(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 83 จัดระเบียบ

    ตอนที่ 83 จัดระเบียบ



    คาห์นจ้องมองไปยังเงาร่างของพ่อครัวหนุ่มที่ยืนอยู่ในร้านอาหาร พลางมองมายังทิศทางของพวกเขา พร้อมกับโบกมือทักทายและมอบรอยยิ้มให้ในยามเช้า

    ในใจของชายชราบังเกิดความซาบซึ้งใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เช่นเดียวกับหัวหน้าหน่วยและกลุ่มเจ้าหน้าที่ของกิลด์สมาคม โดยถึงแม้ว่าพวกเขาจะพึ่งรู้จักกับไลท์ ได้ไม่นาน



    แต่พวกเขาก็รับรู้ได้ถึงจิตใจอันงดงามของพ่อครัวหนุ่มที่ดูแลและเอาใจใส่พวกเขา ราวกับรู้จักกันมานานหลายสิบปีเลยทีเดียว ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการที่อีกฝ่ายเอาข้าวห่อใบไม้ที่แสนอร่อย มาส่งให้ถึงเต็นท์ ตอนที่พวกเขากำลังพักฟื้นจากการประมือกับสัตว์อสูรหมาป่าสีชาด เมื่อวานที่ผ่านมา

    หรือแม้กระทั่งวันนี้ก็ยังปรับเปลี่ยนเมนูอาหาร จากที่เคยขายเนื้อเสียบไม้ มาเป็นการขายโจ๊ก ที่ดูแล้วน่าจะเป็นอาหารเบาๆ เหมาะกับผู้ป่วยเช่นกลุ่มของพวกตนและนักผจญภัยคนอื่นๆ ที่ได้รับบาดเจ็บ



    ซึ่งหัวหน้าหน่วยและกลุ่มเจ้าหน้าที่ต่างก็เคยได้ลิ้มลอง เนื้อเสียบไม้ที่ว่านี้กันมาแล้ว โดยพวกเขาต่างก็ชอบในรสชาติของมัน จนแทบจะกลายเป็นเมนูโปรดครองใจของพวกเขาในทันทีที่ได้กินเลยทีเดียว

    และไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น กลุ่มนักผจญภัยคนอื่นอีกหลายร้อยชีวิตก็ชอบเนื้อเสียบไม้นี้ด้วยเช่นกัน

    สังเกตได้จากจำนวนคนที่ตื่นกันขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่แล้วมารอซื้อที่หน้าร้าน ในตอนนี้ดูก็รู้แล้ว



    อย่างไรก็ตามในวันนี้ ทางไลท์กลับเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงเมนูมาเป็นการขายโจ๊กที่มีรสชาติอ่อนๆ ทั้งหมดถ้าไม่ใช่กลุ่มของพวกเขาแล้วจะเป็นใครไปได้อีก?!



    “พ่อครัวหนุ่มคนนี้...เป็นคนที่ใส่ใจต่อผู้อื่นมากเหลือเกิน” หัวหน้าหน่วยรำพึงรำพันออกมา

    “นอกจากจะมีนิสัยที่ใส่ใจต่อผู้อื่นแล้ว พ่อครัวหนุ่มคนนี้ยังมีฝีมือการทำอาหารที่เก่งมากๆ อีกด้วยนะครับ” กลุ่มเจ้าหน้าที่ต่างก็พูดถึงไลท์ ในมุมของตัวเองบ้าง


    ก่อนจะปิดท้ายด้วย คาห์น ชายชราที่ถือว่าเป็นลูกค้าคนแรกๆ ที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับไลท์ก่อนหน้าคนอื่นๆ จะได้พูดถึงไลท์เอาไว้ดังนี้


    “ที่พวกเจ้าพูดมาล้วนไม่ผิด ท่านไลท์เป็นคนเช่นนั้นจริงๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ถึงท่านไลท์จะมีฝีมือการทำอาหารที่เป็นเลิศ แต่เชื่อไหม เขาไม่เคยที่จะเอาเปรียบใครเลยแม้แต่ครั้งเดียว”



    เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่คาห์นพูดออกมา พวกเขาทุกคนก็ฉุกคิดและพยักหน้าเห็นด้วยไปตามๆ กัน



    ในบรรดาอาหารที่พวกเขา ได้ลิ้มลอง ไม่มีอาหารเมนูไหนที่ไม่อร่อยเลย...อีกทั้งมันยังราคาถูกอย่างน่าเหลือเชื่อ



    กลุ่มเจ้าหน้าที่และหัวหน้าหน่วย ถ้าให้พูดกันตามตรง ถึงพวกเขาจะเป็นนักผจญภัย แต่หน้าที่ของพวกเขาที่ขึ้นตรงกับกิลด์สมาคม ทำให้ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะอยู่ทำงานกันในเมืองเสียมากกว่า

    ดังนั้นจึงค่อนข้างคุ้นชินกับอาหารที่มีรสชาติเลิศรส ตามร้านอาหารหรูในเมืองหลวงอยู่บ่อยครั้ง



    แต่ทว่า เชื่อไหม? ถ้าให้พวกเขานำอาหารที่เคยกินมาตามร้านอาหารแพงที่มีราคาสูงถึงจานละ 50เหรียญทองมณีจากร้านภายในเมืองหลวง ตลอดจนพ่อครัวของราชวงศ์


    อาหารเหล่านี้ ยังเทียบความอร่อยไม่ได้กับอาหารของไลท์เลยแม้แต่นิดเดียว


    และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันในด้านของราคาที่แพงจนหูตาแตก กับราคาถูกเหมือนแจกฟรีของร้านอาหารสามเวลา...ต่อให้พวกเขาจะไม่ฉลาด แต่พวกเขาก็ไม่ได้ถึงกับขลาดเขลาจนเลือกไม่ถูกว่า ‘ร้านอาหารสามเวลา’ นั้นดีกว่าเป็นไหนๆ



    ‘คอยก่อนเถอะ รอให้ฉันกลับไปเมืองหลวงเสียก่อน...ฉันจะขอทำเรื่องย้ายมาประจำการอยู่ที่หมู่บ้านดาราฉายแน่ๆ และจะขอนำครอบครัวย้ายตามกันมาด้วยเลย พวกเขาจะได้กินอาหารอร่อยๆ ในทุกวัน’


    หัวหน้าหน่วยและกลุ่มเจ้าหน้าที่เกือบทั้งหมด ต่างคิดเรื่องนี้เอาไว้อยู่ภายในใจ และก็ไม่ได้บอกให้คนในกลุ่มได้รู้ เพราะหากบอกออกไป การทำเรื่องขอย้ายมาประจำการที่นี่คงจะยุ่งยากมากกว่าเดิมแน่ๆ


    และแม้ว่าทุกคนจะไม่ได้บอกเล่าถึงแผนการในใจนี้ออกไป ทว่า...มันกลับตรงกันอย่างน่าเหลือเชื่อ



    พักเรื่องแผนการในอนาคตของทุกคนเอาไว้ก่อน...หลังจากกลุ่มลูกค้าได้รู้ว่าวันนี้ไลท์ไม่ได้ขายเนื้อเสียบไม้เหมือนกับวันก่อนๆ

    สีหน้าของพวกเขาก็ดูจะผิดหวังอยู่บ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงเมนูในเช้าวันนี้จะเป็นโจ๊ก พวกเขาก็ยังคงเลือกที่จะเดินเข้าไปในร้าน เพื่อรับประทานมันอยู่ดี

    คนเหล่านี้ล้วนเป็นลูกค้าของร้านอาหารสามเวลาด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นทุกคนไม่มีข้อกังขาหรือข้อกริ่งเกรงใดๆ กับอาหารที่ไลท์เป็นคนทำกันอยู่แล้ว



    ไม่ว่าไลท์จะทำอะไรออกมาให้เขากิน พวกเขาก็พร้อมที่จะกินอย่างเต็มที่



    “ท่านไลท์ อรุณสวัสดิ์ครับ” กลุ่มนักผจญภัยต่างพูดคุย ทักทายกับไลท์กันอย่างสนิทสนม บางคนส่งยิ้มให้ บางคนก้มศีรษะให้เล็กน้อยและบางคนก็พูดจาหยอกล้อไลท์ ถึงความผิดหวังที่อดกินเนื้อเสียบไม้


    ก่อนจะถึงคราวของ แมท คาห์นและกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ต่างเดินต่อแถวกันเข้ามา


    “ท่านคาห์น ทุกคนหายดีกันแล้วเหรอครับ ผมกะว่าจะให้โทมัสและจิม ช่วยกันยกไปส่งให้ที่เต็นท์เสียแล้ว?” ไลท์เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

    คาห์นได้ยินดังนั้น ก็ทำสีหน้าตกอกตกใจอยู่พอสมควร ‘ให้เจ้าชายและองครักษ์มาเสิร์ฟอาหารให้แก่ตน ถ้าทางราชวงศ์รู้เรื่องนี้เข้า’ หัวของคาห์นคงหยุดออกจากบ่าแน่ๆ

    “พวกเราดีขึ้นแล้วครับ อาจจะเพราะด้วยเมื่อคืนได้กินอาหารอร่อยๆ ของท่านไลท์ ตื่นมาเลยรู้สึกว่าร่างกายรู้สึกดีขึ้นมากทีเดียวครับ สงสัยว่าอาหารของท่านไลท์คงจะเป็นยาช่วยรักษาพวกเราละมั้งครับ ฮ่าฮ่า” คาห์นรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เลยตั้งใจตอบกลับไปแบบนั้น



    แต่ทว่า “ฮ่าฮ่า ท่านคาห์นก็พูดเกินไป อาหารของผมไม่ได้เป็นยาอะไรหรอกครับ มันก็แค่อาหารทั่วๆ ไปเท่านั้นเอง” ไลท์ หัวเราะออกมา ประหนึ่งคิดว่าอีกฝ่ายกำลังพูดล้อเล่นเหมือนกับลูกค้าคนอื่นๆ



    อย่างไรก็ตาม มีอยู่คนหนึ่งที่อยากจะร้องบอกถึงพลังที่แฝงลงไปในอาหารของไลท์ ให้กับเจ้าตัวได้รับรู้อยู่เช่นเดียวกัน นั่นก็คือ ‘ระบบร้านอาหาร’ ที่ดำรงอยู่ในตัวของพ่อครัวหนุ่มนั่นเอง


    เพียงแต่ตอนนี้ระบบมองว่า เจ้าของร่างยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรู้ถึงพลังดังกล่าวนี้ เพราะกลัวว่าหากรู้แล้ว ตัวของไลท์จะควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือหลงระเริงไปกับพลังที่ได้รับมา จนก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเอง รวมไปถึงเปลี่ยนนิสัยที่เคยใจดี จนกลายเป็นคนที่ร้ายกาจดั่งเช่น...ผู้ถูกอัญเชิญมาในโลกใบนี้ ก่อนหน้านี้นั่นเอง!!


    ฉะนั้นระบบจึงเลือกที่จะไม่บอกและปล่อยให้ไลท์ ได้ฝึกปรือไปกับพลังที่แผ่ลงไปในอาหารนี้ไปเรื่อยๆ รอจนถึงเวลาที่เหมาะสม

    เชื่อว่าวันนั้น ตัวของระบบ จะยอมบอกเล่าเรื่องราวให้กับชายหนุ่มได้รับฟังทั้งหมดอย่างแน่นอน



    “ท่านไลท์ครับ พวกเรามีเรื่องสำคัญจะพูดคุยกับท่านอยู่เรื่องหนึ่ง...เอาไว้เสร็จจากการขายอาหารในช่วงเช้า พอจะมีเวลาให้พวกเราสักประเดี๋ยวไหมครับ?” คาห์นและหัวหน้าหน่วยได้ถามคำถาม ที่ค่อนข้างเป็นเรื่องสำคัญนี้กับไลท์ โดยพวกเขาได้ใช้คำพูดและน้ำเสียงที่ค่อนข้างจริงจังและเป็นความลับ แสดงออกผ่านทางสีหน้า


    “เรื่องสำคัญ? ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ” ไลท์ตกปากรับคำ แต่ในใจรู้สึกเป็นกังวลกลัวว่าเรื่องสำคัญที่ คาห์นและหัวหน้าหน่วย นั้นจะหมายถึงเรื่องที่เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง สัตว์อสูรหมาป่าสีชาดที่เกิดขึ้นเมื่อวานหรือเปล่า?



    ซึ่งหลังจากไลท์ ตกปากรับคำเสร็จสิ้น ทางด้านคาห์นและหัวหน้าหน่วยก็ทำตัวเหมือนเช่นปกติ พวกเขาเดินกลับไปยังโต๊ะภายในร้านที่มีกลุ่มของตัวเองและแมท นั่งจ้องให้อยู่อย่างเงียบเชียบ


    ก่อนที่ไม่นานนัก ภายในร้านที่มีลูกค้าเกือบจะเต็มร้าน จะมีสองตายายเดินเข้ามาสอบถามลูกค้าตามโต๊ะต่างๆ ว่าจะกินโจ๊กใส่กับอะไรบ้าง



    “เนื้อสัตว์ก็มี หมูเด้ง เนื้อเด้ง ไก่สับ แล้วก็เครื่องใน...แต่จากที่ฉันได้ลองชิมมา ขอบอกว่า ‘หมูเด้ง’ ของไลท์นี้เด็ดดวงมากจริงๆ” คุณตาเกล ยกนิ้วการันตีถึงความอร่อยให้กับกลุ่มของคาห์นที่เป็นเพื่อนเก่าแก่


    ทุกคนในโต๊ะที่ได้ยินก็พากันสั่ง โจ๊กหมูเด้งใส่ไข่ลวกกันถ้วนหน้าและอาจจะมีบ้างบางคนที่อยากจะทดลองกินเนื้อเด้งและไก่สับ อยู่ประปราย จะได้ชิมกันอย่างครบทุกรสนั่นเอง



    ในระหว่างที่คุณตาและคุณยายกำลังเมนูอาหารจากลูกค้าภายในร้านอยู่นั่นเอง ไลท์ก็ได้สอนการซอยต้นหอมให้กับโทมัสและจิมได้ดูเป็นตัวอย่าง


    ส่วนเอลล่าและแอล นั้นเคยเรียนเรื่องการใช้มีดจากไลท์มาบ้างแล้ว แม้จะยังไม่ลื่นไหลและชำนิชำนาญ


    แต่เด็กทั้งสองคนก็ใช้มีดหั่นต้นหอมและผักอื่นๆ ให้มีขนาดเท่ากันได้ โดยไม่มีไลท์ต้องคอยมาดูอีกแล้ว



    “การใช้มีดต้องระวังมือให้ดี ใช้เล็บคอยจิกลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผักพวกนี้ลื่นหลุดออกจากมือ งอปลายนิ้วโก่งขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ตอนที่หั่นลงไป สันมีดจะมีข้อนิ้วคอยช่วยเป็นตัววัดระยะและป้องกันไม่ให้หั่นถูกนิ้วมือ” ไลท์จับมือของโทมัสและจิมให้อยู่ในท่าทางที่ถูกต้อง พร้อมๆ กับแสดงตัวอย่างตามไปด้วย



    ซึบ ซึบ ซึบ~ ต้นหอมที่ไลท์ได้หั่น ซอยลงไปตามจังหวะของมีด ล้วนมีจังหวะที่ไล่ตั้งแต่ช้าไปจนถึงเร็ว


    ส่วนทางด้านของโทมัส ที่ได้มีไลท์คอยสั่งสอน ไม่นานก็ดังประมาณนี้ ซึบ...ซึบ~ จังหวะการหั่นของโทมัส มีส่วนคล้ายกับเอลล่าและแอล ที่แม้จะช้าไปบ้างแต่ก็มีความแม่นยำ จนต้นหอมที่ออกมา มีขนาดที่สวยงาม



    แต่ทว่า ซึบ.ซึบ ซึบ .ในส่วนการหั่นของจิม เพียงแค่ไลท์ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแค่ไม่กี่ครั้ง



    ไม่นานองครักษ์หนุ่มผู้นี้ ก็ทำมันได้อย่างคล่องแคล่ว “โอ้ ใช้มีดเก่งเหมือนกันนะเรา” ไลท์เอ่ยปากชม เมื่อเห็นว่าจิมมีความก้าวหน้ามากกว่าคนอื่นในเรื่องของการใช้มีด



    “นิดหน่อยครับ ตอนออกผจญภัยกับท่านโทมัส ผมมักจะใช้มีดเป็นอาวุธป้องกันตัวครับ”

    “ถ้ารู้แบบนี้ ฉันฝึกใช้มีดมาตั้งแต่แรกก็ดี...ไม่น่าไปเสียเวลาฝึกดาบให้เสียเวลาเลย” โทมัสเมื่อได้ยินถึงคำชมของไลท์ ก็แอบเสียดายที่ตัวเองไม่ยอมฝึกการใช้มีดในการสังหารเหยื่อให้มากกว่า


    แต่ถึงกระนั้นทางด้านไลท์ที่อยู่ข้างๆ ก็พลันส่ายหน้า พร้อมกับบอกเล่าถึงข้อดีของการฝึกดาบที่โทมัสเล่าเรียนมาให้กับเจ้าชายหนุ่มได้รับฟัง “จิมอาจจะใช้มีดได้ดีกว่าพวกเธอก็จริง แต่คนเล่าย่อมเรียนรู้และฝึกฝนกันได้” ไลท์เว้นคำพูดลงเล็กน้อย เพื่อให้ทุกคนไตร่ตรองในคำพูดของเขา


    “เชื่อเถอะว่า การฝึกดาบหรือฝึกการต่อสู้ของโทมัส ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทั้งหมด เอาไว้ตอนทำอาหารกลางวัน พวกเธอทุกคนก็จะเข้าใจเองว่าฉันหมายถึงอะไร”



    ไลท์พูดจบ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่คุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์ที่ออกไปรับเมนูจากกลุ่มลูกค้า ก็พลันโผล่หน้าเข้ามาในห้องครัว

    ก่อนจะเริ่มบอกถึงจำนวน โจ๊กตามโต๊ะต่างๆ ให้กับไลท์ได้จัดเตรียมอาหาร



    “ไลท์โต๊ะ แถว A ตัวที่ 1 เอาเป็น โจ๊กหมูใส่ทุกอย่าง 7 ชามและใส่แต่ไข่ไม่เอาเครื่องในอีก 2 ชาม” คุณยายเฮลีย์ ทวนเมนู ออกมาด้วยความลังเล ประหนึ่งว่ากำลังไม่คุ้นชินกับการจัดเรียงโต๊ะที่ถูกเรียกและกำหนดขึ้นใหม่โดยไลท์


    ใช่แล้ว นอกจากไลท์จะเข้ามาทำอาหารให้กับร้านอาหารสามเวลา...เขายังได้เข้ามาจัดโต๊ะใหม่ให้กับทางร้านให้เป็นระบบระเบียบ อยู่ในกรอบมาตรฐานเดียวกันอีกด้วย



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ถ้าใช่ถ้าชอบ...ฝากกดหัวใจหรือกดติดตามนิยาย

    หัวใจและการติดตามของนักอ่าน ช่วยให้นักอ่านคนอื่นๆ ผ่านเข้ามาเห็นนิยายเรื่องนี้ได้มากขึ้น...ขอบคุณครับ


    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ




    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน