะนายใหญ่?ข้อมูลนายหญิงอะไรเหรอคะ?”ป้ามุกถามย้ำด้วยความแปลกใจอย่างมาก
“ฉันก็ไม่รู้แต่สารวัตรยืนยันว่า มีข้อมูลใหม่ของวิไลพรจริงๆ...ฉันจะไปหาสารวัตรที่ สน. ตอนนี้ก่อนฉันยังงงอยู่ว่า วิไลพรตายไปหลายปีแล้ว ข้อมูลใหม่อะไร?”
“ค่ะนายใหญ่”
วินัย,เจนจิรา, พลอยและส้มยืนคุยกับเลขานุ่นเกี่ยวกับการประชุมตั้งแต่เช้า “ห้องประชุมพร้อมแล้วค่ะคุณเจนจิรา”
“พี่นุ่นเรียกทีมสัมภาษณ์พนักงานใหม่ทั้งหมดขึ้นมาหาหนูได้เลยค่ะ”
“รับทราบค่ะคุณเจน”
“เหตุเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วตำรวจนำกำลังไปจับกุมคนร้ายเป็นผู้ชาย3 คน เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาชิงทรัพย์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพาคนร้ายไปตรวจปัสสาวะในเวลาต่อมา พบเสพสารเสพติดหลายอย่างอยู่ที่ห้องพักของคนร้ายด้วยครับและถูกฝากขังมาจนกระทั่งถึงวันนี้”
“แต่เรื่องไม่ได้จบแค่นั้นครับจู่ๆ คนร้ายทั้ง 3 คนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง โวยวาย พูดจับใจความไม่ได้ภายในห้องขังตอนแรกเจ้าหน้าที่เข้าใจว่าอาจจะเกิดมาจากประสาทหลอนหรืออาการข้างเคียงจากการเสพยาเสพติดร้อยเวรถ่ายคลิปนี้ให้ผมดูครับ”
“ไอ้ผีร้ายมันมาอีกแล้วมันมาหากูได้ยังงัย!!! กูหนีมันมาถึงนี่ มันยังหลอกหลอนกู!ช่วยกูด้วยๆๆๆๆ”
“นี่คือคลิปแรกครับหลังจากนั้นคนร้ายก็สลบไปพร้อมๆ กันทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่ต้องเรียกหมอเข้ามาตรวจอย่างละเอียดก็ไม่พบอาการผิดปกติเจ็บป่วยแต่อย่างใด พอคนร้าย 3คนเห็นหน้าหมอก็โวยวายลั่นโรงพักอีกครั้ง แต่เป็นลักษณะไม่ต้องการทำร้ายใครนะครับแต่ขอความช่วยเหลือ มีอาการเหมือนพวกคนโวยวายครับท่าน”
“เดี๋ยวผมเปิดคลิปที่2 ให้ท่านดูต่อครับ” สารวัตรเอ่ยปาก
“คุณหมอช่วยพวกผมด้วยไอ้ผีร้ายมันจะเอาชีวิตผม ช่วยด้วยๆๆ”
“ไม่มีผีร้ายครับมีแต่หมอกับร้อยเวรครับ ไม่มีครับๆๆๆ”
“มันตามผมมาจากกรุงเทพๆๆมันบอกว่า มันชื่อวิไลพรๆๆ วิไลพรๆๆ มันบอกว่าผมจะฆ่าลูกมัน มันจะแก้แค้นผมมันจะฆ่าพวกผม ช่วยผมด้วยๆๆๆ มันตามล่าผมมานานแล้วครับ”
“วิไลพรไหนครับ?ที่นี่ไม่มีคนชื่อวิไลพร ไม่มีนะครับ!!!”
“มีครับหมอๆๆผมกำลังจะทำร้ายลูกมันๆๆ มันแค้นผมมาก มันก็เลยจะฆ่าผม ช่วยผมด้วยๆๆ”
“ทำร้ายใครเหรอครับ?ทำร้ายลูกของคุณวิไลพรเหรอครับ?”
“มันบอกว่าลูกมันชื่อเจนจิรามันต้องการแก้แค้นผม คุณตำรวจต้องช่วยผมนะครับ” เป็นคำพูดสุดท้ายของผู้ต้องหาก่อนหมดสติอีกครั้ง
“หลังจากที่ร้อยเวรได้รับข้อมูลนี้มาผมรู้สึกเฉลียวใจกับคำพูดของคนร้ายทั้ง 3 คนจึงไปค้นข้อมูลและต้องตกใจเป็นอย่างมาก...คนร้ายทั้ง3 คนเคยพักอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยของคุณเจนจิราที่กรุงเทพครับ และที่สำคัญคือแม่ของคุณเจนจิราก็ชื่อวิไลพร เราตรวจสอบเบื้องลึกยืนยันว่าคนร้ายไม่มีความรู้หรือรู้จักข้อมูลข่าวสารทั่วไปมากนัก เป็นแค่พวกแก็งค์ขี้ยาอยู่ในพื้นที่ครับท่าน”
“ร้อยเวรยังคงตามเรื่องต่อข้อมูลที่ได้มาก็ยิ่งน่าตกใจมากครับ มีกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งจับภาพคนร้ายทั้ง 3 คนดักซุ่มอยู่บริเวณทางแยกก่อนถึงร้านค้าสะดวกซื้อไฟทางค่อนข้างสลัวไม่ชัดเจนเท่าใดนักเห็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่ร้านสะดวกซื้อ ในขณะเดียวกันคนร้ายทั้ง 3คนค่อยๆ ขยับตัวตรงเข้ามาทิศทางของน้องผู้หญิงคนนี้”
“แต่ลองดูคลิปดีๆครับ ในจังหวะที่คนร้าย 3 คนกำลังจะเข้ามาทำร้ายน้องผู้หญิงคนนี้แต่กลับหยุดชะงักโดยไม่ทราบสาเหตุจนเสียหลักล้มลง แล้วคนร้ายค่อยๆดันตัวเองถอยร่นเหมือนเห็นอะไรบางอย่างตรงหน้า ทำให้คนร้ายวิ่งแตกกระเจิงคนละทิศคนละทางออกไปนอกมุมของกล้องตัวนี้”
“ขอคลิปอีกมุมเปิดต่อเนื่องเลยครับ...นี่เป็นคลิปอีกตัวที่อยู่ด้านข้างๆร้านสะดวกซื้อ เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องสังเกตที่เวลาครับ เกิดขึ้นหลังจากคลิปแรก 48วินาทีน้องผู้หญิงคนนี้วิ่งมาเจอกลุ่มคนที่อยู่บริเวณร้านสะดวกซื้อด้วยท่าทีตกใจมาก”
“และคลิปสุดท้ายเป็นคลิปจากร้านอาหารตามสั่งฝั่งตรงข้ามร้านสะดวกซื้อเราเห็นหน้าน้องผู้หญิงคนนี้ยืนริมถนนบริเวณด้านหน้าร้านสะดวกซื้อด้วยครับ...น้องผู้หญิงคนนี้คือคุณเจนจิราจริงๆครับ”
หลังจากที่ไพโรจน์ดูคลิปจบเกิดอาการอึ้งและแปลกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า“คนร้ายที่โวยวายชื่ออะไร และตอนนี้อยู่ที่ไหน?”
“คนร้ายชื่อจ๊อดครับท่านตอนนี้อยู่ในห้องขังครับ”
“ผมขอคุยกับนายจ๊อดคนนี้หน่อย”
“ได้ครับท่าน”
สารวัตรชาตรีพาไพโรจน์เดินเข้าไปทางประตูด้านหลังเข้ามายังพื้นที่คุมขังเห็นผู้ต้องหาจ๊อดยืนเกาะกรงขังด้วยสายตาขวางจ้องเขม็ง
“นายชื่อจ๊อดใช่ไหม?นายคือคนที่บอกว่ามีผีร้ายแค้นนาย กำลังตามฆ่านาย!!”ไพโรจน์เอ่ยปากถามด้วยท่าทีจริงจังตามสัญชาตญาณอดีตตำรวจมือปราบเก่า
“มึงเป็นใคร?เกี่ยวอะไรกับมึงด้วย!!!”
“จ๊อด!!พูดจาดีๆ หน่อย ท่านกำลังมาช่วยนาย” สารวัตรชาตรีพูดปรามด้วยท่าทีขึงขัง
“ช่วยกู?ช่วยกูจากไอ้ผีร้ายตัวนั้นนะเหรอ?” จ๊อดหัวเราะดังลั่น“ไอ้ผีร้ายตัวนั้นมันจะฆ่ากู ไม่มีใครช่วยกูได้หรอกท่านสารวัตร!!...มันตามกูมาทุกทีเมื่อคืนมันก็มานั่งข้างๆ กู!!! ไม่เห็นมีหมาตัวไหนมาช่วยกูสักคน!!”
“ไอ้จ๊อด!!พูดจาดีๆ หน่อย!” สารวัตรออกปากปรามอีกครั้ง
“นายบอกว่าผีตัวนั้นชื่อวิไลพรอย่างนั้นเหรอ?” ไพโรจน์ถามย้ำ
“ใช่!!!ไอ้ผีร้ายวิไลพรมันจะมาฆ่ากู เพราะว่ากูไปทำร้ายลูกมัน!!! กูยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างกูไม่ผิด!!! สารวัตรมาจับกูแบบนี้ได้ยังงัย?จับกูไม่ได้เด็ดขาด!!”
ท่าทีของไพโรจน์อยู่ในอาการสงบนิ่งก็จริงแต่จ้องหน้านายจ๊อดตาไม่กระพริบ “เมื่อกี้นายบอกว่านายจะทำร้ายลูกของผีร้าย...ผีร้ายบอกนายว่ายังงัย?”
“ก็ไอ้ผีร้ายมันพูดว่ากูจะไปทำร้ายลูกเจนจิราของมันจริงๆ...เจนจิราไหนวะ กูไม่รู้จัก!!! มันจะแก้แค้นกู!”อาการของจ๊อดคล้ายคนบ้าพูดไปพลางก็หัวเราะเหมือนกับคนเสียสติสลับกับร้องไห้
“ผมคุยกับนายจ๊อดพอแล้วครับสารวัตร”
“โอคะค่ะพี่ๆ ใช้แนวทางเดิมที่เคยทำมา เท่าที่หนูฟังข้อมูลคิดว่าระบบเราน่าจะรับไหวหนูขอจบการประชุมเช้าวันนี้ค่ะ ขอบคุณพี่ๆทุกคนค่ะ”
“เจนๆมีข้อความด่วนจากคุณตาไพโรจน์เข้ามา…รอตอบกลับด้วย”พลอยแอบสะกิดเจนเบาๆ
เจนจิราหันไปเปิดดูข้อความด่วนจากไพโรจน์ทันที“วันนี้ช่วงเย็นๆ หลานเจน, พลอย,ส้มและวินัยว่างไหม? มีเรื่องสำคัญต้องคุยด่วน บอกให้หลานพลอยเอาสมุดสเก๊ตช์ภาพเรียกป้ามุกกับลุงหมูมาที่บริษัทด้วย”
“คุณตาต้องการคุยทั้ง6 คนเลยอ่ะ มีเรื่องอะไรหว่า?” เจนรู้สึกแปลกใจอย่างมาก
“นายใหญ่ต้องการคุย6 คนเหรอครับคุณเจนจิรา?” วินัยถามย้ำ
“ใช่ค่ะคุณอาวินัย...หนูแปลกใจตรงที่ให้พลอยเอาสมุดสเก็ตช์ภาพแล้วเกี่ยวอะไรกับป้ามุกกับลุงหมูตอนนี้หนูไม่เข้าใจจริงๆ นะคะ”
“สมุดสเก็ตช์ภาพผี?”พลอยต้องหันมาถามย้ำกับเจน “หรือว่าไอ้ผีร้ายตัวนั้นมันจะเปลี่ยนเป้าหมายไปเล่นงานคุณตาเหรอ? เจน...มึงลองคิดดูนะตั้งแต่คุณตากลับมา มันไม่มาหามึงอีกเลย?”
“จริงด้วย...ถ้ามึงไม่ทักกูเรื่องนี้กูไม่ทันสังเกตจริงๆ มันไม่มาหากูนานแล้วนะ”เจนจิราตอบด้วยน้ำเสียงแปลกใจเช่นกัน “พี่นุ่นๆๆรอบบ่ายวันนี้หนูมีนัดอะไรไหมคะ?”
“กำหนดการเดิมมีตรวจเอกสารรอการพิจารณา3 รายการค่ะคุณเจนจิรา”
“ขอบคุณค่ะพี่นุ่น”
“อยากรู้เหมือนกันว่าคุณตาจะพูดเรื่องอะไร กูงงไปหมดแล้ว”