สมาชิกทั้ง 2 ตระกูล ต่างพากันตกตะลึง ยืนนิ่ง แทบหยุดหายใจ เมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
หนุ่มน้อยพลังปราณระดับ 2 ขั้น 3 โจมตีเพียงหมัดเดียว ผู้อาวุโสลำดับต้นๆของหมู่เกาะสวรรค์ที่มีพลังปราณระดับ 4 ขั้น 4 พุ่งลอยทะลุกระเด็นออกไปนอกวัง ยังไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง
'ต ต ต่อให้ใช้วิชาระดับสูงแค่ไหน . . . เป็นไปไม่ได้ ม มันเป็นไปได้อย่างนั้นรึ'
หลินเฟยตกใจมากจนบีบแขนเก้าอี้หัก เขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ตั้งแต่เกิดมา 40 ปี นี้คือเรื่องที่แปลกที่สุดที่เขาเคยเจอมา
ชายหนุ่มร่างกายกำยำล่ำสัน หน้าตาหล่อเหล่าเอาการ มันคือหัวหน้ากลุ่มโจรทมิฬ อายุ 30 ปี มีพลังปราณระดับ 3 ขั้น 9 สูงสุด เป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างมากในรุ่นเดียวกัน
เขาได้ร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง 'ท ท่านน ลุงงง' ทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง ตามร่างไร้วิญญาณที่ลอยออกไปนอกวังของตระกูลหลิน
ชางอวิ๋นหันมามองที่หมัดของตน มองค้างนานอยู่ชั่วครู่หนึ่ง
ลมปราณยังคงพัดพริ้วพุ่งออกมารอบตัวเขาอย่างรุนแรง
ชางอวิ๋นทำการปลดลมปราณออก แต่เขาก็ยังไม่สามารถที่จะละสายตาออกจากหมัดของตัวเองได้
'น น นี่ข้า. . . ความรู้สึกนี้มันยังติดอยู่อยู่ในหัวของข้าอยู่เลย รู้สึกได้เลยว่าข้าได้ฆ่าคนจริงๆไปแล้ว'
หมัดของชางอวิ๋นเริ่มสั่นระรั่ว ร่างกายทรุดลง "ข้ากะว่าจะยั้งมือ ไม่คิดเลยว่าพลังกับความเร็วตอนนี้ข้าไม่สามารถควบคุมมันได้เลย"
ตั้งแต่เกิดมา 2 ภพ ชางอวิ๋น นอกจะฆ่าผู้เล่นในเกมส์แล้วกลายเป็นแสง เขายังไม่เคยฆ่าคนที่ยังมีลมหายใจอุ่นๆเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้หนุ่มน้อยผู้นี้สับสน
ชางอวิ๋นยืนขึ้นพร้อมกับปาดน้ำตาที่คลอเบ้า เงยหน้าขึ้น พยายามไม่ให้ทุกคนได้เห็นน้ำตาของตน
'ถ้าข้ายังอยู่บนโลกแห่งนี้อีกนาน ข้าต้องรับเรื่องอย่างนี้และก้าวข้ามผ่านมันให้ได้โดยเร็วที่สุดสินะ'
ชางอวิ๋นกำลังหาเหตุผลเพื่อให้ตนออกจากความทุกข์นี้ให้เร็วที่สุด
มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันว่าเขาจะต้องมาเจอ 'ถ้าข้าไม่ฆ่า ข้าคงเป็นคนที่โดนฆ่า มันคือกฎของที่นี่ใช่ไหม'
ชายหนุ่มเดินก้าวเข้ามาพร้อมกับพลังปราณอันเกรี้ยวกราด อุ้มชายชราผมขาวที่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงในการหายใจ ทุกคนในห้องโถงหันไปมอง
หน้าอกของผู้เฒ่ายุบไปพร้อมกับกระดูกที่แตกอย่างละเอียด !!
"ถ้าพวกเจ้ายังเป็นคนในตระกูลฟาง จงสู้จนตัวตาย ! แม้สู้ไม่ได้ ก็ต้องลากมันลงนรกไปด้วยกันกับเจ้า"
"อย่าคิดว่ามีตระกูลหลินคุ้มหัวแล้วข้าจะไม่กล้า อย่าให้ไอ้เด็กเหลือขอนั่นรอดไปได้ !!" หัวหน้ากลุ่มโจรทมิฬ แม้รู้อยู่แก่ใจว่ามี'หลินเฟย'อยู่ด้วย
แต่ด้วยความขาดสติที่ลุงของตนเองได้ตายลงแล้ว ไม่ว่าด้วยวิธีไหนเขาจะลากชางอวิ๋นลงนรกไปด้วยกัน
โจรทมิฬทั้ง 8 รีบตั้งกระบวนท่า หวังให้จบภายในแค่กระบวนท่าเดียว เพราะตระกูลฟางมีวิชาที่แข็งแกร่งขึ้นชื่อว่าหมาหมู่เก่งที่สุดในหมู่เกาะแห่งนี้
สามารถรวบรวมพลังปราณของทุกคนเสริมการใช้พลังปราณได้ทั้งการรับ การรุก
โดยพลังปราณของทุกคนเชื่อมถึงกันทั้งหมด ทำให้ปริมาณพลังปราณมหาศาลและเพิ่มขึ้นทวีคูณ
"พวกเจ้าทั้ง 40 จงใช้วิชา 'ผันลมปราณคลั่ง' มาที่พวกข้า 8 คน"
" 8 ฝ่ามือพยัคฆ์ทมิฬฬฬฬ " ลำแสงสีดำ พลังปราณไม่มีที่สิ้นสุด ปล่อยออกมาเป็นอสูรพยัคฆ์
พลังปราณ ถูกคนทั้ง 40 คนเติมความรุนแรง ทำให้บรรยากาศรอบข้างมีสายฟ้ามาปกคลุม หลินเฟยเห็นท่าไม่ดี
"หนีเร็วเข้าาา ชางอวิ๋น" หลินหลิงตะโกนเรียกสติของชางอวิ๋นกลับคืนมา
'ยังไงข้าต้องรักษาเจ้าเด็กหนุ่มนี่เอาไว้ ในภายภาคหน้าอนาคตของมันอาจจะยิ่งใหญ่เกินกว่าคนในเกาะนี้จะจินตการได้'
หลินเฟยเตรียมพร้อมที่จะปกป้องหนุ่มน้อยคนนี้ ต่อให้ต้องแลกกับความบาดหมางของตระกูลทั้ง 2 เขาก็ยอม
"พลังมหาเวทย์จักรวาล !!" เป็นพลังที่หลินเฟยเคยใช้รับมือกับพลังของผู้เฒ่าฟางซินมาแล้ว มันสามารถดูดพลังให้หายเข้าไปในมิติที่เข้าสร้างขึ้นชั่วขณะ
"ซูมมมมมม" เสียงของคลื่นพลัง 8 ฝ่ามือพยัคฆ์ทมิฬนั้นดังสนั่น พื้นของวังแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี
สายฟ้าปรากฎขึ้นรอบๆคลื่นพลังแสดงให้เห็นว่า นี่คือพลังระดับ 3 ที่แม้แต่หลินเฟยก็ยังไม่มีโอกาสได้สัมผัส
"เปรี้ยงงง" !! พลังหลินเฟยกับกลุ่ม 8 โจร ปะทะกันที่ฝ่ามือของหลินเฟย เขาพยายามบีบอัดพลังที่ซัดเข้ามา
แต่พลังมันมีความรุ่นแรงมากเกินกว่าที่เขาจะดูดเข้ามิติที่สร้างไว้ โดยที่พลังของมันไม่มีท่าที่จะลดลงเลยแม้แต่น้อย
มันเป็นเพราะมีอีก 40 ชีวิตคอยเติมพลังเข้ามาอยู่ในพยัคฆ์ตัวนี้ตลอด
ระยะเวลาผ่านไป 10 ลมหายใจ พลังปราณของหลินเฟยลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะเขาฝืนใช้พลังที่เกินตัว เนื่องจากพลังอีกฝั่งมันรุนแรงเกินที่จะชนกันตรงๆได้
ชางอวิ๋นได้สติกลับมาจากแรงกดอากาศที่รุนแรง แววตาของเขาเปลี่ยนไป
จากที่เขาเคยเป็นชายหนุ่มขี้เล่น อารมณ์ดี หยอกล้อกับเพื่อนฝูง ตื่นเต้นมากที่อยู่กับสาวๆ มันได้เริ่มต้นขึ้นจากวินาทีนี้ เขาได้เริ่มรู้สึกว่าตนกำลังจะเปลี่ยนไปทีละน้อยทีละน้อย
เมื่อชางอวิ๋นสติกลับมา เขาก็เริ่มสังเกตสถานการณ์อย่างรวดเร็ว 'อีกไม่กี่อึดใจ พ่อของหลินหลิงต้องพ่ายเป็นแน่'
เขาได้สังเกตเห็นถึงต้นกำลัง ของพลังปราณลูกนี้ ชางอวิ๋นจึงโคจรเคลื่อนย้ายพลังปราณทันที
"มังกร . . พิโรธ"
"ตูมมมมมมมมมมม"
ในขณะที่พลังออกจากมือของชางอวิ๋น เสียง 'ฮือฮา' ก็ดังขึ้น
"นั่น !! เจ้าเด็กหนุ่มมันปล่อยพลังระดับ 3 ด้วยตัวของมันเองคนเดียว" สายฟ้ารอบๆพลังปรากฎขึ้นมากมายยิ่งกว่าคลื่นพลังของ 8 โจรทมิฬ
"วันนี้เป็นบุญตาของข้ายิ่งนักที่เห็นพลังปราณระดับ 3 ถึง 2 ครั้งด้วยกัน"
"มันไม่ใช่แค่นั้นนะ แต่นี่มันคือพลังสัตว์อสูรในตำนานทั้ง 2 ตัวเลยทีเดียว !!"
คลื่นพลังของชางอวิ๋นออกมาเป็นรูปมังกรพร้อมสายฟ้าจำนวนมหาศาลล้อมรอบอยู่ พุ่งตรงเข้าไปที่จอมยุทธทั้ง 40 ของตระกูลฟาง
8 โจรทมิฬ มิใช่โจรกระจอก สามารถมองสถานการณ์ออกภายในพริบตา เคลื่อนย้ายค่ายกลจากรุกเป็นรับ สร้างบาเรียมาครอบพวกพ้องของตนทั้งหมดภายในเสี้ยวลมหายใจ
"ตูมมมมมมมมม" เสียงดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นพลังมังกระทบกับม่านบาเรีย ราวกับมังกรจะกลืนกินลูกแก้วบาเรีย
ทางฝั่งตระกูลหลินไม่มีจอมยุทธระดับสูงเลยแม้แต่ผู้เดียว เนื่องจากไปภาระกิจต่างๆที่หลินเฟยได้มอบหมายให้ทำ
จอมยุทธตระกูลหลินที่ยังอยู่ มารวมอยู่ในห้องโถงกว่า 30 คน ใช้กระบวนท่าที่ตนคิดว่ารุนแรงที่สุดซัดไปยังบาเรียของตระกูลเฟย
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ไม่เป็นอย่างที่คิด แม้ว่าคลื่นพลังปราณระดับ 3 ของชางอวิ๋นจะรุนแรงเพียงใด แต่ด้วยระดับปราณของเจ้าตัวเองยังน้อยนิดมาก ไม่สามารถทะลวงม่านบาเรียนั้นได้
พอจะมีรอยร้าว มันกลับซ่อมแซมเองได้ทันท่วงทีด้วยพลังของคนตระกูลฟาง
ตัดมาที่หลินเฟย เขาเพิ่งได้ทำการสลายวิชาปราณ 8 ฝ่ามือพยัคฆ์ทมิฬสำเร็จ เนื่องจากคลื่นพลัง 8 โจรนั้นได้อ่อนแรงลง เขาเตรียมตัวจะเข้าไปช่วยชางอวิ๋น
'หนุ่มน้อย จะลองเสี่ยงกับแผนของข้าดูไหม !' เสียงอันอ่อนหวานและนุ่มนวล
เทพมังกรฟ้าเอ่ยคำแนะนำ ที่ยังไม่มั่นใจว่าชีวิตของชางอวิ๋นจะปลอดภัยหรือไม่
ถ้าเขาตายไป วิญญาณของเทพมังกรฟ้าก็ดับสูญลงไปด้วย
'ท่านมีอะไรก็ว่ามา ข ข ข้า จ จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว !'
'ปราณของเจ้าก็เหลือน้อยเต็มที ถ้าเจ้าใช้มันมาเสริม . . . !! เจ้าจงโคจร หมัดจ้าวพิภพ ตอนนี้เผื่อมีหนทางที่จะรอด'
ชางอวิ๋นไม่มีเวลาที่แม้แต่จะคิดเพราะสติเขากำลังเลือนราง
". . .หมัดด จ้าวว พ พิ ภพพพพพ" ชางอวิ๋นปลอดปล่อยพลังระดับ ตำนาน พร้อมกับพลังปราณระดับ 3 ซึ่งปกติแล้วการที่จะใช้พร้อมกันต้องใช้ปริมาณลมปราณที่มหาศาล
แต่ในกรณีนี้ ชางอวิ๋นอาจใช้ต้นกำเนิดพลังปราณเลยก็เป็นได้ จะทำให้พลังปราณลดระดับลง
วิชาปราณระดับ 3 มังกรพิโรธ เมื่อรวมกับวิชาปราณระดับตำนานแล้วส่งเสริมให้ มังกรพิโรธทะยานขึ้นเป็นวิชาปราณระดับ 5 ชั่วคราว
"ตูมมมมมม" เสียงคลื่นพลังอัดไปทับของเดิม จากสายฟ้าที่อยู่รอบๆ ทะลายหายไปหมด กลายเป็นมังกรสีทองทะยานเข้าไปในบาเรีย
คลื่นพลังเจาะบาเรียแตกหัก กลืนกินผู้คนที่อยู่นั้นทั้งหมดกว่า 40 ชีวิต ไม่เหลือแม้แต่กระดูก ทุกอย่างถูกลบตัวตนออกจากโลกใบนี้ด้วยคลื่นพลังมังกรทอง
ชางอวิ๋นร่างกระเด็นลอยพุ่งไปชนบัลลังก์ ทันที่ปลดปล่อยหมัดจ้าวพิภพ หลินหลิงทะยานเข้าไปรับได้ทัน สังเกตเห็นลมหายใจอันแผ่วเบาของเขา
เธอตกใจมากรีบหาทางรักษาอัดลมปราณเพื่อช่วยเหลือชางอวิ๋นทันที
"ท่าน ! อย่าเป็นอะไรไปนะ" หลินหลิงน้ำตาคลอ หลังจากที่อัดพลังปราณลงไป อาการไม่ดีขึ้น เหมือนร่างกายไม่ตอบสนองกับพลังปราณของตน
หลินเฟยเอื่อมมือเข้ามาช่วยอีกแรงพร้อมให้กินโอสภหญ้าชีวิต เป็นโอสภพื้นฐานระดับสูง ที่สามารถช่วยฟื้นฟูพลังปราณ
และแล้วระยะเวลาก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
..
..
..
..
..
ชางอวิ๋นค่อยๆลืมตาขึ้น แสงสีขาวค่อยๆมากระทบใบหน้า รู้สึกว่าตนได้มานอนที่แสนสบาย ภายในห้องพักอันใหญ่โต กลิ่นหอมอ่อนๆโชยอยู่เต็มห้อง
เมื่อเขาหันมองไปรอบๆเห็นหลินหลิงฟุบหัวลงบนโต๊ะน้ำชาอยู่กลางห้อง
เขาลุกขึ้นมามองหน้านางใกล้ๆเห็นคราบน้ำตายังอยู่ก็นึกภาพออกว่านางได้เป็นห่วงตนขนาดไหน
ชางอวิ๋นอดไม่ได้จึงเข้าไปหอมแก้มเธอเบาๆ
"น นี่ . . ท ท่าน ฟื้นแล้วหรอ"สัมผัสของชางอวิ๋นทำให้นางรู้สึกตัว เสียงสั่นเครือของเธอทำให้ชางอวิ๋นแปลกใจ
"ข้ายังไม่ตายนะแม่นางหลิง เจ้าไม่ต้องเสียใจ ตอนนี้ข้ารู้สึกสดชื่น และแข็งแรงมากกว่าเดิมอีก"
"ท ท ท่าน นอนไม่รู้สึกตัวถึง 10 วัน ท่านพ่อของข้าเข้ามาหาท่านทุกวัน" จริงๆแล้วหลินเฟยเป็นห่วงลูกสาวตัวน้อยๆของตนมากกว่าจึงเข้ามาเยี่ยมทุกวัน
เพราะนางไม่ยอมออกไปไหนเลย คอยเฝ้าดูแลชายหนุ่มไม่ห่าง กลัวว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่มีใครช่วยได้ทัน
"ห๊ะ" ชางอวิ๋นตกใจอย่างมากที่เขาไม่รู้สึกตัว 10 วัน หนุ่มน้อยรู้สึกเพียงแค่ชั่วลมหายใจเท่านั้นเองที่เขาหลับไป
"ฮืออออ" เสียงร้องของนาง ปนความดีใจอยู่ในอ้อมกอดของชางอวิ๋น
"อืม เห็นเจ้าบอกว่าจะพาข้ามาพบท่านหลินเฟย !" ชางอวิ๋นเอ่ยขึ้นมาเปลี่ยนบรรยากาศ ที่เงียบสงบเป็นความตื้นเต้น หัวใจของนางกำลังหวั่นไหวอย่างรุนแรง