TREE WORLD
ปฐพีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 39
สัตว์อสูรโจมตี (1)
พลันเกิดเพลิงสงครามท่ามกลางป่าเขาดั่งพายุดุร้ายก่อตัวหลังคลื่นลมสงบ การรบพุ่งทำลายล้างจากฝ่ายทหารและฝ่ายต่อต้าน สร้างความเสียหายย่อยยับต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต
ประชาชนตาดำๆผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างพวกผมจะไปตั้งตัวอะไรทัน
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวทำให้เจทที่เพิ่งจะล้มตัวลงนอนหัวยังไม่ทันถึงหมอนดีต้องพลันสะดุ้งตื่นเธอผวาออกจากเต้นท์ถามหาที่มาของเสียงอันน่าสะพรึง
หัวหน้าพ่อบ้านตลอดจนสมาชิกคนงานทุกคนพากันวิ่งวุ่นแตกตื่น
ฟิวท์กับการ์เซียผละจากการจัดระเบียบสัมภาระส่วนตัวรีบเข้ามาสมทบกับทุกคน
หมอกควันเมฆหนาวถูกเพลิงสงครามพัดพาจางหายผมยืนบนยอดเขา ณ จุดสูงสุด ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางที่สามารถสังเกตการณ์ได้รอบเทือกเขาเมื่อหมอกควันจางคลายจึงเริ่มตั้งหลักใหม่ ดาร์กอาย(เนตรนิลกาฬ)จับโฟกัสลงไปในรายละเอียด
บัดนี้กองทัพทหารกระจายกำลังพลรุมล้อมเร่งสังหารด้วยอาวุธยิงระยะไกล ทั้งขับไล่ด้วยเครื่องจักรยุทธภัณฑ์ชนิดที่พวกกลุ่มต่อต้านยากรับมือเหล่ากบฏนักยุทธ์ล้มตายแตกพ่าย ผู้ยังเหลือรอดต่างถูกบังคับไล่ต้อนเข้าไปในหุบเขาหมอกอาถรรพ์
ผมเฝ้าสังเกตสถานการณ์การสู้รบด้วยความสามารถของดาร์กอาย(เนตรนิลกาฬ)และดาร์กเอีย ( โสตะอนธการ) แล้วหูทิพย์ก็จับสัญญาณผิดปกติ พลันได้ยินเสียงแหวกอากาศจากทิศทางหนึ่งที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูง!
มันเร็วเสียยิ่งกว่าพรองฮอร์นที่ตื่นตระหนก!!!
แล้วทิศทางที่มันมุ่งหน้ามาแน่นอนแล้วว่าไม่พ้นต้องเป็นจุดยุทธศาสตร์บนยอดเขาที่ผมยึดกุมอยู่
ภายในดงป่ารกชัฏซึ่งเหยียดเต็มไปด้วยไม้ยืนต้นสูงชะลูดทึบตันดกหนา พันเกี่ยวเลี้ยวลดด้วยระโยงขวากหนามและเถาวัลย์ไม้เลื้อยผมยังนึกไม่ออกว่าจะมีเครื่องจักรหรือยานพาหนะใดสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วขนาดนั้นหากว่าเป็นเพียงฝีเท้าคน ย่อมนับได้ว่าคนกลุ่มนั้นต้องมีพลังยุทธ์เหนือชนชั้นสามัญฝีมือของมันอาจจะเหนือกว่าโกไลแอท ไม่ว่าเป็นยอดยุทธ์จากฝ่ายใดพวกกบฏหรือรัฐบาลหากมันค้นพบฐานที่มั่นแห่งนี้ ทุกคนจะตกอยู่ในอันตราย
นอกจากนี้ยังรับรู้ได้ว่ามีการพุ่งตรงมาอีกสายหนึ่ง!!!
ทิศทางนั้นกลับอยู่ใกล้ยิ่งกว่า...
ขณะที่อยู่ในโหมดดาร์กอายดาร์กเอียจะรู้ตัวช้าหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าระยะประชิด แม้ประสาทสัมผัสจะเหนือคนปกติสามัญ สามารถรู้แจ้งได้ในระยะไกลแต่ในระยะใกล้กลับกลายเป็นจุดอ่อน กว่าจะรู้ตัวก็ตั้งหลักไม่ทันเสียแล้ว
ระยะไม่เกินสามเมตรสิ่งมีชีวิตบางอย่างพุ่งตัวทะลุออกจากพุ่มไม้!!!
หากเป็นสัตวอสูรที่แตกกระเจิงจากหุบเขาหมอกอาถรรพ์ผมคงถูกขย้ำตายไปแล้ว แต่แล้วตัวที่กระโจนแหวกพุ่มไม้ออกมาเป็นแค่ลูกพรองฮอร์นที่แตกฝูงมันกำลังตื่นตกใจจากเสียงระเบิดจึงพุ่งเข้าชนกระแทกหน้าอก ผมเซถลาปลิวตามแรงปะทะจนล้มกลิ้งลงไปคลุกฝุ่นหลายตลบจนเกือบจะพลัดตกเขาหากไม่มีไม้พุ่มเตี้ยให้พอตะปบยึดเกาะ
แล้วเจ้าตัวนั้นก็เซถลาล้มกลิ้งลงไปพร้อมกับผมเช่นกันแต่มันตั้งหลักได้ไวกว่า ฝุ่นตลบคลุ้งหลังอุ้งเท้าทั้งสี่เร่งตะกุยดินดานหนุนส่งการทรงตัวมันลุกขึ้นยืนแล้วจ้องเขม็งมาที่ผมก่อนที่จะกระชากฝีเท้าพุ่งลงจากยอดเขาไปขณะที่ผมยังโซเซลุกไม่ขึ้น เพราะกำลังหน้ามืดปวดหัวมึนตึ้บ ร่างกายมันยังช็อกจากการสลายดาร์กอายดาร์กเอียกะทันหัน
มันสะบัดก้นหนีไปแล้ว...ทิ้งให้ผมปวดหัววิงเวียนชั่วขณะแต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บส่วนใด ไม่ใช่การซุ่มโจมตีแต่เป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อยไม่งั้นคงได้รับบาดแผลไปแล้ว แต่ผมยังไม่แน่ใจสายตาตัวเอง เพราะมันเป็นแค่ลูกพรองฮอร์ลที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานองคาพยพบางส่วนยังเติบโตไม่สมบรูณ์ อย่างเช่นส่วนที่เป็นเขาสมควรงอกออกมาเป็นง่ามแหลมคมเมื่อเต็มวัยและสีสันของมันควรจะเป็นสีน้ำตาล แต่นี่มันกลับขาวโพรนไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดหาง ยกเว้นเพียงดวงตาที่เป็นสีโลหิตแดงฉานผิดกับพรองฮอร์ลตัวอื่นที่มีสีเม็ดทรายโทนน้ำตาลเข้มดวงตาคมขำสีดำสนิท
ถึงผมจะไม่ได้รับบาดเจ็บจากการพุ่งชนก็จริงแต่ที่บริเวณหน้าอกก็เปรอะเปื้อนของเหลวบางอย่างมันคงเป็นสารคัดหลั่งที่ไหลออกจากรูหูของลูกพรองฮอร์ลตัวนั้น ฝากรอยคราบไว้บนเสื้อยืดของผม
มารู้ภายหลังว่าสารคัดหลั่งที่ไหลออกจากหูนั้นเป็นสิ่งที่ลูกพรองฮอร์ลยามหวาดกลัวตื่นตกใจหรืออยู่ในสภาวะอันตรายมันจะผลิตของเหลวสีเมือกมีกลิ่นฉุนรุนแรงเป็นการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ของมันโดยธรรมชาติทั้งยังเป็นร่องรอยเบาะแสให้ติดตามเมื่อลูกน้อยพลัดหลงจากฝูงไปไกล
เอานิ้วแตะดูอ่ะโหย!!!...บัดซบ เหม็นสาบสุดบรรยาย
ไม่มีเวลาหาเสื้อมาเปลี่ยนแล้ว
แล้วกลุ่มของพวกยอดยุทธ์มันกำลังมุ่งหน้ามายังเทือกเขากระท่อมไม้ไผ่ทรงโดมช้าไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว หากจะหยุดยั้งต้องลงไปสกัดดักทางด้วยตนเอง แล้วเส้นทางของมันยังพุ่งมาในแนวเส้นตรงไม่ได้มีการหักเหเอนเบี่ยงสักเล็กน้อยเลยไม่ยากที่ผมจะกำหนดจุดสกัดหรือแม้แต่คิดจะวางกับดักย่อมทำได้โดยง่ายเพียงแต่ระยะทางร่นเข้ามารวดเร็วยิ่ง ไม่มีเวลาให้เตรียมการใด
แผ่นดิสต์เรืองแสงสีฟ้ากระชับในมือ
จะให้พวกมันค้นพบที่นี่ไม่ได้ไม่ว่าฝ่ายไหนจึงสวมเกราะเพาเวอร์สูทก่อนพุ่งทะยานลงจากยอดเขา
ผู้ซึ่งมีความเร็วสูงสุดเริ่มทิ้งระยะห่างแยกจากกลุ่มเขาผู้นี้ดูจะโดดเด่นที่สุดและอาจเป็นจ่าฝูง บางครั้งกระโดดจากกิ่งไม้หนึ่งไปอีกกิ่งไม้หนึ่งบางครั้งเหินกระโดดไกลทะยานไปในอากาศ บางครั้งวิ่งบนพื้นดินบางครั้งไต่ต้นไม้โหนเถาวัลย์ ด้วยความคล่องแคล่วว่องไวปราดเปรียวจึงทิ้งห่างฝูงไปหลายช่วงตัว
ขณะวิ่งทะยานผมต่อสายโทรศัพท์บอกให้หน่วยสอดแนมของผมถอนกำลังกลับมาที่ฐานโดยด่วนที่สุดยกเลิกการติดตามความคืบหน้าของการสงคราม ขณะผมวิ่งลงจากยอดเขา สวนทางกับหัวหน้าพ่อบ้านและเท็ดดี้ที่กำลังวิ่งขึ้นมายังจุดสูงสุดเพื่อสำรวจที่มาของเสียงระเบิดจึงตะโกนสั่งการและช่วยพวกเขาสรุปสถานการณ์ไปว่า
“เกิดสงครามปราบกบฏที่หุบเขาหมอกอาถรรพ์ ไซครอปจัดกำลังคุ้มกันฐาน เท็ดดี้ดูแลจอสส์กับพวกเด็กๆฉันจะไปจัดการกับหน่วยสอดแนม เจทกับฟิวท์อยู่ที่ไหน?”
ไซครอปหัวหน้าพ่อบ้านในชุดสูทดำเงายาวถึงเข่า ที่ศีรษะตลอดจนใบหน้าปกคลุมด้วยผ้าขาวด้านตัดกับแว่นกันแดดสีดำกลมโตคล้ายหน้ากากดำน้ำเขาพยักหน้ารับคำพร้อมเท็ดดี้และกล่าวตอบ “ครับนายท่านนายหญิงกับนายน้อยอยู่หน้ากระท่อม”
กลุ่มคนที่กำลังมาเป็นยอดยุทธ์ผู้ที่มีฝีมือพอจัดการเรื่องนี้ได้มีแต่ผมกับเจทส่วนการ์เซียพอจะช่วยเป็นกำลังเสริมได้และฟิวท์ถือได้ว่าเป็นไพ่ตายของครอบครัวขณะทะยานผ่านหน้ากระท่อมไม้ไผ่ทรงโดม เจทก็ตอบสนองวิ่งตามหลังมาทันทีเพียงแค่เห็นผมใส่ชุดเพาเวอร์สูทมันเป็นการบ่งบอกสัญญาณออกรบ
“มีบางอย่างกำลังมุ่งหน้ามาที่ฐานด้วยความเร็วสูงไม่รู้ว่าฝ่ายไหน ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อม...ใส่เกราะซะ แล้วเราจะไปดักทางพวกมัน”
ผมตะโกนสั่งลูกชายคนโตพร้อมโบกมือเป็นสัญญาณเมื่อยังเห็นเขาทำหน้างุนงงกับสถานการณ์การ์เซียที่อยู่ไกลออกไปกระตุ้นเขาด้วยการยกแผ่นดิสต์ประกบลงบนหน้าอกตัวเองวิ่งตามมาสมทบกับผมก่อนหน้าที่ฟิวท์จะขยับตัวค้นหาแผ่นดิสต์จากเป้ของตัวเอง แล้วบ่นพรึมพรำอะไรบางอย่าง
ฟิวท์รู้สึกว่าลืมอะไรไปหลังจากจัดการมื้อเช้าคิดจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างกับพ่อแม่ในตอนนี้แต่ตัวเขาเองยังต้องส่ายหน้าพูดในใจว่า นี่ยังไม่ใช่เวลาหลังจากประกบแผ่นดิสต์เข้ากลางหน้าอกก็วิ่งรี่ตามการ์เซียออกไป
บริเวณเชิงเขาผมวิ่งนำหน้ามาถึงจุดที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ดักซุ่มก่อนคนอื่นๆ และโบกมือให้เจทฟิวท์ การ์เซียที่ทะยานร่างมาตามลำดับหยุดยั้งรั้งรอ
ขณะซ่อนตัวในพุ่มไม้ดูเหมือนฟิวท์จะขยับปากบอกเรื่องของจอสส์กับเจทแต่ก็ถูกสวนกลับมาว่าให้เงียบไว้ก่อนอย่าทำอะไรให้เกิดพิรุธ แต่ฟิวท์ทำท่าจะแย้งแต่ก็ไม่อาจขัดขณะที่พ่อเองก็ชี้นิ้วส่งสัญญาณให้ทั้งหมดหุบปาก ฟิวท์ก็นึกในใจ นี่ก็ยิ่งไม่ใช่เวลา
ผมบอกให้ทุกคนเงียบเสียงเพื่ออำพรางตัวตนก่อนที่พวกเขาจะกลบซ่อนร่องรอยแล้วเลือนหายไปในพุ่มไม้หนาทึบ
ภายในระยะไม่ถึงร้อยเมตรตรงหน้าผมก็เผชิญหน้ากับคนกลุ่มนั้น
จารชนกลุ่มนั้นดูท่าทางไม่ใช่คนธรรมดาคนที่นำหน้ามารูปลักษณ์แปลกประหลาด ผมเฝ้ายาวรุงรังประดุจคนป่าไร้อารายะธรรม เขาไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าหรือชุดเครื่องแบบใดตลอดทั้งตัวกลับเปลือยเปล่าเปิดเผยสัดส่วนมัดกล้ามล่ำสันน่าเกรงขาม ทั้งร่างกายมีเพียงแผ่นหนังสัตว์สีน้ำตาลปกปิดอวัยวะช่วงล่างเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
คนประหลาดคนนั้นโหนเถาวัลย์จากกิ่งไม้ใหญ่หมุนตัวตีลังกาลงมายังพื้นดินเพื่อเผชิญหน้า เมื่อเห็นว่ามีสิ่งแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบเห็นขวางทางมันอยู่
แน่นอนว่าผมเองที่อยู่ในชุดเพาเวอร์สูทเรืองแสงสีฟ้ามิใช่วัตถุสามัญที่ใครจะพบเห็นได้ทั่วไปย่อมไม่พ้นเป็นตัวแปลกประหลาดในสายตาคนป่าคนนั้นเช่นกัน เขาก้มตัวลงต่ำแขนขากางออกอยู่ในท่าระแวดระวังภัยสายตาเขม็งเกรียวจับจ้องมาที่ผมเป็นการคุมเชิงและเตรียมพร้อมโจมตี ดูท่าทางมันกำลังลังเลชั่งใจว่าจะอยู่เผชิญหน้าหรือเปลี่ยนเส้นทางผมเองก็พิจารณาจากข้อมูลเบื้องหน้ายังไม่มีสิ่งใดช่วยยืนยันว่าเขาผู้นี้เป็นมิตรหรือศัตรูแต่ยังมิทันที่ต่างฝ่ายจะเอ่ยคำเจรจาใด ผมก็โดนลอบโจมตีด้วยความเร็วสูง
โดยกลุ่มพรรคพวกของมันที่เร่งฝีเท้าติดตามกระชั้นเข้ามาเมื่อมันไล่ตามทันก็ไม่ได้หยุดรั้งยั้งรอเพื่อดูท่าทีตามจ่าฝูงของมันกลับพุ่งทะยานตะปบฟาดด้วยกรงเล็บทันที
ใช่แล้ว...ผู้ติดตามคนป่านั้นมาไม่ใช่กลุ่มคนแต่กลับเป็นฝูงสัตว์ป่า!!!
กรงเล็บคู่หน้าของพรองฮอร์ลตัวเขื่องขย้ำลงมาเข้ากลางหน้าอกผมยกแขนป้องกันเป็นรูปกากบาท ยังกระเด็นถอยหลังหลายก้าว มันโจมตีซ้ำด้วยการส่ายหัวขวิดเขาแทงลำตัวเขาแหลมคมของมันทะลุผ่านชุดเกราะของผมไม่ได้ก็จริงแต่ก็ส่งร่างผมลอยกระเด็นไปกระแทกกับต้นโอ๊กลำใหญ่
พรองฮอร์ลตัวเขื่องขนาดใหญ่เท่าม้ารูปลักษณ์แปลกประหลาดผิดจากพรองฮอร์ลทั่วไปเพราะมันมีกรงเล็บแทนที่จะเป็นกีบเท้าและทั้งลำตัวของมันตั้งแต่หัวจรดหางเป็นสีขาวล้วน ยกเว้นดวงตาแดงก่ำเปล่งประกายด้วยสีโลหิต
พรองฮอร์ลเผือกอีกแล้ว...
บนหลังของมันมีผู้คอยบงการควบคุมทิศทางซึ่งเป็นแค่ลิงขนดำสายพันธ์ชิมแฟนซีตัวเท่าคนในมือของมันยังกวัดแกว่งท่อนไม้และก้อนหินเป็นอาวุธ
ในคราวแรกที่ไม่ทันมองให้ชัดเพราะถูกกรีดขวางด้วยภูมิประเทศอีกทั้งป่าดงดิบถูกปกคลุมด้วยใบไม้ดกหนารกครื้ม พานคิดว่าพวกมันเป็นกลุ่มกองกำลังบนหลังม้าแต่ผิดถนัด...
พรองฮอร์ลโดยธรรมชาติของมันเป็นสัตว์รักสงบไม่เคยจู่โจมใครก่อนมักเป็นผู้ถูกล่ามากกว่าเป็นผู้ล่าแต่เจ้าพรองฮอร์ลเผือกตัวนี้กลับเป็นฝ่ายโจมตีก่อน ทั้งพยศทั้งดุร้าย มันกำลังแยกเขี้ยวเกรี้ยวกราดพุ่งเข้ามาขย้ำโจมตีต่อเนื่องไม่ปล่อยโอกาสให้เหยื่อได้ตั้งตัว