ไป๋ลู่ จอมยุทธข้ามแดนสีชาด

    ตอนที่ 36 จนตรอก (2)

            "กรี๊ดใบหน้าของข้า!  แกกล้าดียังไง" เสียงก่นด่าสาปแช่งของนาง ส่งไปยังอาวุโสหัวอู่เหรินที่นอนเหยียดกายแผ่ มองไปที่นางอสูรจิ้งจอกจองหองตัวนี้อย่างสะใจ ซึ่งตัวนางเองในตอนนี้ไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป มือขาวผ่องที่ค่อยๆ โอบลูบไล้ใบหน้านาง อย่างแผ่วเบา หยาดโลหิตที่ไหลอาบมือของนาง เสริมความโกรธเกรี้ยวที่ไม่สามารถูกฉุกรั้งได้อีกต่อไป  นางหยุดอยู่กับที่ไม่กี่อึดใจเท่านั้นก่อนร่างของนาง จะหายไปพร้อมกายที่ปรากฏต่อหน้า อาวุโสหัวอู่เหรินอย่างรวดเร็ว


     

            "แก อย่าอยู่เลย เล็บมือที่ยาวขึ้นกระทันหันพร้อมท่วงท่าตวัดเกิดแรงตัดปรานเข้าใส่อาวุโส หัวอู่เหรินที่ไม่อาจปัดป้องพลังนี้ได้อีกต่อไป นางนั่งรับโชคชะตาของนาง มองพลังตัดเฉือนเข้าหากายก่อนจะถูกพลังนั้นตัดร่างนางออกเป็นส่วนๆ แต่ก็ทิ้งไว้ด้วยใบหน้านางที่ยังฝืนยิ้มได้ใจ จากการทำให้อสูรจิ้งจอกอยู่ในสถานะนี้ได้สำเร็จ แรงตัดที่ส่งออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่หยุดไม่ยั้ง โดมคริสตันที่กักขังแทบจะพังทลายอย่างรวดเร็ว



             ก่อนเสียงกรี๊ดร้องภายในจะปรากฏ สู่ภายนอกด้วยความโกรธของอสูรจิ้งจอก กระหน่ำตวัดคมเคี้ยวปรานตัดเฉือนนี้ไม่ยั้ง แทบไม่เห็นร่างกายที่ตัดละเอียดไปก่อนหน้า ว่าอยู่ในสภาพไหนอีกเลย อีกทั้งโดมคริสตันที่ทับถมไปแล้ว นางอสูรจิ้งจอกที่ตอนนี้ร่างจำแลงมนุษย์เริ่มไม่เสถียร แขนเรียวยาวมนุษย์เริ่มเกิดแพรขนสีขาวพ่อง อย่างรวดเร็ว


            

            ทว่านางกลับเริ่มหยุดสภาพกลายร่างนี้ทันทีก่อนจะพยายามสงบสติตัวเอง อย่างช้าๆ จ้องมองซากปรักหักพังเบื้องหน้า อย่างใจจดใจจ่อ อยากจะเห็นผลงานของตัวเองที่สร้างขึ้นเมื่อครู่ ในหัวของนางสรรหาคำพูดดูถูกเหยียดหยาม อาวุโส หัวอู่เหรินมากมาย เท่าที่นางสามารถจะต่อว่าสตรีนางหนึ่งที่แม้ไม่สามารถทำอะไรนางได้โดยตรง แต่กลับทำสิ่งที่ตนนั้นไม่คาดคิดและผลกระทบนั้นกลับย้อนเข้าหาตัวนางเอง ชิ้นส่วนคริสตันที่บดทับพื้น มากมายถูกหางของนาง ตวัดฟาดแหลกละเอียด เพื่อหาซากร่างของอาวุโสที่จากไป



            จนในที่สุดนางก็เห็น มือขาวที่แผ่นิ่งกับพื้นที่หงายอยู่ นางไม่รอช้า ตวัดคริสตันที่ทับถมอยู่ทั้งหมดออก ก่อนจะเห็นร่างมนุษย์ที่ถูกตัดขาดมากมายเป็นชิ้นๆ ไม่อาจเทียบประกอบรูปลักษณ์เดิมได้ บางส่วนก็ขาดหายไม่สามารถสรรหากลับมาต่อเติมเหมือน จิ๊กซอได้อีก ทว่าสิ่งที่นางเห็นกลับเป็นเหมือนควันจางๆ ก่อนจะพัดร่างของอาวุโสหัวอู่เหรินหายไปอย่างช้าๆ



            ตัวนางเองก็ เข้าใจว่าตนนั้นลงมือหนักไปหน่อย จนเศษชิ้นเนื้อของนางนั้นเบาหวิวถึงขั้นลมอากาศแผ่วเบานี้สามารถโอบอุ้มชิ้นส่วนนี้อันตทารหายไป ต่อหน้าของนาง อสูรจิ้งจอกที่หันหลังลูบไล้ใบหน้าตนอย่างทนุถนอมไม่กี่อึดใจก็ขมวดคิ้ว นางรู้สึกแปลกๆ บางอย่างช่วงที่นางมองเห็นร่างหัวอู่เหรินที่สลายไป ทัศนียภาพนางเหมือนเห็นบางอย่างเคลื่อนๆ หมุนวนชั่วครู่แต่ไร้ซึ้งเสียงตอบรับ ทว่าหูจิ้งจอกที่กระดิกไปมา กลับทำให้นางได้รับเสียงหวีดหวิวของสายลมภายนอกที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นางเหงยหน้าขึ้นมามอง รอบด้านอย่างชัดเจนอีกครั้งแต่เสียงควรได้รับกลับไม่ใช่แรงลมอากาศที่โถมเข้าหา



            กลับเป็นวายุที่หมุนตัวไร้เสียง หวีดหวิวก่อนหน้าอยู่ก่อนแล้วได้เปิด แรงหมุนที่รุนแรงโคจรในระดับเดียวกันปรากฏเป็นชั้นๆ  หนาสูงใหญ่ พร้อมกายมนุษย์ที่นางบรรจง ตัดละเอียดเฉือดเฉือนไปเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยมากมายก่อนหน้าที่นางมั่นใจว่าสังหารไปแล้วปรากฏขึ้นในสภาพที่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลยแม้แต่น้อย นางยังคงนั่งนอนเอนกายบนอากาศเหนือร่างของนาง ศอกที่ชันอากาศพร้อมมือที่ยกขึ้นชันคางมองไปกลับมายังดวงตาที่จดจ้องตัวตนที่คิดว่าตายไปแล้วเบื้องบน



            พร้อมสังเกตเห็นกายอสูรเสือดำหน้าบาก และอสูรทากที่อยู่ในอาการปางตาย นอนหอบพร้อมสิ้นชีพได้ทุกเมื่อ พลังพวกมันล้วนเฮือดแห้ง ปากเหมือนพงาบๆ ข้างๆ นาง เสียงพวกมันที่พยายามเปร่งออกมาบางเบา แม้พยายามอ่านคลื่นเสียงแต่ไม่มีเสียงใดประชันกับวายุหมุนมากมายที่หมุนโคจรเกิดเสียงวูมว้าม ดังสนั่นดั่งอัสนีกัมปนาท ตลอดเวลา



            อสูรจิ้งจอกที่ตื่นตลึงกับภาพเบื้องหน้าก้าวถอยหลังเล็กน้อยปราน เส้นขนมากมายเริ่มปะทุอีกครั้งตามสัญชาตญาณ ทะว่าเมื่อเส้นที่หลุดลุ้ยออกก็โดนสายลมบีบอัดกระชากทำลายทั้งสายปราณที่กำกับทิ้งอย่างไม่ใยดีในพริบตา ก่อนร่างเบื้องบนจะยิ้มเล็กน้อย "มาได้เท่านี้สินะ" ก่อนโดมวายุหมุนมากมายจะเข้ารุมเป็นจุดเดียวพร้อมเสียงกรี๊ดร้องของนางที่ไม่อาจเปร่งเหนือเสียงหมุนบ้าคลั่งนี้บดขยี้ร่างนางไม่เห็นแม้แต่ภรณ์เส้นผม หรือปราณชีวิตให้สัมผัสถึงการดำรงอยู่ก่อนหน้าอีกต่อไป



            พร้อมปรากฏลูกแก้วอสูรที่ผุดขึ้นมากลางอากาศล่องลอยเข้าหา หัวอู่เหรินที่นอนรับด้วยท่าทีที่สบาย ก่อนรอบกายนางจะปรากฏ ร่างชาวยุทธสอดแนม ที่ปฏิบัติภารกิจเข้าช่วยเหลือเหล่าเด็กๆ สำเร็จลุล่วงสมบูรณ์แบบ รายงานก็เริ่มมีการเรียบเรียงและส่งไปที่กลุ่มชาวยุทธ์ที่กำลังอยู่ในระหว่างเก็บเกี่ยวผลงาน และประกอบพิธีศพให้เหล่าญาติ มิตรสหายของตนในบริเวณนั้นอยู่



            "คารวะ อาวุโสหัวอู่เหริน แล้วก็ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยขอรับ" ร่างเงามากมาย ที่อยู่ห่างๆมองการต่อสู้ที่จบลงไม่ช้า อย่างสั่นกลัวเมื่อไม่เห็นสิ่งใดที่เป็นภัยแล้วก็แสดงตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ร่างแล้วร่างเล่า เริ่มทยอยเข้ามารวมจุดๆเดียว พื้นผิวดินภายในรังนี้ แทบไม่มีพื้นจุดใดเลยที่ราบเรียบ ให้ยืนได้อย่างถัดเป็นพื้นผิวขรุขระ ทั่วบริเวณทั้งสิ้น ภายใต้การมาถึงของแต่และคนที่เข้ารายงานตัว ก่อนภายใตเสียงใสเสียงเดียว ที่หลังวายุหมุนมากมายหายไป  "กลับบ้านกัน" 



            "รับบัญชา!

    คล้ายกับเรื่องไป๋ลู่ จอมยุทธข้ามแดนสีชาด ที่คุณอ่าน