รุ่งเช้า ดวงอาทิตย์สาดแสงสีทอง ใบไผ่ปลิดปลิว
“คุณชายฉินโม่ คุณชาย “ เยวาชิงเอ๋อมาเรียกฉินโม่ แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ นางจึงคัดสินใจเปิดประตูเข้าไปพร้อมส่งเสียงเรียกฉินโม่ เมื่อนางเข้ามายังในเรือนกลับไม่พบใครอยู่ นางจึงหันหลังกลับ ในตอนที่ร่างของนางกำลังจะก้าวผ่านประตูนั้น
ว้ายยผี! คนใช้กรี๊ดเสียงดังออกมา ฉินโม่ที่มาอยู่ด้านหลังของนางยิ้ออกมา วิชาที่เขาฝึกเมื่อคืนค่อนข้างเป็ที่น่าพอใจ แล้วเอ่ย “ ข้าเองไม่ใช่ผีที่ไหน เ้ามีอะไรรึ “ เยว่ของเอ๋อตั้งสติได้แล้วกล่าว “วันนี้ข้าจะพาท่านไปโรงหลอมโอสถ “ ฉินโม่พนักหน้า แล้วเดินตามไป
ณโรงหลอมโอสถ
ผิดแล้ว! พวกเ้านี่สอนไม่เคยจำ กับอิแค่จัดเตรียมสมุนไพรให้มันถูกตามตำรา มันยากขนาดนั้นเลย!
ชายแก่ผมขาวหัวยุ่งเยิงร่างเล็กๆ กำลังตะวาดคนงานสองคนอยู่ จากเขาก็ไล่ตะเพิดคนงานสองคนนั้นออกไป
“ ผู้เฒ่าเจียง ท่านไล่คนอีกแล้วหรือเ้าคะ เดือนนี้มันรอบที่สามแล้วนะเ้าคะ !” เยว่ชิงเอ๋อที่มาถึงขมวดคิ้วแล้วกล่าวถามออกไป
“หึ้ ยัยหนูเยว่ ก็พวกคนที่เ้าส่งมาไม่ได้เื่สักคนนิ ให้ข้าทำยังไงเล่า” ผู้เฒ่าผู้ยุ่งกล่าวตอบอย่างไม่สบอารมณ์
เยว่ชิงเอ๋อเมื่อได้ยินเช่นนั้นทำได้แค่ถอนหายใจ “เฮ้อ เอาเถอะวันนี้ข้าพาคนงานใหม่มาช่วยงานท่าน “ เมื่อผู้เฒ่าเจียงได้ยินเช่นนั้น จึงเหลือบมองฉินโม่ที่อยู่ด้านหลัง จากนั้นตาเบิกกว้างนิดนึงแล้วกลับมาเหมือนเดิม เมื่อได้เห็นฉินโม่ ตัวเขาได้พยักหน้าแล้วกล่าว “อื้มม ไม่เลว เ้าเด็กนี่อยู่ระดับลมปราณั้แ่อายุ14 “
ฉินโม่เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาจึงก้าวมาข้างเยว่ชิงเอ๋อแล้วประสามือโค้งคำนับ “ข้าฉินโม่ คาราวะผู้าุโเจียง “ ระหว่างทางที่มาโรงหลอมโอสถนั้นเยว่ชิงเอ๋อได้เล่าว่าผู้เฒ่าเจียงนั้น เป็คนที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ และเขาอยู่ที่นี่มานานไม่มีใครรู้ที่มาแน่ชัด
เมื่อผู้เฒ่าเจียงได้เห็นเช่นนั้นเขาพยักหน้าแล้วสบัดมือ “ไม่ต้องมากพิธี ยัยหนูเยว่ ทิ้งเด็กนั้นไว้ที่นี่แหละ ส่วนเ้าก็กลับไปได้แล้ว “
หลังจากเยว่ชิงเอ๋อกลับไป ผู้เฒ่าเจียงได้นำฉินโม่เข้าไปในโรงหลอม แล้วยื่นตำราสมุนไพรและระเบียบตารางการทำงานของแต่ละวันของโรงหลอม “นี่เ้าหนูเอาตำราสมุนไพรไปศึกษา และเข้าไปศึกษาสมุนไพรในห้องนู้น “
ตกเย็นฉินโม่ใช้เวลาทั้งวันอยู่ในห้องสมุนไพรเพื่อศึกษาและจดจำสมุนไพร “เ้าหนูฉินวันนี้เ้ากลับไปได้แล้ว พรุ่งนี้เ้าต้องมาเตรียมสมุนไพรไว้เพื่อให้ข้าหลอมและทำความสะอาด ก่อนแปดโมงเช้า” ฉินโม่เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาประสานมือ แล้วกล่าว “รับทราบขอรับผู้เฒ่าเจียง”
ฉินโม่กลับมายังที่พัก หลังจากที่เขากินข้าวที่สาวใช้เอามาให้ เขาเริ่มหยิบตำรามาศึกษาอีกครั้ง สมุนไพรนั้นมีอยู่สิบระดับ ยาที่หลอมนั้นมีอยู่ สิบระดับเช่นกัน ส่วนมากในเมืองชิงนี้ ใช้ยาระดับ 1 และ 2 ส่วนระดับ 3และ4 นั้นเป็คนระดับสูงใช้
หลังจากเขาศึกษาตำราแล้ว เขาเริ่มเข้าฌานเดินลมปราณตามเคล็ดวิชาต่อ
รุ่งเช้าเขารีบมาที่โรงหลอมโอสถ เขาได้ทำความสะอาดโรงหลอม จากนั้นเขาเริ่มเตรียมสมุนไพรเพื่อให้ผู้เฒ่าเจียงหลอม เรียบร้อย
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามผู้เฒ่าเจียงมายังโรงหลอมโอสถ เขาเข้ามาตรวจเช็คสมุนไพรที่ใช้สำหรับหลอมโอสถ เมื่อเขาเห็นว่าสมุนไพรถูกวางไว้เป็ชุดสำหรับหลอมอย่างถูกต้อง เขาหันหน้ามายังฉินโม่แล้วกล่าว “ใช้ได้ เดี๋ยวข้าจะหลอมโอสถเสริมกายา ขั้น1 เ้าค่อยเติมสมุนไพรก็แล้วกัน เ้าจำขั้นตอนการหลอมในตำราได้หรือยัง “ ฉินโม่เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาประสานมือแล้วตอบ”เรียนผู้าุโข้าจดจำขั้นตอนได้แล้วขอรับ “ ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถจดจำตำรา สมุนไพรได้ตั้งหมดแล้ว แต่เขาก็มิได้กล่าวออกไป
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ผู้เฒ่าเจียงเห็นว่าฉินโม่นั้นทำงานได้เป็อย่างดีไม่มีผิดพลาด จึงคิดสอนการหลอมยาให้เขา “เ้าหนูฉินเ้าอยากลองหลอมยาดูไหม” ฉินโม่เมื่อได้ยินเช่นนั้นรีบประสานมือ แล้วตอบ”ขอรับ ข้าอยากเรียนหลอมยาขอรับ” ผู้เฒ่าเจียงพยักหน้า จึงนำเตาหลอมอีกลูกออกมาไม่ใหญ่มากนัก จากนั้นก็เริ่มติดไฟแล้วใส่สมุนไพร “เ้าหนู เ้าส่งปราณคลุมสมุนไพรเข้าไปแล้วพยามบีบอัดสมุนไพรเข้าด้วยกัน พร้อมกับใช้ปราณควบคุมไฟ ให้หลอมสมุนไพร “ ฉินโม่ที่พยามทำตามคำแนะนำของผู้เฒ่าเจียง เขารู้สึกว่าการหลอมยานั้นค่อนข้างยาก ทั้งการควบคุมไฟ การบีบอัดสมุนไพร ต้องใช้ปราณเยอะมากแถมยังต้องควบคุมปราณให้ดีด้วย
นั้นแหล่ะ! “เ้าหนูบีบอัดเป็เม็ดยาเร็ว “
ปึก! เม็ดยาร่วงลงอยู่ก้นหม้อหลอม ผู้เฒ่าเจียงได้หยิบเม็ดยาขึ้นมาพิจารณา ในใจผู้เฒ่าตอนนี้สั่นไหว เพียงแค่ครั้งแรกก็สามารถ หลอมรวมเม็ดยาขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าคุณภาพจะใช้ไม่ได้แต่นี่ยอดเยี่ยมมาก
โดยปกติแล้ว ครั้งแรกจะไม่สามารถทำสำเร็จได้บ้างก็สมุนไพรโดนเผาทำลาย บ้างก็ลมปราณหมด บ้างก็เตาหลอมะเิ สำหรับเ้าหนูนี่ถือเป็อัจฉริยะ
“เ้าหนู ดีมากถือว่าเ้าค่อนข้างมีพร์ ด้านการหลอมยา แค่ครั้งแรกทำได้ถึงขนาดนี้ ถึงแม้คุณภาพยังใช้ไม่ได้ “
ฉินโม่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ในใจเขารู้สึกดีใจเป็อย่างมาก เขายิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าว “นั้นก็เพราะมีผู้าุโเจียงเป็คนสั่งสอน ขอรับ”
าุโเจียงได้ยินเช่นนั้นตัวเขายืดขึ้นอย่างภูมิใจแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างพอใจ “ ไม่ต้องมาประจบข้าเ้าหนู วันนี้พอเท่านี้ เ้าทำความสะอาดแล้วกลับได้ “ ฉินโม่เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาหันหลัง กำลังจะก้าวเดิน
พรึ่บ! ข้าเขาสั่นตัวเขาทรุดนั่งลงกับพื้น เมื่อผู้เฒ่าเจียงเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะลั่นโถงหลอมยา “ฮะฮ่าา ลมปราณหมด จะเดินไม่ไหวก็ไม่แปลก ปกติคงจะสลบไปแล้ว เ้านั่งรวมลมปราณไปก่อนเสร็จแล้วจัดการโรงหลอมยาให้เรียบร้อย “
ในใจฉินโม่คิดว่าไม่แปลกเลย ทำไมถึงมีนักปรุงยาน้อยนัก ทั้งความยากในการควบคุมลมปราณ ความเข้าใจในสมุนไพร ทั้งปริมาณปราณที่ต้องใช้หลอมแต่ละครั้ง เป็เื่ที่ยากมาก จึงมีคนไม่มากนักที่จะเดินทางสายนักปรุงยา