สร้างอาณาจักรที่ต่างโลก

    ตอนที่ 35 : ก้าวแรกในเมืองหลวงเพนดราก้อ



    ......



    "เจ้ากำลังจะหมายถึง.. น้ำยาลึกลับระดับสูงที่มีชื่อเรียกว่า โลหิตมังกรทอง ที่สามารถเพิ่มพลังกายภาพให้กับผู้ที่ดื่มมันเข้าไปได้ในช่วงพริบตา แล้วไร้ซึ่งผลกระทบใดๆเลย อย่างนั้นเหรอ?"



    ภาคินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ที่บุคคลระดับสูงอย่างลามอนต์ก็รู้เรื่องพวกนี้เช่นกัน ทั้งที่เมืองเพนดราก้อนและเมืองนอริชนั้น อยู่ห่างไกลกันมากถึงขนาดนี้ แต่ในขณะที่ภาคินกำลังแปลกใจอยู่ ภาคินกลับไม่ได้รู้เลยว่าในช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่ หรือหายตัวไปเป็นเวลานานหลายสิบวันนั้น ไม่ว่าจะเป็นตลาดมืดโรงประมูลระดับสูง หรือแม้แต่สังคมของชนชั้นสูง ล้วนมีแต่ข่าวลือเกี่ยวกับน้ำยาปริศนาลึกลับที่มีชื่อเรียกว่าโลหิตมังกรทอง แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว



    แถมราคาของมันยังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง เพราะมันเป็นที่ต้องการของมหาอำนาจมากมายไม่ว่าจะเป็นสมาคมนักเวทย์ สมาคมนักดาบ สมาคมนักปรุงยา และตระกูลขุนนางมากมาย แต่ไม่ว่าพวกเขาจะตั้งราคารับเอาไว้สูงมากแค่ไหนก็ตาม แต่มันกลับไม่มีใครนำเอาโลหิตมังกรทองออกมาขายเลยซักคน เพราะคนที่มีโลหิตมังกรทองเอาไว้ในครอบครองส่วนใหญ่ ก็จะเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้ว



    ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดที่จะนำมันออกมาขาย เพราะหากพวกเขาขายโลหิตมังกรทองออกไป พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปหาซื้อน้ำยาระดับสูงเช่นนี้ได้จากที่ไหนอีก



    ส่วนโลหิตมังกรทองที่หลุดออกมา และสร้างความวุ่นวายไปจนทั่วในครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนน้อยที่อยู่ในการครอบครองของเจ้าเมืองนอริชเท่านั้น เพราะเจ้าเมืองนอริชต้องการจะทำให้เมืองของตัวเอง กลายป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้น ดังนั้นเจ้าเมืองนอริชจึงได้นำเอาโลหิตมังกรทอง ออกมาขายในโรงประมูลของตัวเอง



    โดยค่อยๆปล่อยออกมาทีละขวดสองขวด และเริ่มปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับความพิเศษของมันออกมา ให้แพร่กระจายออกไปสู่พวกชนชั้นสูงอย่าวรวดเร็ว และแน่นอนว่าการที่เจ้าเมืองนอริช ค่อยๆปล่อยพวกมันออกมาทีละขวดสองขวดนี้เอง ที่ทำให้ราคาของพวกมันพุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ



    โดยเฉพาะสมาคมปรุงยา ที่ยอมทุ่มเงินหลายแสนเหรียญทอง เพื่อให้ได้มาซึ่งโลหิตมังกรทองเพียงแค่ขวดเดียวเพราะพวกเขาต้องการนำมันมาตรวจสอบ ศึกษาและค้นคว้า เพื่อที่จะผลิตออกมาขายเหมือนอย่างเจ้าเมืองนอริชบ้างแต่แล้วพวกเขาก็ต้องผิดหวัง



    หลังจากที่เจ้าเมืองนอริชเริ่มปล่อยโลหิตมังกรทองออกมาได้เพียงไม่นาน มันก็ประสบผลสำเร็จตามที่ได้คาดหวังเอาไว้ เพราะตอนนี้โลหิตมังกรทองนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูง และเริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนแล้ว...



    กลับมาที่ภาคินและลามอนต์..



    "ใช่ครับ ข้าหมายถึงเจ้านี้.." ภาคินค่อยๆหยิบเอาขวดแก้วเล็กๆ ที่ข้างในถูกบรรจุเอาไว้ด้วยน้ำยาสีทองที่สวยงามออกมา พร้อมกับเขย่ามันไปมาให้ลามอนต์ดู



    "เจ้าไปได้มันมาจากไหน!!"



    เมื่อลามอนต์มองเห็นสิ่งของที่อยู่ในมือของภาคิน เขาก็เกิดอาการตื่นตระหนกขึ้นมาทันที เพราะของสิ่งนี้แม้แต่ตัวเขาเองที่เป็นถึงทหารระดับสูง ก็ยังยากที่จะหาซื้อได้ เพราะของสิ่งนี้ใช่ว่ามีเงินแล้วจะหาซื้อได้เสมอไป



    แต่ภาคินในตอนนี้กลับสามารถหยิบเอาน้ำยาระดับสูง ที่หลายๆคนต้องการออกมาได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับสีหน้าและท่าทางที่ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เสมือนกับว่าน้ำยาขวดเล็กๆขวดนี้มันไม่มีค่าพอที่จะให้เขาสนใจเลย มันจึงทำให้ลามอนต์รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย กับการแสดงออกของภาคินในตอนนี้



    "เรื่องนั้นข้ายังบอกกับท่านตอนนี้ไม่ได้.. แต่หากท่านยอมช่วยเหลือข้าเรื่องหนึ่ง ข้าก็ยินดีที่จะมอบมันให้กับท่าน.."



    "ลองว่าข้อเสนอของเจ้ามา!!!"



    ลามอนต์ที่ตอนแรกไม่ได้ใส่ใจอะไรกับภาคินมากนัก ก็เริ่มมีท่าที่ๆเปลี่ยนไปหลังจากมองเห็นสิ่งของในมือของภาคิน และนอกจากนี้หลังจากที่ลามอนต์เริ่มสังเกตเห็นถึงการพูดจา ท่าทาง และการแสดงออกของภาคินแล้ว เขาก็ต้องเริ่มมองภาคินใหม่อีกครั้ง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายได้ก็ตามที



    "เจ้าเด็กคนนี้เป็นหนึ่งในคนเพียงไม่กี่คนที่เราไม่สามารถมองออกได้ ตัวตนที่แท้จริงของมันเป็นใครกันแน่นะ....."



    ลามอนต์บ่นอยู่ในใจเงียบๆ เมื่อไม่สามารถมองเห็นตัวตน และนิสัยที่แท้จริงของภาคินได้ แม้ว่าเขาจะลองพูดคุยและซักถามเรื่องราวต่างๆไปมากมายก็ตาม แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับไม่แสดงออกถึงความผิดปกติ หรือจุดอ่อนใดๆเลย



    และแล้วสามวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว.......



    "นี้เหรอโรงเรียนราชวงศ์.." ภาคินที่กำลังอยู่ในชุดนักศึกษาสีขาวสลับแดง ซึ่งเป็นชุดประจำตัวของนักเรียนชั้นล่างสุด หรือก็คือนักเรียนชั้นปี 1 หากจะพูดถึงระบบชั้นเรียนของโรงเรียนมากมายในอาณาจักรเพนดราก้อนแล้ว ทุกๆที่ล้วนมีระบบที่เหมือนๆกันหมด นั่นก็คือการแบ่งเด็กนักเรียนออกเป็นชั้นปี



    ระบบชั้นปีแท้จริงแล้วมันเป็นของโรงเรียนราชวงศ์แต่ดั้งเดิม ที่ถูกโรงเรียนอื่นๆเอาไปเป็นแบบอย่าง ดังนั้นโรงเรียนมากมายในอาณาจักรเพนดราก้อน จึงไม่มีความแตกต่างกันมากนักในเรื่องของระบบการศึกษา


    ....



    "จะใหญ่โตเกินไปแล้ว!!! โรงเรียนจอมเวทย์เทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย.." ภาคินอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น เมื่อมองเห็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่โตและสวยงามตรงหน้า



    "ท่านภาคิน.. พวกข้าคงมาส่งท่านได้เพียงแค่นี้ ต่อจากนี้จะมีคนมารับท่านขอรับ...."



    ทหารฝีมือดีที่อยู่ด้านหลังของภาคิน เอ่ยออกมาทันทีที่พวกเขาเดินทางมาถึงหน้าโรงเรียนราชวงศ์ เพราะพื้นที่ต่อจากนี้ไป แม้แต่ทหารอย่างพวกเขาก็ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะเดินเข้าไปได้



    "ขอบคุณพวกท่านมาก..."



    ภาคินกล่าวขอบคุณออกมาอย่างเป็นกันเอง ทำให้ทหารที่ยืนอยู่ด้านหลังเริ่มทำอะไรไม่ถูก เพราะพวกเขาไม่เคยถูกคนที่มีฐานะสูงกว่า กล่าวคำขอบคุณแบบนี้มาก่อน พวกเขาจึงทำได้แค่ก้มหน้าลง เพื่อแสดงความเคารพออกมาด้วยความจริงใจ และค่อยๆพากันเดินจากไปอย่างรวดเร็ว



    "เจ้าเหรอผู้พิทักษ์ของเมืองนอริช?...."



    เมื่อเหล่าทหารที่มีหน้าที่ในการคุ้มครองภาคิน เดินจากไปได้เพียงไม่นานก็ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีอายุประมาณสามสิบปีขึ้นมา หญิงสาวตรงหน้านี้พูดขึ้นมาพร้อมกับเริ่มสำรวจดูรอบๆตัวของภาคินอย่างละเอียดก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างช่วยไม่ได้



    เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอได้ตั้งความหวังเอาไว้มากมาย เกี่ยวกับนักเรียนใหม่ที่มีฐานะอันไม่ธรรมดาอย่างภาคิน แต่แล้วเมื่อเธอลองตรวจสอบพลังของชายหนุ่ม ที่ถูกเรียกว่าอัจฉะริยะในรอบร้อยปีตรงหน้า แล้วเธอก็ต้องผิดหวัง เพราะพลังของชายหนุ่มตรงหน้านี้ เป็นเพียงนักเวทย์เท่านั้น..



    "หรือว่าจะเป็นเพราะการฝึกพลังทั้งสองอย่างควบคู่กันไป จึงทำให้พลังของเขาก้าวหน้าได้ช้ากว่าคนอื่น?"หญิงสาวตรงหน้าแอบบ่นพึมพัมออกมาเบาๆ ก่อนที่จะบอกให้ภาคินเดินตามเธอเข้าไปในโรงเรียนราชวงศ์



    ในขณะที่ภาคินกำลังจะเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ ในโรงเรียนราชวงศ์อยู่นั่น ทางด้านของลามอนต์เองก็ได้เริ่มทำตามข้อตกลงแล้วเช่นกัน...



    "โจนาส.. แบ่งคนของเจ้าออกไปบางส่วน แล้วทำการก่อสร้างอาคารตามแบบนี้ อย่าให้มีอะไรผิดพลาดละ..."



    ลามอนต์ที่ได้รับข้อเสนอจากภาคิน ให้สร้างอาคารค้าขายขนาดกลางขึ้นมา ในพื้นที่ของเมืองหลวงเพนดราก้อนเป็นอาคารสูงสองชั้น โดยมีการแลกเปลี่ยนเป็นโลหิตมังกรทองจำนวนสิบขวด



    ซึ่งจำนวนสิบขวดนี้ เป็นจำนวนที่ลานมอนต์เป็นคนเรียกร้องออกมาเอง มันจึงทำให้ภาคินรู้สึกแปลกใจและสงสัยมาก กับข้อเรียกร้องที่เล็กน้อยของลามอนต์ เมื่อเทียบกับอาคารสูงสองชั้น



    ดังนั้นภาคินจึงได้ตัดสินใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับลามอนต์ จึงทำให้ได้รู้ว่าตอนนี้ โลหิตมังกรทองได้กลายเป็นของที่หลายๆคนกำลังต้องการจนทำให้มันขาดตลาด และเป็นที่ต้องการของผู้คนจำนวนมาก แถมราคาของพวกมันแต่ละขวด ที่มีการตั้งรับเอาไว้ ก็สูงถึงหลายหมื่นเหรียญทองเลยทีเดียว



    ส่วนเรื่องที่ภาคินมีโลหิตมังกรทองถึง10ขวด ตอนแรกลามอนต์ก็รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน แต่พอลามอนต์ได้มาลองคิดๆดู จึงทำให้ความสงสัยของเขาหายไป เพราะภาคินมาจากเมืองนอริช ซึ่งเป็นเพียงเมืองเดียว ที่มีโลหิตมังกรทองขายในโรงประมูลที่นั่น และแน่นอนว่าภาคินที่เป็นถึงผู้พิทักษ์ ก็สมควรแล้วที่จะมีมันเอาไว้ในครอบครองบ้างไม่มากก็น้อย



    กลับมายังด้านของภาคินอีกครั้ง..



    "ข้าจะขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ข้ามีชื่อว่าลอเรตต้า เป็นอาจารย์ประจำชั้นปีที่สี่ ของโรงเรียนราชวงศ์ ข้าไม่รู้เหรอกนะว่าเพราะอะไร ท่านลามอนต์ถึงได้ฝากเจ้าเอาไว้กับข้า แต่เมื่อเจ้ามาอยู่ในการดูแลของข้าแล้วเจ้าก็ต้องเชื่อฟังข้าเข้าใจไหม?..."



    ที่จริงแล้วลอเรตต้าเป็นอาจารย์ประจำชั้นปีสี่ ดังนั้นมันจึงไม่ใช้หน้าที่ของเธอ ที่จะต้องมาดูแลภาคินที่เป็นนักเรียนใหม่ชั้นปีที่หนึ่งเลยแต่เพราะลอเรตต้าได้รับการติดต่อมาจากลามอนต์ให้ดูแลภาคิน จึงทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ หรือพูดง่ายๆก็คือ ต่อจากวันนี้ไปลอเรตต้าก็จะเปรียบเสมือนเป็นพี่เลี้ยงส่วนตัวของภาคินนั่นเอง....

    คล้ายกับเรื่องสร้างอาณาจักรที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน