“ ไม่ใช่การรักษาชั่วคราวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาสินะ ”
หวังรุ่ยนวดไปยังหัวเข่าของตนเอง ด้วยร่างกายที่แก่ชราทำให้หัวเข่าไม่ดีเท่าไหร่ แม้เขาจะไม่ได้ต่อสู้อย่างหนักการที่ต้องเดินเป็นเวลานานในแต่ละวันทำให้รู้สึกเจ็บปวดจนมันกลายเป็นหนึ่งในความเคยชินไปแล้ว
เพียงแต่ว่าการรักษาของเฉินห่าวกลับทำให้ขาของเขายังไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาเลยราวกับว่ามันหายเป็นปกติ ในหน้าต่างสถานะไม่มีสถานะชาหรือสถานะผิดปกติปรากฎขึ้นมาเลย หมายความว่าสิ่งที่เขาใช้พิเศษกว่าสกิลของนักบวชที่จะสร้างสถานะลดทอนความเจ็บปวดให้กับเขา
เมื่อนวดขาตนเองเพื่อพิสูจน์ว่าหายเจ็บแล้วหรือไม่นั้น หวังรุ่ยจึงมองไปยังการ์ดหัวใจที่วางอยู่บนโต๊ะ ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความขอบคุณเพราะสิ่งนี้ยังไม่มีวางขายในตลาด แม้เขาจะเป็นผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองลั่วหยาง มีเส้นสายมากมายแล้วก็มีธุรกิจที่ทำเงินหลักหลายล้านต่อเดือน เขาไม่คิดว่าตนเองจะชนะการประมูลการ์ดอวัยวะเทียมที่เป็นหัวใจได้เลย
แต่การที่เขาได้เจอเด็กหนุ่มคนหนึ่งกลับทำให้ลุกขึ้นมาจากความตายแล้วยังได้โอกาสให้มีชีวิตอยู่ต่อไปจนอาจจะอยู่ได้นานถึง 100 ปี
ขณะที่กำลังมองการ์ดหวังจะติดตั้งมันแทนหัวใจอันเดิมอยู่นี้เองนั้น เขาได้ยินเสียงวิ่งลงฝีเท้าหนักๆมาจากด้านหน้าห้องจึงเก็บการ์ดเอาไว้ในลิ้นชักแล้วมองไปยังประตูที่เปิดอย่างรุนแรงจากคนที่เข้ามา
“คุณปู่! ”
เด็กสาวผมสีดำประบ่าร้องตะโกนเรียกคุณปู่ แม้จะเป็นช่วงเวลากลางดึกแล้วก็ตามเธอกลับไม่สนใจเพราะพ่อบ้านบอกว่าปู่ของเธอพึ่งแยกย้ายกับเพื่อนที่นั่งดื่มอยู่ริมศาลา
แม้จะรู้สึกสงสัยสิ่งที่พ่อบ้านเล่าเพราะเขาบอกว่าคุณปู่และเพื่อนปู่กำลังวิ่งไล่จับก็ตาม เธอกลับโยนความสงสัยทิ้งไปเพราะมีบางอย่างอยากจะบอกคุณปู่
“ อ้าว นึกว่าหลับกันแล้ว ”
“ เรากำลังอาบน้ำกันค่า ใกล้จะเข้านอนแล้ว ”
“ มีอะไรงั้นเหรอถึงวิ่งหน้าตั้งมาหาปู่เชียว ”
“ คุณปู่เรียกพี่ชายเฉินห่าวมาหาเหรอคะ ”
“ ใช่แล้ว ปู่เรียกพี่เขามาขอบคุณน่ะแล้วก็แนะนำให้เพื่อนของปู่รู้จักด้วย มีอะไรเหรอ ”
“ จ้างพี่ชายให้มาเป็นครูสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยของเราที ”
หวังรุ่ยเลิกคิ้วขึ้นสูง เขาไม่รู้ว่าหลานสาวไปเจออะไรมาจึงบอกแบบนี้
“ มีอะไรงั้นเหรอ ทำไมจึงอยากให้ปู่จ้างพี่ชายเฉินห่าวมาเป็นครูสอนพิเศษล่ะ ”
“ เหมยลี่และหลี่อิงเป็นศิษย์ของพี่ชายเฉินห่าวค่ะ ”
ชายแก่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินรายชื่อของนักศึกษาปี 1 ที่ทำผลงานได้ดีจนแม้แต่ปี 4 ยังถูกก้าวข้าม หากมหาวิทยาลัยของพวกเขามีเด็กเช่นนี้เพิ่มขึ้นมาอีก 5 - 6 คนคงจะเพิ่มชื่อเสียงให้สูงยิ่งขึ้นจนสปอนเซอร์จำนวนมากส่งอุปกรณ์มากมายมาที่มหาวิทยาลัยจนการเรียนยกระดับขึ้นไปอีก
“ จริงเหรอ ”
“ จริงค่ะ ในตอนที่หนูและเพื่อนใช้งานเครื่องจำลองพี่เขาผ่านมาเห็นพอดีก็เลยยืนดูอยู่สักพัก คุณปู่รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เรายอมแพ้ ”
ชายแก่รอให้หลานสาวจิบน้ำแล้วเล่าต่อ
“ คืองี้ค่ะ พี่เขาแนะนำวิธีเอาชนะหุ่นจำลองที่ผู้วิจัยบอกว่าไม่มีเลเวลต่ำกว่า 100 เอาชนะได้แน่นอน ยกเว้นว่าจะเป็นสัตว์ประหลาดในหมู่อัจฉริยะ แต่หลังจากที่พี่เขาแนะนำ 2 ครั้งเพื่อนหนูชนะมันได้เลย ”
“ จริงเหรอ ”
“ จริงค่ะ พี่ชายแนะนำสองครั้ง ครั้งที่หนึ่งบอกว่าเอาชนะไม่ได้หรอกแต่จะสร้างบาดแผลสาหัสให้มันได้แน่ๆ แล้วครั้งที่สองพี่เขาก็บอกว่าชนะแน่ ซึ่งมันก็เป็นจริงๆ ”
“ แล้วพี่เขาแนะนำยังไงบ้างเหรอ ”
“ อย่างแรกเลยค่ะ พี่เขาบอกจุดอ่อนของอาวุธแต่ละชิ้น แล้วจากนั้นก็เริ่มบอกจุดอ่อนของแต่ละคนให้ลองปรับแก้ดู การเคลื่อนไหวบางจุดพี่เขาแนะนำให้ลองเปลี่ยน ซึ่งผลที่ออกมาดีมากๆเลยค่ะ พลังเพิ่มขึ้น 5 - 6 % ด้วย ”
หวังรุ่ยไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยินเพราะเฉินห่าวจะเก่งเกินกว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้
ดูเหมือนว่าการรักษาที่เกิดขึ้นแล้วก็การแสดงทักษะดาบให้เทพดาบเห็นจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป ชายคนนี้มีค่ามากจนยากจะหาที่ไหนได้อีก
“ เดี๋ยวปู่ขอดูเอกสารก่อน ”
“ ค่ะ ถ้าเป็นไปได้ให้รีบจ้างพี่เขาด้วยนะ พรุ่งนี้หนูและเพื่อนว่าจะไปฟิตเนสของพี่ด้วย ”
หวังรุ่ยยิ้มให้หลานสาวที่วิ่งกลับออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเขาจึงขอวีดีโอจากพ่อบ้านเพราะอยากเห็นว่าเฉินห่าวทำอะไรในห้องฝึกพร้อมกับเด็กๆ
หลังจากนั่งมองสักพักดวงตาของเขาก็เผยให้เห็นความตื่นเต้น การปรับแก้ทักษะของเฉินห่าวไม่ได้ทำแบบลวกๆให้เสร็จ เขาทำการปรับแก้ไขทักษะให้เด็กแต่ละคนที่ฝึกทักษะไม่เหมือนกัน
การจะแนะนำใครสักคนจะต้องใช้ความรู้และประสบการณ์จำนวนมากเพื่อวางแนวทางให้กับคนที่ต้องการแนะนำ การที่เฉินห่าวแนะนำจุดต่างๆให้กับเด็กสาวทั้ง 15 โดยที่เขาใช้เวลาเพียงน้อยนิด เท่านี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าความรู้และความเข้าใจของเขาเป็นเรื่องจริง ไม่แปลกเลยที่เขาจะกล้าพูดต่อหน้าเทพดาบว่ายังเข้าใจดาบไม่ถึงแก่นของมัน
“ ช่วยหาเวลาว่างให้หน่อย ฉันต้องการจ้างครูสอนพิเศษเพิ่ม อาทิตย์ละครั้งก็ได้ แค่นี้นักศึกษาก็น่าจะได้อะไรมากมายจากเขาแล้ว ”
“ ครับคุณท่าน ”
หลังจากบอกพ่อบ้านให้จัดเตรียมเอกสาร หวังรุ่ยจึงหยิบการ์ดหัวใจเทียมออกมาติดตั้ง เขาไม่จำเป็นต้องทำลายหัวใจทิ้ง เพียงแค่หัวใจไม่อยู่ในสภาพปกติ หัวใจเทียมจะเข้าไปแทนที่หัวใจเดิมด้วยการลบมันทิ้งไป
ทันทีที่เขาขยี้การ์ดก็พบเข้ากับกลุ่มแสงสีทองขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากการ์ดที่ถูกทำลายไป ก่อนที่แสงนั้นจะพุ่งเข้ามาที่กลางหน้าอกทำลายหัวใจเดิมแล้วสร้างหัวใจใหม่เข้าไปแทน แม้มันจะถูกเรียกว่าหัวใจเทียม ทุกอย่างกลับไม่ต่างจากของจริง มันจะถูกทำลายก็ต่อเมื่อเจ้าของร่างตกตาย
“ เหลือก็แค่เพิ่มเลเวลให้มันจนเท่าเลเวลของผู้ใช้สินะ ไปนำผลึกมานามาให้ฉันที ”
พ่อบ้านอีกคนรีบเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังคลังเพื่อนำผลึกมานามาให้คุณท่านใช้งาน
---------------------------------------------------------------
“ มันเป็นอะไรกันแน่นะ ”
เลี่ยหยางมองดาบภายในมือของตนเอง หลังจากเขาได้ทบทวนเกี่ยวกับทักษะที่เฉินห่าวใช้ให้ดูซ้ำไปวนมาภายในหัวสมอง ความรู้สึกยิ่งใหญ่ของเขาก็ถูกกดทับจากทักษะดาบของฮันเตอร์เลเวลน้อยกว่าในทันที
เมื่อนึกไปถึงคำพูดของเฉินห่าวที่บอกว่าเขายังฝึกไม่ถึงขั้นแตกฉานยิ่งทำให้สนใจในดาบมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ว่าจะหาความลับว่าดาบคืออะไรเขาก็ยังไม่เข้าใจเช่นเดิม
อย่างไรก็ตามก่อนจากกันเฉินห่าวได้ทิ้งบางคำพูดเอาไว้นำทาง มันจะคอยเป็นแสงสว่างชี้นำให้เลี่ยหยางสามารถก้าวไปยังจุดที่สูงกว่านี้ด้วยดาบในมือของเขา
---------------------------------------------------------------
“ วันนี้ไม่แต่งตัวเหยอ ”
ลูกสาวทำตาแป๋วแหววถามคุณพ่อด้วยความสงสัย วันนี้แต่งตัวธรรมดาทำให้เธอรู้ว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวเล่นภายในเมือง
“ วันนี้เราจะไปช่วงเย็นๆครับ ”
“ เยนเยนเหยอ ”
“ ครับ เราจะไปเที่ยวช่วงเย็นๆเพราะตอนเช้าน่าจะมีคนมา ”
เป่าเป้ยน้อยพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นเธอก็ขี่เฟยหลงไปทักทายคุณลุงอ้ายเสินและคนอื่นๆ ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังแวะทักทายฮันเตอร์ที่มาใช้งานร้าน แต่ละคนเห็นเด็กน้อยบินเข้ามาใกล้พร้อมกับมังกรล้วนแล้วหยอกล้อด้วยท่าทางเอ็นดู
เฉินห่าวจึงปล่อยให้เป่าเป้ยสร้างสัมพันธ์กับคนอื่นเพื่อฝึกการเข้าสังคมตั้งแต่เด็ก
“ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างเหรออ้ายเสิน ”
“ สมาชิกเพิ่มขึ้นวันละ 10 - 20 คนเลยครับเถ้าแก่ ส่วนฮันเตอร์ที่เดินทางมาล่าก็เพิ่มขึ้นหลักพันต่อคนเลย ตอนนี้ผู้คนภายในเขต X คึกคักมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นๆที่ฮันเตอร์กลับเข้ามาพักในเมือง ”
เฉินห่าวยิ้มด้วยท่าทางพอใจ ดูเหมือนว่าความเจริญใกล้จะเดินทางมาถึงเขต X แล้ว ตราบใดที่มอนสเตอร์เลเวล 180 ยังไม่ถูกสังหาร พื้นที่ล่าทางตอนใต้จะกลายเป็นแหล่งดึงดูดฮันเตอร์ให้กับผู้คนในเมือง
อย่างไรก็ตามเฉินห่าวพบว่าอาณาเขตทางตอนใต้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ การขยายเขตไม่ได้เข้าสู่พื้นที่ตัวเมือง มันขยายลงไปทางตอนใต้ จนเข้าสู่อีกพื้นที่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์เลเวล 30 ไปจนถึง 50 เขาไม่รู้ว่าการขยายตัวของพื้นที่จะทำให้มอนสเตอร์ถิ่นเดิมเป็นอย่างไรบ้างจึงทำได้เพียงเฝ้าดู
“ ว่าไงผู้จัดการ ”
“ เถ้าแก่เฉิน มีคนมาถามหาคุณด้วย ”
“ ลูกค้าที่เข้าใช้บริการของโรงแรมเหรอ ”
“ เปล่าครับ พวกเขาเป็นนักศึกษาเห็นว่ามาเล่นฟิตเนสโดยเฉพาะเลย ”
“ บอกพวกเขารอก่อนสักชั่วโมง ฉันขอทำงานแป๊บหนึ่ง ”
เฉินห่าววางสายแล้วปล่อยให้ผู้จัดการแนะนำอุปกรณ์ออกกำลังกายให้กับเด็กทั้ง 15 คนก่อน เขารู้ว่าเป็นเด็กกลุ่มนี้ก็เพราะว่าเด็กสาวเมื่อคืนดูกระตือรือร้นไม่น้อยเมื่อรู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง แม้ทุกคนจะปลุกพรสวรรค์แล้ว ความหิวกระหายในการปรับแก้ไขทักษะให้แข็งแกร่งยังคงเป็นสิ่งที่ชักจูงให้พวกเธอเดินทางมายังโรงแรมของเขาเพื่อเล่นฟิตเนส
“ นี่เถ้าแก่ ผมได้ยินข่าวมาอีกนะ ”
“ อ้าว นึกว่าแกไปแล้ว นี่ยังอยู่อีกเหรอ ว่าแต่ข่าวอะไรล่ะ” อ้ายเสินยิ้มแห้ง เขายังคงยืนอยู่ข้างๆเถ้าแก่ตั้งแต่แรก
“ คืองี้เถ้าแก่ ตระกูลเกายังคงไล่ล่ามือสังหารไม่ยอมหยุด เห็นเขาว่าการล่าครั้งนี้หนักหน่วงที่สุดเท่าที่ตระกูลเกาเคยล่ามาเลยนะ ”
“ แล้วพวกเขาเจอมือสังหารบ่อยแค่ไหน ”
“ ทุกวันเลย ไม่ว่ามือสังหารจะหลบอยู่ที่ไหนพวกเขาก็หาเจอได้ตลอดแล้วก็ต่อสู้กัน แต่ไม่ว่ายังไงมือสังหารก็หนีไปได้ทุกครั้ง นอกจากนั้นแล้วยังส่งคนของตระกูลเกาที่ตามล่าให้ตายตกไปได้ด้วยนะเถ้าแก่ นี่น่าจะปาเข้าไป 300 คนแล้ว หากถึง 500 เมื่อไหร่สถานการณ์ตระกูลเกาแย่แน่ๆ จำนวนฮันเตอร์ที่หายไปจะทำให้อำนาจของพวกเขาลดน้อยลงมากเลยล่ะ ”
“ น่าสงสารพวกเขาเนอะ ดูท่าเขต X คงไม่เหมาะกับพวกเขาแล้ว อีกไม่นานคงต้องย้ายหนี ไม่งั้นถูกกวาดล้างทั้งตระกูลแน่ๆ ”
“ ผมก็คิดเหมือนเถ้าแก่ ขุมอำนาจระดับเดียวกันพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งตระกูลซูตระกูลเหยาและตระกูลฟู่ที่มาใช้บริการฟิตเนสของเรา พวกเขาราวกับเสือติดปีก ตระกูลเกาจะเอาอะไรไปสู้ คู่แข่งของพวกเขาล้วนแล้วสังหารมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่าได้อย่างง่ายดาย ฮันเตอร์อิสระ กิลด์เล็กๆที่เป็นสมาชิกของเราต่างก็ไล่ตามมาติดๆ ถ้าเป็นผมนะพาย้ายไปเมืองใหม่ในเขตที่มีขุมอำนาจระดับเดียวกันกับตระกูลทั้ง 4 ก่อนจะเจอฟิตเนสของเรา ไม่งั้นพวกเขาจะต้องถูกทำลายแน่ๆ ”
เฉินห่าวไม่ออกความคิดเห็นใดๆอีก เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตระกูลเกาจะเหลือรอดสักคนหรือไม่เพราะความแค้นในครั้งนี้ไม่ใช่ของเขาเพียงคนเดียว เขาพอใจกับการแก้แค้นแล้วหลังจากเห็นตระกูลเกาอยู่ในจุดตกต่ำ แต่คนที่เขาสร้างไม่รู้ว่าจะหยุดอยู่ตรงไหนถึงอย่างนั้นเขาไม่คิดจะเข้าไปห้าม ตราบใดที่ไม่มีอะไรล่วงเกินมาทางฝั่งของเขา