สายลมหนาวพัดผ่านเข้ามายังหน้าต่างของเรือนผ้าม่านผืนขาวพลิ้วไหวตามสายลมที่พัดผ่านเข้ามา ร่างน้อยในห้องสั่นน้อย ๆเมื่อยามถูกลมพัด
“คุณหนู อากาศด้านนอกหนาวถึงเพียงนี้เหตุใดถึงยังนั่งตากลมอยู่เจ้าคะ”
จางจูเอ่ยขึ้นก่อนจะรีบเดินไปปิดหน้าต่างในทันทีหลันหลันที่นั่งอยู่มองตนเองในกระจกก่อนจะหันไปมองจางจูที่ปิดหน้าต่างจางจูเดินเข้ามาพร้อมกับนำเตาอุ่นอันใหม่มาเปลี่ยนให้หลันหลัน ‘ผ่านไปเกือบปีแล้วที่เราได้มาอยู่ในร่างของถิงหลันเวลาช่างผ่านไปไวเสียจริง ๆ’ เด็กหญิงรับเตาอุ่นมือมาก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก
โถงของเรือนวันนี้เต็มไปด้วยบุรุษและสตรีตระกูลถิงหลันหลันที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงจึงได้คำนับย่าหลี่ ราชครูถิง ไป๋จื่ออนุหวังและถิงโม่หาน หงเจวี่ยอวี่และถิงอู่
“หลันหลันมานั่งข้างย่านี่มะ”
สตรีมากอายุรีบเรียกหลานสาวคนโปรดของตนมานั่งข้างตนในทันทีหลี่ฉางรีบอ้าแขนรับหลันหลันในทันที ราชครูถิง ไป๋จื่ออนุหวังและทุกคนต่างมองตามนางด้วยรอยยิ้ม
“เหตุใดวันนี้ทุกคนถึงได้มารวมตัวกันที่นี่เล่าเจ้าคะ”
หลันหลันเอ่ยด้วยความสงสัยเดิมเด็กหญิงตั้งใจจะไปเรือนย่าหลี่ แต่กลับถูกจางจูเอ่ยทัดทานไว้เพราะตอนนี้ทุกคนต่างมารวมตัวกันเพื่อนั่งพูดคุยกันที่นี่
“มิมีเหตุอันใดหรอก เพียงแต่...”
ไป๋จื่อหยุดคำพูดตนไว้เพียงเท่านั้นแววตาของนางเต็มไปด้วยความเศร้าและความห่วงหาที่แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“หลังจากพิธีฉลองพระราชสมภพขององค์ฮ่องเต้เสร็จแล้วพี่ใหญ่ของเจ้าและพี่สะใภ้จะต้องย้ายไปดูแลหัวเมืองตะวันออกที่องค์ฮ่องเต้ได้ทรงมอบหมายให้ดูแล”
อนุหวังเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเศร้ามิต่างกันหลันหลันมองหน้าทุกคนก่อนจะถอนหายใจช้า ๆ
“หัวเมืองตะวันออกแล้วอย่างไร ท่านแม่และแม่เล็กคิดถึงเมื่อไหร่ก็สามารถไปเยี่ยมได้มิใช่หรือเจ้าคะจากกันเพราะหน้าที่มิได้จากกันเพราะอย่างอื่นเสียหน่อย”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ หลันหลันพูดช่างถูกใจและตรงใจข้าเสียจริง ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
ราชครูถิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับหัวเราะเสียงดังแม้เขาจะเป็นใหญ่ที่สุดในบ้านแต่หลายอย่างเขาก็ยังต้องไว้หน้าภรรยาคนนี้ของเขาคงจะมีเพียงหลันหลันเท่านั้นที่พอจะพูดแทนเขาได้ในบางคำพูดที่เขาอยากพูดเมื่อเห็นสามีหัวเราะเสียใหญ่โตไป๋จื่อและอนุหวังต่างมองสามีก่อนจะค้อนให้วงใหญ่
“ท่านแม่ แม่เล็กพวกท่านอย่าได้เป็นกังวลไปพี่ใหญ่ได้รับตำแหน่งแม่ทัพผู้ดูแลหัวเมืองตะวันออกหน้าที่การงานใหญ่โตก็ย่อมต้องจากบ้านไปไกลนิดหน่อย”
เด็กหญิงทำหน้าน่ารักก่อนจะใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งจีบเข้าหากันให้ไป๋จื่อและอนุหวังเห็นว่าเล็กน้อยเพียงใด
“อีกอย่างหน้าที่นี้เป็นหน้าที่อันทรงเกียรติท่านแม่และแม่เล็กอย่าได้ทำให้พี่ใหญ่และพี่สะใภ้ห่วงหน้าพะวงหลังเลยเจ้าค่ะหากท่านแม่และแม่เล็กกลัวจะเหงา โน่นเจ้าคะ พี่รองยังอยู่ให้ท่านแม่คอยห่วงเจ้าค่ะ”
เด็กหญิงชี้ไปทางถิงอู่ชายหนุ่มที่ถูกเอ่ยชื่อถึงกับตกใจรีบโบกมือไปมา ท่าทางชวนให้หัวเราะ
“หลันหลัน เจ้าพูดเช่นนี้รอบหน้าหากมีเรื่องอันใดพี่รองคนนี้จะไม่ช่วยเจ้าแล้ว”
ชายหนุ่มพูดก่อนจะทำทีเคืองน้องสาวของตนหญิงสาวยิ้ม ๆ ให้กับพี่ชายคนรองของตนเด็กหญิงพิจารณาสตรีทั้งสองที่ได้ชื่อว่าเป็นมารดาและแม่เล็กของนางอยู่ในใจ ‘ท่านพ่อแม้จะอายุสี่สิบกว่าปีแล้วแต่ท่านแม่และแม่เล็กที่อายุสามสิบต้น ๆ...อื่มมม...น่าจะไหวอยู่นะ’ เมื่อเห็นสายตาของบุตรสาวมองมาที่ตนไป๋จื่อและอนุหวังหันไปมองหน้ากันในทันที
“เจ้ามองแม่และอนุหวังเช่นนี้ เจ้ากำลังคิดสิ่งใดในใจกัน”
หลันหลันยิ้มๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
“เรื่องนี้ไว้เดี๋ยวกลับเรือนลูกค่อยบอกท่านแม่และแม่เล็กเจ้าค่ะ”
“เจ้าลูกคนนี้”
ไป๋จื่อค้อนให้บุตรสาวของตนก่อนจะหันไปบ่นลูกชายคนรองทำให้ถิงอู่ที่นั่งอยู่นั้นถึงกับหันมาถลึงตาใส่หลันหลันในทันทีหลังจากพูดเล่นกันไม่นานทุกคนต่างแยกย้ายกันไป๋จื่อและอนุหวังที่กำลังจะเดินกลับเรือนได้ถูกจางอี้มาเชิญให้ไปยังเรือนของหลันหลัน
“ฮูหยิน อนุหวัง คุณหนูให้มาเชิญพวกท่านไปเรือนของคุณหนูเจ้าค่ะ”
“หลันหลันมีเรื่องอันใดหรือ”
“เรื่องนี้บ่าวก็มิทราบเจ้าค่ะบ่าวได้รับคำสั่งให้มาเชิญฮูหยินกับอนุหวังเท่านั้นเจ้าค่ะ”
สตรีทั้งสองหันมามองหน้ากันก่อนจะหยักหน้ารับแล้วเดินตามจางอี้ไปเรือนน้อยของหลันหลันอยู่ท่ามกลางดงดอกไม้แต่ดอกไม้ทุกชนิดที่อยู่บริเวณนั้นล้วนแล้วแต่เป็นพืชสมุนไพรที่ถูกเลือกมาปลูกทั้งนั้นสตรีทั้งสองมองพืชสมุนไพรยิ้ม ๆ
“ดูเหมือนหลันหลันจะชอบด้านนี้จริง ๆ นะเจ้าคะพี่หญิง”
อนุหวังเอ่ยขึ้นไป๋จื่อหยักหน้าช้า ๆ อย่างเห็นด้วย ตั้งแต่บุตรสาวไปไหว้พระขอพรกลับมานางมีเรื่องให้ประหลาดใจอยู่เสมอตั้งแต่รักษาท่านย่า ทำยารสขมให้เป็นยาลูกกลอนที่กินง่ายขึ้นแม้กระทั่งการเจ็บป่วยในจวนตอนนี้ก็ได้หลันหลันคอยดูแล
“ท่านแม่ แม่เล็ก”
เด็กหญิงหันมาทางสตรีที่กำลังเดินเข้ามาในเรือนของนางด้วยรอยยิ้มสดใสไป๋จื่อและอนุหวังยิ้มตอบเด็กหญิงพาสตรีทั้งสองมานั่งก่อนจะให้จางจูไปหยิบยาสมุนไพรให้ไป๋จื่อและอนุหวังเด็กหญิงจับมือสตรีทั้งสองไว้อย่างอ่อนโยน
“ท่านแม่ แม่เล็ก ตอนนี้ข้า พี่ใหญ่ พี่รองล้วนเติบโตกันหมดแล้วพวกท่านเหงาหรือไม่”
ไป๋จื่อและอนุหวังมองหน้ากันยิ้มๆ ไป๋จื่อบีบจมูกน้อย ๆ ของหลันหลันอย่างหมั่นเขี้ยว
“แน่นอนว่าพวกแม่ย่อมต้องมีบ้างที่รู้สึกเช่นนั้นแต่จะว่าไปการได้ดูพวกเจ้าเติบใหญ่ก็ทำให้แม่และอนุหวังมีความสุขมากเช่นกัน”
หลันหลันมองหน้าสตรีทั้งสองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เช่นนั้นหากท่านแม่และแม่เล็กจะมีน้องให้ข้า...”
“ว้ายย!! หลันหลันเจ้ายังมิได้ออกเรือนจะพูดเช่นนี้ได้อย่างไรกันน่าจับตีนักเชียว”
ไป๋จื่อทำหน้าดุใส่หลันหลันทันทีเด็กหญิงยิ้มแหย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ อธิบายให้มารดาและอนุหวังฟัง
“เป็นเพราะจวนเรารักใคร่กันท่านพ่อก็รักท่านแม่และแม่เล็กมากจึงมิได้มีอนุเพิ่ม หากเป็นจวนอื่นตอนนี้อนุคงมีไม่น้อยกว่าสี่คนเป็นแน่”
ไป๋จื่อและอนุหวังแอบลูบท้องของตนเองเบาๆแม้พวกนางจะอยากมีบุตรอีกแต่ด้วยอายุที่มากจึงทำให้พวกนางหันมาใส่ใจกับบุตรทั้งสามมากกว่า
“หากท่านแม่และแม่เล็กอยากจะมีน้องให้ข้า ข้าจะเป็นผู้ดูแลพวกท่านเอง”
“เจ้าจะดูแลเช่นนั้นหรือ”
“เจ้าค่ะลูกรู้ว่าท่านแม่และแม่เล็กนั้นเริ่มมีอายุจึงทำให้เป็นห่วงเรื่องอื่น ๆที่จะตามมา แต่หากให้ลูกดูแลลูกรับรองได้เลยว่าท่านแม่แม่เล็กและน้องของข้าจะปลอดภัยอย่างแน่นอนแต่ท่านแม่และแม่เล็กจะต้องรีบทำภายในปีนี้นะเจ้าคะ ช้าสุดก็น่าจะประมาณสิ้นปี”
“ไวเช่นนั้นเลยหรือ”
“ใครว่าไวเจ้าคะ ช้าไปต่างหาก ประการแรกพวกท่านต้องเลิกดื่มยาห้ามครรภ์อาหารที่กินในทุกวันก็ต้องปรับเปลี่ยนและที่สำคัญเรื่องนี้ห้ามบอกท่านพ่อนะเจ้าคะข้าอยากให้ท่านพ่อแปลกใจ”
หลันหลันยิ้มแฉ่งขณะนึกถึงหน้าราชครูถิงยามเมื่อทราบว่าตนมีบุตรคงจะดีใจมากจนเก็บอาการไม่อยู่อย่างแน่นอน
“แต่..”
ไป๋จื่อและอนุหวังหันมามองเด็กหญิงตรงหน้าที่จ้องมาทางตน
“แต่อะไรหรือ”
“ท่านแม่และแม่เล็กยังอยากมีและเต็มใจมีลูกอีกหรือไม่เจ้าคะ”
ไป๋จื่อและอนุหวังมองหน้ากันยิ้มๆ แต่กลับมิตอบสิ่งใด ได้แต่ลูบท้องขอตนเองเบา ๆ อย่างมีความหวังเมื่อเห็นท่าทางของมารดาและอนุหวังหลันหลันจึงยกยิ้มอย่างมีความสุข ‘อย่างน้อยท่านแม่และแม่เล็กจะได้มีอะไรทำมากกว่าการจับข้าเรียนเรื่องงานบ้านงานเรือนและสอนสั่งเรื่องมารยาท’
ช่วงเวลานี้ทุกที่ต่างเริ่มตกแต่งและขึ้นป้ายเพื่อเตรียมจัดงานฉลองวันพระราชสมภพขององค์ฮ่องเต้หลันหลันที่มิเคยได้เข้าเฝ้าก็อดตื่นเต้นกับเรื่องนี้ไม่แพ้กัน ฮูหยินถิงหรือไป๋จื่อได้เตรียมเสื้อผ้าและเครื่องประดับไว้ให้บุตรชายหญิงของตนเพื่อใช้สำหรับร่วมงานนี้เช่นกัน
“หลันหลัน”
เสียงเรียกอันอ่อนหวานทำให้เจ้าของชื่อที่กำลังง่วนกับการตากยารีบวางมือจากงานตรงหน้าในทันที
“พี่หญิงท่านมาได้อย่างไรกัน”
“เจ้าเห็นข้าแล้วมิดีใจหรอกหรือ”
“มิใช่เช่นนั้น ข้าย่อมต้องดีใจสิเจ้าคะเพียงแต่แปลกใจที่พี่หญิงมาหาข้าได้”
หลันหลันยิ้มอย่างเอาใจจนซื่อเหยาอดที่จะยิ้มตอบความออดอ้อนของนางไม่ได้
“วันนี้พี่จะไปเดินตลาดจึงอยากจะมาชวนเจ้าไปด้วย”
“จริงหรือเจ้าคะ เช่นนั้นรอสักครู่นะเจ้าคะ น้องจะรีบไปเตรียมตัว”
หลันหลันรีบวิ่งเข้าเรือนในทันทีจนลืมชวนซื่อเหยาเข้าเรือนเมื่อนึกได้เด็กหญิงจึงรีบให้จางจูเชิญหญิงสาวเข้ามานั่งรอในเรือนและให้จางอี้ไปแจ้งเรื่องนี้แก่มารดาตน