เสียงเคาะฆ้องใหญ่ยามอู่ดังก้องกังวานไปทั่วเมืองหงส์เหิน!สัญญาณสิ้นสุดเวลาพักผ่อนและดึงสติของผู้คนทั้งลานประลองให้กลับมารวมอยู่ที่จุดเดียว!
จากสี่เวทีประลองในรอบก่อนหน้า...บัดนี้ศิษย์สำนักกระบี่ะได้สลายเวทีเล็กออกเหลือไว้เพียง“เวทีศิลาใหญ่กลางลานประลอง”เพียงเวทีเดียว!ลานศิลาสีเทาเข้มขนาดกว้างใหญ่ตั้งเด่นหรารายล้อมไปด้วยอัฒจันทร์ผู้ชมที่แน่นขนัดและที่นั่งของยอดฝีมือ50คนสุดท้ายที่นั่งเรียงรายกดดันกันและกันอยู่ข้างสนาม
บรรยากาศรอบลานประลองเงียบกริบลงทันตา...ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วเหมือน่เช้าเหลือเพียงสายลมยามบ่ายที่พัดหอบเอาฝุ่นควันและรังสีฆ่าฟันของเหล่ายอดฝีมือหมุนวนอยู่กลางอากาศ
กรรมการศิษย์สำนักกระบี่ะก้าวขึ้นสู่กลางเวทีศิลาใหญ่ด้วยสีหน้าจริงจังและทรงพลังก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอันดังกังวาน:
“การประลองรอบบ่าย...คัดเลือก50ยอดฝีมือให้เหลือเพียง10คนสุดท้าย!”
“กติกาในรอบนี้...จะเปลี่ยนเป็การประลองแบบดวลกระบี่ตัวต่อตัวบนเวทีศิลาใหญ่นี้เพียงเวทีเดียว!จับสลากประกบคู่ประลองทีละคู่ผู้ใดทำให้อีกฝ่ายกระบี่หลุดมือ, กระบี่ไม้หัก, ถูกปลายกระบี่จ่อจุดตายหรือตกพ้นขอบเวทีศิลาจะถือเป็ผู้ชนะทันที!”
“ห้ามใช้พิษห้ามทำร้ายถึงชีวิตเอาล่ะ...ได้เวลาแล้ว!”
กรรมการเอื้อมมือลงไปในกล่องไม้ศิลาหมุนวนป้ายชื่อของผู้เข้ารอบทั้ง50คนก่อนจะหยิบป้ายไม้สองใบแรกขึ้นมาชูสูงขึ้นกลางอากาศ!
“การประลองคู่ที่1ของศึกรอบบ่าย...หมายเลข 141 ปะทะหมายเลข 18!”
เสียงเคาะฆ้องและเสียงประกาศดังก้องทั่วลานประลองศิลาใหญ่!ผู้ชมรอบอัฒจันทร์ต่างส่งเสียงโห่ร้องเชียร์กันลั่นสนามเพื่อต้อนรับศึกดวลตัวต่อตัวคู่แรก!
แฝดคนน้อง(หมายเลข 141) ยักคิ้วขี้เล่นควงกระบี่ไม้หมุนติ้วๆบนนิ้วชี้อย่างอารมณ์ดีก่อนจะะโเหยียบขอบสนามลอยตัวขึ้นไปยืนบนเวทีศิลาใหญ่อย่างพริ้วไหว
ฝั่งตรงข้ามคือจอมยุทธ์ร่างใหญ่(หมายเลข 18) ยอดฝีมือสายบ้าพลังผู้ซัดคู่ต่อสู้กระเด็นพ้นสนามในรอบเช้าเขาก้าวขึ้นเวทีด้วยเท้าอันหนักแน่นเสียงกระบี่ไม้สั่นสะท้านจากแรงกำอันมหาศาล
"เด็กกวนประสาทอย่างเ้า...ข้าจะซัดให้ลอยตกเวทีในกระบี่เดียว!"จอมยุทธ์ร่างใหญ่ะโข่มเสียงดังสนั่น
แฝดคนน้องกลับเอียงคอยิ้มแป้น"พี่ชายตัวโต...ใจเย็นๆ ก่อนนะเดี๋ยวอาหารเที่ยงที่เพิ่งกินไปจะจุกเอานา~"
"คู่ที่1...เริ่มได้!!!"
สิ้นเสียงสัญญาณ!จอมยุทธ์ร่างใหญ่เร่งลมปราณจนเสื้อผ้าพองลมพุ่งตัวเข้าใส่แฝดคนน้องประดุจกระทิงซูร่า!กระบี่ไม้ในมือวาดฟันลงมาจากฟ้าด้วยวิชากระบี่สบั้นศิลาเกิดเสียงอัดอากาศดังตึงงง!หวังจะบดขยี้แฝดคนน้องให้จมลานศิลา!
ทว่า...แฝดคนน้องกลับไม่แม้แต่จะยกกระบี่ขึ้นรับ!เขาย่อตัวลงต่ำแล้วใช้วิชาตัวเบาพริ้วสไลด์ไปกับพื้นลานศิลาหลบฉิวเฉียดลอดใต้ขาคู่ต่อสู้ไปอยู่อีกฝั่งอย่างอัศจรรย์!
ฟึ่บ!
"ทางนี้จ้าพี่ใหญ่!"
แฝดคนน้องพลิกข้อมือใช้ด้ามกระบี่ไม้สะกิดเคาะเข้าที่ข้อพับเข่าด้านหลังของจอมยุทธ์ร่างใหญ่เบาๆแต๊ก!ด้วยความเร็วสูง!
แรงเคาะสลายจังหวะบวกกับน้ำหนักตัวที่พุ่งมาด้วยความเร็วทำให้จอมยุทธ์ร่างใหญ่เสียหลักทันที!เขาร้อง"เหวอ!"ร่างกายอันมหึมาลอยถลาเสียการทรงตัวข้ามขอบเวทีศิลาใหญ่ร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นด้านล่างดังตึงงง!
เสียงเชียร์และเสียงหัวเราะครื้นเครงดังกึกก้องไปทั่วทั้งอัฒจันทร์!ใช้เวลาไม่ถึงสองอึดใจ!
แฝดคนน้องควงกระบี่ไม้เก็บข้างเอวหันไปชูกระบี่ให้แฝดคนพี่ข้างสนาม"เห็นไหมพี่ใหญ่!แป๊บเดียวเอง!"
"ผู้ชนะคู่ที่1...ได้แก่หมายเลข141(แฝดคนน้อง)!"
"การประลองคู่ที่2...หมายเลข22ปะทะหมายเลข77!"
ทันทีที่สิ้นเสียงสัญญาณทั้งสองไม่รอช้า!หมายเลข77พุ่งตัวทะยานเป็เส้นตรงด้วยความเร็วสูงเคลื่อนไหวไร้ท่ารำใช้ปลายกระบี่ไม้แทงตรงรวดเร็วติดๆกันถึงเก้าครั้งเกิดเป็รังสีปราณกระบี่แหลมสูงพุ่งตรงใส่หน้าอกของคู่ต่อสู้!
ทว่าหมายเลข22กลับตั้งรับอย่างตั้งมั่นเขาสะบัดข้อมือควงกระบี่ไม้เป็วงกลมต่อเนื่องด้วย[วิชากระบี่กงจักรหมุนเวียน]สร้างขอบเขตม่านปราณหมุนวนเบื้องหน้าปลายกระบี่ที่แทงเข้ามาอย่างหนักหน่วงของหมายเลข77ถูกม่านกระบี่หมุนวนเบี่ยงทิศทางออกไปด้านข้างทั้งหมด!
เคร้ง!เคร้ง! เคร้ง!เสียงกระบี่ไม้ปะทะกันรวดเร็วประดุจเสียงรบ
หมายเลข77รู้ทันทีว่าแทงไม่เข้าจึงเปลี่ยนแผนกลางอากาศย่อตัวลงเหวี่ยงขาเตะกวาดสลายม่านกระบี่แล้วเค้นปราณแทงเสยจากด้านล่าง!แต่หมายเลข22ที่คุมจังหวะอยู่แล้วกลับอาศัยแรงหมุนของกระบี่ตบกวาดลงล่างอย่างรุนแรงตึง!ปัดปลายกระบี่ของหมายเลข77จนเบี่ยงหลุดตำแหน่งก่อนจะพลิกตัวส่งกระบี่ไม้จ่อเข้าที่คอหอยของอีกฝ่ายในระยะห่างเพียงครึ่งนิ้ว!
"ผู้ชนะคู่ที่2...ได้แก่หมายเลข22!"
"การประลองคู่ที่3...หมายเลข83ปะทะหมายเลข74!"
หมายเลข74เปิดฉากด้วยความเกรี้ยวกราดตวาดก้องพร้อมสะบัดกระบี่ไม้ออกเป็คลื่นสายลมฟาดฟันเข้าใส่[วิชากระบี่สะบั้นสายลม]แต่ละกระบวนท่าฟันฉับไวคมกริบและกวาดเอาอากาศรอบข้างจนเกิดเสียงหวีดหวิว!
ด้านหมายเลข83ไม่รับปะทะตรงๆเคลื่อนไหวร่างกายประดุจสายน้ำด้วย[วิชากระบี่วารีผันแปร]ร่างกายและกระบี่พลิกพริ้วไปตามแรงลมกระบี่ที่ฟันเข้ามาใช้ปลายกระบี่ไม้แ่เบาแตะเบี่ยงคมกระบี่ของคู่ต่อสู้ทีละจังหวะสลายแรงอัดปราณของอีกฝ่ายอย่างเหนือชั้น!
เมื่อหมายเลข74ฟันต่อเนื่องถึงกระบวนท่าที่สิบสองลมปราณเกิดสะดุดติดขัดจากการเค้นรุกหนักเกินไปหมายเลข83ที่รอจังหวะนี้อยู่แล้วจึงสะบัดกระบี่ไม้พันเกี่ยวโคนกระบี่คู่ต่อสู้แล้วพลิกข้อมือใช้เคล็ดเหนี่ยวนำตบกระบี่ไม้หลุดจากมือ ของหมายเลข74ลอยเค้งปลอยตกพื้นศิลา!
"ผู้ชนะคู่ที่3...ได้แก่หมายเลข83!"
"การประลองคู่ที่4...หมายเลข62ปะทะหมายเลข88!"
ทันทีที่สิ้นเสียงสัญญาณ!หมายเลข62ไม่รอช้าชักกระบี่ไม้สองเล่มออกมากระชับในมือขวาและซ้ายร่างกายทะยานออกไปข้างหน้าด้วย[วิชากระบี่คู่เงาประสาน]กระบี่ซ้ายแทงล่างกระบี่ขวาวาดบนเกิดเป็ภาพเงากระบี่ซ้อนทับไขว้กันประดุจกรรไกรเหล็กหวังจะบีบตัดทางถอยของคู่ต่อสู้ั้แ่ต้น!
ทว่าหมายเลข88กลับย่อตัวลงต่ำอย่างนิ่งสงบเขาสะบัดกระบี่ไม้เล่มเดียวในมือวาดเป็เส้นโค้งฉับไว[วิชากระบี่สบั้นเงา]ปลายกระบี่เคาะปะทะเข้าที่โคนกระบี่ซ้ายของหมายเลข62เสียงดังแต๊ก!เบี่ยงทิศทางกระบี่ล่างให้พุ่งพลาดเป้าไปอย่างฉิวเฉียด
เคร้ง!เคร้ง! เคร้ง!
เสียงกระบี่ไม้ปะทะกันรวดเร็วบนเวทีศิลาใหญ่!หมายเลข62คุมจังหวะบุกรุกหนักกระบี่คู่สลับกันฟันและแทงมาจากมุมอับอย่างต่อเนื่องทั้งบีบให้ยกรับทั้งหมุนตัวเหวี่ยงกระบี่บดขยี้!
หมายเลข88ถอยร่นไปตามขอบเวทีศิลาแต่สายตากลับจ้องมองจังหวะการสลับมือของกระบี่คู่ตลอดเวลาจนกระทั่งถึงกระบวนท่าที่สิบห้า...เมื่อหมายเลข62เงื้อกระบี่ขวาขึ้นสูงเตรียมฟันสบั้นลงมาหมายเลข88ก็เห็นช่องว่างตรงกะบังกระบี่ซ้ายที่เปิดกว้าง!
ฟึ่บ!
หมายเลข88เกร็งปราณไว้ที่ปลายเท้าพลิกกายหมุนตัวหลบคมกระบี่ขวาที่ฟันลงมาดิ่งใส่พื้นศิลาแล้วแทงกระบี่ไม้สอดทะลุเข้าตรงช่องว่างระหว่างกะบังกระบี่คู่ของหมายเลข62อย่างอัศจรรย์!ก่อนจะพลิกข้อมือหมุนงัดอย่างหนักแน่น!
หมับ...ป๊อก!
กระบี่ไม้ในมือซ้ายของหมายเลข62ถูกพลังหมุนงัดสลัดหลุดลอยเค้งไปกลางอากาศ!
พอเสียกระบี่ไปหนึ่งเล่มสมดุลและจังหวะของหมายเลข62ก็พังทลายทันที!หมายเลข88ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัวเขาไถลตัวก้าวตามซ้ำหมุนข้อมือส่งด้ามกระบี่ไม้กระแทกเข้าที่หน้าอกของหมายเลข62เต็มแรง!
ตึงงง!
ร่างของหมายเลข62จุกจนหน้าซีดถูลายศิลาถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะเสียการทรงตัวร่วงตกพ้นขอบเวทีศิลาใหญ่ไปพร้อมกับกระบี่ไม้ที่หล่นลงมาข้างตัว!
"ผู้ชนะคู่ที่4...ได้แก่หมายเลข88!"
เสียงเคาะฆ้องดังก้องขึ้น!ทั่วทั้งลานประลองต่างจับจ้องไปที่หญิงสาวชุดแดง(หมายเลข 41) ที่ก้าวขึ้นสู่เวทีศิลาใหญ่ด้วยท่วงท่าแช่มช้อยอาภรณ์สีแดงสดพลิ้วไหวตามสายลม
ฝั่งตรงข้ามคือหมายเลข102จอมยุทธ์ร่างใหญ่ผู้ใช้วิชากระบี่ศิลาหนักเขายกกอดกระบี่ไม้เล่มหนาโตพลางกวาดสายตาจ้องมองนางด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน"แม่นางงาม...เวทีนี้ดุเดือดนักหญิงสาวบอบบางเช่นเ้าหากาเ็จนหน้าตาหมองคล้ำไปคงน่าเสียดายยิ่งยอมแพ้เสียตอนนี้ข้าจะพาไปนั่งกินชาข้างสนามสบายๆ!"
หญิงสาวชุดแดงก้มหน้าลงเล็กน้อยใบหน้าเนียนเรียบชะงักไปดวงตาคู่สวยทอประกายสับสนและสั่นระริกนางยกมือขึ้นกุมกระบี่ไม้ไว้แนบอกด้วยท่าทางประหม่าปากกระซิบกะพริบตาปริบๆน้ำเสียงอ่อนหวานแ่เบาจนแทบหลุดหายไปกับสายลม
"พี่ชาย...ข้า... ข้าไม่อยากทำร้ายใครเลยเ้าค่ะแต่ข้าต้องผ่านเข้ารอบให้ได้จริงๆ...โปรดเบามือกับข้าด้วยนะเ้าคะ"
"การประลองคู่ที่ 5... หมายเลข 41 ปะทะ หมายเลข 102!"
"เริ่มได้!!!"
สิ้นเสียงสัญญาณ!หมายเลข102หัวเราะลั่น"งั้นก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย!"เขาก้าวเท้าหนักแน่นกระแทกลานศิลาจนสั่นะเืง้างกระบี่ไม้บ้าพลังฟันฉับลงมาตรงๆด้วยความเร็วและน้ำหนักอันมหาศาล!
ฟึ่บ!วูบบบบ!
รังสีอัดอากาศพุ่งปะทะหน้า!หญิงสาวชุดแดงส่งเสียง"อุ๊ย!"ร้องใพลางย่อตัวหลบหลีกไปด้านข้างอย่างถกขมุกขมัวท่วงท่าขลุกขลักเหมือนคนก้าวพลาดแต่กลับถอยรอดพ้นคมกระบี่ไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ฉิวเฉียดเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!
ตึงงงง!กระบี่ศิลาหนักฟันพลาดลงพื้นศิลาจนเศษหินกระเด็น!
"พี่ชายใจร้ายจังเลย!"นางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนกระฟัดกระเฟียดเหมือนเด็กสาวถูกแกล้งสะบัดกระบี่ไม้ในมือตอบโต้แบบปัดป่ายไปมาไร้รูปทิศทางแต๊ก! แต๊ก!คมกระบี่เคาะถูกข้อศอกและกะบังกระบี่ของหมายเลข102จนอีกฝ่ายเริ่มหัวเสียที่แทงไม่ถูกตัวนางเสียที!
"เล่นละครพอหรือยังแม่นาง!"หมายเลข102ตวาดลั่นรวบรวมลมปราณเดือดพล่านเหวี่ยงกระบี่ไม้หมุนสบั้นกวาดเป็วงกว้างหวังจะซัดร่างบอบบางให้ลอยตกเวทีไปในคราวเดียว!
คลื่นลมแรงอัดซัดจนเรือนผมสีดำยาวและชุดสีแดงของนางสะบัดพัดโกรก...
และในวินาทีนั้นเอง...ใบหน้าที่เคยหวาดกลัวและอ่อนหวานก็ค่อยๆก้มต่ำลง...ก่อนจะเงยขึ้นมาอีกครั้ง!
วูบบบบบบบบ!
รังสีฆ่าฟันไอความร้อนหนาแน่นะเิออกมาจากร่างของนางทันตา!แววตาที่เคยใสซื่อบัดนี้เบิ่งกว้างทอประกายสีแดงฉานดุจสัตว์ร้ายที่ตื่นจากการหลับใหล!รอยยิ้มบิดเบี้ยววิปลาสฉายชัดบนใบหน้างดงาม!
"คิก...คิกฮ่าๆๆๆ!ออมมือหรือ? กินชาหรือ? เ้าขยะน่ารังเกียจ!"
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็เ็าและบ้าคลั่งทำเอาหมายเลข102ชะงักกึกหนังหัวลุกซู่!
[วิชากระบี่พายุเพลิง- สบั้นผลาญโลหิต]
ยังไม่ทันที่กระบี่ศิลาหนักจะเหวี่ยงมาถึงร่างในชุดแดงก็พร่ามัวสลายกลายเป็สายลมร้อน!นางลัดข้ามม่านกระบี่พุ่งเข้าประชิดตัวในระยะเผาขน!
ฉับ!ฉับ! ฉับ!ฉับ!
เสียงกระบี่ไม้รัวกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว!หญิงสาวชุดแดงไม่ได้ใช้แค่วิชากระบี่ธรรมดาแต่นางพลิกข้อมือกระหน่ำแทงและฟาดฟันลำกระบี่ไม้ใส่จุดสำคัญของคู่ต่อสู้ไม่ยั้งมือ!
คมกระบี่ไม้ที่อัดแน่นด้วยปราณร้อนอุ่นตบกระแทกเข้าที่ใบหน้าชายโครงข้อต่อและลิ้นปี่ของหมายเลข102อย่างดุเดือดบ้าคลั่ง!
"อั้ก!อั้ก! อ๊ากกกกก!"
เสียงร้องคำรามด้วยความเ็ปดังก้องลานประลอง!หมายเลข102พยายามยกกระบี่ขึ้นป้องกันแต่นางกลับใช้เท้าเหยียบกะบังกระบี่อีกฝ่ายไว้แล้วง้างกระบี่ไม้ตบกระแทกโหนกแก้มของเขาจนฟันกระเด็นหลุดออกปาก!
"คิกๆๆ!สะใจจริง! ดิ้นอีกสิ!ดิ้นอีก!"นางหัวเราะร่าด้วยความตื่นเต้นดวงตาเบิกกว้างรังสีฆ่าฟันบีบคั้นจนจอมยุทธ์ร่างใหญ่ตื่นตระหนกถึงขีดสุด!
ในจังหวะสุดท้ายนางสะบัดกระบี่ไม้ขึ้นสูงรวบรวมปราณร้อนควบแน่นจนปลายกระบี่ส่องแสงสีส้มแดงแล้วตวัดฟันเสยอัดเข้าที่ใต้คางของหมายเลข102เต็มแรง!
ตึงงงงงงงงงงง!
ร่างอันมหึมาของหมายเลข102ลอยกระเด็นโค้งเค้งข้ามขอบเวทีศิลาใหญ่ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นด้านล่างอย่างสาหัส!สภาพนอนหมดสติเืกลบปากใบหน้าบวมปูดและหลับกลางอากาศไปโดยสมบูรณ์!
ทั่วทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบกริบ...เสียงเชียร์เงียบหายไปทันตาผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัว!
หญิงสาวชุดแดงหมุนกระบี่ไม้ในมือช้าๆค่อยๆยกมือขึ้นยกนิ้วแตะริมฝีปาก...ดวงตาบ้าคลั่งค่อยๆหรี่ลงรอยยิ้มวิปลาสสลายไปเปลี่ยนกลับมาเป็ใบหน้าเรียบเนียนไร้เดียงสาอ่อนหวานดั่งเดิม
นางก้มหัวให้อาจารย์กรรมการเบาๆแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบาน่าเอ็นดู:"ขออภัยด้วยเ้าค่ะ...พอดีข้าตื่นเต้นไปหน่อย"
"ผะ...ผู้ชนะคู่ที่5...ได้แก่หมายเลข41(หญิงสาวชุดแดง)!" เสียงกรรมการประกาศด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย!
"การประลองคู่ที่6...หมายเลข33ปะทะหมายเลข68!"
หมายเลข68ไม่ปล่อยให้เสียเวลาเขาเริ่มเกร็งลมปราณหมุนเวียนย่างก้าวเป็จังหวะแปลกประหลาดบนพื้นศิลา[วิชากระบี่มายาสมุทร]กระบี่ไม้ในมือพลิกสะบัดพริ้วไหวเกิดเป็สายลมปราณหมุนวนและภาพเงากระบี่สลับซ้อนกันนับสิบสายประดุจคลื่นใต้น้ำที่โหมกระหน่ำมาจากทุกทิศทาง!
ทว่าหมายเลข33กลับยืนนิ่งหลับตาลงหลบเลี่ยงการถูกภาพมายาล่อลวงเขาใช้หูฟังเสียงการแหวกอากาศและััแรงอัดปราณเบาบาง...ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่มายาสมุทรแทงเข้ามาในระยะสามคืบ!
ลืมตาโพล่ง!
[วิชากระบี่ดัชนีสุริยัน]หมายเลข33ย่อกายหลบต่ำแทงกระบี่ไม้สวนออกไปด้วยสปีดที่เร็วกว่าประดุจลำแสงสุริยัน!ปลายกระบี่ไม้พุ่งทะลวงผ่านเงากระบี่มายากระแทกเข้าที่จุดชีพจรตรงข้อต่อหัวไหล่ของหมายเลข68อย่างแม่นยำ!
แต๊ก!อั้ก!
แรงอัดปราณดัชนีแล่นพล่านจนแขนของหมายเลข68ชาเกร็งกระบี่ไม้ในมือเกือบหลุดหมายเลข33ฉวยจังหวะที่คู่ต่อสู้ชะงักหมุนตัวเตะสกัดขาพร้อมตวัดปลายกระบี่จ่อประชิดคอหอยอีกฝ่ายทันที!
"ผู้ชนะคู่ที่7...เอ๋!ผู้ชนะคู่ที่6...ได้แก่หมายเลข33!"
"การประลองคู่ที่7...หมายเลข15ปะทะหมายเลข89!"
คู่นี้เรียกเสียงโห่ร้องั้แ่เริ่ม!ทั้งสองสายเป็จอมยุทธ์สายปะทะพลังรุนแรงหมายเลข89ตวาดคำรามเสียงดังสนั่นลานประลอง[วิชากระบี่พยัคฆ์คำราม]รังสีปราณข่มขวัญแผ่ออกมาจากร่างฟันกระบี่ไม้ลงมาดุจกรงเล็บพยัคฆ์ตะปบเหยื่อ!
ด้านหมายเลข15ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเกร็งปราณทั่วร่างจนเส้นเืปูดโปนร่าย[วิชากระบี่พายุสะบั้น]ยกกระบี่ไม้ขึ้นรับและตอบโต้ฉับไว!
ตึงงง!เคร้ง! ตึงงง!
เสียงกระบี่ไม้ปะทะกันอย่างหนักหน่วงดังสะท้อนทั่วสนาม!เศษกระบี่ไม้ถูไถจนเกิดควันละอองลอยหม่นทั้งสองฟันแลกกันถึงยี่สิบกระบวนท่าอย่างไม่มีใครยอมใครรอยแผลกระแทกบวมปูดเริ่มปรากฏบนตัวของทั้งคู่!
ในกระบวนท่าสุดท้ายทั้งสองเค้นลมปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายกระบี่ะโลอยตัวขึ้นฟ้าฟันกระบี่ไม้เข้าหากันกลางอากาศ!
ป๊อกกกก!
กระบี่ไม้ของทั้งสองแตกหักสะบั้นออกเป็สองท่อนพร้อมกัน!ทว่าหมายเลข15พลิกไหวพริบยามกลางอากาศได้ดีกว่าเขาใช้ด้ามกระบี่ไม้ที่เหลือท่อนสั้นถีบตัวกลางอากาศส่งแรงพุ่งเข้ากระแทกหน้าอกของหมายเลข89อย่างจัง!
ร่างของหมายเลข89ลอยถอยหลังร่วงตกเวทีศิลาใหญ่ไปแบบฉิวเฉียดในขณะที่หมายเลข15ลอยลงมาแตะพื้นสนามศิลาได้อย่างงดงาม!
"ผู้ชนะคู่ที่7...ได้แก่หมายเลข15!"
"การประลองคู่ที่8...หมายเลข52ปะทะหมายเลข111!"
หมายเลข111เป็พวกใช้สมองเขาก้าวขาเดินตามตำแหน่งทิศทางแปดทิศบนเวทีศิลาสร้าง[ค่ายกลกระบี่ดาวจระเข้]คุมขอบเขตลานประลองบีบให้คู่ต่อสู้ก้าวขาลงตำแหน่งอับสายตา
ทว่าหมายเลข52กลับใช้วิชาตัวเบาพริ้วไหวประดุจใบไม้ร่วงแทรกซึมไปตามช่องว่างของค่ายกลด้วย[วิชากระบี่สายลมแปรผัน]ไม่ปล่อยให้หมายเลข111สร้างค่ายกลได้สมบูรณ์!
ทุกครั้งที่หมายเลข111จะวาดกระบี่บีบพื้นที่หมายเลข52จะโผล่ไปอยู่ด้านหลังอย่างไร้ร่องรอยกระบี่ไม้แทงเข้าที่จุดข้อต่อแขนและสะโพกเพื่อสลายการย่างก้าวจนค่ายกลพังทลายจากภายใน!
เมื่อค่ายกลแตกหมายเลข111ก็ปั่นป่วนโดนหมายเลข52เคาะกระบี่ไม้ขัดขาจนล้มไถลตกขอบเวทีศิลาไปในที่สุด!
"ผู้ชนะคู่ที่8...ได้แก่หมายเลข52!"
และบัดนี้... สัญญาณการประลองคู่ที่9กำลังจะเริ่มขึ้น!
เวทีศิลาใหญ่กำลังจะต้อนรับ" (หมายเลข 46)"หรือเด็กหนุ่มไร้เสียง!
ก่อนที่เท้าของเขาจะก้าวเหยียบลงบนลานศิลา...บรรยากาศรอบกายของเด็กหนุ่มไร้เสียง(หมายเลข 46) กลับนิ่งสงบเงียบเชียบยิ่งกว่าเสียงเคาะฆ้องของกรรมการ
สำหรับผู้คนรอบสนาม นี่คือการประลองเพื่อชื่อเสียงตระกูลหรือตั๋วสู่สำนักใหญ่...แต่สำหรับเขาเสียงโห่ร้องเชียร์ของคนนับพันข้างสนามเป็เพียง"เสียงรบกวนแ่เบา"ที่ไม่อาจซึมซาบเข้าสู่จิตใจได้เลย
ดวงตาเรียวยาวที่ลึกโหว่และนิ่งสะกดของเขากวาดมองไปรอบอัฒจันทร์อย่างช้าๆ...มองเห็นรอยยิ้มความโลภความคาดหวังและแรงกดดันของผู้คนมากมายแต่นั่นไม่ได้ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวแม้แต่น้อย
เพราะในห้วงความคิดลึกๆ...สายตาของเขากำลัง"มองย้อนกลับไปในอดีต"
ย้อนกลับไปสู่สถานที่อันมืดมิดไร้แสงสว่างไร้ปรานีสถานที่ที่ถูกเรียกว่า"ขุมนรก"ที่ซึ่งเด็กน้อยอย่างเขาต้องใช้ด้ามกระบี่คมหนามและคราบเืในการเอาชีวิตรอดวันต่อวันสถานที่ที่ไม่มีเสียงหัวเราะไม่มีคำปลอบประโลมมีเพียงเสียงลมหายใจโรยแรงและการดิ้นรนเพื่อตื่นขึ้นมาให้มีชีวิตรอดในวันถัดไป
เขารอดชีวิตและหลุดพ้นมาจากขุมนรกแห่งนั้นได้ด้วยกระบี่ในมือเพียงเล่มเดียว
จากเด็กหนุ่มที่เคยถูกบดขยี้ในเงามืด...บัดนี้เขายืนอยู่ใต้แสงอาทิตย์ยามบ่ายบนเวทีศิลาใหญ่
ความรู้สึกที่เด่นชัดที่สุดในอกของเขาตอนนี้ไม่ใช่ความกลัวไม่ใช่ความตื่นเต้นและไม่ใช่ความฮึกเหิม...แต่เป็"ความนิ่งสงบอันดั่งน้ำแข็ง"และ"ความดื้อรั้นที่จะสลักชื่อของตัวเอง"ลงบนโลกใบนี้
กระบี่ไม้ในมือของเขาไม่ได้ถือไว้เพื่ออวดรวดลายแต่ถูกกุมไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณของการเป็ผู้รอดชีวิตทุกจังหวะการย่างก้าวขึ้นสู่เวทีคือการประกาศว่าข้ามารับชัยชนะ ไม่ใช่มาประลอง
“การประลองคู่ที่9...หมายเลข 46 ปะทะหมายเลข 173!”
สิ้นเสียงประกาศของกรรมการ...
ร่างของ เด็กหนุ่มไร้เสียง(หมายเลข 46) ก้าวเดินออกจากข้างสนามอย่างเงียบเชียบไร้เสียงก้าวเท้าไร้เสียงลมหายใจ
สายตานิ่งสงบประดุจบ่อน้ำโบราณพันปีของเขากวาดมองผ่านฝูงชนชั่วขณะหนึ่งสายตานั้นกวาดผ่านฉิวฟงและชิงหยางราวกับสแกนรับรู้ถึงรังสีฝีมือของกันและกันก่อนจะหันกลับไปมองยังปลายกระบี่ไม้ในมือ
ฝั่งตรงข้ามคือ หมายเลข173ยอดฝีมือสายกระบี่คลื่นลมผู้มีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อััได้ถึง"ความเงียบอันน่าขนลุก"ที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้า...
รังสีฆ่าฟันของเด็กหนุ่มไร้เสียงไม่ได้ดุดันแผดเผาเหมือนหญิงสาวชุดแดงแต่มันคือ"รังสีแห่งขุมนรก"ที่สงบนิ่งและพร้อมจะกลืนกินทุกอย่างทันทีที่ลงมือ!
"คู่ที่9...เริ่มได้!!!"
หมายเลข 173 ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว!เขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ธรรมดาจึงเค้นลมปราณทั้งหมดั้แ่แรกด้วย[วิชากระบี่พายุทรายทลายศิลา]กระบี่ไม้ในมืออัดแน่นด้วยปราณหนักหน่วงโหมกระหน่ำฟาดฟันลงมาจากทุกทิศทางด้วยความเร็วและน้ำหนักมหาศาล!
ตึง! ตึง!ตึง! เคร้ง!
เสียงปะทะดังสนั่น! เด็กหนุ่มไร้เสียง(หมายเลข 46) ยกรักษาตำแหน่งกระบี่ไม้รับไว้อย่างยากลำบากแรงอัดปราณของคู่ต่อสู้หนักหน่วงและเกรี้ยวกราดเกินคาดคมกระบี่ไม้ฟาดกระแทกเข้าที่ไหล่ชายโครงและอกของเขาอย่างจังจนเสื้อผ้าขาดวิ่นเืสดๆเริ่มซึมออกมา!
"อั้ก!"
ร่างของเด็กหนุ่มถูกต้อนถอยร่นไปจนติดขอบเวทีศิลาใหญ่!ความเ็ปจากาแบวกกับแรงกดดันอันหนักหน่วงส่งผลให้สติของเขาเริ่มพร่ามัว...
มโนภาพในอดีต:หวนคืนสู่ขุมนรก
ภาพลานประลองศิลาใหญ่และเสียงเชียร์รอบข้างค่อยๆเลือนหายไป...ถูกแทนที่ด้วยเสียงโซ่ตรวนเสียงแส้ตบกระทบเนื้อและกลิ่นคราบเือันคุ้นเคยในเงามืด!
ความเ็ปที่ได้รับในปัจจุบันผสานเข้ากับความทรงจำของการถูกทรมานการถูกสบประมาทและการดิ้นรนเจียนตายในกรงขังมืดตอนเป็เด็ก...
'ทำไมข้าต้องเ็ปเช่นนี้อีก...ข้ายังหลุดพ้นไม่พออีกหรือ...'
'ข้า...แค่อยากมีชีวิตรอด!ข้าแค่อยากจะปกป้องตัวเองได้!'
ในมโนภาพอันมืดมิด มือของเหล่านักฆ่าและเงาร้ายในอดีตกำลังยื่นออกมาจากเงามืดเพื่อฉุดดึงเขากลับลงไปในเหวนรกพยายามจะบดขยี้เขาอีกครั้ง!
หมายเลข 173 เห็นเด็กหนุ่มยืนนิ่งตาเหลือกค้างก็แสยะยิ้มคิดว่าได้ใจเง้าง้างกระบี่ไม้ขึ้นสุดแขนหมายจะแทงอัดเข้าลิ้นปี่เพื่อปิดฉาก!
"จบกันแค่นี้แหละเ้าหนู!"
การตื่นรู้:จิตกระบี่สบั้นเงาอดีต
ในเสี้ยววินาทีแห่งชีวิตและความตายนั้นเอง...
ดำลึกลงไปในจิติญญาที่ถูกบีบเค้นจนถึงขีดสุด...เด็กหนุ่มมองเห็นกระบี่ไม้ในมือของตนมันไม่ได้เป็เพียงไม้ธรรมดาอีกต่อไปแต่มันคือสิ่งเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างเขามาตลอดชีวิต
'อดีต...ไม่อาจกักขังข้าได้อีกต่อไป!'
เปรี้ยงงงงงงสสสส!
สติของเขาสว่างวาบ! ในห้วงจิตใต้สำนึกเด็กหนุ่มวาดกระบี่ในใจสบั้นฟันภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตขาดสะบั้นออกเป็สองท่อน!
ในโลกแห่งความเป็จริง...รังสีปราณสีขาวใสที่เคยเงียบเชียบและหมองตลบลอยตัวขึ้นสูงจากร่างของเขา!มันไม่ใช่ปราณดุดันแบบเปลวไฟแต่มันคือ"จิตกระบี่ไร้เสียง"อันบริสุทธิ์คมกริบและเป็แสงสีขาวที่สว่างที่ยิ่งกว่าดวงดาราในตอนกลางคืนเสียอีก
ลืมตาโพล่ง!
ดวงตาที่เคยสับสนบัดนี้ทอประกายคมกริบดั่งกระบี่เทพ!ในวินาทีที่กระบี่ของหมายเลข173แทงลงมาถึงหน้าอกเด็กหนุ่มไม่ได้ถอย...แต่กลับก้าวเอียงกายไปข้างหน้าครึ่งก้าวพลิกข้อมือสร้างกระบวนท่าที่เกิดจากจิติญญาของตนเองขึ้นมาใหม่เป็ครั้งแรก!
[กระบวนท่าไร้รูป:สบั้นตรวนนรก!]
ฟึ่บ!
ไร้เสียงแหวกอากาศ ไร้การเค้นปราณเอ่อล้น...มีเพียงเส้นแสงกระบี่สีเทาเงินฉับไวไร้ทิศทางที่พุ่งสวนสลับสับเปลี่ยนไปมาประดุจสายฟ้าเงียบ!
ป๊อก! แต๊ก!ฉับ!
กระบี่ไม้ของหมายเลข173ถูกด้ามกระบี่ของเด็กหนุ่มเคาะปัดสะบั้นหลุดลอยกลางอากาศทันที!และก่อนที่หมายเลข173จะทันได้ใปลายกระบี่ไม้ของเด็กหนุ่มก็แทงทะลวงผ่านม่านป้องกันเคาะเข้าที่จุดชีพจรสำคัญสี่จุดบนอกและคอหอยของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำและเงียบเชียบ!
แรงอัดจากจิตกระบี่ที่หลอมรวมกระแทกเข้าสู่ภายในร่างของหมายเลข173อย่างหนักหน่วง!
"อั้ก...กระบี่... อะไรกัน..."
ร่างของหมายเลข 173 ทรุดลงกองกับพื้นศิลาตาค้างและหมดสติไปทั้งอย่างนั้น!
กระตุก!
เด็กหนุ่มไร้เสียงกระอักเืออกมาคำหนึ่งาแทั่วร่างรวดพานร่างกายของเขาสั่นสะท้านจากความเหนื่อยล้าและอาการาเ็หนักเขาใช้กระบี่ไม้ค้ำยันพื้นศิลาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองทรุดลงไป
แต่ทว่า... แววตาของเขาในตอนนี้ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อสิ่งใดอีกแล้วมันคือั์ตาของผู้ที่ก้าวข้ามฝันร้ายและถือครองกระบวนท่ากระบี่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์!
ทั่วทั้งสนามเงียบกริบด้วยความตกตะลึงก่อนที่กรรมการจะเคาะฆ้องด้วยมืออันสั่นเทา:
"ผะ...ผู้ชนะคู่ที่9...ได้แก่หมายเลข46(เด็กหนุ่มไร้เสียง)!"
"การประลองคู่ที่10...หมายเลข58ปะทะหมายเลข132!"
หมายเลข 132 หวังจะรีบปิดเกมบูสต์ลมปราณเพลิงร้อนฉ่าจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวฟาดกระบี่ไม้ลงมาด้วย[วิชากระบี่เพลิงผลาญศิลา]เสียงอัดอากาศดังตูม! ตูม!ตูม!หมายจะกดขยี้คู่ต่อสู้ให้ตกเวทีในกระบวนท่าเดียว!
ทว่า หมายเลข58กลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว!เขาก้าวสลับเท้าพริ้วไหวสะบัดกระบี่ไม้รวดเร็วปานสายฟ้าผสาน[วิชากระบี่สายฝนพรำ]ปลายกระบี่ไม้นับสิบสายเคาะรัวใส่คมกระบี่เพลิงของอีกฝ่ายเป็จังหวะถี่กระชั้น!
แต๊กๆๆๆๆๆๆๆ!
ปลายกระบี่ที่เคาะสลายแรงอย่างถี่ถ้วนประดุจหยาดฝนปะทะเปลวไฟสะกดให้กระบี่เพลิงอันหนักหน่วงของหมายเลข132ถูกเบี่ยงทิศทางออกไปทีละนิดจนสมาธิและลมปราณเริ่มติดขัด!
เมื่อเห็นช่องว่างตรงหัวไหล่ที่เปิดออกหมายเลข58ก็แทรกปลายกระบี่ไม้ผ่านม่านลมร้อนเคาะเข้าที่จุดชีพจรใต้รักแร้ของหมายเลข132อย่างฉับไว!แรงชาแล่นริ้วจนกระบี่ไม้ของหมายเลข132หลุดจากมือก่อนที่หมายเลข58จะใช้หลังมือตบด้ามกระบี่ซ้ำเข้าที่อกผลักร่างอีกฝ่ายลอยถอยหลังตกเวทีศิลาใหญ่ไปอย่างงดงาม!
"ผู้ชนะคู่ที่10...ได้แก่หมายเลข58!"
"การประลองคู่ที่11...หมายเลข3ปะทะหมายเลข99!"
เด็กหนุ่มร่างโต (หมายเลข3)ถือกระบี่ไม้ขึ้นมาบนเวทีศิลาใหญ่ใบหน้าคมคายติดจะซื่อๆและไร้เดียงสาส่งรอยยิ้มแป้นให้ทุกคนบนอัฒจันทร์เขาเกาหัวแกรกๆพลางส่งเสียงทักทายคู่ต่อสู้แบบเด็กๆ"สวัสดีขอรับสหายออมมือให้ข้าด้วยนะ!"
ฝั่งตรงข้ามคือ หมายเลข99ยอดฝีมือสายตัวเบาผู้นิยมใช้กลอุบายเขากวาดสายตามองเด็กร่างโตั้แ่หัวจรดเท้า...รูปร่างสูงใหญ่กำยำทว่าแววตากลับใสซื่อและหัวช้าอย่างเห็นได้ชัด!
'หึ...เ้าหมอนี่แรงเยอะก็จริงแต่สมองนิ่มแน่ๆโดนข้าปั่นหัวนิดหน่อยก็หลงกลแล้ว!' หมายเลข99แอบแสยะยิ้มในใจ
"เริ่มได้!!!"
สิ้นเสียงสัญญาณ! หมายเลข99ไม่บุกตรงๆแต่วิ่ิงะโสลับเท้าเป็วงกลมรอบตัวเด็กร่างโตด้วยความเร็วสูงพลางะโด้วยน้ำเสียงหลอกล่อ:
"เฮ้!เ้าั์! มองทางนี้!กระบี่ข้ามาจากข้างซ้ายแล้ว!"
"เอ๊ะ!ข้างซ้ายหรือ!"เด็กร่างโตตาโตรีบหมุนตัวพร้อมเหวี่ยงกระบี่ไม้ั์ไปทางซ้ายเต็มแรง!
วูบบบ!!! แรงลมเหวี่ยงกระบี่รุนแรงจนลานศิลาะเืทว่า...บริเวณนั้นกลับว่างเปล่า!
"ฮ่าๆๆ!โดนหลอกแล้ว! ข้าอยู่อยู่ข้างบนต่างหาก!"หมายเลข99ทะยานตัวขึ้นฟ้าแอบซ่อนรังสีปราณไว้แล้วแทงกระบี่ไม้สอดลงมาจากมุมอับด้านหลังสะกิดเข้าที่ข้อพับเข่าและสะบักหลังของเด็กร่างโตอย่างจัง!
แต๊ก! แต๊ก!
"โอ๊ย!เจ็บนะสหาย!"เด็กร่างโตร้องโอดโอยหันขวับกลับมามองแต่หมายเลข99ก็ฉากตัวถอยไปยืนไกลสามวาเรียบร้อยแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น หมายเลข99ยังใช้อุบายหลอกล่อต่อด้วยการชี้มือไปข้างหลังเด็กหนุ่มร่างโต"เฮ้ย!ดูนั่นสิ! พ่อของเ้าเดินมานู่นแล้ว!"
"หือ? ท่านพ่อข้ามาเหรอ?!" เด็กร่างโตที่หัวช้าและไร้เดียงสาหลงเชื่ออย่างง่ายดายหันขวับไปมองนอกสนามทันที!
หมายเลข 99 ได้ใจพุ่งตัวประชิดหลังอย่างฉับไวรวบรวมลมปราณไว้ที่ปลายกระบี่ไม้หวังจะแทงอัดเข้าที่ลิ้นปี่เพื่อปิดเกมในกระบวนท่าเดียว!"เสร็จข้าละเ้าเด็กโง่!"
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
เด็กหนุ่มร่างโตที่หันหน้าไปนอกสนามกลับค่อยๆเอียงคอเล็กน้อย...แววตาที่เคยใสซื่อและสับสนค่อยๆสว่างวาบขึ้นด้วยความใสสะอาดดุจผลึกแก้ว!
'เอ๋...แต่ถ้าท่านพ่อข้ามาจริงๆ พี่สาวข้าต้องเคาะกระบอกน้ำเรียกข้าแล้วสิ...สหายคนนี้หลอกข้าอีกแล้วเหรอ?'
ความคิดที่เรียบง่ายแต่ไร้ซึ่งความซับซ้อนทำให้สมาธิของเด็กร่างโตไม่นึกดิ้นรนไปตามคำหลอกล่ออีกต่อไป!เขาไม่ได้คิดซับซ้อนแบบยอดฝีมือแต่เขาััได้ถึง"สายลมและความอุ่นของม่านอากาศ"ที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง!
วูบบบบบบบบ!
ลมปราณหนาแน่นสีส้มอบอุ่นะเิออกจากร่างของเด็กร่างโตโดยสัญชาตญาณ![จิตกระบี่ศิลา]ปราณสีส้มควบแน่นก่อตัวเป็ม่านพลังประดุจเปลือกไม้ั์คุ้มกาย!
ป๊อกกก!
ปลายกระบี่ของหมายเลข99กระแทกเข้ากับม่านปราณสีส้มอย่างจังแรงสะท้อนทำให้แขนของหมายเลข99ชาโด่งกระบี่ไม้ในมือแทบหลุดหลุดลอย!
"กะ...เกิดอะไรขึ้น?!" หมายเลข99ตะลึงงัน!
เด็กหนุ่มร่างโตหมุนตัวกลับมาช้าๆยิ้มแฉ่งแต่แววตารู้ทัน"สหายหลอกข้าสองรอบแล้วนะ...ท่านพ่อข้าบอกว่าคนที่ชอบพูดโกหกจะต้องโดนลงโทษ!"
พูดจบ เด็กร่างโตไม่ได้ใช้ทักษะพิสดารอะไรเลย...เพียงแค่ย่อขาตั้งหลักอย่างมั่นคงแล้วก้าวเท้าหนักแน่นพร้อมฟันกระบี่ไม้ั์กวาดเป็แนวนอนตรงๆ!
ตูมมมมมมมมมมม!
คลื่นปราณสีส้มมหาศาละเิออกจากกระบี่ไม้ั์เป็สายลมพายุหมุนอัดแน่น!หมายเลข99ที่ย่างก้าวปั่นป่วนจากการถูกสะท้อนแรงไม่สามารถหลบได้ทันถูกคลื่นลมปราณสีส้มซัดร่างลอยกระเด็นโค้งเค้งข้ามขอบเวทีศิลาใหญ่ไปไกลหลายวา!
ตึง!
ร่างของหมายเลข 99 ร่วงลงบนเบาะขอบสนามอย่างนุ่มนวลโดยไม่ได้รับาเ็สาหัสแต่หมดสติไปจากแรงอัดลมปราณ!
เด็กร่างโตยิ้มร่า ยกกระบี่ไม้ขึ้นแนบไหล่หันไปยกมือโบกให้ผู้ชมบนอัฒจันทร์"ข้าชนะแล้วครับท่านพ่อ!"
เสียงหัวเราะเอ็นดูและเสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั่วทั้งลานประลอง!
"ผู้ชนะคู่ที่11...ได้แก่หมายเลข3(เด็กหนุ่มร่างโต)!"
"การประลองคู่ที่12...หมายเลข112ปะทะหมายเลข205!"
สิ้นเสียงเคาะฆ้อง! บรรยากาศบนเวทีศิลาใหญ่พลันเปลี่ยนเป็เครียดตึงทั้งคู่ต่างเป็ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่เป็หวังของตระกูลใหญ่ผ่านเข้ารอบ50คนมาได้อย่างไร้รอยขีดข่วน
นายน้อยตระกูลเฉิน (หมายเลข205)ตั้งท่ากระบี่ต่ำสายตาคมกริบจ้องมองคู่ต่อสู้เขากระชับกระบี่ไม้พลางเค้นลมปราณอัสนีออกมาจนปลายกระบี่เกิดเสียงอัดอากาศดังกริ๊กลั่นประดุจประกายไฟ!
"ศิษย์เอกตระกูลหลิน...เล่าลือกันว่าเพลงกระบี่เงาจันทร์ของพวกเ้านุ่มนวลอ่อนพริ้ววันนี้ข้าอยากรู้นักว่าจะทนทานรับความรวดเร็วและหนักหน่วงของกระบี่อัสนีตระกูลเฉินได้สักกี่น้ำ!"
ศิษย์เอกตระกูลหลิน (หมายเลข112)เพียงยกกระบี่ไม้ขึ้นแนบหน้าอกรอยยิ้มสงบและนิ่งลึก"นายน้อยเฉิน...กระบี่ที่เร็วที่สุดไม่จำเป็ต้องเป็กระบี่ที่ฟันถูกเป้าเสมอไปลองเข้ามาดูเถิด"
"เริ่มได้!!!"
เปรี้ยงงงงง!
สิ้นเสียงสัญญาณ! หมายเลข205ถีบตัวะเิพลังออกจากจุดเดิมร่างแทบทลายเป็เส้นแสงพุ่งเข้าหาหมายเลข112ด้วย[วิชากระบี่อัสนีสบั้น- สายฟ้าผ่าลานศิลา]! กระบี่ไม้ในมือวาดฟันลงมาสามทางติดๆกันบนกลางล่างด้วยสปีดรวดเร็วและแรงอัดปราณดุดันจนเกิดเสียงลมวูบหวิว!
เคร้ง! เคร้ง!เคร้ง!
ทว่า หมายเลข112กลับไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว!เขาวาดกระบี่ไม้เป็โค้งวงกลมแช่มช้อย[วิชากระบี่เงาจันทร์- จันทร์ทรงกลด]คมกระบี่หมุนวนประดุจผิวน้ำรับการฟันสบั้นอย่างนุ่มนวลปลายกระบี่ไม้เคาะสลายแรงอัดสายฟ้าของอีกฝ่ายออกไปด้านข้างทีละจังหวะ!
"รวดเร็วดี!แต่นั่นยังไม่พอ!"หมายเลข205ตวาดลั่นหมุนตัวเหวี่ยงกระบี่ไม้สลับมือพุ่งแทงเสยสบั้นเข้าที่คางอย่างต่อเนื่อง!
คู่นี้สู้กันอย่างรวดเร็วและตึงมือฉับไว!ฝั่งหนึ่งรุกหนักราวกับพายุสายฟ้าคลั่งอีกฝั่งหนึ่งรับรอยถอยแปรผันดั่งแสงเงาจันทร์ทรงกลดทั้งสองแลกกระบวนท่ากันถึงยี่สิบสี่กระบวนท่าโดยไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ!
ตึง! ตึง!ตึง!
เศษลานศิลาเริ่มเกิดรอยขูดขีดเป็เส้นๆจากแรงอัดปราณกระบี่ที่ฟุ้งกระจายผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างลุกขึ้นยืนชมด้วยความลุ้นระทึก!
จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนท่าที่สามสิบ...
หมายเลข 205 ที่เค้นปราณอัสนีรุกหนักต่อเนื่องเริ่มเกิดอาการลมปราณสะดุดติดขัดเล็กน้อยจากการเร่งสปีดสุดกำลังร่างกายเกิดช่องว่างชั่วเสี้ยววินาที!
หมายเลข 112 ที่นิ่งสงบและรอจังหวะนี้อยู่แล้วดวงตาสว่างวาบ!
[เคล็ดกระบี่เงาจันทร์- จันทร์ดับไร้เงา]
ฟึ่บ!
ร่างของหมายเลข 112 พร่ามัวและพลิกไถลไปกับพื้นศิลาหลบฉิวเฉียดลอดใต้คมกระบี่อัสนีที่ฟันพลาดเป้าแล้วสอดกระบี่ไม้แทงขึ้นมาจากมุมอับ!ปลายกระบี่เคาะเข้าที่ข้อพับมือขวาของหมายเลข205อย่างแม่นยำ!
แต๊ก!
"อั้ก!"
แรงชาแล่นริ้วจนกระบี่ไม้ในมือของหมายเลข205หลุดลอยขึ้นฟ้า!ยังไม่ทันที่กระบี่จะหล่นลงพื้นหมายเลข112ก็พลิกข้อมือหมุนกระบี่ไม้กลับมาจ่อประชิดคอหอยของนายน้อยตระกูลเฉินในระยะห่างเพียงครึ่งนิ้ว!
ลมปราณอัสนีบนร่างของหมายเลข205สลายไปทันที...เขายืนนิ่งค้างมองปลายกระบี่ไม้ตรงคอหอยก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาแล้วยิ้มยอมรับความพ่ายแพ้
"สมคำเล่าลือ...เพลงกระบี่เงาจันทร์ของตระกูลหลินสลายแรงอัสนีของข้าได้อย่างหมดจดข้ายอมแพ้"
หมายเลข 112 ลดกระบี่ลงแล้วประสานมือเคารพตอบอย่างมีเกียรติ"นายน้อยเฉินออมมือให้แล้วกระบี่อัสนีของท่านทรงพลังยิ่งนัก"
เสียงปรบมือและเสียงเชียร์แซ่ซ้องดังกึกก้องไปทั่วอัฒจันทร์เป็การประลองที่ดุเดือดมีชั้นเชิงและจบลงได้อย่างสง่างามอิ่มเอมใจ!
"ผู้ชนะคู่ที่12...ได้แก่หมายเลข112!"
"การประลองคู่ที่13...หมายเลข96ปะทะหมายเลข139!"
ถังซู่เหมย (หมายเลข96)ก้าวขึ้นสู่เวทีศิลาใหญ่อาภรณ์สีฟ้าอ่อนพลิ้วไหวตามสายลมใบหน้างดงามั์ตาเรียวคมนิ่งสงบพร้อมกระชับกระบี่ไม้ในมือ
ฝั่งตรงข้ามคือ หมายเลข139จอมยุทธ์หนุ่มพเนจรในชุดป่านเรียบง่ายทันทีที่เขาก้าวขึ้นมาบนเวทีและได้พิศมองใบหน้าของถังซู่เหมยในระยะใกล้...ร่างของเขากลับชะงักกึกดวงตาคู่ปราบพร่างพรูไปด้วยความตกตะลึงและโหยหาอย่างถึงที่สุด!
"คล้ายเหลือเกิน...สองตา คิ้วและโครงหน้านี้...ถอดแบบมาจาก 'ท่านเ้าเมืองถังหมินเยว่' ถึงแปดส่วน!"ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ถังซู่เหมยขมวดคิ้วเล็กน้อย"ท่านรู้จักนามของเ้าเมืองคนแรกแห่งเมืองหงส์เหินได้อย่างไร?"
ชายหนุ่มแย้มยิ้มอย่างอบอุ่นั์ตาฉายประกายเคารพรัก"ไม่เพียงแค่รู้จัก...แต่ข้าเคยเป็หนึ่งในองครักษ์ผู้จงรักภักดีต่อตระกูลถังแห่งเมืองหงส์เหินต่างหากแม่นางใช้แซ่ถัง...เ้าได้รับการถ่ายทอดท่วงท่า'เหมยหิมะสบั้นรวง' นี้มาใช่หรือไม่?"
"เริ่มได้!!!"เสียงฆ้องดังก้องขัดจังหวะ!
ถังซู่เหมยไม่ปล่อยให้ความสับสนทำลายสมาธินางเค้นลมปราณร่าย[ค่ายกลกระบี่ว่ารีบุปผา์]กระบี่ไม้ในมือตวัดรวดเร็วประดุจกลีบดอกเหมยร่วงหล่นสร้างม่านปราณเงากระบี่นับร้อยสายบีบต้อนคู่ต่อสู้จากทุกทิศทาง!
เคร้ง! เคร้ง!เคร้ง!
ชายหนุ่มขยับเท้าพริ้วไหวแต้มกระบี่ไม้ในมือสลายจังหวะม่านกระบี่ของนางได้อย่างเหนือชั้น!ทุกจุดที่เขาแตะกระบี่ลงไปคือจุดปรับสมดุลวิชากระบี่โบราณประจำเมืองหงส์เหิน
"วิชากระบี่ประจำตระกูลถังแห่งเมืองหงส์เหิน...ไม่ได้เน้นเพียงความอ่อนช้อยแต่เน้น 'จิติญญาแห่งหงส์' ที่ยโสและหนักแน่น!กลีบที่สี่ของเ้ากางไม่สุดเพราะลมปราณยังติดขัดที่สะบักขวา!"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางยิ้มเบาๆนำด้ามกระบี่ไม้สะกิดเคาะเข้าที่จุดสะบักขวาของนางเบาๆแต๊ก!ลมปราณที่ติดขัดของถังซู่เหมยพลันแทรกทะลวงผ่านสะดวกขึ้นทันตา!
** เบาะแสแห่งชาติกำเนิดและอนาคตเ้าเมือง**
ในจังหวะที่กระบี่ไม้ของทั้งสองไขว้ประสานปะทะกันในระยะประชิด...ชายหนุ่มได้กระซิบความจริงอันยิ่งใหญ่เข้าที่ข้างหูของนาง:
"แซ่ถังของเ้า...คือสายเืเกียรติยศที่แท้จริง!เ้าคือทายาทสายตรงของท่านเ้าเมืองถังหมินเยว่!เหตุผลที่เ้าต้องมาเยือนศึกประลองนี้เพราะบัลลังก์เ้าเมืองหงส์เหินในยามนี้กำลังรอคอยเ้าเมืองที่แท้จริงกลับคืนสู่หอคำ...จงไปตามหา 'ปักษาหงส์ศิลา' ที่ประทับตราเมืองหลวงแล้วสืบทอดบัลลังก์เ้าเมืองต่อจากบรรพบุรุษของเ้าเสีย!"
ถังซู่เหมยเบิ่งตากว้างหัวใจเต้นระรี้ด้วยความตกตะลึง!ปริศนาเื่ชาติกำเนิดและสายเืเ้าเมืองของนางถูกไขกระจ่างบนเวทีศิลาใหญ่แห่งนี้!
"ฝากเมืองหงส์เหินด้วย...ว่าที่เ้าเมืองน้อย"
ชายหนุ่มยิ้มอย่างภาคภูมิใจก่อนจะแกล้งก้าวเท้าพลาดเสียหลักปล่อยกระบี่ไม้หลุดจากมือแล้วถอยหลังก้าวหลุดพ้นขอบเวทีศิลาใหญ่ไปอย่างสง่างาม!
ตึง!
เขายืนลงบนพื้นสนาม คุกเข่าข้างหนึ่งประสานมือเคารพถังซู่เหมยบนเวทีเป็การภายใน
ถังซู่เหมยยืนนิ่งกำลังอึ้งอยู่บนเวทีกระชับกระบี่ไม้แน่นแววตาของนางบัดนี้ไม่ได้มีเพียงความสงสัยแต่เต็มไปด้วย"จิติญญาและความรับผิดชอบของอนาคตเ้าเมืองหงส์เหิน"ที่ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์!
"ผู้ชนะคู่ที่13...ได้แก่หมายเลข96(ถังซู่เหมย)!"
"การประลองคู่ที่14...หมายเลข77ปะทะหมายเลข150!"
สิ้นเสียงสัญญาณฆ้อง!หมายเลข77ย่อตัวลงต่ำลมปราณอัสนีสีฟ้าอ่อนหมุนเวียนรอบปลายเท้าร่างของเขาทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่แทบจะมองด้วยตาเปล่าไม่ทัน!
[วิชากระบี่อัสนีแลบโบราณ- ประกายฟ้าเบียดศิลา]
ฉับ! ฉับ!ฉับ! ฉับ!
คมกระบี่ไม้ในมือของหมายเลข77พุ่งแทงสลับฟันเข้ามาจากห้าทิศทางพร้อมกันประดุจสายฟ้าฟาด!เป้าหมายคือจุดชีพจรบนไหล่คอหอยและข้อต่อแขนหวังจะปิดเกมด้วยความเร็วอันเด็ดขาดั้แ่สามวินาทีแรก!
ทว่า หมายเลข150กลับไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยงเขาก้าวเท้าขวาถอยหลังไปครึ่งก้าวปักหลักตั้งมั่นปานต้นไม้อย่างมั่นคงร่าย[วิชากระบี่ศิลาทมิฬ- ปราการไร้พ่าย]ยกกระบี่ไม้หนาโตขึ้นบังแนวลำตัว
เคร้ง! ป๊อก!ป๊อก! ป๊อก!
เสียงกระบี่ไม้ปะทะกันรัวเร็วและหนักแน่น!ปลายกระบี่ของหมายเลข77กระแทกเข้ากับลำกระบี่ไม้หนาและม่านลมปราณศิลาของหมายเลข150จนเกิดประกายไฟละอองไม้ฟุ้งกระจาย!ทุกกระบี่ที่แทงเข้ามาถูกสลายแรงอัดลงสู่พื้นศิลาลานประลองจนแตกเป็รอยขีดข่วน
"ความเร็วเ้าดี...แต่น้ำหนักยังเบาไป!"หมายเลข150คำรามตะเบ็งปราณศิลาจนกล้ามเนื้อปูดโปนสะบัดกระบี่ไม้ออกไปด้านข้างเพื่อผลักดันคู่ต่อสู้!
หมายเลข 77 อาศัยความพริ้วไหวถีบตัวกลางอากาศหมุนวนหลบขอบกระบี่หนักแล้วพุ่งสอดตัวข้ามหัวกลับมาด้านหลังวาดกระบี่ไม้ฟันสบั้นเข้าที่ท้ายทอยและชายโครงฉับไว!
แต๊ก! แต๊ก!
แม้จะฟันโดน แต่แรงอัดปราณศิลากลับแข็งแกร่งประดุจสวมเกราะหินหมายเลข150เพียงแค่หน้าหงายเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกวาดกระบี่หนักตามหลังเป็วงกว้าง!ลมปะทะอัดอากาศพุ่งปะทะหน้าจนหมายเลข77ต้องตีลังกาถอยร่นไปตั้งหลักไกลถึงสองวา!
ทั้งสองยืนจ้องตากระพริบในระยะห่างเสียงลมหายใจเริ่มหนักขึ้น...
"หากแทงเกราะหินของเ้าไม่เข้า...งั้นก็แทงขัดข้อต่อเสีย!"หมายเลข77สูดลมหายใจลึกเกร็งปราณอัสนีควบแน่นไว้ที่ปลายกระบี่จนส่องแสงวาววับ!
เขาพุ่งตัวอีกครั้ง! แต่คราวนี้ไม่บุกตรงๆแต่วิ่งวนสลับซิกแซกเป็ภาพเงาซ้อนทับสามร่าง[อัสนีสามสาย]ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวแทงปลายกระบี่ไม้สอดเข้าตรงข้อพับเข่าและกะบังมือของหมายเลข150อย่างแม่นยำ!
ป๊อก! อั้ก!
แรงชาแล่นริ้วจนเข่าขวาของหมายเลข150ทรุดลงแตะพื้นศิลา!กะบังกระบี่สั่นสะท้านเกือบหลุดมือ!
หมายเลข 77 ได้ใจเหวี่ยงกระบี่ไม้เสยขึ้นหมายจะเคาะคางเพื่อปิดฉาก!
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีแห่งชีวิตและความตายนั้นเองจอมยุทธ์สายศิลาทมิฬกลับแสยะยิ้ม!เขายอมแลกการถูกเคาะคางเพื่อกัดฟันข่มความเ็ปเกร็งลมปราณศิลาทึบอัดลงสู่มือซ้ายแล้วใช้มือซ้ายคว้าจับลำกระบี่ไม้ของหมายเลข77ไว้แน่น!
หมับ!
"จับตัวเ้าได้แล้ว!"
หมายเลข 77 ดวงตาเบิ่งกว้างด้วยความตกตะลึง"อะไรกัน?!" เขาพยายามจะชักกระบี่คืนแต่กระบี่ไม้กลับถูกมือซ้ายดุจคีมเหล็กของหมายเลข150ยึดไว้แ่าจนถอนไม่ออก!
เมื่อไร้ซึ่งความเร็วในการหลบหลีก...ยอดฝีมือสายสปีดก็ตกเป็เหยื่อทันที!
หมายเลข 150 คำรามลั่นลานประลองเค้นลมปราณศิลาทมิฬทั้งหมดไว้ที่มือขวาง้างกระบี่ไม้เล่มหนาขึ้นสุดแขนแล้วฟันสบั้นเฉียงอัดเข้าที่ข้างลำตัวของหมายเลข77เต็มแรง!
ตูมมมมมมมมมม!
อั้กกระจาย!
รังสีปราณหนักหน่วงกระแทกร่างของหมายเลข77ลอยโค้งกระเด็นข้ามขอบเวทีศิลาใหญ่ร่วงหล่นลงมากระแทกเบาะข้างสนามอย่างรุนแรง!กระบี่ไม้ในมือหลุดลอยหลับกลางอากาศไปพร้อมกับความพ่ายแพ้!
หมายเลข 150 ยืนขึ้นช้าๆคลายมือซ้ายออกถอนหายใจยาวปล่อยควันปราณร้อนออกมาจากปากก่อนจะยกกระบี่ไม้ประสานมือคารวะคู่ต่อสู้
"ผู้ชนะคู่ที่14...ได้แก่หมายเลข150!"
"การประลองคู่ที่15...หมายเลข18ปะทะหมายเลข210!"
ร่างของ เด็กน้อย(หมายเลข 18) เดินขึ้นสู่เวทีศิลาใหญ่เขาตัวเล็กจนกระบี่ไม้ที่สะพายไว้ข้างหลังเกือบจะลากพื้นใบหน้าจิ้มลิ้มแต่แววตานิ่งสงบฝั่งตรงข้ามคือหมายเลข210จอมยุทธ์วัยกลางคนผู้ถือกระบี่ไม้อย่างมั่นคงและมีสีหน้าหยิ่งยโส
หมายเลข 210 กวาดสายตามองเด็กน้อยแล้วหัวเราะในลำคอ"เ้าหนู!เวทีศิลาใหญ่นี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่นวิชาค่ายกลกระบี่ต้องอาศัยการคำนวณทิศทางลมปราณ และความแม่นยำข้าศึกษาค่ายกลแปดทิศมานานกว่าห้าปียอมแพ้ไปเสียเถอะจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว!"
เด็กน้อยไม่ตอบคำ เพียงยิ้มบางๆแล้วยกรักษาตำแหน่งกระบี่ไม้ขึ้นระดับอก"พี่ชาย...ค่ายกลกระบี่ไม่ได้วัดกันที่จำนวนปีที่เรียนหรอกครับแต่วัดกันที่'ความตื่นรู้' ต่างหาก"
"เริ่มได้!!!"
ตึง! ตึง!ตึง!
หมายเลข 210 ย่างก้าวเป็จังหวะรูปดาวแปดทิศบนพื้นศิลา[ค่ายกลกระบี่แปดทิศสยบฟ้า]ม่านลมปราณหมุนวนรอบกายบีบเค้นพื้นที่การเคลื่อนไหวของเวทีให้แคบลงเรื่อยๆรังสีปราณกระบี่แปดสายโผล่ขึ้นประชิดปิดทางถอยของเด็กน้อยทันที!
"เห็นหรือยังเ้าหนู!นี่คือค่ายกลที่ไร้ช่องโหว่!เ้าจะเดินไปทางไหนก็เจอแต่คมกระบี่ของข้า!"หมายเลข210ะโขิงอย่างภาคภูมิใจ
ทว่า เด็กน้อยกลับยืนนิ่งหลับตาลงชั่วครู่...
ฟึ่บ!
เด็กน้อยสะบัดกระบี่ไม้สร้าง[ค่ายกลเงากระบี่มายา]ร่างของเด็กน้อยพลันพร่ามัวสลายกลายเป็ร่างเงาสามร่างย่างก้าวขนานกันไป!
"หึ!ภาพลวงตากระจอกๆ!"หมายเลข210คมกริบแทงกระบี่ไม้อัดปราณเข้าใส่เงาซ้ายและขวาทันทีป๊อก! ป๊อก!เงาทั้งสองแตกสลายเป็เพียงสายลม"เงาจริงของเ้าอยู่ตรงกลาง!"เขาตวัดกระบี่ฟันเข้าที่ร่างตรงกลางเต็มแรง!
ทว่า... ร่างตรงกลางกลับสลายเป็ควันเช่นกัน!
"อะไรกัน?!" หมายเลข210ตะลึงงันเมื่อพบว่าค่ายกลแปดทิศของตนที่สร้างไว้บัดนี้ถูกรบกวนด้วย"เงามายาที่มองไม่เห็น"เสียงเคาะกระบี่ไม้ดังสะท้อนมาจากทิศทางที่ค่ายกลแปดทิศเปิดช่องว่างไว้พอดี!
แต๊ก!
ด้ามกระบี่ไม้ของเด็กน้อยเคาะเข้าที่ศูนย์กลางค่ายกลตรงเท้าขวาของหมายเลข210จนค่ายกลแปดทิศสั่นคลอน!
หมายเลข 210 หน้าเสียและหัวเสียอย่างหนัก"หนอยเ้าเด็กเมื่อวานซืน!อย่าได้ใจไป!"
เขาเร่งลมปราณขั้นสุดขีดะเิ[ค่ายกลแปดทิศสะบั้นโลหิต]รังสีปราณกระจายคลุมเต็มลานประลองบีบให้เงามายาไม่อาจหลบซ่อนได้อีกต่อไปคมกระบี่อัดอากาศนับสิบพุ่งเข้าใส่เด็กน้อยจากทุกมุม!
บรรยากาศบีบคั้นถึงขีดสุด!เด็กน้อยถูกกดดันจนมุมาแจากรังสีปราณบาดเข้าที่แขนและแก้มเืสดๆซึมออกมา!
"จบกันแค่นี้แหละ!วิชาของข้าอยู่เหนือค่ายกลก๊อกแก๊กของเ้า!"หมายเลข210แทงกระบี่ไม้หมายจะปิดฉาก!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...เด็กน้อยสูดลมหายใจลึกแววตาทอประกายสดใส!
'ค่ายกลคือความจริง...มายาคือความเท็จ...หากผสานความจริงและความเท็จเข้าด้วยกัน...'
[เคล็ดวิชาลับ:ค่ายกลกระบี่มายาสัจจะ]
วูบบบบบบบบ!
ภาพลานประลองรอบตัวหมายเลข210พลันบิดเบี้ยว!เงากระบี่นับร้อยสายพุ่งขึ้นมาจากพื้นศิลาแต่นั่นไม่ใช่แค่ภาพลวงตา...มันคือค่ายกลลมปราณที่มีตัวตนจริงผสานอยู่ในเงามายา!
หมายเลข 210 สับสนจนถึงขีดสุดไม่รู้อันไหนคือกระบี่จริงอันไหนคือเงามายา!เขาพยายามเหวี่ยงกระบี่แปดทิศป้องกันแต่ม่านกระบี่มายากลับแทรกซึมผ่านการป้องกันเข้ามาได้อย่างย่อยยับ!
ฉับ! แต๊ก!ป๊อก!
เสียงเคาะจุดชีพจรดังขึ้นรอบตัว!ค่ายกลแปดทิศของหมายเลข210พังทลายลงโดยสมบูรณ์!
ในจังหวะสุดท้าย ปลายกระบี่ไม้จริงของเด็กน้อยพุ่งทะลวงผ่านเงามายาแทงจ่อเข้าที่คอหอยของหมายเลข210ในระยะห่างเพียงเส้นผมผ่าแปด!
ลมปราณที่ผสานไว้สลายลงทันที...
หมายเลข 210 ยืนนิ่งค้างเหงื่อเม็ดโตไหลซึมเต็มหน้าผากกระบี่ไม้ในมือสั่นสะท้าน...เขาแพ้ให้แก่เด็กน้อยที่ผสานวิชามายาและค่ายกลได้อย่างเหนือชั้นกว่า!
"ข้า...ข้าแพ้แล้ว"หมายเลข210ถอนหายใจกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เด็กน้อยลดกระบี่ลง แล้วยิ้มหวานประสานมือเคารพ"ขอบคุณพี่ชายที่ชี้แนะค่ายกลแปดทิศของท่านยอดเยี่ยมมากขอรับ"
เสียงเชียร์บนอัฒจันทร์ดังกึกก้องกับชัยชนะอันฉิวเฉียดและงดงามของเด็กน้อย!
"ผู้ชนะคู่ที่15...ได้แก่หมายเลข18(เด็กน้อยที่สุขุม)!"
"การประลองคู่ที่16...หมายเลข83ปะทะหมายเลข164!"
บนเวทีศิลาใหญ่ หมายเลข164เด็กหนุ่มร่างบึกบึนสวมเสื้อกั๊กหนังยืนปักหลักพรึ่บจนลานประลองะเืกระบี่ไม้ในมือของเขามีขนาดใหญ่และหนากว่ากระบี่ทั่วไปถึงสองเท่า!ฝั่งตรงข้ามคือหมายเลข83จอมยุทธ์หนุ่มรูปร่างปราดเปรียวยืนย่อตัวกุมด้ามกระบี่สั้นด้วยท่วงท่าแ่เบา
"เ้าตัวผอม!กระบี่ไม้หนาๆของข้าอัดทีเดียวกระดูกเ้าหักแน่!"หมายเลข164ะโขู่เสียงดังสนั่น
หมายเลข 83 ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด...เพียงแค่คลายข้อมือแล้วก้าวเท้าออกไปข้างหน้า!
"เริ่มการประลองได้!"
ตูมมมมมมม!
หมายเลข 164 เงื้อกระบี่ไม้ั์อัดปราณเบิกขุนเขาฟันสบั้นลงมาตรงๆแรงลมปะทะแหวกอากาศจนเกิดเสียงวี้ด!พื้นศิลาใหญ่แตกเป็รอยร้าวแนวยาว!
ทว่า หมายเลข83กลับหายไปจากจุดนั้นแล้ว!
[วิชากระบี่จันทราเร้นเงา- เงาจันทร์ไร้รอย]
ร่างของหมายเลข 83 พลิ้วไหวราวกับเงาจันทร์สะท้อนบนผิวน้ำเขาเบี่ยงตัวหลบคมกระบี่ไม้ั์ในระยะเผาขนรอยเท้าแ่เบาจนไร้เสียงพุ่งสอดตัวเข้าทางด้านข้างของหมายเลข164แล้วตวัดกระบี่ไม้แทงรัวเข้าใส่จุดชีพจรชายโครงและลำคออย่างแม่นยำ!
ฉับ! ฉับ!แต๊ก!
"ฮึ่ม!"หมายเลข164เกร็งปราณขุนเขาคุ้มกายเนื้อหนังแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าแม้จะถูกแทงโดนหลายจุดจนเสื้อผ้าขาดวิ่นแต่กลับถอยหลังไปเพียงก้าวเดียว!
เขาสะบัดศอกกลับหลังกระแทกเข้าใส่หมายเลข83ทันที!หมายเลข83ยกกระบี่ไม้ขึ้นรับป๊อก!แรงอัดมหาศาลส่งร่างของจอมยุทธ์หนุ่มลอยถอยกวาดไปไกลถึงสามวา!
"ความเร็วใช้ไม่ได้ผลกับเกราะขุนเขาของข้าหรอก!"หมายเลข164คำราม
เขาปักกระบี่ไม้ั์ลงพื้นศิลา[เคล็ดวิชา:ขุนเขาโอบล้อม]ลมปราณสายหนักทลายออกเป็วงกว้างสร้างแรงกดดันอัดอากาศรอบสนามทำให้การเคลื่อนไหวอันพริ้วไหวของหมายเลข83ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด!
เมื่อไร้ซึ่งสปีด... หมายเลข164ได้จังหวะโถมตัวเข้าใส่วาดกระบี่ไม้ั์หมุนเป็พายุพัดกวาดรุกไล่หมายเลข83จนถอยร่นไปติดขอบเวทีศิลา!
ตึง! ตึง!ตึง!
เสียงกระบี่ไม้ปะทะกันดังกึกก้องหมายเลข83ต้องใช้กระบี่ไม้ในมือตั้งรับอย่างยากลำบากแขนทั้งสองข้างเริ่มสั่นสะท้านจากแรงกระแทกหนักหน่วง!
"ตกเวทีไปเสีย!"หมายเลข164เงื้อกระบี่ขึ้นสูงเตรียมฟันปิดฉากอัดหมายเลข83ออกนอกสนาม!
ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่ไม้ั์พุ่งฟันลงมานั้นเอง...หมายเลข83กลับไม่ถอยหลบออกด้านข้างแต่กลับย่อตัวลงต่ำแล้วพุ่งสวนเข้าหาคมกระบี่ตรงๆ!
[วิชาลับกระบี่จันทรา- จันทรุปราคาดับแสง]
หมายเลข 83 เอียงกระบี่ไม้ในมุม45องศามิใช่เพื่อรับแรงแต่เพื่อ"เบี่ยงแนวแรง"ของกระบี่ไม้ั์!
ครืดดดดดด!
ปลายกระบี่ไม้ั์รูดไถลไปตามลำกระบี่ของหมายเลข83ปักลงพื้นศิลาจนแตกกระจาย!แรงอัดทั้งหมดของหมายเลข164ถูกถ่ายลงพื้นจนร่างั์เสียหลักถลันไปข้างหน้า!
จังหวะที่หมายเลข 164 เปิดช่องว่างตรงแผ่นหลัง...หมายเลข83หมุนตัวกลับหลังประดุจเงาจันทร์พลิกข้อมือใช้ด้ามกระบี่ไม้อัดปราณเคาะเข้าที่ข้อพับพับเข่าหลังและจุดชีพจรท้ายทอยอย่างเด็ดขาด!
แต๊ก! ตูม!
ร่างั์ของหมายเลข164เสียการทรงตัวอย่างรุนแรงลอยคว้างกระเด็นข้ามขอบเวทีศิลาใหญ่ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นด้านล่างเสียงดังสนั่น!
หมายเลข 83 ยืนเก็บกระบี่สั้นเข้าข้างเอวถอนหายใจยาวปล่อยควันปราณเย็นออกมาก่อนจะประสานมือคารวะคู่ต่อสู้ที่พ่ายแพ้ไป
"ผู้ชนะคู่ที่16...ได้แก่หมายเลข83!"
"การประลองคู่ที่17...หมายเลข125ปะทะหมายเลข230!"
นายน้อยเซียวฉินเหอ (หมายเลข125)ก้าวขึ้นสู่เวทีศิลาใหญ่อาภรณ์สีดำปักดิ้นเงินหรูหราพลิ้วไหวมีผ้าคลุมครึ่งหน้าเช่นเคยมือขวาถือกระบี่ไม้ไว้ข้างเอวอย่างหลวมๆ
เขาสอดสายตามองไปรอบอัฒจันทร์...ทว่าสายตานั้นไม่ได้มองดูผู้คนแต่เป็สายตาที่"มองไม่เห็นใครเลย"ประดุจมนุษย์กำลังกวาดสายตามองฝุ่นผงหรือมดปลวกบนพื้นไร้ซึ่งความยินดียินร้ายไร้ซึ่งเกียรติยศที่จะมอบให้คู่ต่อสู้
ฝั่งตรงข้ามคือ หมายเลข230 ชายร่างกำยำผู้เกร็งปราณจนเป็เกราะเหล็กหนาทึบจนิักลายเป็สีทองแดงเขากระชับกระบี่ไม้แน่นพยายามะโเรียกขวัญกำลังใจ"เ้าหนุ่มชุดดำ!แม้ว่าเ้าจะมาจากตระกูลใหญ่หรือเป็อัฉริยะมาจากตระกูลไหนก็ตามแต่ปราณเกราะเหล็กของข้าไม่เคยพ่ายให้กับผู้ใดไม่เว้นแม้กระทั่งเ้าเช่นกัน—"
"น่ารำคาญ"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้โทสะทว่าเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจหลุดออกมาจากปากของเซียวฉินเหอ...เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าคู่ต่อสู้ด้วยซ้ำ
"เริ่มการประลอง—"
การปล่อยพลังเพียง2-3ส่วน:จิตกระบี่ยมทูต
สิ้นเสียงสัญญาณ! หมายเลข230ยังไม่ทันได้ก้าวเท้า...ราวกับกาลเวลาบนเวทีพลันเหมือนหยุดหมุน!
วูบบบบบบบบบบบบบบบบ!
ไม่มีการยกรักษาตำแหน่งกระบี่ไม่มีการตั้งท่าร่ายวิชา...เพียงแค่เซียวฉินเหอขยับนิ้วโป้งดันด้ามกระบี่ให้ออกจากฝักเพียงหนึ่งข้อ!
แรงกดดันมหาศาลที่หนาแน่นประดุจศิลาทับก้อนใหญ่ะเิทะลักออกจากร่างของเซียวฉินเหอ!มันไม่ใช่ลมปราณอบอุ่นแต่เป็"จิตกระบี่ยมทูต"อันดำมืดเกรี้ยวกราดและบดขยี้ทุกสิ่ง!
ครืนนนนนนนนนน!
อากาศรอบสนามเปลี่ยนเปลงอย่างฉับพลัน!ลมปราณสีม่วงอมดำม้วนตัวกลายเป็มโนภาพแห่งยมทูตแห่งความตาย ขู่คำรามอยู่เื้ัร่างของเขารังสีฆ่าฟันที่มืดมิดอันหนักหน่วงแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งเวทีศิลาใหญ่และทะลักออกไปถึงอัฒจันทร์ผู้ชม!
"กะ...เกิดอะไรขึ้น?! หายใจ...หายใจไม่ออก!"
ศิษย์สำนักกระบี่ะที่อยู่ข้างเวทีประลองถึงกับหน้าซีดเผือด!ยอดฝีมือที่ซุ่มดูงานประลองหลายคนมือสั่นเทาโดยไม่รู้ตัวบางคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากสายตาที่มองเซียวฉินเหอบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสัญชาตญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด
'คนคนนี้...ไม่ใช่ยอดฝีมือรุ่นเดียวกันแล้ว!นี่มันสัตว์ประหลาดนี้มันพญายมทูต!'
แม้แต่ยอดฝีมือบนม้านั่งอย่างฉิวฟงหรือชิงหยางยังต้องเพ่งสายตาตึงเครียดนายน้อยเซียวผู้นี้...ปล่อยพลังออกมายังไม่ถึงสามส่วนด้วยซ้ำ!
บนเวทีศิลา... หมายเลข230ยืนตัวเกร็งค้าง!ปราณเกราะเหล็กสีทองแดงที่เคยภาคภูมิใจบัดนี้สั่นสะท้านและรอยแตกร้าวเริ่มปรากฏขึ้นเพียงเพราะ"ถูกรังสีปราณม่วงปนดำข่ม"!
"ข้า...ข้าต้านไม่อยู่..."เหงื่อเม็ดโตผสมเืซึมออกจากรูขุมขนของหมายเลข230เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่หน้าเหวลึกไร้ขอบเขต
เซียวฉินเหอก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว...ตึง!
เสียงก้าวเท้าเบาๆ แต่กลับดังสนั่นในหัวของคู่ต่อสู้!เซียวฉินเหอไม่ใช้วิชาหวือหวาเพียงแค่ตวัดกระบี่ไม้กวาดออกไปในอากาศเบาๆหนึ่งครั้ง!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
คลื่นปราณสีม่วงดำะเิเป็สายลมพายุสีม่วงทลายลานศิลา!แรงอัดอากาศซัดเข้าใส่เกราะเหล็กของหมายเลข230อย่างจัง!
เปรี้ยงงงงงง!
เกราะเหล็กอันแข็งแกร่งแตกสลายกลายเป็ผุยผงในเสี้ยววินาที!ร่างของหมายเลข230ลอยกระเด็นข้ามเวทีศิลาใหญ่พุ่งชนกำแพงหินขอบสนามจนกำแพงร้าวเป็รูปตัวคน!ก่อนจะร่วงลงมากองกับพื้นหมดสติกระอักเืออกมาคำใหญ่ทันที!
กระบี่ไม้ในมือของเซียวฉินเหอ...ไม่ได้ััโดนตัวคู่ต่อสู้เลยแม้แต่กระเบียดนิ้ว!
กริบ...
ทั่วทั้งสนามประลองตกอยู่ในความเงียบงันไร้เสียงเชียร์ไร้เสียงโห่ร้อง...แม้แต่กรรมการยังยืนตะลึงตาค้างมือที่ถือฆ้องสั่นระริกจนแทบเกร็ง
เซียวฉินเหอเก็บกระบี่ไม้เข้าฝักดังกริ๊ก สายตาเ็ายังคงไม่มองร่างที่หมดสติล่างเวทีเขาก้าวเท้าเดินลงจากเวทีศิลาใหญ่อย่างเงียบเชียบประดุจเพิ่งเดินผ่านฝุ่นก้อนหนึ่งไปเท่านั้น
ผู้แข่งขันขอบสนามต่างพากันถอยหลังก้าวเปิดทางให้อย่างสัญชาตญาณไม่มีใครกล้าสบตาไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงลมหายใจแรงเมื่อเขาเดินผ่าน!
กรรมการกลืนน้ำลายลงคอดังอึ๊ก ก่อนจะเคาะฆ้องด้วยมืออันสั่นเทา:
"ผะ...ผู้ชนะคู่ที่17...ได้แก่หมายเลข125(นายน้อยเซียวฉินเหอ)!"
"การประลองคู่ที่18...หมายเลข12ปะทะหมายเลข105!"
แม้บรรยากาศรอบสนามประลองจะยังคงเย็นเยียบและเงียบตึงจากรังสีปราณสีม่วงดำของเซียวฉินเหอในคู่ก่อนหน้าแต่เมื่อเสียงฆ้องดังขึ้นหมายเลข105ก็ตะเบ็งเสียงคำรามลั่นสลัดความกลัว!
"โฮก!ข้าไม่สนหรอกว่าใครจะน่ากลัวแค่ไหนแต่ศึกตรงหน้าข้าต้องชนะ!"
หมายเลข 105 เกร็งปราณดุดันจนเส้นเืบนบ่าปูดพองกระโจนเข้าใส่หมายเลข12ด้วย[วิชากระบี่ข่มพยัคฆ์- พยัคฆ์คลั่งโจนตะปบ]! กระบี่ไม้ในมือตวัดฟันเป็วงกว้างเสียงดังวูบ! วูบ!วูบ!หมายจะใช้น้ำหนักและแรงอัดปราณขยี้คู่ต่อสู้ให้ตกเวทีในทันที!
ทว่า หมายเลข12กลับนิ่งสงบเขาไม่เกร็งพลังปะทะตรงๆแต่ใช้ก้าวเท้าอันแ่เบาพลิ้วไหวไปตามแนวแรงลม[วิชากระบี่เงาพฤกษา- ใบไม้ปลิวตามลม]
ร่างของหมายเลข 12 พลิกเอียงไถลขนานไปกับคมกระบี่ไม้ที่ฟันผ่านหน้าไปเพียงคืบ!ปลายกระบี่ของหมายเลข105ฟันพลาดเป้ากระแทกพื้นศิลาจนแตกกระจายดังตึง!
"เร็วไปแต่ไร้แรงจะทำอะไรข้าได้!"หมายเลข105หมุนตัวสวิงแขนกวาดกระบี่กลับหลังฉับไว!
หมายเลข 12 ย่อตัวลงต่ำใช้ปลายกระบี่ไม้สั้นแตะเคาะสลายทิศทางกระบี่ของอีกฝ่ายเบาๆแต๊ก! แต๊ก!สองจังหวะติดก่อนจะอาศัยช่องว่างที่หมายเลข105ถลันตัวไปข้างหน้าแทรกกายเข้าประชิดวงในแล้วแทงสวนเข้าที่จุดชีพจรใต้รักแร้ขวาอย่างเด็ดขาด!
แต๊ก!
"อั้ก!"แขนขวาของหมายเลข105ชากระตุกทันทีกระบี่ไม้ในมือร่วงหล่นลงพื้น!
ก่อนที่หมายเลข 105 จะทันได้ถอยตั้งหลักหมายเลข12ก็พลิกข้อมือใช้ด้ามกระบี่กระแทกเข้ากลางอกพร้อมกับตวัดเท้าสะกิดข้อพับเข่าส่งร่างอันกำยำของหมายเลข105หงายหลังลอยกระเด็นตกเวทีศิลาใหญ่ไปอย่างสวยงาม!
"ผู้ชนะคู่ที่18...ได้แก่หมายเลข12!"
"การประลองคู่ที่19...หมายเลข55ปะทะหมายเลข201!"
คู่นี้เป็การปะทะกันของสองสายธาตุที่ต่างกันสุดขั้ว!หมายเลข201โคจรลมปราณอัคคีจนอากาศรอบกายร้อนฉ่าเขาเหวี่ยงกระบี่ไม้ฟันสบั้นสร้างม่านพายุเพลิงพุ่งต้อนคู่ต่อสู้เข้าหาขอบสนาม![วิชากระบี่อัคคีผลาญ- เพลิงโลกันตร์สบั้นศิลา]
ฟู่ววววว!
ความร้อนและแรงอัดลมพัดกดดันจนผู้ชมแถวหน้าบนอัฒจันทร์ต้องยกมือขึ้นบังหน้า!
แต่ หมายเลข55ไม่แตกตื่นเขาคุมลมหายใจเป็จังหวะวาดกระบี่ไม้เป็โค้งวงกลมแช่มช้อย[วิชากระบี่วารี- ละอองคลื่นสยบไฟ]ปราณความเย็นสีฟ้าอ่อนแผ่ออกมาครอบคลุมกระบี่ไม้สะบัดเคาะเบี่ยงทิศทางคลื่นความร้อนออกไปด้านข้างทีละชั้นๆ
เคร้ง! เคร้ง!เคร้ง!
ทั้งสองดวลกระบวนท่ากันอย่างตึงมือฝั่งหนึ่งบุกหนักดุจพายุเพลิงคลั่งอีกฝั่งหนึ่งรับนุ่มนวลประดุจสายน้ำไหลสลายแรงปะทะกันถึงยี่สิบห้ากระบวนท่าจนลานศิลาอบอ้าวไปด้วยละอองไอร้อน!
จนกระทั่งเข้าสู่จังหวะตัดสิน...หมายเลข201ที่เร่งลมปราณอัคคีอย่างรุนแรงและต่อเนื่องเริ่มเกิดอาการลมปราณติดขัดจังหวะก้าวเท้าช้าลงไปเสี้ยววินาที!
หมายเลข 55 ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ!เขาแทรกตัวผ่านม่านความร้อนที่เริ่มแ่ลงตวัดกระบี่ไม้เคาะเข้าที่กะบังมือของหมายเลข201อย่างแม่นยำ!
แต๊ก!
กระบี่ไม้ของหมายเลข201หลุดลอยขึ้นฟ้า!หมายเลข55พลิกข้อมือหมุนตัวแทงสวนปลายกระบี่ไม้หยุดจ่ออยู่ที่คอหอยของหมายเลข201ในระยะห่างเพียงครึ่งนิ้ว!
ไอร้อนบนร่างของหมายเลข201สลายไปทันทีเขายืนเหงื่อตกยิ้มขื่นๆแล้วยอมรับความพ่ายแพ้
"ผู้ชนะคู่ที่19...ได้แก่หมายเลข55!"
"การประลองคู่ที่20...หมายเลข241ปะทะหมายเลข188!"
บรรยากาศบนเวทีศิลาใหญ่พลันตึงเครียดขึ้นมาทันทีฉิวฟง(หมายเลข 241) ก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยท่วงท่าสงบนิ่งอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มพลิ้วไหวมือขวาจับด้ามกระบี่ไม้อย่างมั่นคง
ฝั่งตรงข้ามคือ หมายเลข188ยอดฝีมือสายความเร็วสูงและเชี่ยวชาญค่ายกลด้วย ทันทีที่เสียงฆ้องดังกังวานร่างของเขาก็พุ่งถีบตัวทะยานออกไปพร้อมร่าย[ค่ายกลเงาอัสนีแปดทิศ]ร่างแยกเงาอัสนีแปดร่างปรากฏขึ้นล้อมหน้าล้อมหลังบีบต้อนฉิวฟงจากทุกทิศทาง!
"เริ่มการประลองได้!
วูบ! วูบ!วูบ! วูบ!
คมกระบี่ไม้อัดลมปราณอัสนีนับสิบสายจากร่างเงาทั้งแปดแทงสวนเข้าหาจุดตายของฉิวฟงพร้อมกันดุจสายฟ้าผ่า!
ทว่า... ร่างของฉิวฟงกลับไม่ได้เคลื่อนถอยหลังแม้แต่น้อยเขาร่าย[วิชาตัวเบา:เคลื่อนย้ายไร้เงา]!
ฟึ่บ...
ไร้ซึ่งเสียงลมพัด ไร้ซึ่งร่องรอยการย่างก้าวร่างของฉิวฟงพร่ามัวและไถลเคลื่อนผ่านช่องว่างระหว่างคมกระบี่อัสนีไปอย่างอัศจรรย์ประดุจเงาธาตุอากาศที่ไร้ตัวตน!คมกระบี่สายฟ้าของคู่ต่อสู้แทงผ่านได้เพียงความว่างเปล่า
หมายเลข 188 เบิ่งตากว้างด้วยความตกตะลึง"วิชาตัวเบาอะไรกัน...เคลื่อนย้ายได้ไร้รอยต่อถึงเพียงนี้?!"
เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้เริ่มปรับทิศทางค่ายกลบีบเร่งความเร็วเข้ามาอีกระดับ...ฉิวฟงไม่ปล่อยให้ตัวเองตกเป็ฝ่ายรับอีกต่อไป!
เขาคุมลมหายใจ เค้นลมปราณขึ้นสู่ระดับ6ส่วนลมปราณอันเข้มข้นหมุนเวียนไปทั่วร่างก่อนจะร่าย[วิชากระบี่แปรผันไร้เสียง- กระบวนท่าที่ 1: เงาราตรีสลายคลื่น]!
วูบ...
ฉิวฟงสะบัดข้อมือวาดกระบี่ไม้เป็แนวโค้งนุ่มนวลคลื่นปราณแปรผันหมุนวนออกไปประดุจเงาราตรีอันไร้เสียงพุ่งแทรกซึมเข้าใส่จุดตัดย่างก้าวค่ายกลแปดทิศอย่างแม่นยำ!
ตึง!
ม่านพลังอัสนีที่เคยหนาแน่นพลันสะดุดกึก! ความเร็วของหมายเลข188ถูกสลายจังหวะจนร่างเงาแยกทั้งแปดแตกพ่ายสลายเหลือเพียงร่างจริง!
หมายเลข 188 หน้าเสียแต่ด้วยความมีประสบการณ์ในการประลองเขาฝืนเค้นลมปราณสายฟ้าทั้งหมดที่มีทะยานตัวลอยขึ้นฟ้ากลางอากาศง้างกระบี่ไม้ฟันสบั้นพายุอัสนีลงมาตรงๆหมายจะใช้แรงอัดมหาศาลขยี้ฉิวฟงให้จบเกม!
บรรยากาศทั่วทั้งลานประลองบีบคั้นถึงขีดสุดพายุสายฟ้าทับทลายลงมาจากอากาศในระยะเผาขน!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความตายนั้นเอง...ั์ตาของฉิวฟงพลันสว่างวาบจิตใจของเขาสงบนิ่งดุจผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น!
วูบบบบบบบบบบบบบบ!
[จิตกระบี่สีม่วงออกสว่าง]อันเป็จิตอาวุธระดับสูงพลันตื่นรู้และะเิทอแสงวาววับรอบลำกระบี่ไม้!แสงสีม่วงสว่างไสวเปล่งประกายสูงส่งและงดงามสะกดสายตาทุกคู่ทั่วทั้งอัฒจันทร์!
ฉิวฟงใช้วิชาตัวเบา เคลื่อนย้ายไร้เงาก้าวแทรกกายผ่านม่านพายุอัสนีแล้วสะบัดกระบี่ด้วย[กระบวนท่าที่2:นิพพานม่วงไร้สำเนียง]!
ฟึ่บ!
ไร้ซึ่งเสียงะเิดังกึกก้อง...ไร้ซึ่งรังสีฆ่าฟันอันดุร้าย...มีเพียงแสงสีม่วงสว่างที่พลิ้วผ่านอากาศอย่างเงียบเชียบ!
ปลายกระบี่ไม้ประกายม่วงสว่างของฉิวฟงแทงสอดผ่านพายุสายฟ้าเข้าไปหยุดจ่ออยู่ณตำแหน่งคอหอยของหมายเลข188ในระยะห่างเพียงเสี้ยวเล็บ!
พายุอัสนีอันเกรี้ยวกราดสลายกลายเป็ความว่างเปล่าทันที!แรงพุ่งตัวของหมายเลข188ชะงักค้างกลางอากาศร่างร่วงลงมายืนบนพื้นศิลาอย่างหมดท่าเหงื่อเม็ดโตไหลซึมทั่วหน้าผาก...
กระบี่ไม้ในมือของหมายเลข188สั่นระริกก่อนจะค่อยๆลดลงเขามองจิตกระบี่สีม่วงสว่างที่จ่อคอหอยตนเองด้วยความทึ่งและยอมรับจากใจ
"จิตกระบี่สีม่วงสว่าง...ไร้เสียง ไร้รอย...ข้าพ่ายแพ้แล้ว"
ฉิวฟงค่อยๆ สลายจิตกระบี่สีม่วงสว่างลงอย่างนุ่มนวลแล้วเก็บกระบี่ไม้เข้าข้างเอวประสานมือคารวะคู่ต่อสู้ด้วยความสง่างาม
เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!
เสียงเชียร์ดังกึกก้องกังวานไปทั่วลานประลองกับชัยชนะอันเด็ดขาดสูงส่งและสมศักดิ์ศรีอย่างแท้จริง!
"ผู้ชนะคู่ที่20...ได้แก่หมายเลข241(ฉิวฟง)!"
"การประลองคู่ที่21...หมายเลข14ปะทะหมายเลข179!"
บนเวทีศิลาใหญ่ หมายเลข179ชายสวมเกราะหนังหนาถือกระบี่ไม้ขนาดใหญ่ยาวกว่าปกติสองแขนเกร็งลมปราณจนเส้นเืปูดพองเดินปักหลักแ่าประดุจขุนเขาฝั่งตรงข้ามคือหมายเลข14จอมยุทธ์หนุ่มในชุดดำรัดกุมถือกระบี่ไม้สั้นคู่สองเล่มในมือแววตานิ่งสงบดั่งพยัคฆ์ซุ่มซ่อน
"กระบี่สั้นคู่ของเ้าหักกระบี่ใหญ่ของข้าไม่ได้หรอก!"หมายเลข179ะโขู่ก้อง
"เริ่มการประลองได้!"
ตึง!
หมายเลข 179 กระโจนโถมตัวเข้าใส่ทะยานกระบี่ไม้ั์ฟันสบั้นลงมาจากบนอากาศ[วิชากระบี่เหล็กกล้า- ขุนเขาบดขยี้]แรงอัดมหาศาลกดทับจนเกิดเสียงลมพัดวี้ด!
ทว่า หมายเลข14ไม่คิดปะทะตรงๆเขาย่อกายต่ำร่าย[วิชากระบี่สั้นคู่เงาราตรี]ทะยานร่างฉีกออกด้านข้างอย่างแ่เบาประดุจิญญาเร้นกาย!
ตูม!
กระบี่ไม้ั์กระแทกพื้นศิลาจนเศษหินปลิวว่อน!จังหวะที่หมายเลข179กำลังจะชักกระบี่ขึ้นหมายเลข14ก็พุ่งสอดตัวเข้าทางจุดอับด้านซ้ายกระบี่สั้นเล่มขวาแต้มตวัดสลายแนวแรงแขนส่วนกระบี่สั้นเล่มซ้ายแทงรัวเข้าใส่จุดชีพจรซี่โครงอย่างรวดเร็ว!
ฉับ! ฉับ!แต๊ก!
"หน็อยแน่!"หมายเลข179เกร็งลมปราณคุ้มกายรับแรงกระแทกแม้จะาเ็เล็กน้อยแต่เขาอาศัยพลังกายอันเหนือชั้นกระแทกศอกซ้ายสวนกลับฉับพลัน!
หมายเลข 14 ยกกระบี่สั้นคู่ไขว้ประสานเป็รูป十字 (กากบาท)เข้ารับแรงเคร้ง!แรงปะทะซัดร่างของหมายเลข14ถอยร่นไปสามก้าวแต่เขาก็หมุนตัวปาดกระบี่สั้นคู่เป็วงกลมถ่ายโอนแรงกระแทกลงสู่พื้นได้อย่างนุ่มนวล
ทั้งสองแลกเปลี่ยนกระบวนท่ารุกรับกันอย่างดุเดือดถึงสามสิบกระบวนท่า!ฝั่งหนึ่งบุกหนักดุดันประดุจคลื่นั์อีกฝั่งพลิ้วไหวรวดเร็วประดุจเงาราตรี
จนกระทั่งเข้าสู่จังหวะตัดสิน...หมายเลข179ที่ใช้ออกด้วยพลังกายมหาศาลเริ่มมีจังหวะหายใจขัดติดหมายเลข14เห็นช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีจึงร่ายเคล็ดวิชาลับ[กระบี่คู่ผ่าเนตร]ะโหมุนตัวกลางอากาศกระบี่สั้นเล่มซ้ายสับเคาะเข้าที่กะบังมือของคู่ต่อสู้จนกระบี่ไม้ั์หลุดมือส่วนกระบี่สั้นเล่มขวาแทงจ่อหยุดอยู่ตรงคอหอยอย่างเด็ดขาด!
"ผู้ชนะคู่ที่21...ได้แก่หมายเลข14!"
"การประลองคู่ที่22...หมายเลข215ปะทะหมายเลข91!"
ทันทีที่สิ้นเสียงสัญญาณฆ้องหมายเลข91ก็ย่างก้าวสลับไขว้เท้าร่าย[ค่ายกลกระบี่ดาวจระเข้]วาดกระบี่ไม้สร้างปราณหนาแน่นโอบล้อมกายเกิดเป็ม่านปราณป้องกันสี่ทิศแปดทางที่ยากจะทะลวงผ่าน
"ม่านกระบี่ดาวจระเข้ของข้าไร้ช่องโหว่! เชิญเ้าเข้ามา!"หมายเลข91ะโท้าทายด้วยความมั่นใจ
หมายเลข 215 สงบนิ่งไม่ร้อนรนเขาสูดลมหายใจลึกเกร็งลมปราณไว้ที่ปลายกระบี่ไม้ก่อนจะร่าย[วิชากระบี่สายลมแปรผัน]
ฟู่!!!
หมายเลข 215 เคลื่อนกายรวดเร็วดุจพายุหมุนทว่าทิศทางกระบี่ของเขากลับไม่มีความแน่นอนบางครั้งแทงตรงบางครั้งฟันเฉียงบางครั้งพลิกข้อมือกลับหลังประดุจสายลมที่แปรเปลี่ยนไร้ทิศทาง!
เคร้ง! เคร้ง!ป๊อก! ป๊อก!
เสียงกระบี่ไม้กระทบกันรัวเร็วประดุจสายฝนกระหน่ำ!หมายเลข215ไม่ได้พยายามบดขยี้ม่านกระบี่ตรงๆแต่ใช้ปลายกระบี่ไม้เคาะสะกิดเข้าที่จุดเชื่อมต่อของค่ายกลทีละจุดอย่างอดทน!
เมื่อโดนเคาะจุดปรับสมดุลซ้ำๆม่านค่ายกลดาวจระเข้ของหมายเลข91ก็เริ่มสั่นคลอนและเกิดรอยแตกร้าว!
"เป็ไปได้อย่างไรกันค่ายกลของข้า..."หมายเลข91เริ่มละล่กพยายามเร่งลมปราณปิดช่องโหว่
แต่สายลมแปรผันไม่เปิดโอกาสให้ช่อมแซม!หมายเลข215เห็นรอยร้าวในค่ายกลจึงแทรกกายพุ่งตัวทะลวงผ่านม่านกระบี่เข้าไปในวงในด้วยกระบวนท่า[สายลมทะลวงศิลา]สะบัดกระบี่ไม้เคาะเข้าที่จุดชีพจรข้อมือและจุดสะบักหน้าอกของหมายเลข91อย่างแม่นยำ!
แต๊ก! อั้ก!
หมายเลข 91 ลมปราณแตกซ่านกระบี่ไม้หลุดจากมือถอยหลังทรุดลงนั่งกับพื้นศิลาใหญ่หมดทางสู้!
"ผู้ชนะคู่ที่22...ได้แก่หมายเลข215!"
"การประลองคู่ที่23...หมายเลข67ปะทะหมายเลข142!"
บนเวทีศิลาใหญ่ หมายเลข142ยอดฝีมือสายกระบี่คลื่นลมยืนสง่าพร้อมม่านลมปราณที่หมุนวนรอบกายจนเกิดเสียงสายลมกรีดร้องวี๊ด! วี๊ด!รอบตัวของเขาปกคลุมด้วยรังสีปราณที่พร้อมจะตัดสบั้นทุกสิ่งที่เฉียดเข้าใกล้ในระยะสามวา
ฝั่งตรงข้ามคือ เว่ยหลาง(หมายเลข 67) แฝดพี่ผู้มีใบหน้าเ็าดั่งน้ำแข็งเขาสวมชุดยาวสีเทาเข้มรัดกุมมือขวากุมด้ามกระบี่ไม้สั้นพาดไว้ข้างเอวแววตานิ่งสงบจนน่ากลัวไร้ซึ่งความหวั่นเกรงต่อม่านลมปราณคลื่นลมตรงหน้า
"นายน้อยเว่ย!แม้ชื่อเสียงตระกูลเว่ยจะขจรขจายแต่กระบี่คลื่นลมของข้าไร้ช่องโหว่!"หมายเลข142ะโขู่พร้อมเหวี่ยงกระบี่ไม้สร้างพายุคลื่นลมพุ่งต้อนเข้าหาเว่ยหลาง!
"เริ่มการประลองได้!"
สิ้นเสียงฆ้อง... หมายเลข142แทงกระบี่ไม้อัดปราณคลื่นลมพุ่งทะลวงเข้าใส่หน้าอกของเว่ยหลางเต็มกำลัง!
วูบ!
คมกระบี่แทงผ่านร่างสีเทาเข้ม...ทว่าไร้ซึ่งเสียงปะทะ!ไร้ซึ่งหยดเื!
"ใอันใด? นั่นเป็เพียง'ภาพเงาตกค้าง' เท่านั้น"
เสียงเย็นเยียบหลุดออกมาจากมุมมืดขอบเวที!หมายเลข142เบิ่งตากว้างด้วยความตกตะลึงร่างตรงหน้าค่อยๆสลายกลายเป็เพียงอากาศธาตุ!
[วิชากระบี่เงาพิฆาต- ไร้รอยเร้นกาย]
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...ลมหายใจรังสีฆ่าฟันและรอยย่างก้าวของเว่ยหลางหายไปจากประสาทััโดยสิ้นเชิง!ไร้เสียงลมไร้เสียงก้าวเท้าราวกับเขาจมหายเข้าไปในเงามืดของม่านลมปราณ!
"ซ้ายหรือขวา?! อยู่ที่ไหนกัน?!" หมายเลข142สับสนอย่างหนักเร่งลมปราณคลื่นลมหมุนเป็เกราะป้องกันรอบทิศทางด้วยความลนลาน
ทว่า... เงาอันตรายกลับไม่ได้มาจากซ้ายหรือขวา!
ฟึ่บ!
เว่ยหลางแทรกตัวผ่าน"จุดหมุนเหวี่ยงอันเป็ช่องว่าง"ของม่านลมปราณเข้ามาประชิดด้านหลังในระยะเผาขน!กระบี่ไม้สั้นในมือไร้ซึ่งแสงปราณฉูดฉาดมีเพียงความคมกริบและแม่นยำขั้นสูงสุด!
แต๊ก!
ปลายกระบี่ไม้สั้นเคาะเข้าที่จุดชีพจรท้ายทอยของหมายเลข142อย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น!
อึ้ก!
ม่านลมปราณคลื่นลมแตกสลายวูบทันที!ร่างของหมายเลข142ทรุดลงเข่าแตะพื้นศิลาเหงื่อเม็ดโตไหลซึมเต็มใบหน้าลมหายใจกระหืดกระหอบด้วยความขวัญผวา...หากนี่คือกระบี่จริงและศึกแห่งชีวิตหัวของเขาคงหลุดออกจากบ่าไปโดยที่ไม่ทันได้สบตากับผู้ลงมือด้วยซ้ำ!
เว่ยหลางเก็บกระบี่ไม้เข้าข้างเอวสะบัดชายเสื้อถอยหลังก้าวหนึ่งด้วยท่วงท่าไร้รอยต่อ
"ข้า...ข้ายอมแพ้"
"ผู้ชนะคู่ที่23...ได้แก่หมายเลข67(เว่ยหลาง)!"
"การประลองคู่ที่24...หมายเลข68ปะทะหมายเลข119!"
ต่อเนื่องกันทันที! เว่ยเฉียน(หมายเลข 68) แฝดน้องก้าวขึ้นสู่เวทีศิลาใหญ่ใบหน้ารูปร่างและอาภรณ์เหมือนกับแฝดพี่ถึงเก้าส่วนต่างกันเพียงรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่มุมปากและท่าทางยียวน
หมายเลข 119 ยอดฝีมือสายตั้งรับเห็นบทเรียนจากคู่ก่อนหน้ารู้ดีว่าแฝดตระกูลเว่ยชอบเล่นงานจุดอับและเร้นกายจึงไม่คิดบุกบุ่มบ่าม!เขากระชับกระบี่ไม้หนาเบ่งลมปราณคุ้มกายขั้นสูงสุดจนิักลายเป็สีเทาหิน[วิชากระบี่ศิลาแกร่ง- ปราการหินพันปี]
"นายน้อยเว่ย!วิชาเร้นเงาของแฝดพี่ท่านแทงเกราะศิลาของข้าไม่เข้าหรอก!"หมายเลข119ะโอย่างมั่นใจปักหลักกลางเวทีไร้ช่องโหว่
เว่ยเฉียนหัวเราะในลำคอเบาๆ"เกราะหินของเ้าหนาดี...แต่กระบี่ของข้าไม่ได้มีไว้เพื่อ'แทงหิน' แต่มันมีไว้เพื่อ'สลายิญญา' ต่างหาก"
"เริ่มการประลองได้!"
ตึง!
เว่ยเฉียนก้าวเท้าเฉียงร่าย[วิชากระบี่เงาสลายิญญา]!
ร่างของเว่ยเฉียนไม่ได้หายไปเหมือนแฝดพี่...แต่กลับร่ายกระบี่ไม้ซ้อนทับจนเกิดภาพเงากระบี่นับสิบสาย!เงากระบี่แต่ละสายพริ้วไหวพิศดารบางสายพุ่งตรงบางสายหมุนวนบางสายสะบัดซิกแซกประดุจิญญาร่ายรำรอบกายของหมายเลข119!
"ภาพลวงตาทั้งนั้น!เกราะศิลาของข้าไม่หวั่น—"
เคร้ง! แต๊ก!แต๊ก! แต๊ก!
ยังไม่ทันขาดคำ! เงากระบี่ไม้ที่ดูเหมือนภาพลวงตากลับ"มีััจริง"ขึ้นมาในเสี้ยววินาที!
เว่ยเฉียนไม่ได้ใช้แรงอัดบดขยี้เกราะหินตรงๆแต่ใช้ปลายกระบี่ไม้เคาะรัวเร็วแทรกซึมผ่าน"รอยต่อลมปราณ"บนข้อต่อแขนขาและข้อพับเข่าของหมายเลข119อย่างแม่นยำนับสิบครั้งในเสี้ยววินาที!
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
แรงะเืปราณสลายิญญาแทรกซึมเข้าสู่จุดชีพจรภายในจนลมปราณศิลาคุ้มกายของหมายเลข119สั่นคลอนและแตกซ่านออกดุจกระจกเงาร้าว!
"อั้ก!ลมปราณของข้า...ถูกสลายรึ?!" หมายเลข119ตาค้างแขนขาเริ่มชาจนไร้แรงเกร็ง!
กระบี่ไม้หนาในมือของหมายเลข119ร่วงหล่นลงพื้นศิลาเสียงดังตึง!
ก่อนที่เขาจะทันได้ถอยหลัง...ปลายกระบี่ไม้ของเว่ยเฉียนก็แทรกผ่านม่านควันปราณเข้ามาหยุดจ่ออยู่ตรงกลางหน้าอกในระยะห่างเพียงเส้นผมผ่าแปด!
เว่ยเฉียนยิ้มบางๆ แล้วลดกระบี่ลง"เกราะศิลาแกร่งกล้า...แต่เมื่อไร้ลมปราณหนุนนำก็เป็เพียงหินไร้ค่า"
หมายเลข 119 ถอนหายใจยาวทรุดตัวลงยกมือประสานยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี
"ผู้ชนะคู่ที่24...ได้แก่หมายเลข68(เว่ยเฉียน)!"
(สองพี่น้องแฝดตระกูลเว่ยสบสายตากันขอบสนามโดยไร้คำพูด...คนหนึ่งเร้นกายลบตัวตนอีกคนสลายปราณแทงจุดอับการผสานวิชาเงาของคู่นี้กลายเป็ความน่ากลัวที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนในรอบต่อไปต้องพรั่นพรึง!)
"การประลองคู่สุดท้ายของรอบบ่าย...คู่ที่25...หมายเลข196ปะทะหมายเลข250!"
เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!
เสียงเชียร์รอบอัฒจันทร์ดังกึกก้องทลายท้องฟ้า!ชิงหยาง(หมายเลข 196) ก้าวขึ้นสู่เวทีศิลาใหญ่อาภรณ์สีแดงปนขาวพลิ้วไหวตามสายลมยามเย็นรูปร่างสง่างามใบหน้าหล่อเหลาสดใสดวงตาลึกซึ้งสงบนิ่งประดุจมหาสมุทรเขากุมกระบี่ไม้ไว้ข้างเอวด้วยท่วงท่าแ่เบา
ฝั่งตรงข้ามคือ หมายเลข250ยอดฝีมือร่างั์ผู้ไร้พ่ายเขาก้าวขึ้นเวทีจนพื้นศิลาะเื!สองแขนและลำตัวเร่งลมปราณจนเกิดเกราะศิลาทมิฬหนาแน่นและมีไอความร้อนพุ่งพล่านรังสีปราณกดดันหนักหน่วงประดุจขุนเขาเคลื่อนที่!
"สหาย!แม้ว่าสหายจะเก่งกาจจนมาถึงรอบนี้ได้ข้าชื่นชมสหายเช่นกัน...แต่เกราะศิลาทมิฬของข้าผ่านการเคี่ยวกรำด้วยน้ำทิพย์ขุนเขาไร้ซึ่งจุดอับ!วันนี้ข้าจะหยุดสหายในรอบนี้เอง!"หมายเลข250คำรามก้อง
ชิงหยางยิ้มบางๆ ประสานมืออย่างสง่างาม"เชิญสหายลงมือได้เลย"
"เริ่มการประลองได้!"
ตูมมมมมมมมมม!
หมายเลข 250 ไม่รอช้ากระโจนโถมตัวเข้าใส่ประดุจอุกกาบาตตก!วาดกระบี่ไม้ั์ฟันสบั้นลงมา[วิชากระบี่ศิลาทมิฬ- พายุขุนเขาบดขยี้]แรงอัดมหาศาลซัดอัดอากาศจนเกิดเสียงะเิดังเปรี้ยง!พื้นศิลาใหญ่แตกร้าวเป็แนวยาว!
ทว่า... ร่างสีขาวของชิงหยางกลับสลายหายไปในอากาศ!
[วิชาตัวเบา:เคลื่อนย้ายไร้เงา]
ฟึ่บ! ฟึ่บ!ฟึ่บ!
ร่างของชิงหยางพลิ้วไหวไถลเคลื่อนผ่านม่านฝุ่นหินอย่างแ่เบาไร้ซึ่งรอยย่างก้าวไร้ซึ่งเสียงลมพัด!เขาไปปรากฏกายอยู่ด้านหลังด้านข้างและบนอากาศรอบตัวหมายเลข250ในเวลาเดียวกันดุจร่างเงา!
หมายเลข 250 เหวี่ยงกระบี่หมุนตัวฟันรบกวนสี่ทิศแปดทางด้วยความคลั่ง"ออกมาสู้กันตรงๆสิวะ!"
ชิงหยางลอยตัวลงแตะพื้นศิลาเบาๆประดุจขนนกั์ตาทอประกายพิจารณาอย่างเฉียบแหลม...
'เกราะศิลาทมิฬของเขาหนาแน่นลมปราณหมุนเวียนคุ้มกายไร้ช่องว่างหากฟันกระบี่ไม้ใส่ตรงๆกระบี่ไม้คงหักก่อนแน่นอน...แต่ทว่า การคุ้มกายที่หนาแน่นย่อมแลกมาด้วยการไหลเวียนของลมปราณที่ช้ากว่าปกติในจุดถ่ายโอน'
เมื่ออ่านจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ขาดกระจ่าง!ชิงหยางไม่ใช้กระบี่ไม้รับแรงปะทะแต่กลับเก็บกระบี่ไม้เข้าฝักข้างเอว!
"เขาเก็บกระบี่ทำไมกัน?!" คนดูรอบสนามถึงกับตาค้างและส่งเสียงฮือฮา!
ชิงหยางใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนย้ายไร้เงา พุ่งสอดตัวแทรกผ่านม่านกระบี่ไม้ั์เข้าประชิดวงในระยะเผาขน!นิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวาของเขาเร่งลมปราณควบแน่นเป็จุดแสงประกายเจิดจรัส!
[วิชาดัชนีดารา– ดัชนีสกัดจุด]
แต๊ก! แต๊ก!แต๊ก!
นิ้วดัชนีของชิงหยางส่องแสงดั่งดาวบนท้องฟ้าเคาะดักสกัดเข้าที่จุดชีพจรศูนย์กลางถ่ายโอนลมปราณบริเวณข้อศอกข้อพับไหล่และเอวของหมายเลข250อย่างรวดเร็วและแม่นยำรวดดุจสายฝน!
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ทุกครั้งที่ดัชนีดาราเคาะโดนจุดคุ้มกายของเกราะศิลาทมิฬจะเกิดอาการกระตุกและชะงักติดขัด!รอยร้าวสีฟ้าเล็กๆปรากฏขึ้นบนเกราะศิลาทมิฬอันแข็งแกร่ง!
"อั้ก!นิ้วของเ้า... แทรกซึมสลายการหมุนเวียนลมปราณข้า?!" หมายเลข250ลมปราณปั่นป่วนหน้าเสียอย่างหนักเขาข่มความเ็ปเร่งลมปราณเฮือกสุดท้ายะเิปราณศิลาทมิฬทั้งหมดเปลี่ยนเป็พายุความร้อนบดขยี้พุ่งเข้าใส่ชิงหยางหมายจะแลกชีวิต!
บรรยากาศทั่วทั้งลานประลองร้อนฉ่าและบีบคั้นถึงขีดสุด!พายุศิลาทมิฬโหมกระหน่ำกดทับลงมาตรงหน้า!
ชิงหยางยืนสงบนิ่ง อาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวั์ตาทอประกายคมกริบ...
วูบบบบบบบบบบบบบบบบ!
ทันใดนั้นเอง! [จิตกระบี่สีแดง]อันทรงพลังเข้มข้นและดุดันดั่งเพลิงสุริยันพลันตื่นรู้และะเิทอแสงสีแดงฉานออกมาจากเรือนร่างและลำกระบี่ไม้ของชิงหยาง!
มโนภาพปราณกระบี่สีแดงเจิดจรัสพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเย็นสะกดทุกสายตาทั่วทั้งอัฒจันทร์ให้ตกอยู่ในความตะลึงงัน!
ชิงหยางจับด้ามกระบี่ไม้ขยับดันกระบี่ออกจากฝักเพียงเล็กน้อย...แล้วร่าย[วิชาดัชนีดาราผสานจิตกระบี่สีแดง– ดัชนีพิโรธสบั้นขุนเขา]!
ฟึ่บ!
ชิงหยางใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนย้ายไร้เงา แทรกกายผ่านพายุศิลาทมิฬไปยืนอยู่ด้านหลังของหมายเลข250ในเสี้ยววินาที!
ประกายแสงจิตกระบี่สีแดงวูบผ่านอากาศอย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล...
กริ๊ก! (เสียงชิงหยางดันกระบี่ไม้กลับเข้าฝัก)
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม!
ในวินาทีที่กระบี่เข้าฝัก...เกราะศิลาทมิฬอันหนาแน่นของหมายเลข250พลันะเิแตกสลายกลายเป็ผุยผงกลางอากาศทันที!ลมปราณอันหนักหน่วงสลายหายไปสิ้น!
ร่างั์ของหมายเลข250ชะงักค้างก่อนจะทรุดเข่าแตะพื้นอย่างหมดท่าไร้ซึ่งาแฉกรรจ์แต่ลมปราณภายในถูกดัชนีดาราและจิตกระบี่สีแดงสลายจนหมดสิ้น!
หมายเลข 250 เหงื่อไหลซึมทั่วร่างมองแผ่นหลังสีขาวของชิงหยางด้วยความทึ่งและยอมรับจากหัวใจ"สติปัญญาและเชิงกระบี่ของสหาย...สมแล้วที่เป็เป็หนึ่งในห้าสิบคนที่ผ่านมาได้...ข้าพ่ายแพ้แล้ว!"
กริบ...
ก่อนที่เสียงเชียร์จะะเิดังกึกก้องกังวานทลายท้องฟ้า!
เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!
ผู้เข้าแข่งขันและผู้ชมทุกคนบนอัฒจันทร์ต่างลุกขึ้นปรบมือให้แก่อันดับหนึ่งอย่างชิงหยางผู้ใช้ทั้งสติปัญญาวิเคราะห์จุดอ่อนวิชาดัชนีดาราวิชาตัวเบาและจิตกระบี่สีแดงเอาชนะศึกได้อย่างงดงามและเหนือชั้น!
กรรมการเคาะฆ้องกังวานเป็สัญญาณจบศึกรอบบ่าย:
"ผู้ชนะคู่ที่25...ได้แก่หมายเลข196(ชิงหยาง)!"
"และขอประกาศจบการประลองศึกรอบบ่ายอย่างเป็ทางการ!"
หลังจากสิ้นสุดการประลองคู่ที่25...กรรมการไม่ได้ประกาศให้ทุกคนพักผ่อนแต่กลับมีร่างของท่านเ้าเมืองและาุโแห่งสำนักกระบี่ะก้าวขึ้นสู่หอคอยประธาน
"ผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง25คน... จงก้าวขึ้นสู่เวทีศิลาใหญ่!"
ยอดฝีมือทั้ง 25 คนก้าวขึ้นสู่กลางลานประลองผู้ชมรอบอัฒจันทร์ต่างกระพริบตาด้วยความสงสัยเมื่อเห็นทหารและศิษย์สำนักกระบี่ะแบกแท่นค่ายกลโบราณสี่ชิ้นมาปักไว้ณสี่ทิศของลานประลอง!
"การประลองรอบบ่ายเป็เพียงการทดสอบฝีมือ...แต่การจะเป็'นักกระบี่แท้จริง' จิตใจต้องแหลมคมดั่งเหล็กกล้าไร้ซึ่งความกลัวไร้ซึ่งรอยแตกร้าว!"ท่านเ้าเมืองประกาศเสียงดังทรงพลัง
"เปิดใช้งาน...[ค่ายกลมายาแรงโน้มถ่วงสบั้นจิต]!"
ครืนนนนนนนนนนนนนนนนนน!
สิ้นเสียงคำสั่ง แท่นค่ายกลสี่ทิศทอแสงดาราส่องสว่างสุกใส!ม่านพลังสีฟ้าทมิฬหมุนวนครอบลานประลองศิลาใหญ่ในเสี้ยววินาที!
*** มหาแรงกดดันและภาพมายาในจิตใจ**
ตึงงงงงงงงงงง!
วินาทีที่ค่ายกลทำงานแรงโน้มถ่วงบนเวทีพลันพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติถึงสิบเท่า!อากาศหนักอึ้งประดุจมีขุนเขานับสิบลูกกดทับลงบนบ่าของทุกคน!ไม่เพียงแค่นั้น...ค่ายกลยังส่ง"ภาพมายาฝันร้าย"แทรกซึมเข้าสู่จิตใจเพื่อขุดดึงเอาความหวาดกลัวความพ่ายแพ้และความล้มเหลวในอดีตของแต่ละคนออกมาบดขยี้สภาวะจิต!
"อั้ก!หนัก... หนักเหลือเกิน!"
"ภาพอะไรกัน...อย่าเข้ามานะ!"
พรวด!
เพียงไม่กี่อึดใจ ผู้แข่งขันทั่วไปคนแล้วคนเล่าเริ่มหน้าซีดเผือดทรุดเข่าลงกับพื้นศิลาบางคนทนแรงโน้มถ่วงและภาพมายาไม่ไหวถึงกับกระอักเืชูมือยอมแพ้และถูกม่านพลังดีดออกนอกสนามทีละคน!
จาก 25 คน...เหลือ20คน...เหลือ15คน...ลานประลองอบอ้าวไปด้วยรังสีแรงโน้มถ่วงอันมหาศาล!
ท่ามกลางเสียงร้องด้วยความเ็ปของผู้คนที่ทยอยร่วงหล่น...มีเพียง10 คนกลับยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงราวกับต้นสนเหล็กกล้าท่ามกลางพายุหิมะ!
ตึงงงงงงงงงงง!
ผ่านไป2 ชั่วยาม เสียงฆ้องดังสะท้อนกังวานไปทั่วลานประลองเมื่อผู้แข่งขันร่วงหล่นลงจนเหลือเพียง10คนสุดท้ายบนเวทีศิลาใหญ่!
ม่านพลังค่ายกลสลายหายไป...แรงโน้มถ่วงสิบเท่าดับวูบลงในทันที!
ผู้คนรอบอัฒจันทร์นับพันต่างลุกขึ้นปรบมือและเชียร์กึกก้องจนลานประลองะเื!บัดนี้สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังยอดฝีมือทั้ง10คนผู้ผ่านการทดสอบทั้งฝีมือและจิตใจอย่างสมศักดิ์ศรี!
กรรมการเดินขึ้นสู่หน้าเวทียกร่างขานนามด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง:
"ศึกประลองคัดสรรจิตกระบี่...ได้ผู้ผ่านเข้ารอบ10คนสุดท้ายอย่างเป็ทางการแล้ว ได้แก่!”
"หมายเลข3!"(เด็กหนุ่มร่างโต หรือปิงเจา)
"หมายเลข18!"(เด็กน้อยค่ายกล หรือมู่จงเทียน)
"หมายเลข41!"(แม่นางชุดแดง หรือเมิ่งจื่อเหยียน)
"หมายเลข46!"(เด็กหนุ่มไร้เสียง หรืออู๋เฟย)
"หมายเลข67!"(เว่ยหลาง - แฝดพี่)
"หมายเลข68!"(เว่ยเฉียน - แฝดน้อง)
"หมายเลข96!"(ถังซู่เหมย)
"หมายเลข125!"(นายน้อยเซียวฉินเหอ)
"หมายเลข196!"(ชิงหยาง)
"และ...หมายเลข241!"(ฉิวฟง)
เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!
เสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้องทลายท้องฟ้ายามเย็น!
บนเวทีศิลาใหญ่... หมายเลข241(ฉิวฟง) กวาดสายตามองยอดฝีมืออีก9คนรอบกายรังสีปราณและจิตกระบี่อันเข้มข้นของแต่ละคนทอแสงแผ่ออกมาข่มกันอย่างไม่มีใครยอมใครโดยเฉพาะรังสีม่วงดำอันน่ากลัวของหมายเลข125และในขณะเดียวกันสายตาของนายน้อยก็หันมาสบตากับฉิวฟงพอดีทำให้บรรยากาศรอบๆเปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหันนายน้อยยิ้มให้อย่างเ้าเล่ห์และหันกลับไปมองอย่างอื่นแทน จากนั้นบรรยากาศก็กลับเป็แบบเดิม กรรมการประกาศแยกย้ายให้กลับไปพักผ่อน
วันพรุ่งนี้คือรอบสุดท้ายจะเปิดศึกแล้วมาลุ้นไปพร้อมกันว่าใครจะได้ที1 ในการประลองยุทธ์ในเมืองหงส์เหินครั้งนี้....
‘10 หมายเลขสุดท้าย...พรุ่งนี้ศึกชี้ชะตาของจริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!’