ค่ายเพลงชื่อดัง
รักจังคล้องป้ายสตาฟถูกจูงมือเดินตามโฮนัมจามายังห้องซ้อมห้องใหญ่ก่อนที่ห้องจะถูกเปิดด้วยมือของโฮนัมจา เยวอนถือถุงขนมพร้อมจูงมือรักจังพาเดินตามเข้าไปด้านในเธอสูดลมหายใจเข้าก่อนผ่อนออกอย่างแ่เบาเพื่อรับมือสิ่งที่จะเกิดต่อไปนี้
“ไปถึงไหนแล้วริเวอร์” เสียงทักทายของโฮนัมจาทำให้คนที่ยืนอยู่หน้ากระจกสามคนหันมองตามเสียง รักจังมองจุนฮยอกกับลีโอและอีกหนึ่งหนุ่มที่ไม่เคยเผชิญหน้ากันท่าทีของเขานิ่งจนดูเฉยชาไร้อารมณ์ร่วมใดๆ แต่ก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมาเธอทำท่าที่ตื่นเต้นสวนทางกับสมองที่แทบจะสั่งให้ออกจากที่นี่
“ควงสองคนเลยผู้จัดการเรา” ลีโอแซวขบขันมองหน้าเยวอนที่ยิ้มทักทายก่อนหันมาสบตากับรักจังที่ก้มหัวยิ้มแป้น “อะ นี่มัน”
“นี่คุณรักจังค่ะ เพื่อนฉันเอง แล้วก็นี่ของฝากรองท้อง่นี้ซ้อมใหญ่อย่าลืมหาอะไรรองท้องด้วยนะ” เยวอนแนะนำรักจังเสร็จชูถุงขนมบอกสามหนุ่มด้วยรอยยิ้มสดใส ลีโอพยักหน้ารับยิ้มกรุ้มกริ่มเดินไปหยิบมือถือที่วางกองอยู่กับเสื้อกันหนาวขึ้นมากดพิมพ์ข้อความ
“ขอบใจนะ” จุนฮยอกรับถุงขนมมาเปิดดูคุกกี้หยิบมากินทันทีก่อนยื่นให้หวังโอชุนที่ยืนนิ่ง
“แล้วคนอื่นๆ ไปไหน” โฮนัมจากอดอกมองสามหนุ่ม
“ทัมทัมกับเปาเปาออกไปรับอี้เหยียนครับ” จุนฮยอกตอบกลับก่อนหันมายิ้มให้เยวอนที่เดินไปหยิบน้ำที่วางอยู่มุมห้องมาเปิดยื่นให้จุนฮยอกด้วยสีหน้าสดใสจนรักจังอมยิ้มตามให้กับคู่ที่น่ารักตรงหน้า
“ไม่คิดว่าเยวอนจะเป็เพื่อนกับคุณ เจอกันอีกแล้วนะครับ” ลีโอฉีกยิ้มลดมือถือลงข้างลำตัวมองหน้ารักจังที่ยิ้มรับช้าๆ
“ฉันเป็เกียรติมากกว่าที่คุณเยวอนรับเป็เพื่อนแถมมาได้กระทบไหล่วงริเวอร์ที่ฉันชื่นชอบอีก เป็เกียรติมากๆ เลยค่ะ”
“ริเวอร์เองก็ชอบที่มีแฟนคลับแบบคุณ” ลีโอตอบกลับพลางมองไปทางประตูที่ไร้คนเข้ามาแต่อย่างใดก่อนก้มลงอ่านข้อความที่เด้งเข้ามือถือทำให้เขาต้องเดินออกไปด้านนอก รักจังมองตามแล้วหันมายิ้มบางๆ ให้หวังโอชุนที่ยืนมองคุกกี้นิ่ง
“เราทั้งคู่มาเป็กำลังใจให้ริเวอร์ค่ะรับรองว่าไม่รบกวนเวลาซ้อมแน่นอน” เยวอนบอกทั้งหมดด้วยรอยยิ้ม
“เราต่างหากรบกวนเธอ เสียเวลาเธอแย่” จุนฮยอกยื่นมือจับบ่าเยวอนด้วยรอยยิ้มทำให้รักจังอดยิ้มตามไม่ได้ก่อนหันไปเจอสายตาของหวังโอชุนที่มองมาทางเธอทำเธอชะงักเลื่อนสายตาเบี่ยงออกมองไปทางอื่น
“เอ่อ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” เธอจึงฉวยโอกาสหาทางปลีกตัวออกมาจากสายตาของหวังโอชุน
“เลี้ยวซ้ายผ่านลิฟต์ก็ถึงแล้วครับ” โฮนัมจาบอกเธอด้วยรอยยิ้มสุภาพ
“ค่ะ” รักจังพยักหน้ารับรีบเดินออกไปทันทีผ่อนลมหายใจยาวเดินไปยังห้องน้ำผ่านลิฟต์ที่กำลังเปิดจังหวะการก้าวออกจากลิฟต์ของใครคนหนึ่งขวางทางรักจังพอดิบพอดี สองสายตามองกันและกันด้วยความใ หลุยเทียนเปามองเธอหลุดทำหน้านิ่งปรับกิริยาเก้กังเมื่อภาพตอนออกเดตย้อนอยู่ในหัวส่วนรักจังเองก็ใไม่แพ้กันพยายามเรียกสติตัวเองกลับมาตั้งใหม่ว่าเธอต้องทำสิ่งใดต่อไป
“สวัสดีค่ะ” รักจังยิ้มแห้งๆ เกริ่นทักทายอย่างนึกอะไรไม่ออก
“สวัสดีครับ เป็สตาฟใหม่หรือครับ” หลุยเทียนเปาตอบกลับพร้อมมองมาที่ป้ายคล้องคอของเธอ
“อ้อ ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณเยวอนให้มา”
“รู้จักเยวอนด้วยหรือครับ”
“ค่ะ เราเป็เพื่อนกันโดยบังเอิญ จริงสิคุณต้องไปซ้อมใหญ่ เชิญค่ะ ฉันเป็แฟนคลับต้องสนับสนุน สู้สู้นะคะมินิฮาร์ต” รักจังฉีกยิ้มกว้างยกมือทำรูปหัวใจพร้อมหลีกทางให้เขาที่ยืนอึ้งก่อนยิ้มตามยกมือจับจมูกแก้เขินที่ไม่ทันตั้งตัวเตรียมรับมือ
“ครับ ขอบคุณครับ” หลุยเทียนเปาตอบกลับก่อนก้าวขาเดินเช่นเดียวกับรักจังที่เดินตรงไปทางห้องน้ำ “เดี๋ยวครับ”
“คะ” รักจังหน้าเหวอหมุนตัวกลับหลังประชันหน้ากับหลุยเทียนเปาพอดีเมื่อเขามายืนอยู่ด้านหลังโดยไม่รู้ตัว
“มีร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ห่างจากนี่ไม่ไกลเดินเท้าไปได้ ผมเห็นคุณชอบทานอยากแนะนำไหนๆ ก็มาที่นี่แล้ว ลองดูนะครับ” หลุยเทียนเปาส่งยิ้มให้รักจังแล้วเดินกลับหลังเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินจากไปทำรักจังยืนค้างกะพริบตาถี่ยกมือเกาหัว
“เห็นฉันเป็คนตะกละชอบกินหรือไง จะบอกก็แสดงพิกัดชี้ชัดหน่อย บอกแบบนี้จะเจอไหมเล่า” รักจังเท้าเอวหมุนตัวกลับเดินเข้าห้องน้ำหญิงล้างมือที่อ่างชำเลืองมองสาวแสนหวานยืนปัดแก้มอมชมพูก่อนฉีกยิ้มให้รักจัง
“เป็สตาฟใหม่หรือคะ ไม่เคยเห็นหน้า” เธอทักทายรักจังที่ยิ้มแห้งๆ ก่อนตอบกลับ
“คุณเยวอนให้มานะคะ มาเป็เพื่อนเธอ”
“พี่เยวอนมาด้วยหรือคะ ว้าว ฉันเองก็อยากสนิทกับคนดังบ้างนะคะ คงน่าตื่นเต้นไม่เบา” เธอฉีกยิ้มเปลี่ยนมาเติมริมฝีปากให้เอิบอิ่มเหมาะสมวัย
“เป็สตาฟหรือคะ” รักจังย้อนถามกลับ
“มาแทนพี่ที่เป็หนึ่งในสตาฟนะคะ เขาเกิดอุบัติเหตุกะทันหันแต่ค่าจ้างฉันให้เขานะคะ ถือซะว่าอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เขาน่าสงสารงานสตาฟนี่ยากกว่าจะได้มา”
“แย่เลยนะคะแต่เขามาเจอคนสวยแถมใจดีถือว่าไม่แย่ทีเดียว”
“พี่ก็น่ารักค่ะ แบบนี้ก็ได้เข้าใกล้วงริเวอร์สิคะ น่าอิจฉาจัง”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกแค่มาเป็เพื่อน”
“ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้ริเวอร์ พี่นี่โชคดีจัง ฉันไปทำงานก่อนนะคะ”
“โชคดีค่ะ” รักจังยกมือโบกลามองสาวหวานออกไปด้วยรอยยิ้มก่อนหันกลับมามองกระจกแล้วก้มลงล้างหน้าก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดแล้วหยิบลิปมาทาปากอ่อนๆ พร้อมทำท่าจูบมองตัวเองอย่างขบขันโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนยืนมองอยู่ตรงประตู
“คุณรักจังน่ารักจังค่ะ” เสียงของเยวอนทำรักจังผละออกทำลิปหลุดมือจนต้องก้มเก็บมาตั้งสติยิ้มแห้งๆ มองเยวอนเดินเข้ามาล้างมือข้างๆ หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางของตัวเองมาวางไว้บนขอบอ่าง “ฉันมีช่องบิวตี้บล็อกเกอร์นะคะ ฉันขอแต่งหน้าคุณรักจังอัดคลิปลงได้ไหมคะ ระหว่างรอริเวอร์ซ้อม”
“เอาจริงหรือคะ ฉันจะเขินกล้องแย่”
“คิดซะว่าเป็กระจกที่คุณรักจังส่องแบบเมื่อกี้เถอะค่ะ” เยวอนยิ้มกริ่มจับแขนรักจังเดินออกมาด้านนอกพร้อมหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางมาด้วย รักจังยิ้มแหยๆ ถูกจูงอย่างว่าง่ายนั่งลงที่โซฟาหน้าห้องซ้อม เยวอนหยิบมือถือขึ้นมาตั้งกล้องก่อนหามุมกล้องวนไปวนมา
“ฉันถือให้ไหมคะ” รักจังเสนอด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณค่ะ” เยวอนทำตาพริ้มชอบใจยื่นมือถือให้รักจังอัดวิดีโอหน้าตัวเองโดยมีเยวอนเป็ผู้ลงมือละเลงเติมสีสันบนใบหน้าของเธอ ความสนิทสนมของทั้งคู่เริ่มมากขึ้นทั้งเสียงหัวเราะและรอยยิ้มสื่อกันจนคนเดินผ่านไปมาต้องยิ้มตาม โฮนัมจาเดินออกมามองสองสาวด้วยรอยยิ้มก่อนเดินแยกไปอีกทาง
“เสร็จแล้วเป็ไงคะ ฝากติดตามด้วยนะคะแล้วก็ฝากนางแบบจำเป็ฉันด้วยค่ะ แล้วเจอกันคลิปหน้า” เยวอนส่งยิ้มให้กล้องพร้อมยกมือโบกไปมาด้วยความสดใสก่อนจะกดปิดหันมองใบหน้าของรักจังที่มีสีสันขึ้นมาก “ฝีมือฉันพอใช้ได้ไหมคะ”
“ใช้ได้ยังน้อยไปค่ะ แบบนี้ต้องสุดยอดแล้ว ฉันเองก็สวยเหมือนกันนะเนี้ย” รักจังยิ้มกว้างส่องกระจกมองตนเองอย่างชื่นชมทั้งรองพื้นเฉดดิ้งแวววาวเปล่งประกายจนน่าทึ่ง
ตืด ตืด
รักจังลดกระจกลงล้วงหยิบมือถือขึ้นมากดรับสายที่โทรเข้าทันที เยวอนเก็บเครื่องสำอางเข้ากระเป๋าพร้อมตรวจวิดีโอด้วยรอยยิ้มให้รักจังคุยสาย
“อืม โอเค ไปเดี๋ยวนี้” รักจังวางสายแล้วเก็บมือถือลุกขึ้น “คุณเยวอนฉันอยู่เป็เพื่อนคุณไม่ได้แล้วละคะ ไว้โอกาสหน้าจะมาเป็เพื่อนเล่นด้วยนะคะ ต้องรีบไปแล้ว”
“หรือคะเสียดายจัง เดี๋ยวงานคอนเรามาพร้อมกันนะคะ ฉันจะได้ให้เสื้อริเวอร์ใส่เป็ก๊วนเดียวกัน”
“ขอบคุณค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” รักจังรีบตัดบทยกมือลาทันทีเช่นเดียวกับเยวอนที่ยกมือโบกลาส่งยิ้มกว้างก่อนหันไปสบตากับริเวอร์ที่ออกมาจากห้องซ้อมพอดี