ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    สัตว์เวทพันปี ๑

     

                 สัตว์เวทระดับเสวียนขั้นต้น

                 หากเทียบกับผู้ฝึกตนจะอยู่ระดับเดียวกับชนชั้นนภา

                แค่คิดใจของฝูอวี้ฉยงก็รู้ดีว่าศัตรูตรงหน้ายากเกินรับมือแม้ในใจของนางจะมีกระบี่เหล็กดำในแหวนจัดเก็บผุดขึ้นมา แต่เมื่อเทียบกับสัตว์เวทระดับเสวียนขั้นต้นกระบี่เหล็กก็เป็นเพียงอาวุธเวทระดับหวงขั้นสูงสุด นางยังจดจำเหตุการณ์ในป่าร้อยลี้เมื่อหนึ่งปีก่อนได้ไม่มีวันลืมก่อนที่ความทรงจำของนางวันนั้นจะหยุดลงหลังจิงเว่ยถูกกรงเล็บหมาป่าขนเงินทำร้าย

                สถานการณ์ตอนนั้นตึงเครียดและเต็มไปด้วยความเป็นความตาย

                จิ้งหวางกับน้าชายร่วมแรงแข็งขันทั้งยังมีเหล่าองครักษ์อีกนับสิบคน ต่างสู้รบโรมรันกับสัตว์ร้ายอย่างทุ่มสุดกำลัง...

                ทั้งพัดและผ้าคลุมบรรพตมหานทีต่างเป็นของชั้นเลิศระดับหวงขั้นสูงสุด

                จิ้งหวางกับน้าชายก็อยู่ในระดับปฐพีขั้นสูง

                พวกเขาสองคนจู่โจมพร้อมเพรียงกันยังไม่อาจล้มหมาป่าขนเงินตัวนั้นได้เลยแม้แต่น้อย หากไม่เพราะปราณวิเศษสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏขึ้นในวันนั้นพวกเขาทั้งหมดรวมถึงตัวนางคงไม่อาจเก็บชีวิตกลับมาจากป่าร้อยลี้ได้เป็นแน่


               เมื่อเทียบกับสถานการณ์ตอนนี้การเผชิญหน้ากับสัตว์เวทระดับเสวียนย่อมตึงมือกว่านับร้อยเท่า

               ต่อให้นางมีอาวุธเวทระดับเดียวกันจิ้งหวางและน้าชายแต่นางไม่ใช่แม้แต่ผู้ฝึกตน นางเพียงอาศัยพลังจากอักขระที่มารดาประทับลงในแหวนจึงสามารถเชื่อมต่อนางกับอาวุธเวทเล่มนั้นได้ ภายใต้การบังคับควมคุมของเด็กน้อยหัดถือกระบี่เช่นนางกระบี่เหล็กดำเล่มนั้นคงไม่สามารถแสดงอานุภาพที่แท้จริงของมันออกมาได้

                การเผชิญหน้าฟาดฟันจึงเป็นวิธีสุดท้ายที่นางจะใช้

                ทางเลือกที่ดีที่สุดของดรุณีน้อยวัยสิบขวบตอนนี้เห็นทีต้องงัดยอดกลยุทธ์ขั้นสูงสุดออกมาใช้ ...

                สุดยอดกลยุทธ์ไร้พ่ายคือหลบหนี

                ถอยหนีมิใช่ความผิดแต่เป็นวิสัยของการสู้รบ


                นางสามารถอ่านหมากกระดานนี้จนเข้าใจดำขาวถ่องแท้กลหมากรุกรับล้อมจับเปิดปิดล้วนแตกฉานทุกกระบวนกล มีหรือที่นางจะอยู่ต่อให้เจ้าอสรพิษสังหาร


                เมื่อความคิดบังเกิดในใจขณะกำลังจะหันไปหาเจ้าขนเทาข้างกาย นกยักษ์กลับทรุดตัวราบกับพื้นราวใจของมันสื่อถึงใจของนางได้เด็กน้อยเผยยิ้มเล็กน้อยรีบคว้าขนปักษาอย่างรวดเร็ว เสี้ยวลมหายใจถัดมาทั้งนกทั้งคนก็หลบหนีหมายออกจากถ้ำให้เร็วที่สุด

                แม้ปักษาขนเงินจะยังบาดเจ็บและแผลไม่หายดีแต่กำลังของมันก็ฟื้นฟูขึ้นมามากกว่าเดิมเนื่องด้วยคุณวิเศษของโอสถที่ฝูอวี้ฉยงทาและป้อนให้มันเมื่อตอนเย็นเพียงการกระพือปีกหนึ่งครั้งก็เคลื่อนไปข้างหน้าได้เกือบหนึ่งจั้งเหลือระยะทางเพียง ๒ จั้งสุดท้ายก็หลุดออกจากปากถ้ำแห่งนี้ได้  

                หากเจ้างูใหญ่มีหรือที่จะปล่อยให้เหยื่อของมันหลุดรอดไปมันไม่ได้เลื้อยตามมาหากเพียงพ่นปราณยะเยือกลงกับพื้นถ้ำจนเกิดเสียงแตกของพื้นหินสนั่นหวั่นไหว

                “ชาติสุนัข”ฝูอวี้ฉยงสบถอย่างหัวเสีย เมื่อปราณยะเยือกของงูยักษ์ไม่เพียงส่งความเย็นผ่านพื้นถ้ำคุกคามกดดันแต่กลับไปงอกเงยเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาปิดปากถ้ำไว้อย่างมิดชิด ทางหนีของนางกับเจ้าขนเทาเลยถูกปิด

                ขณะที่ช่องว่างเพดานถ้ำเหนือแท่นกลมยกพื้นก็เล็กเกินไปที่จะฝ่าออกหนทางหนีถูกปิดตาย วิธีสุดท้ายที่นางไม่คิดอยากงัดออกมาใช้ จำต้องนำออกมา

                สู้ตาย

                เจ้าเกล็ดมันวาวเลื่อมพรายเลื้อยเข้ามาอย่างผู้เหนือกว่ามันใช้ดวงตาสีแดงจ้องมองนกและคนอย่างกับมองมดปลวก มันเป็นผู้สูงส่งครองครอบถิ่นนี้มานานเพียงแค่รุกล้ำถ้ำอาศัยก็เพียงพอให้มันมอบโทษทัณฑ์ประหารแก่เหยื่อทั้งสองตรงหน้า

     

                 ทางฝ่ายฝูอวี้ฉยงในเมื่อไร้ทางหนีจึงถือโอกาสเปิดฉากโจมตีก่อนไม่ให้มันตั้งตัวขณะเจ้าขนเทาบินแฉลบเพื่อหนีกลับเข้าไปในถ้ำ มีดบินสองเล่มซัดออกใส่หัวของงูยักษ์อย่างหนักหน่วงเป้าหมายของนางยังคงเป็นดวงตาของงูยักษ์ มีดสองเล่มพลาดเป้าอีกหนมันกระทบผิวหนังหยาบหนาของงูใหญ่และไม่สามารถทำอันตรายอันใดได้เลยแม้เพียงรอยขีดข่วน

                ดวงตาคู่กลมดำประกาลนิลหลับลงกระบี่เหล็กที่แขวนอยู่บนผนังลอยเข้ามาหานางอย่างรู้สถานการณ์ ยามเมื่อดวงตาเปิดออกกระบี่เหล็กเย็นก็พุ่งโจมตีใส่งูยักษ์อย่างรุนแรง

                ไอปราณเย็นเยียบแหวกฝ่าสายลมเงาพลังพุ่งพรวดราวลูกธนู

               

            ฝูอวี้ฉยงตบหลังคอขนเทาเบา ๆมันจึงร่อนกายลงบนแท่นยกพื้น ร่างเล็กบอบบางไถลตัวของนางลงจากหลังนกแล้วนั่งลงบนจานหินเหนือเสาสูงสามฉื่อ

            นกยักษ์ถลาตัวลู่ลมตวัดกรงเล็บปราดเข้าใส่ร่างยาวมันเลื่อม

            ส่วนคนบนจานหินยกมือขวาสอดเข้าไปในอกเสื้อขณะที่มือซ้ายหยิบยาพิษกร่อนปราณที่เหลืออยู่ออกมา เพียงเปิดจุกออกก็รีบเทยาพิษเหล่านั้นลงบนมีดสั้นที่ยังเหลืออยู่ราวยี่สิบเล่มในเมื่อนางไม่ใช่ผู้ฝึกตน ปราณยุทธ์ในกายจึงไม่มีนางจึงคิดเอาเองว่ายาพิษชนิดนี้ไม่มีผลต่อร่างกาย เด็กน้อยจึงกล้าสัมผัสมันด้วยมือเปล่า

             

                ทางด้านงูใหญ่ระดับเสวียนกำลังถูกกระบี่เหล็กและนกยักษ์ร่วมมือกันโจมตีด้วยความแข็งขัน ทำให้มันโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุดไอเย็นแผ่ออกจากร่างเป็นมวลพลังขุมใหญ่ ทำให้อากาศหนาหนักและเหน็บหนาวก่อเป็นชั้นน้ำแข็งสูงจากพื้นจรดเพดานประหนึ่งปราการยะเยือกซึ่งหนาถึง ๑๐ ฉื่อ

                ต่อให้เจ้านกและกระบี่มีความสามารถแต่ต้องใช้เวลาสักระยะใหญ่ๆ ถึงจะทำลายปราการนี้ลงได้

                หัวงูหันขวับจับจ้องร่างของเด็กน้อยที่นั่งบนจานหินมันชูคอขึ้นสูงปากกว้างอ้าออกจนสุดเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมดุจเพชร ฝูอวี้ฉยงเห็นท่าทางของมันก็รีบไถตัวลงจากจานหินทันใดนั้นมันก็ฉกพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด หากเด็กน้อยระวังกายไว้ก่อนแล้วยามที่มันพุ่งชนเข้ามานางจึงสามารถพลิกหลบได้ฉิวเฉียด ขณะพลิกกายหนีก็ไม่ลืมซัดมีดบินใส่มันหวังว่าคมมีดคมใดคนหนึ่งจะสามารถทำร้ายให้เกิดบาดแผลขึ้นหากหนังของมันกลับหนาเกินกว่าอาวุธทั่วไปจะทำอันตรายใดได้

                โครม!!! สัตว์พันปีพลาดเป้าชนเข้ากับเสาหินและจานหยกอีกครั้งจนเกิดเสียงกึกก้องราวฟ้าทลายโถงถ้ำเองก็สั่นไหวเพราะแรงปะทะ ร่างเล็กของเด็กน้อยรีบคลานลงจากแท่นแล้วพลิกกายหมุนไปด้านข้างเพื่อหาที่กำบังขณะหนีก็คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดด้วยความแปลกใจ

                ครั้งนี้ฝูอวี้ฉยงได้เห็นด้วยสองตาตัวเองตรงหน้าจึงเกิดความสงสัยว่าแท่นยกและจานหินมีความพิศดารบางอย่างซ่อนไว้ หากเทียบสัดส่วนของมันกับงูยักษ์ระดับเสวียนขั้นต้นมีหรือที่พวกมันจะทานทนรับแรงกระแทกระดับนี้ได้

              ทางฝ่ายอสรพิษร้ายเมื่อโจมตีพลาดเป้าเป็นหนที่สองจึงเกิดโทสะรุนแรง มันเลื้อยพุ่งไปที่เหยื่อตัวเล็กอย่างอาฆาตมาดร้ายศักดิ์ศรีของสัตว์อสูรที่มีอายุมากว่าพันปีคล้ายถูกท้าทายอย่างรุนแรงมันไม่มีทางปล่อยให้นางมนุษย์อ่อนแอผู้นี้รอดชีวิตไปได้อีก

                มันเป็นถึงเจ้าอสรพิษระดับเสวียนขณะที่มนุษย์อ่อนแอผู้นี้ไม่ใช่แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นต้นด้วยซ้ำ การที่นางยังมีชีวิตอยู่จึงทำให้ความหยิ่งผยองของมันถูกสั่นคลอนอีกทั้งกลิ่นหอมหวนในกายของนางก็ควรค่าแก่การปลิดปลงชีวิตน้อย ๆ นี้โดยเร็วที่สุด

               

                ทั้งที่เด็กน้อยตัวเล็กและดูอ่อนแอแต่กลับหลบหนีจากการโจมตีของมันได้ถึงสามครั้งติดต่อกัน มันจึงเลิกเลื้อยตามแล้วเปลี่ยนเป็นใช้ปราณยะเยือกที่มันครอบครองสร้างอาณาเขตกักขังขึ้นมาแทน ปากกว้างที่เต็มไปด้วยฟันซี่เล็ก ๆ และเขี้ยวแหลมคู่ใหญ่ขับเคลื่อนปราณในร่างออกมาเป็นคลื่นพลังหนาวเหน็บโจมตีไปยังพื้นที่ที่เด็กน้อยใช้ซ่อนกาย

                ฝูอวี้ฉยงที่หลบอยู่หลังก้อนหินงอกก้อนใหญ่รู้สึกได้ถึงความเย็นที่พุ่งมา ร่างเล็กจึงหมุนกายไปกับพื้นอีกรอบ แม้จะรู้สึกเจ็บปวดไปตามร่างเพราะต้องกลิ้งไปมาบนพื้นหินแข็งๆ ซึ่งบางจุดก็มีกรวด หรือเศษหินเล็ก ๆ ทำให้ทั่วทั้งร่างช้ำไปหมด แต่ร่างน้อยก็กัดฟันทนนางอุตส่าห์รอดจากผาสูงหลายร้อยจั้ง การยอมจำนนต่อภัยเบื้องหน้าครานี้จึงไม่อยู่ในหัวแม้แต่น้อย

                หากการกลิ้งครั้งนี้กลับไม่ได้เป็นไปเช่นครั้งก่อนนางกลิ้งไปชนเข้ากับกำแพงน้ำแข็งที่งูดำก่อขึ้นขวาง

                “บัดซบ”สัมผัสเย็นเยียบเตือนนางให้ระวังตัว แค่เห็นว่าชนเข้ากับกำแพงน้ำแข็ง นางก็รู้ทันทีว่าเจ้าสัตว์ร้ายกำลังก่ออาณาเขตกักขังนาง

                หากคนตัวเล็กไหนเลยจะยอมอยู่เฉยต่อให้ข้างหน้าคือทางตายแต่หากนางยังมีลมหายใจเหลืออยู่ก็ไม่พร้อมยินยอมต่อโชคชะตาง่ายดาย

                “กลับมา”เมื่อไร้ทางหนี จิตใจที่ถูกบีบคั้นบังเกิดความมุ่งมั่นรุนแรง แม้สุ้มเสียงที่เอ่ยออกมาจะบางเบาราวสายลมแต่น้ำหนักของจิตที่กำหนดกลับหนักแน่นดุจขุนเขา

                กำแพงน้ำแข็งที่กั้นขวางเจ้าขนเทาและกระบี่เหล็กเย็นถูกปราณสังหารจากปลายกระบี่ทำลายลงจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ กระบี่เหล็กลอยพุ่งตรงเข้ามาหานายของมันมือขวาบอบบางคว้าจับไว้มั่น ร่างของนางก็ลอยขึ้นตามแรงพยุงจากปราณกระบี่ และหลุดออกมาจากกำแพงน้ำแข็งที่งูดำสร้างขึ้น

     

                นกยักษ์เห็นเด็กน้อยยังอยู่รอดปลอดภัยก็รู้สึกวางใจมันแผดแผ่ปราณในร่างออกมาขั้นสูงสุด ไอสีเหลืองหนาแน่นดุจเมฆามีสนามพลังวิเศษสีเหลืองแล่นล่องบ่งบอกว่ามันคือระดับหวงขั้นสูงสุดนกยักษ์กระพือปีกจนเกิดเสียงพึ่บพั่บกึกก้อง ขนสีเทาสลัดออกราวกับศรปลิดชีพ ขนทุกอันพุ่งปักตามร่างงูใหญ่จนทำให้มันเกิดบาดแผลเป็นครั้งแรก

                อสรพิษพันปี เห็นเหตุการณ์ที่เริ่มพลิกกลับมันเลยยิ่งโมโหอยากสังหารพวกมดปลวกตรงหน้าในทันทีลำตัวใหญ่ยาวเคลื่อนไหวรวดเร็วราวพายุ หางแข็งแรงประหนึ่งเหล็กตวัดใส่นกยักษ์ขณะที่ปากก็พ่นไอเย็นเข้าโจมตีฝูอวี้ฉยงอย่างหมายมาด นกยักษ์บินหลบหลีกอย่างรวดเร็วแล้วบินเข้ามารอรับเมื่อเด็กหญิงร่อนกายลงมามันก็พานางบินไปตั้งหลักอยู่บนแท่นยกสูง

                ฝูอวี้ฉยงหลับตาตั้งสติเล็กน้อยสถานการณ์ที่เป็นอยู่มีแต่ต้องต่อสู้ให้รู้เป็นรู้ตายแม้นางพยายามจำแนกสภาวะที่คุกคาม แต่ก็ไม่มีหนทางใดที่นางจะเอาชนะได้เลยต่อให้นางกับนกยักษ์และกระบี่ร่วมมือกันก็ยังไม่ใช่คู่มือของปีศาจร้ายระดับเสวียนตัวนี้

               

     

            ฉ่า ฉ่า ฉ่า

            เขี้ยวพิษพ่นปราณยะเยือกระดับสูงออกมาติดต่อกันถึงสามคราเป็นการเปิดฉากการฟาดฟันครั้งใหม่ ปราณนี้ทำให้พื้นและเพดานถ้ำเกือบทั้งหมดยกเว้นบริเวณแท่นยกถูกแช่แข็งอุณหภูมิต่ำลงจนความเย็น แทรกซ่านไปสุดขั้วหัวใจ

            ฝูอวี้ฉยงร่ำร้องว่าย่ำแย่ เพราะเจ้างูยักษ์ทุ่มกำลังหมดหน้าตัก

            ครืน

            พื้นถ้ำรอบ ๆ แท่นยกพื้นบังเกิดเสาน้ำแข็งนับสิบงอกออกจากพื้นรายล้อมเป็นวงกลมยอดเสาทั้งหมดโค้งงุ้มเข้าหากันกลายเป็นกรงน้ำแข็งขนาดใหญ่กักขังนางและนกยักษ์ไว้ภายในดวงตาสีแดงทับทิมจับพวกนางราวกับสาสมใจ

             

            ********************

            ** อีกตอนเดี๋ยวมาต่อให้นะ ๑ชั่วโมงขอตรวจทานอีกรอบ

             

            ZHMX

    คล้ายกับเรื่องย่ำภพสยบแดน (จบ) ที่คุณอ่าน