#วันพฤหัสสีเขียว 20
เที่ยวของเราผ่านไปอย่างราบรื่นเพราะเช้าวันถัดมาฉันก็รู้สึกดีขึ้นมากเลยได้มีโอกาสออกไปเที่ยวที่ไร่องุ่นกับทุกคน ๆ คล้อยบ่ายเราก็ไปน้ำตกกันตอนเย็นทานข้าวปาร์ตี้ด้วยกันและวันถัดมาก็เดินทางกลับ ฉันมาพร้อมกับเธิร์สเดย์น้องขับรถตัวเองมาเลยง่ายและสะดวกในการเดินทาง วันนี้เราก็กำลังเดินทางกลับแต่ก่อนจะพาเข้าบ้านน้องขอแวะไปทำธุระเล็กน้อยฉันเองที่ ไม่มีปัญหาเลยตอบตกลง ตอนนี้เราก็ยังเดินทางกันอยู่โดยที่ฉันยังถามน้องเป็ระยะว่าง่วงหรือเปล่าหรือบางครั้งก็ชวนคุยไปเรื่อย
“พี่ครับ เย็นนี้มีนัดดื่มกับเพื่อนไปด้วยกันนะครับ” น้องเอ่ยชวน
“เราไปกับเพื่อนเถอะ พี่แก่แล้วอะ ขอนอนพักดีกว่า” ฉันตอบกลับขำ ๆ แต่เหมือนน้องจะไม่รู้สึกขำเลยสักนิด ซ้ำยังหันมามองดุ ๆ อีกด้วย
“ไม่แก่ครับ อย่าพูดแบบนั้นให้ตัวเองสิครับ” น้องถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเอ่ยบอก
“ขอโทษค่ะ จะไม่พูดแล้ว อย่าทำหน้าบึ้งสิ” ฉันเริ่มง้อคนข้าง ๆ ที่ทำหน้าตาน่ากลัว
“พี่น่ะ”
“พี่กรีนขอโทษนะ อย่าโมโหเลยนะคะ” น้องไม่ชอบฉันรู้ แต่บางทีมันก็ลืมเผลอพูดไปบ้างบางครั้ง
“ครับ ไม่พูดแบบนี้แล้วนะ”
“ได้ค่ะจะไม่พูดแล้ว” น้องพยักหน้าก่อนจะเงียบไป สถานที่ที่น้องขอแวะมาทำธุระคือบ้านของม๊าน้อง ฉันใไม่น้อยที่จู่ ๆ น้องก็พามาบ้าน หนำซ้ำยังไม่ทันจะหายใก็ถูกม๊าตะวันชวนทานข้าว ส่วนเธิร์สเดย์รีบตอบตกลงทันทีเพราะเขาเองอยากพาฉันไปมาทานข้าวที่บ้านอยู่แล้วแต่เราว่างไม่ค่อยตรงกันหรือไม่ว่างเลยทำให้ยังไม่ได้มา ตอนนี้พอมีโอกาสน้องเลยไม่ลังเลที่จะตอบตกลง แต่ถามฉันหรือยัง!!
“เธิร์สตามป๊ามาหน่อยลูก” ม๊าตะวันเอ่ยบอกเธิร์สเดย์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉัน
“ป๊าไปไหนครับม๊า”
“อยู่ห้องทำงาน”
“เดี๋ยวผมมานะครับ” เธิร์สหันมาบอก ฉันพยักหน้าและนั่งเล่นกับม๊าตะวัน ท่านน่ารักมากเลย ที่จริงครอบครัวของเธิร์สเดย์น่ารักกันทุกคนเลย ทั้งป๊าโรม ม๊าตะวัน พี่ซันไชน์ คุณซันเดย์ น้องมันเดย์ ทุกคนน่ารักมาก ไม่แปลกใจเลยที่เธิร์สเดย์จะน่ารักมากขนาดนี้ ทั้งการพูด การเข้าสังคม รอยยิ้มน้องทำให้คนที่เพิ่งเจอหลงรักได้ง่าย ๆ เลย
“หนูกรีนลูก” ม๊าตะวันที่นั่งฝั่งตรงข้ามเอ่ยเรียกเสียงหวานทั้งยังส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูมาให้ ฉันยิ้มให้ท่านก่อนจะขานรับ
“คะม๊า”
“ม๊าฝากดูแลลูกชายม๊าด้วยนะลูก น้องอาจจะซนจะดื้อไปบ้าง ถ้าซนเกินไปหนูกรีนดุได้เลยนะ”
“น้องไม่ดื้อค่ะม๊า อาจจะมีงอแงบ้างนิดหน่อย” เล่าไปก็หลุดขำ น้องน่ะเวลาหิวจัดหรือถูกขัดใจจะชอบงอแง
“หึหึ นั่นแหละนิสัยเขาลูก ถูกทั้งพี่ชายทั้งพี่สาวตามใจ”
“แต่น้องน่ารักนะคะ” ฉันส่งยิ้มเขิน ๆ ให้ม๊าตะวัน รู้สึกขัดเขินไม่น้อยที่ต้องมาชมลูกชายต่อหน้าม๊าเขา ให้ตายสิ ฉันเขินแล้วตอนนี้ ยิ่งม๊าตะวันยิ้มแบบนั้นฉันยิ่งเขิน ฮื่อ
“งั้นหนูต้องรักน้องมาก ๆ นะลูก เพราะน้องน่ะวัน ๆ เอาแต่ชมหนูให้ม๊าฟัง แบบนั้นเขาเรียกคลั่งรักไหมลูก” ม๊าหัวเราะเบา ๆ แต่เสียงโวยวายที่ได้ยินทำให้ฉันหันกลับไปมองด้านหลัง
“ทั้งคลั่งทั้งหลงเลยล่ะครับม๊า”
“ป๊าต้องเตรียมสินสอดไหมลูก” เสียงทุ้มเป็เอกลักษณ์ของป๊าโรมยิ่งทำให้ฉันเขิน สนุกสุดคือเธิร์สเดย์นี่แหละ
“เตรียมเลยก็ได้ครับป๊า ผมรักเขามากขนาดนี้”
“เยี่ยมลูกป๊า ม๊าครับเตรียมสินสอดให้ลูกสะใภ้คนเล็กกันครับ” ป๊าโรมเดินเข้าไปโอบกอดม๊าตะวันและเอ่ยเย้าเสียงหวาน แววตาที่ท่านใช้มองม๊าตะวัน ทำเอาเขินอยู่ไม่น้อย
“” ใจเย็นค่ะ ถามพี่เขายังว่าจะแต่งด้วยหรือเปล่า” ม๊าตะวันถามลูกชายด้วยใบหน้าติดยิ้มแย้ม
“พี่ครับ พี่ต้องแต่งกับผมนะครับ” ยัง เ้าเด็กนี่ยังจะหันมาอ้อนฉันอีก
“อะไรกันเล่า พอเลยอย่ามางอแง” ฉันดุ เ้าตัวหน้ามุ่ยลงแต่ก็ยอมหยุดงอแงตามที่บอก
“ก็ได้ครับ”
“ป๊าว่าเจอแล้วล่ะ คนที่จะปราบเ้าลูกชายคนเล็กเราได้”
“น่าจะคนนี้แหละค่ะ ไปค่ะทุกคนทานข้าวด้วยกันนะ หนูกรีนไปทานข้าวกับม๊ากันค่ะ” ม๊าตะวันเอ่ยชวน
มื้อเที่ยงเราผ่านไปอย่างเรียบง่ายและอบอุ่น คล้อยบ่ายเธิร์สเดย์รีบพากลับบ้าน พอใกล้ถึงเวลานัดเธิร์สเดย์ก็ออกอาการงอแงอีกครั้งเมื่อฉันยืนยันคำเดิมว่าไม่อยากไป ทีแรกเ้าตัวบอกไม่ไปแล้วพอฉันงอนกลับเขาถึงได้ยอมไปนั่นแหละ ฉันไม่อยากให้น้องติดฉันจนลืมสังคมของตัวเอง ถ้าหากวันหนึ่งไม่มีฉันอยู่น้องก็จะยังคงมีสังคมของน้อง
“ผมไปแล้วนะครับ จะรีบกลับนะ” สองทุ่มครึ่งเ้าเด็กเข้ามากอดอ้อนฉันที่นั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ น้องนัดเพื่อนไว้สามทุ่มที่ต้องออกเร็วเผื่อเวลาเดินทางด้วยเพราะจากที่บ้านฉันไปยังจุดนัดหมายก็ไกลพอสมควร
“ค่ะ ขับรถดี ๆ นะ ถ้าเมาก็นั่งแท็กซี่กลับเข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วครับ พี่จะนอนตอนกี่โมง” น้องถาม ทั้งยังกดริมฝีปากลงบนแก้มฉันหนัก ๆ
“น่าจะอีกสักพักใหญ่ พี่อยากเล่นเกมก่อน” ฉันตอบ น้องหัวเราะเบา ๆ อย่างเข้าใจ
“ถึงแล้วผมจะโทรหานะครับ”
“ส่งข้อความมาก็ได้ แล้วก็ไม่ต้องห่วงพี่เข้าใจไหม ไปเที่ยวกับเพื่อนก็อยู่กับเพื่อน”
“ครับ รักพี่นะ เดี๋ยวจะรีบกลับ”
“รู้แล้ว ไปได้แล้วเดี๋ยวเพื่อนรอ” กว่าจะยอมไปก็ลีลาซะเหลือเกิน คล้อยหลังน้องขับรถออกจากบ้านฉันก็เข้าเล่นเกมที่ตัวเองติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เกมหนัก ๆ หรอกเป็เกมเลี้ยงั ฉันว่าน่ารักดีเลยโหลดมาไว้เล่น อีกเกมเป็เกมคาเฟ่ร้านอาหารน่ารัก ๆ ฮื่อ ตัวละครน่ารักมากจริง ๆ เธิร์สเดย์ส่งข้อความมาบอกว่าถึงร้านแล้วฉันตอบว่ารับรู้จากนั้นก็นั่งเล่นเกมไปสักพัก แต่่เวลาเกือบสี่ทุ่มพี่เกรฟโทรเข้ามาพร้อมกับน้ำเสียงร้อนรน
(กรีน...)
“ค่ะพี่ มีอะไรทำไมทำเสียงแบบนั้น” รีบถามกลับด้วยความเป็ห่วง
(ฟ้าไม่สบาย ต้องค้างที่โรงพยาบาล)
“แล้วตอนนี้เป็ยังไงบ้างคะ หมอว่าไงบ้าง”
(รอผลตรวจ หมอให้รอดูอาการสักคืนสองคืน แต่ว่าลูกพี่อยู่กับแม่บ้าน ช่วยไปดูลูกพี่ได้ไหม)
“ได้ค่ะ แต่ขอพามาค้างที่นี่นะคะ”
(ได้ ๆ ขอบใจมาก ๆ เลย รบกวนเราแล้ว)
“ไม่รบกวนอะไรเลย มีอะไรก็ต้องช่วยกันนะคะ ดูแลฟ้าใสดี ๆ นะ ไม่ต้องห่วงหลานเดี๋ยวหนูดูแลเอง”
(อื้อ ยังไงโทรหาพี่นะ)
“ได้ค่ะ เดี๋ยวออกไปรับหลานก่อน” พอวางสายฉันก็รีบเปลี่ยนชุดคว้ากุญแจรถออกจากบ้าน ที่ติดตัวมามีเพียงกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์อย่างอื่นแทบหยิบมาไม่ทัน ฉันเองก็เป็ห่วงหลานนั่นแหละไม่รู้จะร้องไห้งอแงหรือเปล่าที่พ่อกับแม่ไม่อยู่แบบนี้ ใช้เวลาเกือบสี่สิบนาทีก็มาถึงบ้านพี่ชาย ทันทีที่เดินเข้าบ้านเสียงร้องไห้งอแงของเด็กทั้งสองคนทำให้ฉันรีบเดินเข้าไปในตัวบ้าน แม้จะใที่หลานร้องไห้งอแงขนาดนี้ฉันก็ยังยกมือไหว้แม่บ้านที่คอยดูแลหลาน
“ฮื่อ ฮึก อา กรีน ฮึก ฮื่อ” หลายชายคนโตวิ่งเข้ามากอดฉันไว้พรางร้องไห้โยเย น้ำตาเม็ดโตไหลไม่หยุดอย่างน่าสงสาร
“โอ๋ ๆ ไม่เป็อะไรแล้วนะลูก อามาหาแล้วนะ”
“แม่ ฮึก แม่ไปกับพ่อ”
“แม่ไม่สบายครับ คุณพ่อพาคุณแม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลคืนนี้หนูไปนอนกับอากรีนนะลูก”
“ฮึก หาพ่อ”
“คุณพ่อเฝ้าคุณเฝ้าที่โรงพยาบาลครับ เดี๋ยวพอถึงบ้านอากรีน อากรีนจะโทรหาพ่อให้นะ” ฉันปลอบปะเหลาะหลานชายเสียงนุ่ม ดีที่เราสนิทกันเลยคุยกันได้ น้องอชิหยุดร้องไห้แล้วแต่ยังสะอื้นอยู่บ้าง เหลือแต่เ้าตัวเล็กนี่แหละที่ยังร้องไห้อยู่
“ปะ เราไปดูน้องอนึ่งกันลูก วันนี้พาน้องไปนอนด้วยกันนะ”
“ฮึก คะ ครับ ฮึก” อชิพยักหน้ารับทั้งยังสะอื้นอย่างน่าสงสาร
“ป้าคะ ช่วยเตรียมนมแล้วก็เสื้อผ้าให้เด็ก ๆ ด้วยนะคะ เดี๋ยวหนูจะพาหลานไปค้างด้วยค่ะ”
“ได้ค่ะคุณกรีน คุณเกรฟโทรบอกป้าแล้วล่ะค่ะ” หลานตัวเล็กอย่างอนึ่งถูกฉันอุ้มขึ้นแนบอกโยกตัวไปมาปลอบให้หายร้องไห้ ระหว่างรอคุณลุงคนขับรถ ก็เอาคาร์ซีทไปติดไว้ที่เบาะด้านหลังรถให้ ข้าวของถูกขนย้ายไปที่ท้ายรถ ฉันค่อย ๆ วางอนึ่งไว้บนคาร์ซีท รัดเข็มขัดล็อคไว้รวมถึงอชิที่นั่งคาร์ซีทอีกตัวที่ถูกติดตั้งอยู่ข้าง ๆ อนึ่ง
“วันนี้ไปนอนกับอากรีนนะครับ”
“ครับ” อชิตอบเสียงขันแข็ง
“ป้าคะ ฝากดูบ้านด้วยนะคะ มีอะไรด่วนโทรหาหนูไม่ก็พี่เกรฟได้เลยนะคะ”
“ได้ค่ะคุณกรีน”
“สวัสดีครับคุณป้าก่อนเร็วลูก” ฉันเอ่ยบอกหลานชาย อชิยกมือไหว้ป้าแม่บ้านจากนั้นฉันก็ขับรถกลับบ้านตัวเองด้วยความระมัดระวัง เพราะมีหลานตัวน้อยมาด้วยถึงสองคนความปลอดภัยในการขับรถจึงต้องเพิ่มมากขึ้น ขับมาได้สักพักหลานชายก็หลับ สงสัยจะเหนื่อยจากการร้องไห้ อีกอย่างตอนนี้ห้าทุ่มนิด ๆ แล้วด้วยเลยเวลาที่เด็กทั้งสองจะนอนพักแล้ว
ห้าทุ่มเกือบเที่ยงคืนฉันกลับถึงบ้าน ที่แปลกไปคือร่างสูง ๆ ของเธิร์สเดย์ยืนกอดอกรออยู่ที่ประตูบ้าน รถยนต์ของเขาจอดอยู่ที่เดิมที่เขาเคยจอด ไหนบอกจะไปเที่ยวทำไมกลับมาเร็วจัง ฉันคิดอย่างสงสัยกระทั่งเลี้ยวรถเข้าไปจอดจนเสร็จเรียบร้อย เธิร์สเดย์เดินหน้าตึงเข้ามาใกล้ ฉันเปิดประตูรถลงไปยกนิ้วชี้ชิดริมฝีปากเมื่อเห็นเขากำลังจะดุ น้องมองอย่างสงสัยแต่ก็ยอมเงียบตาม
“ไปอุ้มอชิให้หน่อยค่ะ ฝั่งนั้น” ฉันบอกเขาเสียงเบา เธิร์สเดย์พยักหน้ารับแม้สีหน้าแววตาจะเต็มไปด้วยความสงสัยก็ตาม
“ห้องเราไหม?” เธิร์สเดย์เอ่ยถามเสียงเบาเมื่อเขาอุ้มอชิไว้แนบอก หลานตัวเล็กขยับซุกลงซอกคอเธิร์สเดย์แล้วนิ่งไป
“ใช่ค่ะ” ฉันอุ้มอนึ่งเดินขึ้นบนบ้านวางหลานทั้งสองไว้บนเตียงขนาด 7 ฟุต เธิร์สเดย์วางอชิไว้ข้าง ๆ กัน มือรั้งผ้าห่มคลุมร่างเด็กทั้งสอง
“เธิร์สอาบน้ำหรือยัง”
“อาบแล้วครับ” น้องตอบ
“ฝากดูอชิกับอนึ่งหน่อยนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาของที่รถ...”
“พี่อยู่นี่แหละ เดี๋ยวผมไปเอาให้เอง” น้องเดินออกจากห้องนอนไปแล้ว ฉันเองที่ห้ามไม่ทันก็ได้แต่เข้าไปเปลี่ยนชุด เป็เสื้อยืดกางเกงขาสั้น เธิร์สเดย์กลับขึ้นห้องนอนพร้อมกับของใช้เด็ก ๆ
“ทำไมออกไปไม่บอกล่ะครับ” คนที่นั่งอยู่เตียงด้านหนึ่งเอ่ยถาม มือก็ยื่นไปดึงผ้าห่มให้คลุมร่างอชิที่นอนดิ้นจนผ้าห่มหลุดล่วง
“มันฉุกเฉินนิดหน่อยค่ะ พี่สะใภ้ไม่สบายกะทันหันพี่เกรฟเลยต้องพาไปหาหมอ แล้วหลานงอแง พี่เลยไปรับหลานมาค้างด้วย”
“ผมใมากเลยนะที่กลับมาแล้วไม่เจอพี่ โทรหาก็ไม่รับสาย”
“ขอโทษพี่รีบจริง ๆ แล้วทำไมกลับมาเร็วล่ะ”
“เมียพวกนั้นโทรตามครับเลยแยกกันตอนเกือบ ๆ ห้าทุ่ม ผมดื่มไม่เยอะเลยขับรถกลับมาเอง”
“อื้อ ง่วงหรือยัง นอนได้ไหม” ฉันถามอย่างเห็นห่วง เพราะปกติจะนอนด้วยกันสองคน แต่วันนี้กลับมีเ้าแสบมานอนด้วยตั้งสองคนเลยกลัวว่าน้องจะอึดอัด
“นอนได้ครับ พี่มานอนได้แล้วครับ รู้เลยว่ารีบเกมก็ไม่กดออก” น้องแซว ทั้งยังขยับเข้ามาดึงฉันให้ขึ้นไปนอนบนเตียง
“เธิร์สนอนอีกฝั่งนะพี่กลัวหลานกลิ้งตกเตียง”
“ได้ครับ ฝันดีครับพี่กรีน”
“ฝันดีค่ะ” น้องกดริมฝีปากลงบนหน้าผากก่อนจะขยับไปนอนอีกฝั่งกั้นเด็กทั้งสองไม่ให้กลิ้งตกเตียง อนึ่งกลิ้งมาซบอกแล้วหลับไปส่วนอชินอนกางแขนกางขาซะเต็มเตียง เราทั้งสี่หลับอยู่ภายในห้องนอนที่มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟในห้องน้ำ แต่เกือบตีสามอนึ่งร้องไห้งอแงปลอบยังไงก็ไม่หยุดฉันจึงอุ้มผละออกห่างไปชงนมให้ จังหวะที่ริมฝีปากเล็กอ้ารับจุกนมทำให้ฉันถึงกับตาสว่างหิวนี่เอง ฉันเงยหน้ามองใครบางคนที่งัวเงียตื่นั้แ่ฉันขยับลุกออกไปชงนม น้องมองฉันพร้อมกับรอยยิ้มแพรวพราว
“อยากมีของตัวเองสักสองสามคนไหมครับพี่กรีน” ฉันตีหน้าดุใส่ เธิร์สเดย์เลยหัวเราะล้มตัวลงบนต่อฉันที่เริ่มง่วงอีกครั้งก็ผล็อยหลับไปโดยมีอนึ่งดูดนมจากขวดในอ้อมอก
======
ฮื่อออ เ้าเด็กน่ารักมาก มีความเป็ครอบครัวสุขสันต์เสียจริง ฝากคอมเม้นหน่อยนะคะทุกคน ตอนนี้เราดาวน์มากอยากคุยกันทุกคนจังเลยค่ะ