ภาพนั้นของจักรพรรดิต้นกำเนิด ต่างก็ส่งให้หมู่ชนขนลุกซู่ ชูชันเมื่อเห็นหอกสายฟ้าสีดำสนิทดุจหมึก ถูกจักรพรรดิต้นกำเนิด หอมัวซี ปาออกมาอย่างแรง แหวกท้องฟ้า ราวกับข้ามผ่านกาลเวลา ไม่มีสิ่งใดที่มันแทงไม่ทะลุ ส่งเข้าใส่จักรพรรดิ อี้เทียนหรง เจดีย์น้อย ที่อยู่ภายในฝ่ามือ เกิดการปริแตก ส่งเสียงแตกร้าวออกมาลั่นฟ้า เมื่อม่านพลังที่มันส่งออกมาคุ้มกันกายจักรพรรดิ อี้เทียนหรง แตกกระจัดกระจาย

จากหอกสายฟ้าสีดำ เสียง เคร้ง!! แกร็ก!! แตกเป็นทางยาวในทันใด รับรู้ได้เลยว่า จักรพรรดิต้นกำเนิด อยู่ในจุดสูงสุดของ ขั้นพลังจักรพรรดิ อย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าจักรพรรดิ อี้เทียนหรง ก็ไม่หวาดเกรง เมื่อเห็นจักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง เข้ามาช่วยสมทบ จักรพรรดิ อี้เทียนหรงอีกแรง ก่อนเขาจะแค่นคำรามออกมาก้อง “ไม่คิดชีวิตของข้าจะได้มาร่วมต่อสู้ร่วมกับเจ้า จักรพรรดิ อี้เทียนหรงอีกครา”
ครั้นพวกเขาพยักหน้าให้กันได้ ต่างก็ส่งพลังที่ยิ่งใหญ่ ปะทุขึ้นมาโพยพุ่งไปทั่วชั้นฟ้า ริ้วคลื่นปราณพลัง หมุนวนโดยรอบจนหนาแน่น สำแดงญาณ วิเศษภายในกาย ขับเคลื่อนพลังไปสู่จุดสูงสุด เข้าเข่นฆ่า จักรพรรดิต้นกำเนิด อย่างบ้าคลั่ง ราวกับอสูรร้าย ที่หลุดออกจากกรงขัง ส่งให้คลื่นแสงคมกระบี่ สาดกระจายไปทั่วผื่นฟ้า พร้อมสายฟ้าสีดำ ที่แลบแปลบปลาบ แตกกระจัดกระจาย ออกมาจากหอกสีดำ ส่งเสียงโลหะ เคร้ง!! ตูม!!ดังออกมาก้องสนั่นหวั่นไหว
ทว่าคนที่น่าหวาดกลัวที่สุดในยามนี้ เกรงว่าจะเป็น ชายลึกลับ ที่อยู่ด้านหลังจักรพรรดิต้นกำเนิด แม้เขาจะยืนนิ่ง ทว่าระลอกคลื่นที่ปลดปล่อยออกมา ยากที่จะหยั่งถึงพลังของเขาในยามนี้ได้
ยิ่งเวลาไหลผ่านไปยาวนานเท่าใด ยิ่งส่งให้ดินแดนเทพเกิดการเสียหาย จนในยามนี้มิติเริ่มแตกร้าว ราวกับเป็นดินแดนที่ล่มสลาย ส่งให้พื้นพสุธา แตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ สั่นไหวไม่หยุด ฝ่ามือของเยว่ฉานที่คุมเชิง คุ้มกันอี้เฉิน นางต้องเม้มริมฝีปาก แดงน้อยไว้แน่นในทันใด
เมื่อเห็นจักรพรรดิ อี้เทียนหรง ที่สำแดงเจดีย์ พร้อมกับกระบี่หักในฝ่ามือ เริ่มปราณพลังไม่เพียงพออีกต่อไป จนต้องให้เขาเผาผลาญ อายุขัยสลายเป็นปราณพลังออกมาใช้ชั่วคราว ต่อสู้กับศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า
ส่วนทางด้านจักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง เขารับรู้ได้ในทันใดว่าศัตรูที่แท้จริง เกรงว่าจะเป็นกลุ่มคนพวกนี้ อย่างไม่ต้องสงสัย พร้อมกับริมฝีปากของเขา ที่กระอักเลือดออกมาไม่หยุด เมื่อเสียงระฆัง ปังงง!!ดังออกมาก้องฟ้าสนั่นออกไปทั่วหล้า เมื่อถูกฝ่ามือ จักรพรรดิต้นกำเนิดหลินเจิ้ง ซัดเข้าใส่ตัวเขาอย่างจัง ฝากรอยฝ่ามือไว้ที่ ระฆังทองสมบัติการป้องกันล้ำฟ้า อย่างไม่เคยมีผู้ใดทำได้มาก่อน
ครั้นเขาลุกขึ้นยืนได้ เขาก็รับรู้ได้เลยว่า ยามนี้ดินแดนเทพไม่อาจเลี่ยงหายนะ ได้อีกต่อไป ก่อนเขาจะส่งปราณจิตออกไป บอกกล่าวจักรพรรดิ อี้เทียนหรง “เราถอยกันก่อนดีหรือไม่”
ด้านจักรพรรดิ อี้เทียนหรง สีหน้าแววตาเขามีความดื้อรั้น ในเมื่อเขาเผาผลาญพลังชีวิต เขาจึงส่งคำพูดออกไปหา จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยางในทันใด “เจ้าถอยออกไปก่อน”
ฉับพลันเปลวเพลิง จากหยดเลือดบริสุทธิ์ ภายในกาย จักรพรรดิ อี้เทียนหรงถูกเผาจนสว่างโชติช่วง แม้แต่เจ้าเจดีย์น้อย มันยังผลาญดวงจิต หมายมั่นจะปกป้อง ดินแดนของผู้เป็นนายมันจนตัวตาย ก่อนมันจะปรายตาไปมอง จักรพรรดิแห่งความตาย ด้วยอายสังหารเหี้ยมโหดแวบหนึ่ง ทว่ายามนี้ไม่ใช่เวลาแก้แค้น
ส่งให้ผู้คนที่เห็นจักรพรรดิ อี้เทียนหรง คิดจะเสียสละตนเอง ต่างก็กำฝ่ามือไว้จนแน่น องค์หญิงอี้ฟางหรงถึงกับตะโกนชื่อ จักรพรรดิอี้เทียนหรง พ่อของนาง ออกมาดังก้องยาวนาน
อี้เฉินยังกำฝ่ามือเอาไว้แน่น เจ็บปวดใจกับการยืนดู อย่างไร้พละกำลังเฉกเช่นนี้ เอ่ยปฏิญาณอย่างหนักแน่น “ข้าจะไม่ลืมการเสียสละ ของพวกท่านอย่างแน่นอน”
เพียงไม่กี่เสี้ยวลมหายใจ ที่จักรพรรดิอี้เทียนหรง สำแดงพลังจวนไปถึงขีดสุด ส่งให้จักรพรรดิต้นกำเนิดทั้งสอง ต่างก็ร่างถอยร่น ออกไปอย่างต่อเนื่อง จากคมกระบี่ที่บ้าคลั่ง ส่งให้ห่างคิ้วพวกเขา เริ่มปริแตกมีเลือดไหลซึมออกมา พร้อมกับเนื้อตัว ที่เต็มไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่ทั่วร่าง จนต้องให้พวกเขา ต้องขับเคลื่อนปราณพลัง ขึ้นมารักษาบาดแผล ที่แตกร้าวราวกับเป็นใยแมงมุม
“อ๊ากๆ!! เจ้าช่างรนหาที่ตายนัก ถึงกับทำให้ จักรพรรดิต้นกำเนิด อย่างพวกเราบาดเจ็บเลยเชียวหรือ”
ทว่าในทันใดที่พวกเขาพุ่งปราด เตรียมจะปลิดชีพจักรพรรดิ อี้เทียนหรง พร้อมกับอายสังหารที่ซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง คลื่นปราณพลังสีดำสนิทหมุนวน จนหนาแน่น ประหนึ่งความมืดที่เบ่งบาน
เจดีย์น้อย มันส่งริ้วคลื่นแสงศักดิ์สิทธิ์พร่างพราว ส่งอัดกระแทก ทั้งสองลงสู่พื้นเบื้องล่างในทันใด จนพวกเขา จักรพรรดิต้นกำเนิดรับรู้ได้ ถึงคมกระบี่ที่เฉียบคม ของจักรพรรดิ อี้เทียนหรง เตรียมจะส่งหัวพวกเขาให้หลุดออกจากบ่า กายาพวกเขาเย็นเหยียบขึ้นมาในทันใด เมื่อได้ยินน้ำเสียง “ฆ่า!”ที่คำรามดังออกมาก้องฟ้า พร้อมกับใบหน้าที่ค่อยๆ แก่ชราลงไปช้าๆ ของจักรพรรดิ อี้เทียนหรง
“ไม่ ไม่เป็นไปไม่ได้ จักรพรรดิรุ่นหลัง คิดจะฆ่าสังหารจักรพรรดิต้นกำเนิดอย่างพวกเรา มันเป็นไปไม่ได้”
จู่ๆ เสียงชายลึกลับเอ่ยแค่นเสียงขึ้นมา “หืม! เจ้าช่างน่าสนใจไม่เบา” ในทันใดร่างที่วูบไหว เลือนรางก็ พุ่งปราด มาหยุดกระบี่ปลายหัก ของจักรพรรดิ อี้เทียนหรง ในเสี้ยวพริบตา เสียง กึก!! ส่งออกมาพร้อมกับกระบี่ปลายหักที่สั่นไหวไม่หยุด กลับถูกฝ่ามือเรียวเล็ก หยุดไว้ได้ในเสี้ยวลมหายใจ
ทำให้จักรพรรดิ อี้เทียนหรงรับรู้ได้เลยว่า ชายผู้นั้นจะต้องยืนอยู่บนจุดสูงสุด ของมหาทวีปอย่างไม่ต้องสงสัย ครั้นจักรพรรดิ อี้เทียนหรง ก้าวฝีเท้าถอยห่างจาก ชายลึกลับพร้อมกับร่างที่ขมุกขมัวไม่ชัดเจนได้ หัวใจของเขา สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตนี้
ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยเสียงเรียบ ไม่มีระลอกคลื่นออกมาเพียงนิด ทว่าเย็นเหยียบเสียดแทงกายาผู้คนไม่น้อย “เจ้าก่อนแล้วกัน” ฉับพลันเจดีย์น้อย ที่ลอยเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์เรืองรอง ราวกับไม่มีอะไรกล้ำกรายทำอะไรมันได้
กลับถูกเถาวัลย์น่าคร้ามเกรง ด้านหลังชายลึกลับ พุ่งปราดออกไปแทง ราวกับต้นไม้ใหญ่ ที่แผ่กิ่งก้านออกไปกว้างไกล เจดีย์น้อย แตกระเบิดพังทลายลงไปอย่างง่ายดาย ประหนึ่งว่าเป็นของเด็กเล่นก็มิปาน ส่งให้จักรพรรดิต้นกำเนิดทั้งสอง หลุดออกจากการพันธนาการ “ขอบคุณจักรพรรดิผู้สร้าง”
ด้านอี้เฉินคำรามออกมาก้อง เมื่อเห็นเจ้าเจดีย์ น้อยตายตก ร่างปราณจิตพังทลาย เขามองไปที่ผู้ถูกเรียก จักรพรรดิผู้สร้าง ด้วยดวงตาที่โกรธแค้น
จักรพรรดิผู้สร้างเองก็เหมือนมองมาทางอี้เฉินเช่นกัน ก่อนเขาจะละสายตาจากอี้เฉิน เอื้อมฝ่ามือแตะลงพื้นทรายเบื้องล่าง พร้อมปราณพลังสีดำ ที่หนาแน่นนับหมื่นลี้ ถูกสูบกลืนเข้าไปภายในกาย ส่งริ้วคลื่นที่อันตรายชั่วร้ายออกมาทั่ว
เสียงผู้คนคำรามก้องออกมาทันใด “เขา เขาคิดจะทำอะไรกันแน่”
จู่ๆ พื้นดินก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับมีอสูรร้ายคืบคลาน อยู่บริเวณใต้พื้นโลก ส่งให้ผู้คนโดยรอบ ต่างก็อกสั่นขวัญผวา ก่อนที่พื้นจะเกิดหลุมลาวา ไหลออกมาโพยพุ่งสู่ชั้นฟ้า พร้อมกับเถาวัลย์ ราวกับเป็นต้นไม้ใหญ่ ที่เบ่งบานแผ่ขยาย เติบโตอย่างบ้าคลั่ง
พุ่งสังหารโดยรอบจนยับเยิน แตกกระเจิง ราวกับเป็นปากหุบเหวอเวจี ส่งให้ผู้คนหนีตาย อย่างไม่คิดชีวิต ทว่าเมื่อเถาวัลย์เลื้อยพัน ประหนึ่งอสรพิษพุ่งเข้าหาเหยื่อ ไม่ได้มุ่งเป้าหมาย ไปที่กลุ่มคนทวีปมืด พวกเขาต่างก็ถอนลมหายใจ ออกมายาว รับรู้ได้เลยว่าจอมยุทธผู้นี้ไม่ได้อยู่ในขั้นพลังจักรพรรดิอีกต่อไป ใครเล่าที่รับรู้ จะหัวใจไม่สั่นสะท้าน
เมื่อเถาวัลย์สีดำน่าคร้ามเกรง พุ่งผ่านร่างพวกเขา ออกไปไล่ล่าคนดินแดนเทพ ส่งให้รอบบริเวณ เกิดจลาจลครั้งใหญ่ มาพร้อมเสียง กรีดร้องของวิญญาณผู้คน ที่ร้องโหยหวน
ก่อนน้ำเสียงเย็นชาจะเอ่ยเสียงเนิบช้าออกมา “เจ้ากลับไปกับข้าเถอะ จักรพรรดิเยว่ฉาน” เสี้ยวพริบตาเถาวัลย์เตรียมจะพุ่งทะลุร่าง เยว่ชิงเซียน ช่วงชิงดวงวิญญาณ เยว่ฉานไป อี้เฉินเขาที่ถูกนางปกป้องไม่อาจยินยอมได้ คิดจะเอี้ยวตัวออกไปขวางเถาวัลย์ให้เยว่ฉาน “เจ้าระวัง!”
ทว่ามันกลับผิดคาดของอี้เฉินไปเสียหมด เมื่อเถาวัลย์อีกทิศทางหนึ่ง พุ่งปราดหมายมั่น จะฆ่าสังหารเขาลงในเสี้ยวพริบตา เยว่ฉานนางไม่รอช้า ที่จะเอากายยาของนางไปขวางให้อี้เฉินรอด
มาพร้อมเสียงร้อง “อ๊ากกก!!”อี้เฉินดังออกมาก้อง ส่งให้ร่างเยว่ชิงเซียนถูกแทงจนทะลุ ริมฝีปากกระอักเลือด ออกมาไม่หยุดในทันใด ก่อนเยว่ฉานจะเลือกรักษาชีวิตของ เยว่ชิงเซียนเอาไว้ เมื่อเถาวัลย์สีดำดึงกระชาก ดวงวิญญาณของนางอย่างรุนแรง
ภาพภายในกรอบสายตาของเยว่ชิงเซียน ครั้นเห็นสตรีนางหนึ่ง ที่เหมือนกับตัวนาง กล่าวลา ก่อนสตรีนางนั้น จะลอยหายออกไป จากปราณจิตของนาง แม้ว่าเยว่ชิงเซียน นางอยากจะรั้งตัวสตรีนางนั้นไว้มากเท่าใด แต่เหมือนว่าจะไม่เป็นผล ก่อนเยว่ชิงเซียนจะได้สติกลับมา พร้อมความเจ็บปวดที่แล่นพล่าน ส่งให้ริมฝีปากของนาง กระอักเลือดออกมาไม่หยุด
ภาพที่อี้เฉินเห็น ต่อหน้าต่อตา ยิ่งส่งให้เขาเดือดดาลบ้าคลั่ง เมื่อเห็นดวงวิญญาณเยว่ฉาน หลุดลอยออกจากร่างไป พร้อมกับนางที่กล่าวคำพูดทิ้งท้ายไว้ให้อี้เฉิน “สักวันเจ้าต้องมาปลดปล่อยพวกเรา จากสถานที่แห่งนั้นอี้เฉิน ทว่ายามนี้เจ้าไม่มีพลัง โปรดรักษาตัวด้วย”