เช้าวันต่อมา เวลา 11.25 น. ณ คฤหาสน์ก๊อตเธอคิง ของเขตตะวันออกเฉียงเหนือ
สายลมอ่อนๆ กับเสียงนกร้องขับขานประสานกันบินเข้ามาเกาะขอบหน้าต่างบานใหญ่ข้างเตียงไม้หรูสี่เสาน้ำตาลเข้มที่มีเด็กหนุ่มรูปงามกำลังนอนตะแคงหลับลึกเพราะร่างกายยังคงอ่อนล้าอยู่อันถูกผ้านวมปกคลุมร่างจนมิดชิด
จนกระทั่งมีผู้ติดตามสาวเปิดประตูเข้ามาภายในห้องเจ้านายอย่างเงียบเชียบ มือเรียวถือถาดน้ำนำมาวางบนโต๊ะเล็กตัวงามข้างเตียงใหญ่ และรีบตรงไปทางหน้าต่างเอื้อมมือผลักผ้าม่านสีน้ำตาลด้านซ้ายและขวาให้ออกห่างจากกันเพื่อเปิดอ้ารับแสงอาทิตย์เข้าสาดส่อง
“ อื้อ...อรุณสวัสดิ์ริต้า " เสียงครางเบาๆและคำทักทายดังจากเจ้าของห้อง ได้ดันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงหรูในท่าที่สบายด้วยใบหน้าแจ่มใสเอามาก หลังจากการฝึกซ้อมมหาโหดจากท่านอาจารย์ทั้งสองอานนท์บอกตามตรงเลยว่าวันนี้เป็นวันที่เขาหลับลึกและไร้กังวลที่สุดในรอบสามอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่ต้องคอยระแวงว่าท่านอาจารย์หญิงจะเข้ามาปลุกให้วิ่งรอบภูเขาในทุกวันภายในห้วงมิติลับ หรือท้าประลองต่อสู้ด้วยพลังเวทย์ให้ตายกันไปข้างหนึ่งเสียให้ได้ แต่ผลสุดท้ายคือเขาเองที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้ทุกครั้งไปด้วยขั้นระดับหรือไม่ก็ประสบการณ์อาจด้อยกว่ามากนัก ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมามันทำให้อานนท์เริ่มฝึกซ้อมการเรียกใช้พลังเวทย์จนชำนาญการ ขณะเขียนตัวอักขระระดับสูงเป็นบทคาถาเข้ามาประกอบใช้หรือการใช้ดาบและธนูอย่างคล่องแคล่ว ว่องไว และพริ้วไหวราวเป็นหนึ่งเดียวกับมัน " อรุณสวัสดิ์เช่นกันเจ้าค่ะคุณชาย " ริต้ารีบเอ่ยรับด้วยแววตาเกิดความหลงใหลบนใบหน้าหล่อเหลาดั่งรูปสลักกับหนวดเคราหรอมแหรมภายใต้ริมฝีปากแดงระเรื่อได้รูปที่ปิดสนิทกำลังประดับยิ้มตรงมุมปากทั้งสองข้างขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับว่าวันนี้เป็นวันดีสำหรับเจ้านายนางยังไงยังงั้น
+++++++++++++++++++++
ณ ชายแดนเขตเหนือ
แสงไฟสลัวจากคริสตัลส้มไล่ติดตามผนังหิน เกิดเสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งเดินดังก้องตามแนวทางทอดยาวจากทหารหลายนายก้าวตรวจการไปตามทางเดินเป็นระยะๆ อันอยู่ใต้ดินของที่ตั้งเป็นอาคารองค์กรลับดำของสภากลางหลักใหญ่ มีชายวัยกลางผู้หนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าไหมสีดำทั้งกาย เดินก้าวฉับๆเกิดเสียงฝีเท้าดังก้องไม่แพ้ขบวนทหารห้านายกำลังเดินเข้ามา ก่อนพากันหยุดก้าวต่อยืนทำความเคารพด้วยท่าวันทยาหัตถ์และเอามือลงเมื่อท่านผู้นี้เดินสวนทางไปแล้ว ชายวัยกลางคนปรายนัยน์ตาสีม่วงบนใบหน้าสามเหลี่ยมหงาย มีริ้วเส้นขวางตามคิ้วหนายาวกำลังขมวดเข้าหาดูเคร่งเครียดมองตรงป้ายเล็กสีฟ้าคือหมายเลขห้องห้าสิบห้าอยู่ครู่เดียว พลันผลักบานประตูเดินเข้าภายด้านในห้องวงกลมขาวเป็นผนังหินอ่อนสวย ไร้ซึ่งหน้าต่างต้อนรับแสงหยุดยืนตรงหน้าผู้ต้องหาหมายเลขห้าร้อยสี่สิบแปด นามว่าเรย์ กำลังคอพับหลับลึกด้วยอาการอ่อนแรงถูกขึงพืดไว้กับแท่นไม้เคลือบคริสตัลแดงไร้การหลบหนี ชายวัยกลางคนสายตาไล่มองคราบเลือดมากมายเปรอะเปื้อนแต้มบนชุดช่างหมีสีขาวด้วยความเวทนาใจ โดยตรงมุมห้องทางซ้ายมือมีทหารนายหนึ่งยืนคอยเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ไม่ห่าง " อรุณสวัสดิ์ยามเช้าขอรับท่านมิงหวิน " นายทหารเอ่ยทักผู้ว่าเป็นนักสืบสวนสอบสวนมือฉมังหาตัวจับยากนักขององค์กรลับดำ
" อรุณสวัสดิ์ " มิงหวินรับทักทายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง กำลังนั่งมองผู้ต้องหานามว่าเรย์ประดับแววตาหลากหลายอารมณ์ บนมือปรากฏหลอดบรรจุเลือดแท่งยาววางไว้ในตักด้วยท่าทางสุขุมและเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง จนเวลาผ่านไปหลายนาทีแล้วชายวัยกลางคนยังคงไม่เคลื่อนไหวใดๆ เพียงแต่นั่งเพ่งมองเรย์ขณะส่งพลังจิตอัดแน่นไปด้วยความกดดันมหาศาล เพื่อรีดเค้นความจริงจากมันแทนการใช้วิธีทรมานภายนอกซึ่งมันกลับได้ผลทุกครั้งของการใช้วิธีนี้ในการสืบสาวไปถึงตัวผู้บงการตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ทั้งหมด กระทั่งมิงหวินเริ่มเห็นกิริยาสั่นสะเทือนของการต้านแรงพลังกดดันจากเขาภายในห้วงจิตของเรย์ด้วยสีหน้าแห่งความทุกข์ทรมานไม่อาจฝืนทนได้อีกต่อไป จนกระอักเลือดออกมาเป็นกองใหญ่แทบจะหมดตัวในทันที ปากมันเริ่มพะงาบคิดพูดความจริงออกไปจนหมดอย่างยากลำบากนัก " ผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องทั้งหมด ค..คือ...จ้าวแห่งรัตติกาล เอเรบัส " เรย์ไม่สามารถฝืนทนความเจ็บปวดอย่างทรมานเหล่านี้ได้อีกต่อไป ชายหนุ่มยอมบอกความจริงไปดีกว่าตายทั้งเป็นอย่างทุกข์ทรมานด้วยวิธีเช่นนี้ " เจ้าไปแจ้งแก่อิคาโรบัดเดี๋ยวนี้! " มิงหวินหันไปตวาดเสียงสั่งทางทหารผู้เฝ้าสังเกตการณ์ทันควัน พลันตัวขึ้นลุกจากเก้าอี้ " และหมดหน้าที่ของข้าแล้ว ฝากบอกแก่อิคาโรด้วย " พร้อมก้าวออกหายลับไปด้านนอกประตูโดยไม่รอฟังทหารตอบรับ นั่นคือนิสัยของชายวัยกลางคนผู้นี้ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจไม่มีเหตุผลต้องอยู่รั้งรอ! มันทำให้ทหารฝึกหัดนายนี้ พยักหน้ารับมองหลังของมิงหวินเดินออกไป ไม่วายเกิดอาการลนลานรีบตามไปแจ้งแก่ท่านผู้บังคับบัญชาโดยหลงลืมสร้างคาถากำกับตรงประตูเหล็กไว้ป้องกันผู้หลบหนีอยู่เบื้องหลัง แสดงความบกพร่องเกิดขึ้นระหว่างกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่อย่างร้ายแรง ตอนนี้หลงเหลือเพียงเรย์อยู่ในห้องผู้เดียว ยังมีอาการอ่อนแรงลงกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพียงลอบสายตาล่องลอยเลื่อนมองไปทางประตูเหล็กอันแข็งกล้าด้วยแววตาแห่งความสิ้นหวังริบหรี่ แต่กระทั่งดวงตากำลังคล้อยต่ำอยู่ต้องตวาดขึ้นมองมาอีกครั้งเมื่อเห็นประตูถูกแง้มออกเล็กน้อยมีสิ่งมีชีวิตลอดเข้าภายในห้องนี้แล้ว มันคล้ายกิ้งก่าสีดำอำพรางขนาดเล็กกำลังเคลื่อนไหวเข้ามาทางเรย์อย่างเชื่องช้า ระหว่างนั้นกลับกลายร่างเป็นชายวัยกลางคนช่างแสนดูคุ้นตาอีกคนในที่สุด " ท่านพ่อ! " เรย์พยายามเอ่ยเรียกดังแต่น้ำเสียงกลับแผ่วเบาลงด้วยอาการบาดเจ็บในสภาพสาหัสเต็มที่ ทนทุกข์ทรมานเพื่อรอความหวังว่าท่านพ่อต้องมาช่วยเขาออกไปจากที่นี่อย่างแน่นอน รวมสะสมความรู้สึกทั้งหมดถึงสามสี่เดือนที่ผ่านมา " ข้า... " ชายหนุ่มพยายามพูดต่อ แต่ถูกท่านพ่อเอ่ยขัดก่อน " ไม่ต้องพูดแล้ว ให้เราออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง! " พ่อของเรย์มีนามว่าอาวิดเทม ก้าวเดินเข้ามาปลดโซ่ลูกชายถูกพันธนาการทั้งหมดให้สลายหายไป ดีที่พวกนั้นไม่ได้ลงคาถากำกับไว้อีกทีหนึ่งนอกจากประตู มันทำให้ทุกอย่างดูง่ายไปหมดสำหรับเขาและไม่ลืมเอื้อมมือยื่นถุงเลือดให้ลูกชายดื่มเพื่อรักษาในส่วนที่เสียหายไปอีกด้วย ทุกวินาทีช่างมีค่าสำหรับพวกเขาอย่างมาก ทุกการเคลื่อนไหวถูกอาวิดเทมวางแผนไว้ทั้งหมด ขณะเรย์ถูกแปลงร่างเป็นกิ้งก่าเหมือนกับท่านพ่อเพื่อให้สะดวกแก่การหลบหนีมากขึ้น สักพักเดินด้วยการเกาะไต่เพดานเพื่อหลบหลีกเหล่าทหารเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ดูยังไม่รู้สึกตัวว่ามีผู้ต้องหาได้หนีจากห้องขังออกไปแล้ว มันทำให้พวกเรย์รีบเคลื่อนไหวเร็วมากขึ้นจนได้มาถึงทางเข้า-ออกสู่ด้านบนที่เป็นที่อยู่ของสภากลาง แต่เส้นทางนี้ไม่ได้เชื่อมตรงกับตัวตึกอย่างที่เข้าใจไว้ มันยังมีเส้นทางอีกหลากหลายสายราวกับเขาวงกตสร้างไว้ในกรณีผู้หลบหนีจากใต้ดินโดยเฉพาะ แต่ทางอาวิดเทมได้ทำการบ้านมาดีพอสมควรและต้องขอบคุณกับการอดทนเฝ้าดูหาลู่ทางในการช่วยลูกชายตัวเองหลบหนีโดยหลีกเลี่ยงการปะทะให้น้อยที่สุดอย่างที่ตั้งใจไว้ เมื่อมาถึงจุดเชื่อมต่อระหว่างสถานที่ภายใต้ดินนี้ไว้สำหรับปฏิบัติงานและรวบรวมเหล่านักโทษทุกสารทิศด้วยคดีมากมายถูกเข้าขังไว้ที่นี่เกือบทั้งหมดกับอาคารสภากลางหลักใหญ่ เบื้องหน้าเป็นโถงทางเดินทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตานัก ระหว่างทางยังมีเส้นสายแตกแยกออกเป็นกิ่งก้านทางเดินอีกทีหนึ่ง มันทำให้เรย์ที่ได้ออกมาจากสถานที่กักขังเขาต้องตะลึงราบไปชั่วขณะ อดชื่นชมและความฉลาดในตัวท่านพ่อของตัวเองเสียไม่ได้ การอำพรางตัวเป็นกิ้งก่าของพวกเขาเพื่อหลบหนีในครั้งนี้ช่างให้ความรู้สึกดีและสะใจยิ่งนัก จนมาถึงบัดนี้ที่มีสัญญาณแจ้งเตือนของผู้ต้องหาได้หลบหนีออกจากห้องขังหมายเลขห้าร้อยสี่สิบแปดแล้ว แต่พวกมนุษย์เหล่านั้นยังคงหาตำแหน่งพวกเขาไม่เจอะเจอ ระหว่างนั้นต่างพากันวิ่งให้วุ่นไปทั่วอย่างจ้าละหวั่นตรงสถานที่ภายใต้ดินจนมาถึงโถงทางเดินอันเป็นกิ่งก้านแตกสาขาออกไปอีกทีเพื่อไว้สำหรับบดบังทางออกที่แท้จริงแห่งนี้จากผู้คิดหลบหนี แต่สำหรับพวกเรย์นั้นได้ไต่เกาะผนังห้องเข้าซอกช่องบานพับของประตูขนาดใหญ่ออกไปด้านนอกได้ในที่สุด เห็นผู้คนมากมายกำลังเดินสวนเข้าออกเป็นว่าเล่น เบื้องหน้าเห็นรูปปั้นของชายวัยกลางคนผู้เป็นกษัตริย์องค์หนึ่งยืนถือคัมภีร์ปล่อยลงยาวเหยียด แต่งกายด้วยเครื่องแบบของราชาถูกติดเหรียญประดับยศมากมายบนบ่ากว้างทั้งสองข้างตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม มีการสลักป้ายด้านล่างด้วยชื่อ โรบิน ทาราสตาร์ กษัตริย์ลำดับที่สิบถูกล้อมรอบด้วยน้ำพุขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางลานทางเดินเป็นวงเวียนเพื่อสัญจร กระทั่งตอนนี้มีเสียงเท้าหลากหลายคู่ของทหารหลายสิบนายเดินออกจากทางประตูใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เกิดอาการเหนื่อยหอบหลังจากวิ่งตามหาผู้หลบหนีไปทั่วทั้งอาคารใต้ดินและตึกสภากลางใหญ่ แต่การกระทำทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อปรากฏผู้อยู่ใต้บังคับบัญชานามว่ามิทรี เดินแหวกทางเหล่านายทหารมาด้วยใบหน้ากลมมีแผลเป็นไว้หนวดเครายาวเทาลู่ลงมาบนชุดเครื่องแบบครบสูตรสีดำกับแววตากราดเกรี้ยวกวาดมองคนในสังกัดตัวเอง พร้อมเริ่มเอ่ยคำสั่งกดเสียงต่ำเพื่อไม่ให้ผู้คนในบริเวณต่างพากันแตกตื่นไปด้วยว่า... " ไป! ไปตามหามัน ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ต้องจับตัวกลับมาให้ได้ !! " เหล่าทหารสิบนายรีบทำวันทยาหัตถ์รับคำสั่งด้วยใบหน้าเข้มขรึมแฝงความเคร่งเครียด ก่อนหายลับไปทั้งกองตรงบริเวณนี้ทันที! " เราจะต้องไม่ให้ท่านอิคาโรรู้เรื่องนี้ก่อนไม่ได้! " เมื่อเห็นเหล่าทหารหายไปแล้ว มิทรีหันเปรยกระซิบด้านข้างที่มีผู้ติดตามเป็นชายร่างสูงสวมฮูดปิดบังใบหน้าด้วยชุดดำทั้งตัวอีกคนคอยยืนประกบอยู่เพื่อรอรับคำสั่งและขานรับ " ขอรับ! " " เคนเนธ และเรื่องที่ให้ไปจัดการเป็นอย่างไรบ้าง ?! " ผู้ติดตามชายนามว่าเคนเนธ รีบตอบทันควันด้วยน้ำเสียงเย็นชาต่างกับกิริยาท่าทางดูขันแข็ง " ข้าได้นำทหารคนใหม่เข้าพบหน่วยคุมความประพฤติเพื่อเป็นการลงโทษในข้อหาละทิ้งหน้าที่แล้วขอรับท่านพ่อ! " " ดี!! งั้นเรากลับไปรอฟังข่าวและวางแผนกันต่อที่ห้องทำงานของพ่อ! " มิทรีเอ่ยเสียงเข้มและพยักหน้ารับ ส่วนเคนเนธก้มหัวเล็กน้อยแสดงว่าเข้าใจ หลังจากนั้นพากันวิ่งหายลับเข้าไปภายในประตูใหญ่ของตึกสภากลางราวสายลมพัดปลิวผ่าน
+++++++++++++++++++++