“อึก..เจ็บ…”
“นี่ดีนะ ที่รีบมาทำแผลก่อน ถ้าขืนเธอฝึกต่อไปสักสิบนาที แผลนี่อาจจะย่ำแย่เกินเยียวยาก็ได้” คุณหมอประจำห้องพยาบาลบ่นหลังจากฆ่าเชื้อและทำแผลที่มือของเลเวียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว “จากนี้ไปก็อย่าทำอะไรเกินตัวอย่างนี้อีก เข้าใจไหม?”
“ข…ขอโทษด้วยครับ” เลเวียร์นั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้คนไข้ แขนของเขาถูกผ้าก๊อดขาวพันไปมาราวกับแขนมัมมี่
“ฉันจะไปเช็คเครื่องสมานแผลก่อน พวกเธอคอยดูเขาอย่าให้คลาดสายตาเชียวล่ะ” เขาสั่งวีโอเลตและโรม ที่นั่งรออยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เลเวียร์ลองขยับมือไปมา ถึงจะได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีจากริงก้อนที่ช่วยเร่งการสมานแผล แต่ความเจ็บแสบก็ยังไม่จากไปไหน เขามองไปที่วีโอเลตที่ยังมีร่องรอยของน้ำตาเปื้อนแก้มอยู่ ที่นั่งข้าง ๆ เธอคือโรม เพื่อนที่เข้ามาถามอาการเขาเป็คนแรก และตอนนี้ก็ยังคงเฝ้าดูอาการเขาไปพร้อม ๆ กับวีโอเลต
“ไม่ต้องเศร้าขนาดนั้นหรอกนะ วี” เลเวียร์ยิ้ม “อีกครึ่งชั่วโมงก็ถอดผ้าพันแผลได้แล้ว”
“เป็ความผิดของวีอีกแล้ว…” เธอก้มหน้า “พี่โดนยึดริงเกียร์เพราะวี และยังต้องมาาเ็เพราะวีอีก…”
เธอพูดอย่างเศร้าซึม ก่อนจะหันมาหาโรม แล้วก้มหัวเบา “แล้วก็… ขอบคุณนะคะ คุณโรมที่ช่วยบอกวีเื่ที่พี่เลวี่าเ็ …ถ้าคุณโรมไม่ทันสังเกตพี่เลวี่ละก็ … ป่านนี้แผลที่มืออาจจะรักษาไม่หายก็ได้”
“ฉันเองก็ต้องขอบคุณนายเหมือนกัน” เลเวียร์ยิ้มเหยเก “ถึงตอนแรกจะโมโหนายที่ไปฟ้องวีก็เถอะ”
“คนที่สังเกตว่าเลเวียร์าเ็ตอนฝึกไม่ใช่ฉันหรอก” โรมส่ายหน้า “คนอื่นต่างหาก”
“เขาเป็ใครหรอคะ?”
“เอ่อ…” โรมทำท่าทางลังเลที่จะตอบคำถาม แต่คิดว่าความดีความชอบนี้มันไม่ใช่ของเขา “แซนดี้น่ะ…”
วีโอเลตอ้าปากค้าง
“ไม่จริงใช่ไหมคะ?” เธอเสียงสั่น “คุณโรมต้องโกหกแน่ ๆ …สารเลวอย่างริงเกอร์น่ะหรอคะ จะหวังดีช่วยมนุษย์อย่างเรา!?”
“ฉันพูดจริง… แหวนมนตราของแซนดี้ ทำให้เธอมีประสาทรับกลิ่นเหนืุ์ และเธอเองก็ได้กลิ่นคาวเืของเลเวียร์ จึงมาบอกฉันให้ห้ามเลเวียร์ไม่ให้ฝืนต่อ ถ้าเธอไม่บอก ฉันก็ไม่มีทางรู้หรอก” โรมอธิบาย “แซนดี้ต่างหาก ที่เป็คนช่วยเลเวียร์ไว้…ไม่ใช่ฉัน”
วีโอเลตยังคงช๊อคกับสิ่งที่โรมพูด ถึงมันฟังดูสมเหตุสมผลก็จริง
“แซนดี้เองหรอกหรอเนี่ย…” เลเวียร์หัวเราะ “ฉันก็ว่าอยู่ ว่าละครตบตาของฉันมันสมบูรณ์แบบแล้วเชียวนะ ฮ่าฮ่า เห็นทีต้องไปขอบคุณเธอซะหน่อยแล้ว”
“ใช่ไหม วี?”
วีโอเลตยังไม่อยากรับความจริงอยู่ แต่เมื่อตระหนักว่าที่เลเวียร์มาอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะริงเกอร์สาวคนนั้น เธอจึงพยักหน้าอย่างฝืน ๆ
“แล้ว…พี่จะเอาไงต่อคะ?” วีโอเลตพูดเปลี่ยนเื่ มือหนึ่งชี้ไปที่มือมัมมี่ของเขา “เพราะไม่มีริงเกียร์นิ้วโป้ง วันแรกพี่ยังาเ็ขนาดนี้ และวันถัด ๆ ไป การฝึกก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้น… พี่จะไหวหรอคะ?”
“อืม เื่นั้นฉันก็กังวลอยู่เหมือนกัน” เลเวียร์ทำหน้าเคร่งเครียด “ถ้ามีการซ้อมรบ และโดนโจมตีด้วยพลังจากริงเกียร์เข้าจริง ๆ อาจถึงตายเลยก็ได้”
“เอาริงเกียร์ของวีไปใช้ไหมคะ?”
“ไม่ล่ะวี.. นิ้วของเธอเล็กกว่าฉัน ฉันคงใส่ริงเกียร์ไซส์ของเธอไม่ได้ อีกอย่าง ฉันคงรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ที่ความปลอดภัยของตัวเองแลกมาด้วยความเสี่ยงของเธอ” เลเวียร์แจงเหตุผล “ฉันคงต้องระวังให้มากขึ้นตอนฝึกแล้วล่ะ”
พี่น้องสกายเรสเซอร์ต่างนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดกันอยู่สองคน จนโรมที่นั่งอยู่ตรงกลางนั้นรู้สึกอึดอัด
ป้าบ!
“โอ้ว! ฉันตัดสินใจแล้ว” โรมเอามือที่ใหญ่โตตบหน้าตักของตัวเองจนเสียงดังลั่น แล้วดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้ เขาถอดถุงมือสีดำของตัวเอง
ฉึบ…
“เอ้านี่..” กำปั้นของโรมชนอกชายผมเทาเบา ๆ สร้างความสงสัยให้กับทั้งเลเวียร์และวีโอเลต ก่อนเขาจะหงายมือแล้วคลี่ออก
“ริงเกียร์?” เลเวียร์เอ่ยเชิงถาม
“ใช่” โรมยิ้ม “นี่คือริงเกียร์นิ้วชี้ของฉัน ขนาดของมันน่าจะพอดีกับนิ้วโป้งของนาย…”
“รับไว้สิ”
เลเวียร์เผลอยิ้มด้วยความดีใจ แต่แล้วเขาก็รู้สึกลังเลกับข้อเสนอที่โรมยื่นให้ขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองวีโอเลตที่นั่งข้าง ๆ เธอพยักหงึกหงักหน้าอยู่เนือง ๆ ให้เขาตอบรับข้อเสนอของโรม
ใช่ ฉันควรจะทำอย่างนั้น…
แต่ว่า…
“ฉันรับมันไว้ไม่ได้หรอกโรม” เลเวียร์เอ่ย “นายยังมีโอกาสเป็เ้าหน้าที่ระดับ Cได้ อย่าเอาโอกาสทองของนายมาทิ้งไว้กับฉันเลย”
“หึ… ถ้าฉันเห็นยศตำแหน่งสำคัญกว่าชีวิตเพื่อน ฉันคงไม่มาเป็เ้าหน้าที่ ARPD หรอก” โรมพูด “ฉันมาที่นี่เพื่อมาเป็ความหวังให้กับมนุษย์… เป็ฮีโร่…”
“และฮีโร่ต้องปกป้องทุกคน… รวมถึงฮีโร่ด้วยกันเองด้วย”
“รับมันไว้เถอะ เลเวียร์”
เลเวียร์ตกตะลึง เพราะเขาไม่นึกว่าจะมีคนที่ดีขนาดนี้อยู่ในอคาเดมี่ด้วย คำพูดของโรมไม่มีทีท่ากลับกลอก มันมั่นคงและหนักแน่นราวกับหินผา ไม่มีวี่แววของผลประโยชน์แฝง มีเพียงแต่ความหวังดีเท่านั้น
ฉึบ…
เลเวียร์หยิบริงเกียร์ของโรม และสวมเข้ากับนิ้วโป้งที่มือข้างซ้ายที่ไม่ได้รับาเ็ ถึงจะหลวมไปบ้าง แต่ออร่าสีน้ำเงินที่เปล่งประกายระเรื่อบ่งชี้ว่ามันเป็ริงเกียร์ที่สมบูรณ์ พร้อมใช้งาน
“ฉันจะตอบแทนนายสักวันแน่ โรม…” เลเวียร์ยิ้ม “รอคอยวันนั้นให้ดีเถอะ”