Ep 04 : การเริ่มต้นของจอมมารแห่งชีวิต
“เอาเถอะ... ฉันขอบอกอะไรเอาไว้หน่อยล่ะกัน” สตาร์ไลท์กล่าวกับผม
“อสูรที่สร้างขึ้นมาแล้ว เมื่อเ้าให้นามของมัน มันจะเป็ [อสูรแห่งพันธโบราณ] ทันที เหมือนโรไรน่าของฉัน ฉะนั้นอย่าได้ตั้งชื่อพร่ำเพรื่อ อสูรที่สร้างออกมาจะมีเลเวลด้วยเช่นกัน” เธอกำชับข้อควรระวังให้ผม
"เพราะชื่อที่ได้รับจาจอมมารมันพิเศษและเป็สิ่งที่สำคัญมาก" สตาร์ไลท์พูด
“ [อสูรแห่งพันธโบราณ] นั้นมีอยู่ได้ 5 ตัว ฉะนั้นระวังการตั้งชื่อให้มากล่ะกัน”
เธอหยุดพูดและครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะพูดออกมา
“ดันเจี้ยนนั้น เมื่อจอมมารถูกจอมมารคนอื่นฆ่าตาย คริสตัลจะตกไปอยู่ในมือของจอมมารที่เป็คนฆ่า รวมถึงอสูรในดันเจี้ยนและอสูรแห่งพันธโบราณด้วยระวังให้ดี” อันนี้ถือว่าเป็เื่สำคัญมากที่สุด ผมเลยจำเอาไว้ฝังในลึกลงในหัว
“และถ้าสมมติไปเจอดันเจี้ยนที่ไร้จอมมาร หรือจอมมารตายไปแล้ว เราสามารถเข้าไปหรือทำลายดันเจี้ยนนั้นได้เช่นกัน ไม่ว่าจะทำลายหรือดันเจี้ยน ก็สามารถทำให้สร้างจิตแห่งจอมมารของเ้าของจอมมารที่สร้างคริสตัลได้ เพราะแบบนั้นจึงมีเหตุการณ์ที่จอมมารเองก็โจมตีจอมมารคนอื่นอยู่เหมือนกัน ยิ่งนายเป็จอมมารระดับพิเศษต้องระวังตัวหน่อยล่ะ”
สตาร์ไลท์เอ่ยเตือนให้กับผม ซึ่งผมก็รู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายมากที่คอยสอนและบอกข้อมูลผมอะไรหลายๆ อย่าง รวมถึงบอกให้ผมระวังตัวเอาไว้ให้มากๆ ดูเหมือนเธอจะเป็ห่วงผมมากเชียวล่ะ
ผมจอมมารแห่งชีวิต นั้นมีพลังที่โกงกว่าจอมมารตนอื่นๆ ผมไม่อยากคิดเลยว่าถ้าถูกหมายหัวจากจอมมารคนอื่นๆ จะเป็ยังไงกันแน่
(เอาเถอะ... เื่นั้นคงค่อยว่ากันอีกที)
ผมสลัดความคิดนั้นออกไป ก่อนจะมองเธอเล็กน้อย
“อ้อ ลืมไปเลย เนื่องจากเป็จอมมารผู้ปกครองให้แก่จอมมารวัยเยาว์แล้ว มันเป็ธรรมเนียมที่สืบทอดต่อมาน่ะ ต้องให้ของขวัญกับจอมมารวัยเยาว์สักหน่อย จิตแห่งจอมมาร 3 ชิ้นและ SP 5,000 ละนะ”
สตาร์ไลท์โบกมือกลางอากาศก็มี จิตแห่งจอมมารออกมาอีกสองอัน ก่อนจะลอยเข้าในมือของผม
[จิตแห่งจอมมารเงา] ระดับ A อสูรที่เกิดมาจะมีส่วนของิญญาเงาสถิตอยู่ ความชำนาญระดับสูง
[จิตแห่งจอมมารป่า] ระดับ A อสูรที่เกิดมาจะมีส่วนของิญญาธรรมชาติสถิตอยู่ พลังกาย ความทนทานระดับสูง
เมื่อผมมองมันก็เห็นข้อมูลต่างๆ ขึ้นมา
“เวลาจะสร้างอสูรอะไรก็ควรคิดให้ดีก็แล้วกัน”
“อ้อ... อีกเื่หนึ่ง เวลาเราจะเลียนแบบ จิตแห่งจอมมารนั้น เหล่าใช้ค่า SP ในการเลียนแบบนะ ซึ่งหนึ่งอัน ใช้ 1,000 SP”
“ทำไมถึงต้องเลียนแบบด้วยหรอ?”
ผมเอ่ยถามเล็กน้อย ซึ่งหญิงสาวก็ตอบกลับมาว่า...
“เพราะเวลาเราแลกจิตแห่งจอมมารกับจอมมารตนอื่น เราไม่ใช่จิตแห่งจอมมารของจริงแลกกัน เพราะมันทำให้เกิดการฆ่าฟัน แย่งชิง ก็เหมือนกับว่าเราหยิบยื่นพลังของเราให้กับคนอื่นล่ะนะ ดังนั้นก็เลยใช้จิตแห่งจอมมารที่เลียนแบบแลกกันมากกว่า”
“ซึ่งระดับของมันก็ลดลงมาอยู่ในระดับ B หรือ C แล้วแต่จิตแห่งจอมมารของตนนั้น”
“แถมถ้าเราผสมจิตแห่งจอมมารที่มันระดับต่างกัน อสูรที่เกิดมาก็จะไม่แน่นอนว่าจะอยู่ในระดับใดด้วย เช่น ใช้จิตแห่งจอมมารระดับ A 1 อัน ผสมกับจิตแห่งจอมมารระดับ B 1 อัน โอกาสที่จะสร้างอสูรระดับ B จะมีมากกว่า เพราะจิตแห่งจอมมารระดับ A มันมีโอกาสเกิดออกมายากกว่า”
เธออธิบายให้ผมฟัง
“และการสร้างอสูรจากอสูรที่เคยสร้างมาแล้วนั้นเรทในการใช้ SP ก็แตกต่างกันไปอีกด้วย
ระดับ อสูรที่สร้าง
ระดับที่เลียนแบบจาก SP
ค่า SP ที่ใช้ ต่อ 1 จิตแห่งจอมมาร
S
B
500
A
C
400
B
D
300
C
E
200
D
F
100
พลันก็มีหน้าตารางขึ้นมาตรงหน้าของผม หมายความว่าถ้าผมสร้างอสูร ระดับ A ออกมา อสูรที่ผมสามารถเลียนแบบออกมาได้จะอยู่ในระดับ C ซึ่งต้องใช้ค่า SP 400 ในการสร้างออกมา แต่ทว่าของผมมันไม่ได้ใช้แค่จิตแห่งจอมมารสองอันเท่านั้น แต่ผมใช้ 3 อันเป็อย่างต่ำ เท่ากับว่าผมจะต้องใช้ 1,200 SP ในการเรียกอสูรระดับ C ออกมา
ไม่ต้องนึกเลยว่าถ้าผมสร้างอสูรขึ้นมาด้วยจิตแห่งจอมมาร 4 หรือ 5 อันนั้น มันใช้ SP เปลืองเอามากๆ
(โอ้... ถ้าสร้างอสูรได้ 5 อันนี่ต้องจะไม่ต้องเสีย SP 2,000 เลยหรอ)
นี่มันสูบเืสูบเนื้อชัดๆ เลย...
ผมได้แต่ปลงกับสิ่งที่เห็น
“เอาล่ะ คงไม่มีอะไรต้องบอกแล้วล่ะมั้ง แถวๆ นี้ก็มีดันเจี้ยนไร้จอมมารด้วยสิ ลองไปล่าดูไหม เป็ดันเจี้ยนระดับปานกลาง”
สตารไลท์ฉีกยิ้มร่า ซึ่งมันก็เป็การเริ่มต้นผจญภัยสำหรับผมในฐานะจอมมารล่ะมั้ง
“ลองไปศึกษาจากของจริงดีกว่าล่ะนะ แล้วก็หลังจากนี้อีก 1 ปี นายก็ต้องสร้างดันเจี้ยนเป็ของตัวเอง เพราะจอมมารรุ่นเก่าดูแลพวกนายภายใน 1 ปีเท่านั้น เพื่อไม่ให้จอมมารที่มีอายุมากกว่านาย ฆ่าไปเสียก่อน”
“โรไรน่า ไปส่งจอมมารแห่งชีวิต ไลฟ์ หน่อยนะ”
เธอเอ่ยเรียกโรไรน่า ที่มาพร้อมกับเสียงเรียกของเธอ คล้ายกับเป็คำตอบรับจากผู้เป็นาย
“รับตามคำบัญชาค่ะ นายหญิง”
โรไรน่าเอ่ยอย่างเคารพกับเธอที่เป็เ้านายและผู้สร้างเธอขึ้นมา ก่อนจะยื่นมือมาทางผม
“จับมือของดิฉันเอาไว้ค่ะ ท่านจอมมารแห่งชีวิต ดิฉันจะ [วาร์ป] ไปส่งนอกดันเจี้ยนบนพื้นโลกค่ะ” โรไรน่าพูดกับผมด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะอ่อนหวาน
ผมจับมือของเธอเอาไว้ เมื่อเธอเห็นผมจับผมแล้ว พลันภาพเบื้องหน้าของผมก็หมุนวนบิดเบี้ยวราวกับถูกดูดเข้าไป
ก่อนจะคลายตัวออก และภาพวิวทิวทัศน์ก็เปลี่ยนไป เป็ภาพของทุ่งหญ้าสีเขียวอ่อน สายลมพัดไหลผ่านตัวของผม ดูเย็นสบาย
เธอโค้งทำความเคารพให้ผมเล็กน้อย ก่อนจะหายตัวไปต่อหน้าผม
[วาร์ป] [เทเลพอร์ต] [เคลื่อนย้ายชั่วพริบตา] แล้วแต่ผู้คนจะเรียก ซึ่งผมไม่เคยเห็นการวาร์ปที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้มาก่อนเลย
เพราะผมเองก็มีสกิลนี้อยู่ แต่เรียกมันว่า [เคลื่อนย้ายชั่วพริบตา] ซึ่งก็เคลื่อนย้ายได้แค่ระยะทางสั้นๆ เท่านั้น ไม่ใช่เหมือนกับเธอที่เคลื่อนที่เป็ระยะมากกว่าหลายร้อยเมตรแบบนี้ ดีไม่ดีอาจจะหลายสิบกิโลเมตรด้วย
ดูท่าว่า สตาร์ไลท์ คงเป็จอมมารที่ทรงอำนาจไม่น้อย ผมเงยหน้ามองปราสาทที่คล้ายคลึงกับหอคอยกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า จากภาพที่มองเห็นมันแทบไม่ขยับไปไหนเลย
แต่ผมรู้ดีว่ามันกำลังเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา
คงจะได้เวลาที่ผมต้องไปศึกษาดันเจี้ยนของจอมมารซะแล้วสิ เมื่อก่อนที่ยังเป็มนุษย์อยู่ก็ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไรหรอก แต่การสร้างดันเจี้ยนขึ้นมาพร้อมกับเมืองเนี่ย
ดูยังไงก็เป็เื่ที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยทีเดียวเชียวล่ะ...
เมื่อคิดได้แบบนั้น ผมก็ออกเดินไปทิศทางที่มีป่าไม้ปกคลุมอยู่ ที่นั่นมันดันเจี้ยนที่ไร้จอมมารตั้งเอาไว้อยู่
“อืม... เหมือนว่าฉันลืมบอกเื่สำคัญอะไรไปสักอย่างอย่างไงอย่างนั้นแหละ” สตาร์ไลท์ขมวดคิ้วเป็ปม พลางนึกถึงเื่สำคัญที่จะพูดกับจอมมารภายใต้การดูแลไป เป็เวลาเดียวกับโรไรน่าที่กลับมาจากการส่งจอมมารแห่งชีวิตพอดี
“อ้า! นายหญิง ท่านลืมบอกเื่ งาน [พลัวกริมวัล] ที่กำลังจะจัดขึ้นอีกหนึ่งเดือนจากนี้ต่อไปไงคะ!”
โรไรน่าพูดขึ้นมาด้วยเสียงหลง ซึ่งมันก็ทำให้สตาร์ไลท์นึกคิดได้ทันที ถึงเื่สำคัญที่จะพูดกับจอมมารวัยเยาว์
“อ่ะ... ลืมซะสนิทเลยอ่ะ มัวแต่อึ้งกับความโกงของจอมมารเด็กนั่น”
เธออุทานขึ้นมาเล็กน้อย โดยไม่รู้สึกผิด ราวกับว่ามันไม่ได้สลักสำคัญอะไร
ทั้งที่มันสำคัญเป็อย่างมากเลยทีเดียวเชียว
“นายหญิงนี้น้า... เพราะมัวจดจ่อมากไปยังไงล่ะคะ ทำให้ลืมพูดออกมาเสียได้”
เธอถอนหายใจให้กับนายหญิงของเธออย่างอ่อนล้า ทุกทีเวลาที่มีเื่ให้น่าใหรือตื่นเต้นแล้ว ทำให้นายหญิงของเธอลืมเื่สำคัญที่จะพูดไปหมดสิ้น แน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นครั้งนี้เป็ครั้งแรก แต่มันหลายครั้งแล้ว
จนเธอรู้สึกกลุ้มใจแทนเ้านายของตัวเองไม่น้อยเช่นกัน
“เอาน่าๆ อย่าเครียดมากสิ เดี๋ยวจะมีรอยตีนกาขึ้นบนใบหน้านะ” เธอเอ่ยแซวกับอสูรแห่งพันธโบราณของเธอ
ซึ่งก็ทำให้โรไรน่าอดทำแก้มป่องออกมาเสียไม่ได้
“โธ่ นายหญิงล่ะก็ ิญญาดวงดาราที่ไหน เขาจะมีรอยตีนกาขึ้นบนใบหน้าล่ะคะ!”
และแล้วทั้งคู่ก็คงหยอกล้อกันต่อไป โดยลืมว่าจะต้องบอกเื่สำคัญให้แก่ จอมมารแห่งชีวิต ไปซะสนิทเลย...