(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 99 มัดใจไวทเคานต์

    ตอนที่ 99 มัดใจไวทเคานต์



    ทางด้านไลท์ที่นำอาหารออกมาเสิร์ฟ เมื่อเขาได้วางถาดอาหารลงบนโต๊ะของไวทเคานต์นิค ยังไม่ทันได้จะวางแนบสนิทดี ทันใดนั้นเอง ระบบก็พลันส่งข้อความ มอบหมายภารกิจให้แก่เขาอีกครั้ง



    ‘ติ้ง!’


    [ภารกิจรอง: ครองใจท่านไวทเคานต์และครอบครัว]

    [รายละเอียด: แม้ตัวของเจ้าของร่างอาจจะไม่ชอบการเอาใจใครเป็นกรณีพิเศษ แต่ในโลก The Gloria การมีสัมพันธ์กับเหล่าขุนนาง บางครั้งก็อาจจะช่วยนำพาให้เจ้าของร่าง ประสบความสำเร็จในวันข้างหน้า อย่างน้อยๆ ก็ช่วยให้ผู้คนในโลกใบนี้เข้าถึงอาหารของเจ้าของร่างได้มากยิ่งขึ้น]


    [รางวัล: สิทธิ์หมุนวงล้อนำโชคตามจำนวนคนในครอบครัวของท่านไวทเคานต์นิค 0/4]



    ไลท์ชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นภารกิจจากระบบที่ได้ส่งเข้ามา ซึ่งภารกิจที่ว่านี้ มันเกี่ยวเนื่องกับ ไวทเคานต์นิค ผู้เป็นขุนนางนี้โดยตรง


    ‘ภารกิจที่ได้รับมอบในครั้งนี้ นั้นไม่ยากและไม่ง่าย’


    มันเหมือนเป็นภารกิจที่ จงใจให้ไลท์นั้น ต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จก็ว่าได้...ซึ่งในที่นี้ไลท์ก็ได้ตอบรับและยอมรับภารกิจด้วยความเต็มใจ

    อาจจะจริงที่ว่า เขาไม่ชอบดูแลลูกค้าคนใดเป็นกรณีพิเศษ แม้จะมีบางครั้งที่เขาแอบหยอกล้อกับท่านคาห์นและแมทอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคย ตักข้าวหรือเพิ่มกับข้าวให้กับอีกฝ่ายมากกว่าลูกค้าคนอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย



    ส่วนภารกิจในครั้งนี้ ที่ถึงแม้จะบอกให้ตัวเขาครองใจ ไวทเคานต์นิคและครอบครัว ให้ได้

    แต่ระบบก็ไม่ได้ระบุว่าเขาต้องพะเน้าพะนอ เอาใจไวทเคานต์นิคและครอบครัวให้เป็นพิเศษเสียหน่อย

    ดังนั้นแค่ใช้รสชาติของอาหาร มัดใจอีกฝ่ายได้ ภารกิจรองนี้ก็ถือว่าเป็นอันสำเร็จและเหนือสิ่งอื่นใดนอกจากภารกิจรองที่พึ่งจะเพิ่มเข้ามา



    ตัวของไลท์ยังมีอีกหนึ่งภารกิจ ที่ทำคงค้างเอาไว้อยู่อีกหนึ่งเรื่อง



    [ภารกิจหลัก: ร้านอาหารสามเวลากำลังเติบโต]

    [รายละเอียด: ยกระดับค่าชื่อเสียงให้กับร้านอาหารสามเวลาให้เป็นที่รู้จักในขอบเขตของหมู่บ้าน

    รางวัล: สิทธิ์หมุนวงล้อนำโชคจำนวน 5 ครั้ง , ระบบร้านอาหารยกระดับขึ้น 1 เลเวล , แต้มใช้จ่ายในระบบ 2000 แต้ม (ไม่นับรวมกับค่าชื่อเสียง) ]

    ระดับความยาก: ปานกลาง

    ค่าชื่อเสียง: 1996/2000



    นั้นก็คือภารกิจ การเติบโตของร้านอาหารสามเวลา ที่ในปัจจุบันค่าชื่อเสียงของร้านอาหารสามเวลาก็ใกล้จะครบจำนวนที่ตั้งไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขาดอีกเพียง 4 หน่วย โดยถ้านับไวทเคานต์นิค คุณผู้หญิงและตัวลูกๆ ทั้ง 2 คน

    เผลอๆ หากอาหารของไลท์ สามารถทำให้ครอบครัวของไวทเคานต์นิค ชื่นชอบได้จริงๆ ค่าชื่อเสียงก็จะครบถ้วนสมบูรณ์และภารกิจหลักก็จะเสร็จสมบูรณ์ไปพร้อมกันได้เลย



    ส่วนรางวัลที่เขาจะได้รับคงไม่มีอะไรสำคัญกว่าการที่ระบบจะเลื่อนขั้นเป็นระดับ 2 และสิทธิ์หมุนวงล้อนำโชค ที่รวมๆ แล้ว ไลท์สามารถสุ่มกาชาได้เกือบ 10 ครั้งเลยทีเดียว



    เพียงแค่คิดถึงผลรางวัลที่จะได้รับ ใบหน้าของไลท์ที่ดูใจดี ก็ได้แย้มยิ้มออกมา ก่อนจะนำอาหารที่พึ่งทำเสร็จใหม่ๆ มาวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ รอให้ไวทเคานต์และครอบครัวได้รับประทาน



    “อาหารจานนี้คือหมูทอดกระเทียมใช่หรือไม่?” ไวทเคานต์นิคพอจะจดจำ หมูทอดกระเทียมที่พึ่งจะกินไปเมื่อก่อนหน้านี้ได้อยู่บ้าง จึงเอ่ยถามกับไลท์...โดยที่พ่อครัวหนุ่มได้พยักหน้าเล็กน้อย เพื่อบ่งบอกว่า ถูกต้องแล้ว

    “ที่รัก ลูกรัก…ลองกินหมูทอดนี้ดูสิ พวกเธอต้องชอบอย่างแน่นอน” ไวทเคานต์นิค แม้จะโหยหาและอยากกินหมูทอดกระเทียมมากแค่ไหน แต่ด้วยความที่เป็นถึงผู้นำของครอบครัว


    ตัวขุนนางวัยกลางคน ก็ยังคงคิดถึงครอบครัวก่อนเสมอ ด้วยการตักหมูทอดกระเทียมให้กับภรรยา ลูกๆ และจบด้วยจานของตัวเองเป็นลำดับสุดท้าย



    หมูทอดกระเทียมแม้จะดูแปลกตาทุกคนไปอยู่บ้าง เพราะทุกคนในโลกนี้นั้นยังไม่คุ้นชินการทอดเสียเท่าไหร่ แต่เมื่อรู้ว่ามันเป็นเมนูที่พัฒนามาจาก หมูกระเทียมที่พวกเขาต่างก็เคยกินกันมาแล้ว


    ครอบครัวของไวทเคานต์นิค จึงตักมันเข้าปากไปอย่างสบายๆ ก่อนจะ...อ่าห์~!


    หมูทอดนี้ไม่เหนียวและไม่แห้งจนเกินไป ไลท์ที่ทอดจนหมูกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม นอกจากจะยังคงชุ่มฉ่ำแล้ว มันยังแฝงไปด้วยกลิ่นของเครื่องเทศ ทั้งพริกไทยและซอสปรุงรส ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี พลางตัดด้วยกระเทียมที่ไลท์ได้หั่นซอยจนละเอียด ก่อนจะนำไปทอดจนกรอบ ให้สัมผัสเคี๊ยวกรุบกรับ



    อืม~! ไวทเคานต์นิคหลับตาพริ้ม ปากเคี้ยวเอืองช้าๆ เพื่อรับรสนัวที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วทั้งปาก มันช่างเป็นรสชาติและสัมผัสที่ตนเองนั้นชื่นชอบยิ่งนัก



    [ติ้ง! ไวทเคานต์นิค ชื่นชอบอาหารของเจ้าของร่าง 1/4]



    “เป็นอาหารที่อร่อยมากจริงๆ ไม่คิดเลยว่าเมนูนี้จะเป็นเมนูที่พัฒนามาจากหมูกระเทียม ไม่สิ ถึงจะชื่อเหมือนกันแต่รสชาติของมันกลับแตกต่างกัน...จนฉันรู้สึกไม่คุ้นกับหมูกระเทียมที่เคยกินมาก่อนเลยสักนิด” ตัวของภรรยาท่านไวทเคานต์นั้น พยายามวิเคราะห์รสชาติของหมูทอดกระเทียมที่ได้กินไปออกมา


    แต่เธอก็รู้สึกว่า การบรรยายในรสชาติของเธอ กลับดูเหมือนไม่สามารถที่จะวิเคราห์อาหารเมนูนี้ได้เลย ทั้งๆ ที่หมูกระเทียมทั่วๆ ไป เธอก็เคยกินและรู้จักมันมาก่อน



    “หมูกระเทียมของท่านไลท์ แตกต่างจากหมูกระเทียมที่พวกเราเคยทานอยู่มากพอสมควรขอรับ อาจจะเป็นสูตรเฉพาะของท่านไลท์ ที่พวกเราไม่อาจรู้ได้” คาห์นนั้นพยายามช่วยตัวของคุณผู้หญิง แกะสูตรความลับของอาหารจานนี้ แต่ก็ต้องมืดแปดด้าน เพราะรสชาติของมันนั้นกลมกล่อมลงตัว จนแทบจะแยกรสชาติไม่ออกเลย

    คนที่ได้กินรู้เพียงแต่ว่า นี้แหละคือรสชาติที่อร่อยลงตัว จนไม่ต้องคิดอะไรอื่นนอกจากมีหน้าที่แค่ กิน เพียงอย่างเดียว

    ที่เหลือก็ให้เป็นหน้าที่ของไลท์ ผู้เป็นพ่อครัวก็พอแล้ว!



    ทางด้านตัวของลูกชายและลูกสาวของไวทเคานต์นิคก็เช่นเดียวกัน ด้วยนิสัยของเด็กส่วนใหญ่นั้นไม่ชอบกินผักกันอยู่แล้ว พอได้กินหมูทอดกระเทียมของไลท์ ที่ปราศจากใบเขียว พวกเขาก็ต่างชื่นชอบกันเสียยกใหญ่ ตักเอาหมูทอดกระเทียมที่ไวทเคานต์นิคกำลังดื่มด่ำในรสชาติ หมดไปเสียเกือบครึ่ง



    อย่างไรก็ตามเมนูอาหารที่ไลท์ได้ยกมา นั้นยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เขายังได้ทำผัดกะเพราที่ปรับรสชาติให้อ่อนลง ตามที่อีกฝ่ายร้องขอมาด้วยเช่นกัน ส่วนอีกเมนูก็เป็นแกงจืดเต้าหู้ที่เอาไว้ซดให้ลื่นคอ คอยกลบความเผ็ดจากกะเพรา ที่ตัวของไวทเคานต์นิคและครอบครัวยังไม่เคยทานมาก่อนนั่นเอง



    “หากรู้สึกระคายเคือง หรือรู้สึกว่าแสบร้อนที่ปาก ให้พวกท่านซดน้ำแกงจานนี้ มันจะช่วยลดอาการแสบร้อนลงไปได้บ้าง แต่กระนั้นอย่าลืมเป่าก่อนจะซดดื่มด้วยนะครับ เพราะมันค่อนข้างร้อน”

    เมื่อเห็นว่าสายตาของทุกคน เลื่อนมาหยุดอยู่ที่ ผัดกะเพรา ไลท์ที่เฝ้าดูอยู่ข้างๆ ก็ออกโรงเตือนพวกเขาเอาไว้ก่อน

    แม้เขาจะปรับรสชาติให้ความเผ็ดนั้นอ่อนลงมามากแล้ว หากเทียบกับระดับความเผ็ดที่นักผจญภัยในโลกนี้พอจะทานได้ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็กลัวว่าจะเผ็ดเกินไปสำหรับเด็กๆ และตัวคุณผู้หญิงอยู่ดี



    ทางด้านของคุณผู้หญิงเอง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็ได้ดื่มน้ำเพื่อกลัวคอล้างปาก ที่ตอนนี้ภายในปากของเธอนั้นมีกลิ่นของกระเทียม อบอวลอยู่ทั่วทั้งปาก ใช้น้ำดื่มชำระล้างเสร็จสรรพ ก็ถึงคราวลองชิมกะเพรา เมนูอาหารที่ว่ากันว่า เป็นอาหารที่ทรมานที่แสนมีความสุขกันเสียที



    ครอบครัวของไวทเคานต์นิคต่างมองหน้ากันไปมา ด้วยความตื่นเต้น ส่วนทางด้านคาห์น หัวหน้าหน่วยและองครักษ์ต่างก็ตื่นเต้นไปด้วยเช่นเดียวกัน


    เพราะพวกเขารับรู้ถึงความทรงพลังของกะเพรากันมาหมดแล้ว รวมถึงรู้จักความเผ็ดจากพริกกันเป็นอย่างดี



    อึก~! เพียงแค่คำแรก คำเดียว ก็ทำเอาดวงตาของครอบครัวท่านไวทเคานต์นิค สะดุดกึก แข็งค้างในทันที



    รสชาติเผ็ดมันเริ่มโจมตีพวกเขาในทันทีที่กัดกินผัดกะเพรา แม้ความกลมกล่อมและความอร่อยจะโดดเด่นขึ้นมา แต่ด้วยสัมผัสของคนที่ไม่เคยกินเผ็ดมาก่อน มันย่อมแจ่มชัดมากกว่าเป็นไหนๆ ทำให้ครอบครัวของท่านไวทเคานต์ดูจะรับรสอื่นไม่ได้เลย นอกเสียจากความเผ็ด

    ดวงตาของคนในครอบครัวเริ่มคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่เกิดจากความเผ็ด น้ำมูกของชายคนโตเริ่มซูดเข้าออก

    ปากอันแดงระเรื่อของลูกสาวคนเล็ก แดงป่านลูกมะเขือ ก่อนจะมาถึงไวทเคานต์นิคที่ได้หลอมรวมอาการของทุกคนเอาไว้ในคนเดียว เนื่องด้วยไวทเคานต์นิคนั้นได้เผลอไปตักเอาพริกเข้าไปเต็มปากเต็มคำนั่นเอง



    “ท่านไวทเคานต์รีบซดน้ำเร็วเข้าครับ!” คาห์นเลิ่กลั่กด้วยความกังวล ก่อนจะส่งน้ำไปให้กับท่านไวทเคานต์



    แต่ทว่า “ไม่จำเป็น...ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่า ความทรมานที่แสนมีความสุขที่พวกเจ้านั้นพูดถึงนั้นเป็นเช่นไร…ซูด!” ในระหว่างที่ไวทเคานต์นิคกำลังพูด ตัวของขุนนางวัยกลางคนก็พยายามซูดน้ำมูกที่เหมือนเขื่อนแตกอยู่ตลอดเวลา

    เพียงแต่ถึงแม้จะมีอาการเผ็ดถาโถมโจมตีสักแค่ไหน แต่โชคดีที่ไลท์นั้นเบามือ ปรับความเผ็ดลงมาบ้างแล้ว ทำให้ความเผ็ดที่เกิดขึ้น ยังพอที่จะสู้ไหว ไม่ต้องถึงขั้นต้องกินน้ำตามเพื่อดับความเผ็ดร้อน



    คุณผู้หญิงและไวทเคานต์เลือกที่จะกินกะเพราต่อไปด้วยความเอร็ดอร่อย และนี้เองทำให้ ภารกิจพิชิตใจครอบครัวไวทเคานต์นิค ก็สำเร็จไปอีกหนึ่งขั้น



    [ติ้ง! ภรรยาของไวทเคานต์นิค ชื่นชอบอาหารของเจ้าของร่าง 2/4]

    กระนั้นความสำเร็จของไลท์ก็ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น หลังจากตัวลูกชายและลูกสาวของไวทเคานต์ที่ดูจะสู้ความเผ็ดได้ไม่เท่ากับผู้หลักผู้ใหญ่ ทั้งสองคนจึงเลือกที่จะซดแกงจืดตามที่ไลท์ได้แนะนำเอาไว้ในตอนต้น


    เพื่อดับความเผ็ดลง ก่อนจะชักพาให้พวกเขา ดูจะหลงใหลกับแกงจืดเต้าหู้นี้ขึ้นมาในทันใด



    เด็กๆ ที่ไม่ชอบผัก กลับซดแกงจืดเต้าหู้ที่ไลท์ได้ใส่ผักกาดขาวและหมูสับ เป็นวัตถุดิบหลัก จนหมดถ้วย แม้ปฏิเสธไม่ได้ว่า กะเพรานั้นให้ความอร่อยที่ครบเครื่องมากกว่า แต่แกงจืดเต้าหู้ก็ไม่เป็นสองรองจากกะเพราเลยแม้แต่น้อย


    ทั้งนี้ ตัวของผักที่ทั้งสองนั้นไม่ชอบ เพราะความข่มและเหม็นเขียวของพวกมัน...กลับกลายเป็นว่าเด็กทั้งสองคน นั้นสามารถกินผักกาดขาวนี้ได้โดยไม่มีอาการข่มหรือเหม็นเขียวเลยสักนิด



    [ภารกิจรอง สำเร็จ!!]



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ถ้าใช่ถ้าชอบ...ฝากกดหัวใจหรือกดติดตามนิยาย

    หัวใจและการติดตามของนักอ่าน ช่วยให้นักอ่านคนอื่นๆ ผ่านเข้ามาเห็นนิยายเรื่องนี้ได้มากขึ้น...ขอบคุณครับ


    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy




    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน