กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่ห้าสิบเอ็ด คำพยากรณ์โบราณ

    ตอนที่ห้าสิบเอ็ด คำพยากรณ์โบราณ

    มันเป็นเรื่องปรกติที่คุณจะมีอีโก้ในการหลงตนเองว่าเป็นคนสำคัญของโลกทุกคนต้องทำตามคุณ มันเป็นเรื่องไม่ปรกติหากการคิดว่าตนเองสำคัญของคุณมีโหรจากยุคบรรพกาลเห็นด้วยและกล่าวถึงการมีอยู่ของคุณไว้ในคำพยากรณ์โบราณ

    มันอาจจะเป็นเรื่องของความคาดหวัง

    การทำตัวว่าตนเองสำคัญโดยไม่มีคำพยากรณ์โบราณมายืนยันนั้นเท่ากับคุณกำหนดความสำคัญของตัวคุณด้วยตนเอง

    การมีคำพยากรณ์มาหนุนความสำคัญของคุณแสดงว่าคุณต้องให้อะไรตอบแทนคำพยากรณ์นั้นหรือต้องทำตนให้สอดคล้องกับคำพยากรณ์ความสำคัญของคุณจึงจะได้รับการรับรอง

    ความตึงเครียดต่างกัน

    อย่างแรกคือความบ้าคลั่งของมนุษย์อีกอย่างคือความกดดันของวัยรุ่นที่แอนนาก็เจอมาเช่นกัน

    ถึงผมจะมองว่า การได้บัฟพลังพิเศษในโลกที่แวมไพร์และปีศาจมีอยู่จริงและจ้องที่จะกินเราไม่สามารถมองเป็นคำสาปไปได้ก็ตาม

    เพราะ”ความไม่รู้”ไม่ได้เป็นเกราะป้องกันเราจากแวมไพร์ที่จะมาฆ่าเราแต่ประการใด

    “ความไม่รู้”อาจจะเป็นเกราะป้องกันจากคำสาปบางประเภทและปีศาจบางประเภท ที่จะไม่สามารถโจมตีเราได้หากเราไม่รับรู้การมีอยู่ของคำสาปหรือปีศาจประเภทนั้น

    แต่ไม่สามารถป้องกันเราจากปีศาจแมลงที่ปลอมตัวมากินนักเรียนในโรงเรียนหรือมนุษย์หมาป่าได้แต่อย่างใด

    เราจะเลือกอะไรระหว่างเป็นคนธรรมดาที่อาจจะโดนแวมไพร์หรือปีศาจกี๊กี๊ฆ่าอย่างง่ายดายแม้เราจะเป็นทหารที่ฝึกมาอย่างดีก็ตาม

    หรือจะมีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติที่ทำให้เราตกอยู่ในอันตรายนั่นล่ะ

    แต่อย่างน้อยก็ยังสามารถเลือกสังเวียนการต่อสู้ได้ด้วยตนเอง

    ผมมองคุณโธมัสที่จ้องมาทางผม

    “เฮ้อแสดงว่าคุณคงต้องดูแลคนที่มีคำพยากรณ์ติดตัวมาสองคนแทนที่จะเป็นคนเดียวสินะครับ?”

    ผมพยายามแซวเรื่อง”คลับของผู้มีสายเลือดเทพเจ้า”

    คุณโธมัสเช็ดแว่นและถอนหายใจ

    “ถ้ามันเป็นเรื่องง่ายๆอย่างนั้นก็ดีน่ะสิคำทำนายบางครั้งก็ไม่เป็นความจริงบางครั้งก็ตีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนในด้านเวลาหรือเหตุการณ์รายละเอียดแม้แต่สเลเยอร์ก็เช่นกันเราต้องอาศัยการจับตาดูและตัดความเป็นไปได้ในทุกๆอย่างจนกระทั่งมาพบแอนนาแต่คำพยากรณ์ของคนขี่ม้าที่จะปรากฏตัวในอวสานของโลกนั้น..ผู้พยากรณ์ของทุกที่ในโลกเห็นตรงกัน”

    คุณโธมัสเช็ดแว่นตาพร้อมกับกล่าวอย่างครุ่นคิด

    “มีคำทำนายที่องค์กรที่อยู่ในด้านมืดพยายามปกปิด แก้ไขคำทำนาย แต่ก็มีบางอย่างเช่นการมาถึงของผู้กวาดล้างของพระเจ้าเจงกิสข่าน ที่สั่นคลอนโลกทั้งโลก จนไม่สามารถปกปิดคำพยากรณ์ประเภทนี้ได้..มันมีคำทำนายและ[คำทำนาย]นั่นล่ะ”

    คุณโธมัสทำมือวางไว้ด้านล่างเมื่อกล่าวถึงคำทำนายแรกและทำมือชูสูงขึ้นข้างบนเมื่อกล่าวถึง[คำทำนาย]อันหลัง

    ผมผงกศีรษะรับ

    “ถ้าอย่างนั้น ผมก็คิดแบบเดียวกับที่ผมเคยให้คำแนะนำกับแอนนาคำทำนายบิดเบือนหรือตีความคลาดเคลื่อนได้เช่นเดียวกันมันไม่สำคัญอะไรเลยในชีวิตของเราสิ่งที่สำคัญจริงๆคือสิ่งที่เราเลือกที่จะทำมันเท่านั้นหรือเรามีเป้าหมายอะไรในชีวิตของเราพลังสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของเรา แต่ที่สำคัญกว่าคือสิ่งที่เราคิดอยากทำต่างหากท่านข่านบอกให้ผมรวบรวมมนุษย์ทั้งหมด แต่ไม่ได้บอกว่าให้ผมรวบรวมด้วยวิธีไหนการจะรวบรวมด้วยวิธีแบบใดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผมเอง”

    ผมกล่าวอย่างเชื่อมั่น

    อาจจะเพราะพลังของเทงกรีที่ยังอยู่ในตัวผมมีผลมากกว่ายาชูกำลังหรือยาเสพติดก็ได้ท่าทางผมต้องไปสำรวจร่างกายของตนเองและปรับสภาพร่างกายก่อน

    แต่ท่าทางทุกคนตกใจกับเรือ่งอีกอย่าง

    “เดี๋ยวก่อน ท่านข่านบอกอะไรกับเธอ?”

    คุณโธมัสกล่าวถามอย่างสงสัย

    นี่คือเรื่องที่ไม่มีในคำทำนาย การติดต่อของผู้มาจากโลกวิญญาณเป็นเรื่องอันตรายและทำลายสมดุลที่ง่อนแง่นอยู่แล้วของโลกใบนี้

    โดยเฉพาะวิญญาณที่ทรงพลังอย่างเจงกิสข่าน

    ผลลัพธ์ของการปรากฏตัวของวิญญาณเจงกิสข่านต้องไม่มีเรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน

    “ว่าหากมนุษย์ไม่รวมตัวกันโลกนี้จะตกอยู่ในกำมือของปีศาจ มนุษย์จะได้เป็นแค่เหยื่อหรืออาหารที่อยู่ในกรงของพวกปีศาจหรือง่ายๆก็คือ ปีศาจจะทำสิ่งที่ทำกับมนุษย์อยู่แล้วในวงกว้างขึ้นน่ะครับ”

    ผมกล่าวตอบเมื่อนึกถึงไทม์ไลน์ของเรื่องที่ปีศาจครองโลกได้