OSVALDO ผู้ปกครองทั้งสี่มิติ (ภาคโรงเรียนเวทมนตร์)

    เดินทางออกล่ากับนักโทษหลบหนี

    เช้าวันต่อมา เวลา 11.25 น. ณ คฤหาสน์ก๊อตเธอคิง ของเขตตะวันออกเฉียงเหนือ

         สายลมอ่อนๆ กับเสียงนกร้องขับขานประสานกันบินเข้ามาเกาะขอบหน้าต่างบานใหญ่ข้างเตียงไม้หรูสี่เสาน้ำตาลเข้มที่มีเด็กหนุ่มรูปงามกำลังนอนตะแคงหลับลึกเพราะร่างกายยังคงอ่อนล้าอยู่อันถูกผ้านวมปกคลุมร่างจนมิดชิด

         จนกระทั่งมีผู้ติดตามสาวเปิดประตูเข้ามาภายในห้องเจ้านายอย่างเงียบเชียบ มือเรียวถือถาดน้ำนำมาวางบนโต๊ะเล็กตัวงามข้างเตียงใหญ่ และรีบตรงไปทางหน้าต่างเอื้อมมือผลักผ้าม่านสีน้ำตาลด้านซ้ายและขวาให้ออกห่างจากกันเพื่อเปิดอ้ารับแสงอาทิตย์เข้าสาดส่อง

         “ อื้อ...อรุณสวัสดิ์ริต้า "     เสียงครางเบาๆและคำทักทายดังจากเจ้าของห้อง ได้ดันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงหรูในท่าที่สบายด้วยใบหน้าแจ่มใสเอามาก หลังจากการฝึกซ้อมมหาโหดจากท่านอาจารย์ทั้งสองอานนท์บอกตามตรงเลยว่าวันนี้เป็นวันที่เขาหลับลึกและไร้กังวลที่สุดในรอบสามอาทิตย์ที่ผ่านมา      ไม่ต้องคอยระแวงว่าท่านอาจารย์หญิงจะเข้ามาปลุกให้วิ่งรอบภูเขาในทุกวันภายในห้วงมิติลับ หรือท้าประลองต่อสู้ด้วยพลังเวทย์ให้ตายกันไปข้างหนึ่งเสียให้ได้ แต่ผลสุดท้ายคือเขาเองที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้ทุกครั้งไปด้วยขั้นระดับหรือไม่ก็ประสบการณ์อาจด้อยกว่ามากนัก      ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมามันทำให้อานนท์เริ่มฝึกซ้อมการเรียกใช้พลังเวทย์จนชำนาญการ ขณะเขียนตัวอักขระระดับสูงเป็นบทคาถาเข้ามาประกอบใช้หรือการใช้ดาบและธนูอย่างคล่องแคล่ว ว่องไว และพริ้วไหวราวเป็นหนึ่งเดียวกับมัน

         " อรุณสวัสดิ์เช่นกันเจ้าค่ะคุณชาย " ริต้ารีบเอ่ยรับด้วยแววตาเกิดความหลงใหลบนใบหน้าหล่อเหลาดั่งรูปสลักกับหนวดเคราหรอมแหรมภายใต้ริมฝีปากแดงระเรื่อได้รูปที่ปิดสนิทกำลังประดับยิ้มตรงมุมปากทั้งสองข้างขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับว่าวันนี้เป็นวันดีสำหรับเจ้านายนางยังไงยังงั้น

         อานนท์แต้มยิ้มบาง พยักหน้าพลันลุกขึ้นจากเตียง เดินก้าวไปยังกระจกบานใหญ่ข้างตู้เสื้อผ้า เด็กหนุ่มยกมือลูบคลำคางของตัวเองอันมีหมวดเคราขึ้นมาเล็กน้อยอยู่ชั่วครู่ ตัดสินใจหมุนร่างและมุ่งหน้าเดินเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวทันครัน โดยด้านหลังมีผู้ติดตามสาวเริ่มเข้ามาจัดเก็บพับผ้าห่มและหมอนนอนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยรอเจ้านายนางเสร็จจากอาบน้ำแต่งตัวเพื่อลงไปรับประทานอาหารของชั้นล่าง     เด็กหนุ่มแต่งกายด้วยชุดลำลองเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขี้ม้ากับกางเกงทรงกระบอกขาสั้นน้ำตาลเข้มแบบเรียบร้อย เดินตามหลังริต้าระหว่างพิมพ์คุยกับพวกฮารัสไปเรื่อยเปื่อย ก้าวเข้ามานั่งเก้าอี้หัวโต๊ะภายในห้องอาหารโดยมีผู้รับใช้ยืนรอทำหน้าที่ของตนแล้ว กระทั่งเงยหน้าขึ้นมองอาหารมากมายส่วนใหญ่เป็นแนวเบรคฟัสท์บนโต๊ะยาวดูอลังการมิเปลี่ยน สักพักเกิดมีเสียงซุบซิบลอดมาทางผู้รับใช้สาวทั้งห้าคนยืนประจำอยู่ด้านซ้ายมืออานนท์     " ช่างหล่อเหลาเหลือเกิน "     " ข้ามีบุญนักที่ได้มาเป็นคนรับใช้ของตระกูลแห่งนี้ "     " มีหรือไม่มีเคราก็ยังดูรูปงามราวเจ้าชายนักนายน้อยของข้า "     " ข้าจะละลายอยู่แล้ว"     " พวกเจ้านี่นะไม่กลัวการลงโทษของพ่อบ้านนิกซ์บ้างเลยหรือไงกัน! "      เสียงเหล่านั้นลอยเข้าสู่โสตประสาทของอานนท์ ระหว่างลงมือหยิบขนมปังทาแยมสีฟ้านำเข้าปากด้วยใบหน้าดูแจ่มใสไร้หนวดเคราหรอมแหรม ประดับรอยยิ้มเพชฌฆาตกระชากใจสาวน้อยใหญ่ให้ต้องมนตร์สะกดนิ่งแข็งราวถูกสลัก     " หึ " เสียงหัวเราะกดต่ำในลำคอจากหัวหน้าพ่อบ้านนิกซ์ พร้อมเปรยตามองส่งแรงกดดันมาทางผู้รับใช้สาวทั้งห้า ทำให้บทสนทนาทั้งหมดเงียบลงในทันที      " พอเถิดพ่อบ้านนิกซ์ อย่าได้ถือสาพวกนางเลย " อานนท์วางขนมปังบนจานกลม พร้อมส่งม่านพลังเบาบางสกัดแรงกดดันเห็นเป็นมวลพลังขาวขุ่นจากหัวหน้าพ่อบ้านนิกซ์หวังตำหนิสั่งสอนกริยาเหล่านั้นให้หลาบจำอย่างดูเด็ดขาดช่างชวนขนลุกสำหรับเขา ถ้าชายชราคิดส่งแรงไปอีกหน่อย ผู้รับใช้สาวทั้งห้าคงได้พากันขาอ่อนทรุดตัวลงไปนั่งเป็นกองแน่ๆ      " แต่คุณชาย..." ชายชราคิดเอ่ยค้าน แต่เห็นนายน้อยยกมือห้ามไว้ก่อน เลยหยุดคำลง     " ถือว่าข้าขอละกันนะครับ " อานนท์เงยหน้ามองชายชราด้วยรอยยิ้มบาง ส่วนผู้รับใช้สาวทั้งห้าตอนนี้พายืนกันขาสั่นด้วยความเกรงกลัวในหัวหน้านางเหลือเกิน พวกนางไม่คิดว่าจะทำให้พ่อบ้านนิกซ์ดูโมโหมากถึงขนาดนี้ ซึ่งปกติก็เคร่งครัดในระเบียบวินัยมากอยู่แล้ว      หลังจากอานนท์ลงมือทานอาหารต่อไปสักพักใหญ่ ในหัวกำลังคิดอยากออกล่าเพื่อหาผนึกพลังของสัตว์เวทระดับสูงมาสะสมไว้ในการเลื่อนระดับของตัวเอง ตอนนี้เด็กหนุ่มอยู่ขั้นจอมปราชญ์เวทย์ ระดับต้น โดยต้องใช้ผนึกพลังของสัตว์เวทเทพเท่านั้นในการบ่นเพาะครั้งต่อไป ซึ่งภายในมิติลับของท่านอาจารย์เขาไม่จำเป็นต้องออกล่าฆ่าสัตว์เวทอื่นเพื่อช่วงชิงมาดูดซึมพลังเลยเพียงแค่ฝึกซ้อม      แต่ถ้าออกมาภายนอกมิตินั่นต้องหาสิ่งของเพื่อมาส่งเสริมในการเลื่อนขั้นตัวเองตามวัฏจักรของธรรมชาติเพื่อการดำรงชีพ อีกอย่างเด็กหนุ่มตั้งใจอยากตามหาความจริงจากทุกอย่างทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาไม่จบสิ้นและเหตุผลของการตั้งใจไล่ล่าฆ่าเขาให้ตายไปเสียเหลือเกินจากเหล่าศัตรูทุกสารทิศ!     " ริต้า " จู่ ๆ เกิดเสียงร้องเรียกดุดันจากนายน้อยของพวกนาง อันตอนนี้มีม่านพลังมวลหนักแน่นเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องอาหารแล้วตามอารมณ์นึกคิดของอานนท์โดยไม่รู้ตัว มันทำให้ทุกคนขาทรุดลงกับพื้นและตัวสั่นอย่างขัดขืนไม่ได้อีกต่อไป ยกเว้นเสียแต่หัวหน้าพ่อบ้านนิกซ์และริต้ายังพอพยุงขาตัวเองให้ยืนอยู่ได้นานที่สุดอย่างยากลำบาก      " คุณชายเจ้าค่ะ! ช่วยคลายพลังลงก่อนเถิด " ริต้ากลับเปล่งเสียงดังหวังเรียกสติให้หลุดภวังค์ของเจ้านายให้คลายออกในทันทีแทน ขณะเพ่งมองลงลึกเข้าภายในดวงจิตของชายผู้นี้มันช่างให้ความรู้สึกบริสุทธิ์จากผนึกพลังเวทย์แห่งแสงสว่างกับรัตติกาลกำลังเปล่งประกายอันทรงพลังเหลือล้นจนทำให้ตะลึงราบกับขั้นจอมปราชญ์เวทย์ของอานนท์ เพียงอายุสิบหกปีแต่กลับมีพลังเวทย์ถึงขั้นนี้ได้ บางครั้งเด็กสาวนั้นกลับลอบอิจฉาในพรสวรรค์ของเจ้านายเสียเหลือเกิน     " ข้าขอโทษ " อานนท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิดหลังจากปลดแรงกดดันส่วนหนึ่งออกไปอย่างไม่รู้ตัวให้พังทลายลง ก้าวเดินผ่านพวกนั้นออกไปนอกคฤหาสน์เพื่อต้องการสูดอากาศให้เต็มปอด ส่วนริต้านางรีบเดินตามมาอย่างอดเป็นห่วงความรู้สึกของเจ้านายเสียไม่ได้     " คุณชายเจ้าค่ะ เมื่อกี้นี้คุณชายเรียกหาดิฉัน...? " ริต้าตัดสินใจเอ่ยทักขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ นางเห็นเจ้านายยังคงยืนเงยหน้ารับแสงแดดอยู่ยังงั้นราวครึ่งชม.แล้ว     " ริต้า "  กระทั่งอานนท์ได้สติหันมองลงด้านข้างเด็กสาว คิดชักชวนผู้ติดตามเข้าสู่ป่าในเขตใกล้เคียง มันเป็นอาณาเขตปกคลุมไปด้วยพื้นป่าหลากหลายประเภทกว้างใหญ่ไพศาล      อันส่วนหนึ่งมีป่าชื่อว่าโฮลเดอร์ อยู่ทางเขตตะวันออกเหนือใกล้ชายแดนของทิศเหนือไม่ใกล้ไม่ไกลนี้เอง ซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์เวทระดับสูงไปจนถึงระดับเทพ เหมาะแก่การออกล่าของบรรดาเหล่านักล่าหรือพรานป่าทั้งหลาย มีพื้นที่กว่าสามร้อยตารางกิโลเมตรถือเป็นป่าขนาดกลางที่ไม่ได้กว้างใหญ่มากนักถ้าเทียบกับป่าแห่งอื่นในอาณาจักรแห่งนี้ ถูกโอบล้อมด้วยเมืองใหญ่ที่สำคัญอยู่ทั้งหมด 3 เมืองคือ      เมืองหลักแอนทิลลิสเตียรประจำอยู่ทิศเหนือกินพื้นที่ไปจนถึงทิศตะวันออกเฉียงเหนือหรือที่นี่ แตกย่อยออกมาเป็นเมืองแอลตันอยู่ปีกซ้าย ถัดไปคือเมืองโฮเมรัสอยู่ปีกขวา และยังมีเมืองเล็กๆ รองลงมาที่มีผู้ปกครองทั้งสามภายใต้อำนาจในการดูแลอีกทีหนึ่งจากรัชทายาทของกษัตริย์ทาราสตาร์องค์ปัจจุบันด้วยความเที่ยงธรรมและเมตตาอย่างสูง มันทำให้สภาพชีวิตของประชากรภายในเมืองเหล่านี้ต่างอยู่เย็นเป็นสุขตลอดมา      " เจ้าอยากไปเที่ยวป่ากับข้าหรือไม่ " เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ เอียงคอเล็กน้อยคล้ายรอคำตอบจากผู้ติดตามสาวด้วยแววตาคาดหวัง แต่ลึกๆกลับรู้อยู่แล้วว่าถึงยังไงริต้าต้องไปกับเขาอย่างแน่นอนก็ตาม      " ไปสิเจ้าค่ะ คุณชายไปไหนดิฉันก็ไปด้วย " ริต้ารีบตอบรับ ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ไม่ต้องเอ่ยอธิบายอะไร เด็กสาวก็รู้ความต้องการของเจ้านายแล้ว นางรู้จักป่าแห่งนี้ดีกว่าใคร ชนิดที่ว่าหลับตาเดินเข้าไปยังได้เลย     " งั้นไปกัน! " อานนท์พยักหน้าประดับรอยยิ้มให้ผู้ติดตามสาว แต่ก่อนพวกเขาจะออกเดินทาง ไม่หลงลืมให้ริต้าเข้าไปบอกหัวหน้าพ่อบ้านนิกซ์ได้รับรู้การเคลื่อนไหวของพวกเขาอีกด้วย      " คุณชายเจ้าค่ะ ว่าแต่ครั้งนี้เราจะเดินทางด้วยมอนลีแอนอีกหรือไม่เจ้าคะ " ริต้าตัดสินใจเอ่ยรั้งเจ้านาย เมื่อเห็นว่าเขากำลังก้าวเดินไปทางด้านหน้ารั้วประตูใหญ่แล้ว ทำให้อานนท์ได้ยินต้องหันหลังกลับมามองพลันเอ่ย      " ไม่ล่ะ ข้าว่าเดินทางด้วยประตูมิติน่าจะรวดเร็วกว่า " ปิดท้ายคำด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดีเหมือนเดิม ก้าวเดินนำผู้ติดตามสาวออกไปด้านหน้าอีกครั้ง ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเมื่อเห็นริต้าเอื้อมมือจับต้นแขนของเขาแล้ว พลันพูดในใจว่า ' เนลานี โฮลเดอร์ ' ปรากฏประตูมิติสว่างจ้าประกายขาวทองเปิดอ้ารับพวกเขาดูดเข้าไปภายในนั้นทันที       *บทในการร่ายคาถาเปิดประตูมิติสู่อีกสถานที่หนึ่งต้องมีการนำหน้าด้วยประโยค เนลานี... และต่อท้ายด้วยชื่อสถานที่ที่จะไปนั่นเอง (ซึ่งเป็นบทคาถาเฉพาะของผู้เขียนอักขระ(ท่านอาจารย์แอลทิล)ตั้งใจมอบให้กับคนสนิทเพื่อนำไปใช้ในประเภทของเดินทางระหว่างมิติเพียงเท่านั้น)  ผู้เรียกใช้ต้องมีคุณสมบัติอยู่ขั้นนักรบเวทย์เป็นต้นไปผสมกับพลังจิตอันแข็งกล้าและสมาธิสูงถึงสามารถสร้างประตูมิติขึ้นมาอย่างใจนึกได้โดยเป็นรูปร่าง     
    +++++++++++++++++++++
    ณ ชายแดนเขตเหนือ
         แสงไฟสลัวจากคริสตัลส้มไล่ติดตามผนังหิน เกิดเสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งเดินดังก้องตามแนวทางทอดยาวจากทหารหลายนายก้าวตรวจการไปตามทางเดินเป็นระยะๆ อันอยู่ใต้ดินของที่ตั้งเป็นอาคารองค์กรลับดำของสภากลางหลักใหญ่     มีชายวัยกลางผู้หนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าไหมสีดำทั้งกาย เดินก้าวฉับๆเกิดเสียงฝีเท้าดังก้องไม่แพ้ขบวนทหารห้านายกำลังเดินเข้ามา ก่อนพากันหยุดก้าวต่อยืนทำความเคารพด้วยท่าวันทยาหัตถ์และเอามือลงเมื่อท่านผู้นี้เดินสวนทางไปแล้ว     ชายวัยกลางคนปรายนัยน์ตาสีม่วงบนใบหน้าสามเหลี่ยมหงาย มีริ้วเส้นขวางตามคิ้วหนายาวกำลังขมวดเข้าหาดูเคร่งเครียดมองตรงป้ายเล็กสีฟ้าคือหมายเลขห้องห้าสิบห้าอยู่ครู่เดียว พลันผลักบานประตูเดินเข้าภายด้านในห้องวงกลมขาวเป็นผนังหินอ่อนสวย ไร้ซึ่งหน้าต่างต้อนรับแสงหยุดยืนตรงหน้าผู้ต้องหาหมายเลขห้าร้อยสี่สิบแปด นามว่าเรย์ กำลังคอพับหลับลึกด้วยอาการอ่อนแรงถูกขึงพืดไว้กับแท่นไม้เคลือบคริสตัลแดงไร้การหลบหนี ชายวัยกลางคนสายตาไล่มองคราบเลือดมากมายเปรอะเปื้อนแต้มบนชุดช่างหมีสีขาวด้วยความเวทนาใจ โดยตรงมุมห้องทางซ้ายมือมีทหารนายหนึ่งยืนคอยเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ไม่ห่าง     " อรุณสวัสดิ์ยามเช้าขอรับท่านมิงหวิน " นายทหารเอ่ยทักผู้ว่าเป็นนักสืบสวนสอบสวนมือฉมังหาตัวจับยากนักขององค์กรลับดำ
         " อรุณสวัสดิ์ " มิงหวินรับทักทายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง กำลังนั่งมองผู้ต้องหานามว่าเรย์ประดับแววตาหลากหลายอารมณ์ บนมือปรากฏหลอดบรรจุเลือดแท่งยาววางไว้ในตักด้วยท่าทางสุขุมและเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง จนเวลาผ่านไปหลายนาทีแล้วชายวัยกลางคนยังคงไม่เคลื่อนไหวใดๆ เพียงแต่นั่งเพ่งมองเรย์ขณะส่งพลังจิตอัดแน่นไปด้วยความกดดันมหาศาล เพื่อรีดเค้นความจริงจากมันแทนการใช้วิธีทรมานภายนอกซึ่งมันกลับได้ผลทุกครั้งของการใช้วิธีนี้ในการสืบสาวไปถึงตัวผู้บงการตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ทั้งหมด      กระทั่งมิงหวินเริ่มเห็นกิริยาสั่นสะเทือนของการต้านแรงพลังกดดันจากเขาภายในห้วงจิตของเรย์ด้วยสีหน้าแห่งความทุกข์ทรมานไม่อาจฝืนทนได้อีกต่อไป จนกระอักเลือดออกมาเป็นกองใหญ่แทบจะหมดตัวในทันที ปากมันเริ่มพะงาบคิดพูดความจริงออกไปจนหมดอย่างยากลำบากนัก     " ผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องทั้งหมด ค..คือ...จ้าวแห่งรัตติกาล  เอเรบัส " เรย์ไม่สามารถฝืนทนความเจ็บปวดอย่างทรมานเหล่านี้ได้อีกต่อไป ชายหนุ่มยอมบอกความจริงไปดีกว่าตายทั้งเป็นอย่างทุกข์ทรมานด้วยวิธีเช่นนี้      " เจ้าไปแจ้งแก่อิคาโรบัดเดี๋ยวนี้! " มิงหวินหันไปตวาดเสียงสั่งทางทหารผู้เฝ้าสังเกตการณ์ทันควัน พลันตัวขึ้นลุกจากเก้าอี้ " และหมดหน้าที่ของข้าแล้ว ฝากบอกแก่อิคาโรด้วย " พร้อมก้าวออกหายลับไปด้านนอกประตูโดยไม่รอฟังทหารตอบรับ นั่นคือนิสัยของชายวัยกลางคนผู้นี้ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจไม่มีเหตุผลต้องอยู่รั้งรอ! มันทำให้ทหารฝึกหัดนายนี้ พยักหน้ารับมองหลังของมิงหวินเดินออกไป ไม่วายเกิดอาการลนลานรีบตามไปแจ้งแก่ท่านผู้บังคับบัญชาโดยหลงลืมสร้างคาถากำกับตรงประตูเหล็กไว้ป้องกันผู้หลบหนีอยู่เบื้องหลัง แสดงความบกพร่องเกิดขึ้นระหว่างกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่อย่างร้ายแรง      ตอนนี้หลงเหลือเพียงเรย์อยู่ในห้องผู้เดียว ยังมีอาการอ่อนแรงลงกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพียงลอบสายตาล่องลอยเลื่อนมองไปทางประตูเหล็กอันแข็งกล้าด้วยแววตาแห่งความสิ้นหวังริบหรี่ แต่กระทั่งดวงตากำลังคล้อยต่ำอยู่ต้องตวาดขึ้นมองมาอีกครั้งเมื่อเห็นประตูถูกแง้มออกเล็กน้อยมีสิ่งมีชีวิตลอดเข้าภายในห้องนี้แล้ว มันคล้ายกิ้งก่าสีดำอำพรางขนาดเล็กกำลังเคลื่อนไหวเข้ามาทางเรย์อย่างเชื่องช้า ระหว่างนั้นกลับกลายร่างเป็นชายวัยกลางคนช่างแสนดูคุ้นตาอีกคนในที่สุด      " ท่านพ่อ! " เรย์พยายามเอ่ยเรียกดังแต่น้ำเสียงกลับแผ่วเบาลงด้วยอาการบาดเจ็บในสภาพสาหัสเต็มที่ ทนทุกข์ทรมานเพื่อรอความหวังว่าท่านพ่อต้องมาช่วยเขาออกไปจากที่นี่อย่างแน่นอน รวมสะสมความรู้สึกทั้งหมดถึงสามสี่เดือนที่ผ่านมา           " ข้า... " ชายหนุ่มพยายามพูดต่อ แต่ถูกท่านพ่อเอ่ยขัดก่อน " ไม่ต้องพูดแล้ว ให้เราออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง! " พ่อของเรย์มีนามว่าอาวิดเทม ก้าวเดินเข้ามาปลดโซ่ลูกชายถูกพันธนาการทั้งหมดให้สลายหายไป ดีที่พวกนั้นไม่ได้ลงคาถากำกับไว้อีกทีหนึ่งนอกจากประตู มันทำให้ทุกอย่างดูง่ายไปหมดสำหรับเขาและไม่ลืมเอื้อมมือยื่นถุงเลือดให้ลูกชายดื่มเพื่อรักษาในส่วนที่เสียหายไปอีกด้วย      ทุกวินาทีช่างมีค่าสำหรับพวกเขาอย่างมาก ทุกการเคลื่อนไหวถูกอาวิดเทมวางแผนไว้ทั้งหมด ขณะเรย์ถูกแปลงร่างเป็นกิ้งก่าเหมือนกับท่านพ่อเพื่อให้สะดวกแก่การหลบหนีมากขึ้น สักพักเดินด้วยการเกาะไต่เพดานเพื่อหลบหลีกเหล่าทหารเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ดูยังไม่รู้สึกตัวว่ามีผู้ต้องหาได้หนีจากห้องขังออกไปแล้ว มันทำให้พวกเรย์รีบเคลื่อนไหวเร็วมากขึ้นจนได้มาถึงทางเข้า-ออกสู่ด้านบนที่เป็นที่อยู่ของสภากลาง  แต่เส้นทางนี้ไม่ได้เชื่อมตรงกับตัวตึกอย่างที่เข้าใจไว้ มันยังมีเส้นทางอีกหลากหลายสายราวกับเขาวงกตสร้างไว้ในกรณีผู้หลบหนีจากใต้ดินโดยเฉพาะ แต่ทางอาวิดเทมได้ทำการบ้านมาดีพอสมควรและต้องขอบคุณกับการอดทนเฝ้าดูหาลู่ทางในการช่วยลูกชายตัวเองหลบหนีโดยหลีกเลี่ยงการปะทะให้น้อยที่สุดอย่างที่ตั้งใจไว้     เมื่อมาถึงจุดเชื่อมต่อระหว่างสถานที่ภายใต้ดินนี้ไว้สำหรับปฏิบัติงานและรวบรวมเหล่านักโทษทุกสารทิศด้วยคดีมากมายถูกเข้าขังไว้ที่นี่เกือบทั้งหมดกับอาคารสภากลางหลักใหญ่ เบื้องหน้าเป็นโถงทางเดินทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตานัก ระหว่างทางยังมีเส้นสายแตกแยกออกเป็นกิ่งก้านทางเดินอีกทีหนึ่ง มันทำให้เรย์ที่ได้ออกมาจากสถานที่กักขังเขาต้องตะลึงราบไปชั่วขณะ อดชื่นชมและความฉลาดในตัวท่านพ่อของตัวเองเสียไม่ได้      การอำพรางตัวเป็นกิ้งก่าของพวกเขาเพื่อหลบหนีในครั้งนี้ช่างให้ความรู้สึกดีและสะใจยิ่งนัก จนมาถึงบัดนี้ที่มีสัญญาณแจ้งเตือนของผู้ต้องหาได้หลบหนีออกจากห้องขังหมายเลขห้าร้อยสี่สิบแปดแล้ว แต่พวกมนุษย์เหล่านั้นยังคงหาตำแหน่งพวกเขาไม่เจอะเจอ ระหว่างนั้นต่างพากันวิ่งให้วุ่นไปทั่วอย่างจ้าละหวั่นตรงสถานที่ภายใต้ดินจนมาถึงโถงทางเดินอันเป็นกิ่งก้านแตกสาขาออกไปอีกทีเพื่อไว้สำหรับบดบังทางออกที่แท้จริงแห่งนี้จากผู้คิดหลบหนี แต่สำหรับพวกเรย์นั้นได้ไต่เกาะผนังห้องเข้าซอกช่องบานพับของประตูขนาดใหญ่ออกไปด้านนอกได้ในที่สุด เห็นผู้คนมากมายกำลังเดินสวนเข้าออกเป็นว่าเล่น      เบื้องหน้าเห็นรูปปั้นของชายวัยกลางคนผู้เป็นกษัตริย์องค์หนึ่งยืนถือคัมภีร์ปล่อยลงยาวเหยียด แต่งกายด้วยเครื่องแบบของราชาถูกติดเหรียญประดับยศมากมายบนบ่ากว้างทั้งสองข้างตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม มีการสลักป้ายด้านล่างด้วยชื่อ โรบิน ทาราสตาร์ กษัตริย์ลำดับที่สิบถูกล้อมรอบด้วยน้ำพุขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางลานทางเดินเป็นวงเวียนเพื่อสัญจร      กระทั่งตอนนี้มีเสียงเท้าหลากหลายคู่ของทหารหลายสิบนายเดินออกจากทางประตูใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เกิดอาการเหนื่อยหอบหลังจากวิ่งตามหาผู้หลบหนีไปทั่วทั้งอาคารใต้ดินและตึกสภากลางใหญ่ แต่การกระทำทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อปรากฏผู้อยู่ใต้บังคับบัญชานามว่ามิทรี เดินแหวกทางเหล่านายทหารมาด้วยใบหน้ากลมมีแผลเป็นไว้หนวดเครายาวเทาลู่ลงมาบนชุดเครื่องแบบครบสูตรสีดำกับแววตากราดเกรี้ยวกวาดมองคนในสังกัดตัวเอง พร้อมเริ่มเอ่ยคำสั่งกดเสียงต่ำเพื่อไม่ให้ผู้คนในบริเวณต่างพากันแตกตื่นไปด้วยว่า...     " ไป! ไปตามหามัน ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ต้องจับตัวกลับมาให้ได้ !! " เหล่าทหารสิบนายรีบทำวันทยาหัตถ์รับคำสั่งด้วยใบหน้าเข้มขรึมแฝงความเคร่งเครียด ก่อนหายลับไปทั้งกองตรงบริเวณนี้ทันที!      " เราจะต้องไม่ให้ท่านอิคาโรรู้เรื่องนี้ก่อนไม่ได้! " เมื่อเห็นเหล่าทหารหายไปแล้ว มิทรีหันเปรยกระซิบด้านข้างที่มีผู้ติดตามเป็นชายร่างสูงสวมฮูดปิดบังใบหน้าด้วยชุดดำทั้งตัวอีกคนคอยยืนประกบอยู่เพื่อรอรับคำสั่งและขานรับ " ขอรับ! "      " เคนเนธ และเรื่องที่ให้ไปจัดการเป็นอย่างไรบ้าง ?! " ผู้ติดตามชายนามว่าเคนเนธ รีบตอบทันควันด้วยน้ำเสียงเย็นชาต่างกับกิริยาท่าทางดูขันแข็ง " ข้าได้นำทหารคนใหม่เข้าพบหน่วยคุมความประพฤติเพื่อเป็นการลงโทษในข้อหาละทิ้งหน้าที่แล้วขอรับท่านพ่อ! "     " ดี!! งั้นเรากลับไปรอฟังข่าวและวางแผนกันต่อที่ห้องทำงานของพ่อ! " มิทรีเอ่ยเสียงเข้มและพยักหน้ารับ ส่วนเคนเนธก้มหัวเล็กน้อยแสดงว่าเข้าใจ หลังจากนั้นพากันวิ่งหายลับเข้าไปภายในประตูใหญ่ของตึกสภากลางราวสายลมพัดปลิวผ่าน
    +++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องOSVALDO ผู้ปกครองทั้งสี่มิติ (ภาคโรงเรียนเวทมนตร์) ที่คุณอ่าน