ตอนที่ 127
“เฉิงอี้…"
ลั่วเหอหลิง ที่ยืนอยู่ในห้องตามลำพังเรียก พูดชื่อใครบางคนออกมา จากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ก็มีร่างของชายวัยกลางคนปรากฏตัวจากมุมห้อง ก่อนจะประสานมือให้กับหญิงสาวด้วยความเคารพ
“ขอรับคุณหนู"
“ไปสืบข้อมูลของชายหนุ่มคนนั้นมาให้ข้า แล้วก็ช่วยตรวจสอบด้วยว่าเขาเป็นพ่อค้ามาจากเมืองไหน และที่สำคัญต้องห้ามให้เขารู้ตัวเป็นอันขาด"
“ทราบแลัวขอรับ"
ชายคนดังกล่าว หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะตกใจ ที่เห็นชิงเทียนเหลือบมองมายังตนเอง แต่ก็คิดว่าคงจะเป็นเรื่องบังเอิญเสียมากกว่า
*****************************
“โชคดีนะน้องชาย" ฟ่านฮุ่ยหยาง ออกมาส่งชิงเทียนที่หน้าประตู แม้จะพึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่เขาก็รู้สึกถูกชะตากับชิงเทียนมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะตอนที่ชายหนุ่ม รับการโจมตีของหลินหงชุนอย่างไม่สะทกสะท้าน ก็ยิ่งทำให้เขารูสึกประทับใจชิงเทียนมากขึ้นกว่าเดิม
ชิงเทียนเดินจากมา ก่อนจะนำแหวนมิติขึ้นมาดู แม้เขาจะยังไม่มีเวลาตรวจสอบ แต่ก็มั่นใจว่าตระกูลลั่ว จะต้องให้ดินทมิฬมาครบตามจำนวนอย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้เกิดกระทบกับชื่อเสียงที่สั่งสมมา
"ตามมาจริงๆด้วยสินะ แต่ก็เอาเถอะหากเป็นข้าก็คงจะทำเช่นนั้นเหมือนกัน"
หลังจากที่ชิงเทียนจากมาได้ไม่นาน ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของชายวัยกลางคน ที่แอบตามมาโดยตั้งใจจะไม่ให้เขารู้ตัว ซึ่งในขณะที่ชายคนดังกล่าว ตามสะกดรอยชิงเทียนมาถึงเขตชุมชน ร่างของชายหนุ่มก็กลมกลืนไปกับฝูงชน พร้อมกับกลิ่นอายที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เป็นไปได้ยังไงกัน!?" ชายวัยกลางคน ออกตามหาชิงทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของชายหนุ่ม
“คิดจะตามสะกดรอยข้ายังเร็วไปหมื่นปี" ชิงเทียนเผยยิ้มออกมา ก่อนจะเดินเลี้ยวไปทางย่านการค้า ที่มีผู้คนเกิดเบียดเสียดเต็มท้องถนน แม้ว่าเมืองฟ้าหอมจะมีขนาดที่เล็กกว่าเมืองเมฆาล่อง แต่ทว่าจำนวนของประชากร กลับมีจำนวนมากกว่าถึงสองเท่า จึงทำให้บรรยากาศภายในเมืองเต็มไปด้วยความคึกครื้น
“น้องสาว…สนใจจะให้พี่ชายคนนี้ไปส่งไหมจ่ะ"
ในระหว่างที่ชิงเทียนเดินชมสินค้าอย่างสบายใจ เขาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่เดินถือขวดน้ำเต้าด้วยความเมามาย เข้าไปลังควานหญิงสาว โดยไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งกลิ่นสุราที่คละคลุ้งไปทั่ว ยังทำให้ผู้คนที่สูดดมเข้าไป วิงเวียนศรีษะจนต้องถอยออกห่าง
“ย...อย่ามายุ่งกับข้านะ!!" หญิงสาวตะโกนออกมา ก่อนจะร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งดูเหมือนว่าผู้คนแถวนั้น ไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้าช่วยแม้แต่คนเดียว
“ให้ตายสิ ซ่งจินเสียงก่อเรื่องอีกแล้ว น่าเสียดายที่เจ้าขี้เมาคนนั้น แข็งแกร่งราวกับปีศาจ ข้าได้ยินมาว่าแม้แต่นายน้อยหลิน ก็ยังถูกเจ้านั่นอัดซะน่วมเลยนะ"
“บ้าน่า...ข้านึกว่าเขาเป็นแค่ยาจกซะอีก"
“ยาจกบ้านเจ้ามีระดับพลังถึงขอบเขตเซียนขั้นกลางระดับสองรึไง? ข้าเคยเห็นเขาหักคออสูรเซียนด้วยมือเปล่ามากับตา ทางที่ดีอย่าเข้าไปยุ่งเลยดีกว่า"
“ที่เจ้าเล่ามายังน้อยไปด้วยซ้ำ ข้าได้ยินมาว่าเจ้านั่น หนีรอดจากเงื้อมมือของผู้นำตระกูลหลินได้เชียวนะ"
“ให้มันน้อยๆหน่อย คิดว่าข้าจะเชื่อเรื่องไร้สาระแบบนั้นรึไง"
ชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ ต่างซุบซิบกันออกรสชาติ ซึ่งสิ่งที่ชิงเทีบนสนใจ หาใช่การกระทำของซ่งจินเสียง หรือระดับพลังปราณที่ล้ำกว่าคนทั่วไป แต่เป็นกลิ่นของสุราที่โชยมาจากนำเต้าขวดนั้นต่างหาก
‘กลิ่นนี้มัน...สุราอสูรเมรัย ที่เหมี่ยวอู๋เฉินเป็นคนหมักบ่มไม่ใช่รึไง' ชิงเทียนคิดอยู่ในใจ แม้ว่าเขาและเซียนเมรัยจะไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก แต่เขาก็เคยลิ้มรสสุราของเหมี่ยวอู่เฉิน ทุกครั้งที่มีงานเลี่ยงฉลอง จนสามารถจดจำกลิ่นได้อย่างแม่นยำ
ซ่งจินเสียง มองหญิงสาวด้วยความหื่นกระหาย “ม่ายต้องห่วงนะ เอิ้กก!! รับรองเลยว่าพี่ชายจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี"
“หยุดนะ!!"
ในขณะที่ปลายนิ้วของซ่งจินเสียง กำลังจะสำผัสกับร่างกายอันบอบบาง ก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน ซึ่งความงามของเธอราวกับทำให้เวลาหยุดนิ่งไปชัวขณะ โดยคนที่ดูจะแปลกใจมากที่สุดก็คือชิงเทียน เพราะหญิงสาวคนดังกล่าวก็คือฉู่ชิงเฉิง ที่เดินทางมาพร้อมกับเขานั่นเอง
“หืม? น่ารักไม่เบาเลยนี่น้องสาว อยากไปร่ำสุรากับพี่สักไหไหมจร่ะ" ซ่งจินเสียง ที่เห็นใบหน้าอันงดงามขอฉู่ชิงเชิง ลืมหญิงสาวคนก่อนหน้านี้ไปในทันที
“เจ้าไม่เห็นหรือว่ากำลังทำให้นางกลัว" ฉู่ชิงเฉิง กวาดตามองไปยังผู้คนที่มายืนมุงดู “พวกท่านก็เหมือนกัน เหตุใดถึงไม่มีใครคิดที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอ ใจคอคิดจะยืนดูหญิงสาวคนหนึ่ง ถูกรังแกไปต่อหน้าต่อตาเลยรึไง"
คำพูดของหญิงสาว เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของผู้คน และในไม่กี่อึดใจต่อมา สายตาทุกคู่ก็มองมายังซ่งจุนเสียง ราวกับต้องการจะเอาผิดชายหนุ่ม
“ทำไมถึงมองข้าแบบนั้นล่ะ บอกไว้ก่อนนะว่าต่อให้พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกัน ก็ไม่มีทางชนะข้าได้หรอก" ซ่งจินเสียงเผยยิ้มอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะยื่นมือไปหาหญิงสาวด้วยความเร็ว โดยที่คนนอบข้างไม่ทันได้ตอบสนอง แต่ทว่าทันใดนั้นก็มีมือข้างหนึ่ง คว้าเข้าที่แขนของเขาอย่างแม่นยำ
“พอได้แล้ว เจ้าไม่มียางอายบ้างเลยรึไง" ชิงเทียน ตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือหญิงสาว อย่างไม่มีทางเลือก เพราะแม้ว่าจะพึ่งรู้จักกัน แต่ฉู่เจิ้งหลานและฉูชิงเฉิง ก็ดูแลเขาเป็นอย่างดีมาโดยตลอด
“อะไรอีกว่ะ!?" ซ่งจินเสียงสบถออกมา ก่อนจะใช้หมัดชกไปที่ใบหน้าชิงเทียนด้วยความโมโห แต่ทว่าก็ถูกชิงเทีบนใช้ความเร็วที่เหนือชั้น หลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย
ซ่งจินเสียง ที่สัมผัสไม่ได้แม้แต่เส้นผมของชายหนุ่ม รู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ก่อนจะยกขวดน้ำเต้าขึ้นมากระดกไปหลายอึก จากนั้นรูปแบบการโจมตีของเขา ก็แปรเปลี่ยนไปจนไม่สามารถเดาทางได้ ทำเอาชิงเทียนหืดขึ้นคอได้เลยเหมือนกัน
“เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใคร?"
“แล้วข้าจะไปรู้เรอะ! แต่ถึงขนาดหลบการโจมตีของซ่งจินเสียง ในขณะที่กำลังเมาได้เนี้ย แสดงว่าเจ้าหนุ่มนั่น มีฝีมือมากว่านายน้อยตระกูลหลินเสียอีก
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างก็วิจารณ์กันอย่างสนุกปาก ในขณะที่บางคนเริ่มพนันกันว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า การเคลื่อนไหวของเจ้าช้าลงแล้วนะ" ซ่งจินเสียงหัวเราออกมา เมื่อเห็นว่าชิงเทียนเริ่มหลบหมัดของตัวเองอย่างยากลำบาก
“ดูเหมือนเจ้ากำลังจะเข้าใจผิดอะไรอยู่นะ ในการต่อสู้สำหรับผู้บ่มเพาะ ความเร็วไม่ใช่ตัวตัดสินผู้แพ้ชนะ" ชิงเทียนเผยยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนที่นัยน์ของเขาจะเปล่งแสงสว่างวาบ จนร่างกายของจ้าวซ่งจินเสียง สูญเสียการควบคุมไปชั่วขณะ จากนั้นชิงเทียน ก็ซัดฝ่ามือเข้าไปที่หน้าอกของซ่งจินเสียงอย่างเต็มแรง จนยาจกขี้เมาถึงกับไถลลงไปนอนกองอยู่กับพื้น
“ให้ตายสิ เขาจัดการซ่งจินเสียงได้จริงๆ"
“ขอบเขตเซียนขั้นต้นระดับสอง สามารถจัดการกับตัวปัญหาอย่าวซ่งจินเสียง นี่ข้าไม่ได้ทำลังใันไปใช่ไหมเนี้ย...โอ้ย!! เจ้าตบหน้าข้าทำไม"
“ไอ้คนที่รับแทงพนันหายหัวไปไหนแล้วว่ะ เอาเงินมาจ่ายข้าซะดีๆ"
ในขณะที่ทุกคน กำลังแตกตื่นกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั่นเอง ชิงเทียนเดินตรงเข้าไปหาซ่งจินเสียง จนชาวบ้านที่มามุงดู ต่างก็คิดวาวาระสุดท้ายของชายหนุ่มคงใกล้จะมาถึงแล้ว แม้ว่าจะเป็นคนที่หยาบคาย และมีนิสัยชั่วร้ายไปบ้างก็ตาม แต่ทว่าเรื่องแค่นี้ถึงกับต้องเอาชีวิตกับเลยหรือ
“เฮอะ!! ข้าแพ้แล้ว อยากทำอะไรก็ทำเลยสิ" ซ่งจินเสียงกล่าวออกมา ด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว
ชิงเทียนยังคงก้าวไปด้านหน้าโดยไม่ฟังเสียงรอบข้าง ก่อนจะโน้มตัวลงแล้วใช้นิ้วชี้ จี้สะกัดจุดไปยังบริเวณช่องท้อง จนซ่งจินเสียงสำรอกสุราจำนวนมากออกมา
“หากไม่สามารถจัดการกับพิษสุราที่ดื่มเข้าไปได้ ก็อย่าดื่มมันซะจะดีกว่า" ชิงเทียนกล่าวออกมา ก่อนจะเดินหายลับไปท่ามกลางฝูงชน แม้ว่าสุราอสูรเมรัย จะช่วยเพิ่มพลังบ่มเพาะและพลังของผู้ดื่มได้อย่างมหาศาล แต่ทว่าผลกระทบที่ตามมา คือการสูญเสียตัวตนไปทีละน้อย จนสุดท้ายก็จะไม่ต่างจากคนบ้า ที่มีจิตใจบิดเบี้ยวผิดมนุษย์ ซึ่งมีเพียงแค่คนที่ฝึกฝนจิตใจมาจนแข็งแกร่งแล้วเท่านั้น ถึงจะสามารถดื่มสุราชนิดได้โดยที่ไม่ถูกครอบงำ
---------------------------------