ในขณะที่ตายาย พ่อแม่ ลุงป้าสะใภ้ พากันพูดคุยปรึกษาเรื่องต่างๆกันอยู่ พวกเด็กๆเองก็ยังคงสนุกสนานกับการดูสวนรอบๆที่พวกเขาเคยเดิน เคยวิ่งเล่นกัน แม้ว่ามันจะดูเปลี่ยนแปลงไปมากมายจนแทบจะจำไม่ได้เลยก็ตามที….
“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าแถวๆนี้ คือสวนหลังบ้านของตาขา ยายขาจริงๆน่ะน้องกระดุมน้อย ต้นไม้พวกนี้มันกลายพันธุ์ไปหมดแล้วจริงๆ ต้นใหญ่มว๊ากกกกกก……..!!!”พี่สาวโส่วผ้า
“นี่ยังดีนะพี่สาว ที่กระดุมจัดการให้เจ้าพวกต้นไม้กลายพันธุ์ทำตัวให้เป็นระเบียบเรียบร้อยน่ะ ไม่อย่างนั้นนะคงไม่ใช่แบบที่พี่สาวเห็นหรอก คงจะรกรุงรังเป็นป่าร้างเลยล่ะไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่สวนที่พวกเราเคยวิ่งเล่นกันหรอก”กระดุมน้อย
“โอ้….จริงด้วยสินะ แต่นี่ขนาดว่าให้พวกต้นไม้กลายพันธุ์พยายามอยู่แบบเป็นระเบียบแล้ว แต่ก็ดูไม่เหมือนเท่าไหร่เลย”พี่สาว
“น้องสาว คงจะเป็นเพราะขนาดที่ใหญ่ขึ้นของพวกมันน่ะ ก็เลยดูรกจสน่ะ”พี่ใหญ่ทีซวี่
“ใช่ๆน้องสาว”พวกพี่ชาย
“ดูแล้วพวกมันเองก็พยายามจะกระจุกอยู่กันเป็นกลุ่มๆก้อนๆ พวกใครพวกมันอยู่น่ะจ้ะพี่สาว ได้เท่านี้ไปก่อนเดี๋ยวกระดุมจะหนทางจัดระเบียบใหม่ทีหลังอีกทีจ้ะ ขอแค่ดูไม่รกเหมือนตอนแรกก็ดูสบายตาขึ้นเยอะแล้ว ไม่งั้นพวกเราคงจะไม่มีทางเดินกันแล้วแน่ๆเลย”กระดุมน้อย
“พี่สาว เชื่อว่าน้องกระดุมน้อยจะมีวิธีจัดการเจ้าพวกพืชกลายพันธุ์พวกนี้ได้อย่างแน่นอน”พี่สาวโส่วผ้า
“พี่ชายก็ด้วยนะ…!!!”พวกพี่ชาย
“ลองเจ้าพวกต้นไม้กลายพันธุ์พวกนี้ดื้อดึงกับกระดุมสิ จะเผาให้ไม่เหลือซากเลยนะ ฮึ่มมมม….”กระดุมน้อย
“แซ่กกก.............!!!!”ต้นไม้กลายพันธุ์
“...................?????”พวกพี่ชาย
พี่สาว และพี่ชาย รู้สึกได้เลยว่าเจ้าพวกต้นไม้กลายพันธุ์พวกนี้มันกำลังสั่นกันหมดเลย ทั้งเสียงที่กิ่งก้านใบ พวกมันกระทบกัน และไหนจะเห็นด้วยสองตาอีกที่มันสั่นชัดๆเลย
“พวกมันตัวสั่นกลัวน้องกระดุมน้อยน่าดูเลยนะครับเนี่ย”พี่รองโต่วเผิง
“เจ้าพวกต้นไม้กลายพันธุ์พวกนี้ มันฟังแต่ภาษาน้องกระดุมน้อยรู้เรื่องเสียด้วยสิ นี่น้องเล็กแค่พูดออกมาเฉยๆเองนะ ยังไม่ได้ใช้พลังธาตุไม้ออกมาด้วยเลย น้องสาวสุดยอดจริงๆเลย”พี่สามว่ายเท่า
“ดูแล้วพวกมันน่าจะสัมผัสได้ว่ามนุษย์คนไหนมีพลังธาตุไม้ หรือไม่มีนะครับว่าไหม…????”พี่สี่หยี่อี
“อือ….หงึก….หงึก…..”พวกพี่ชาย
“มันดมกลิ่นคนมีพลังธาตุไม้ได้ด้วย แบบนี้ถ้าพวกเราเอาเสื้อผ้าที่น้องกระดุมน้อยใส่มาติดตัวไว้แบบนี้ พอจะขู่พวกมันได้ด้วยไหมเล่าครับพี่ๆ…????”พี่สี่หยี่อี
“นั่นน่ะสินะ…?????”พวกพี่ชาย
“ต้องเอาเสื้อผ้าของน้องกระดุมน้อยไปตอนไม่ซักด้วยนะ จะได้มีกลิ่นตัวของน้องเล็กแบบชัดเจนเลย”พี่สามว่ายเท่า
“จริงด้วย”พวกพี่ชาย
“นี่กะว่าจะไปดูเสื้อผ้าของน้องกระดุมน้อยในตะกร้าเชียวนะ พอเจ้าสามพูดออกมาแบบนี้ น่าจะใช่ล่ะเสื้อผ้าที่ซักแล้วกลิ่นตัวของน้องกระดุมน้อยก็ออกหมด พวกต้นไม้กลายพันธุ์มันก็ไม่ได้กลิ่นแน่ๆล่ะ”พี่ฉือเป้ยซิน
“ถ้างั้นพวกเราก็ลองจากชุดนี้เลยชุดที่น้องกระดุมน้อยใส่เนี่ย โอ้…จริงด้วยสิชุดเมื่อตอนกลางวันของน้องเล็กถอดออกมาซักหรือยังนะพวกเรา….?????”พี่ฉือเยาไต้
“เอ๋…………..?????”พวกพี่ๆน้องๆพากันคิดว่าซักหรือยังนะ
“น่าจะยังนะครับผม เพราะกว่าตายาย พ่อแม่ ลุงป้าสะใภ้จะกลับมาที่พักก็มืดค่ำแล้ว ปรกติถ้าพวกท่านกลับมาเร็วอาจจะเอาเสื้อผ้าของพวกเราไปซักกันหมดแล้วตั้งแต่มีน้ำใช้น่ะครับ ไม่เคยรอหรือใส่หลายๆวันหน่อยค่อยซักเหมือนเมื่อก่อนนี้”พี่ใหญ่ทีซวี่
“จริงด้วยสิ”พวกพี่ๆน้องๆ
“แต่ว่านะครับพูดถึงกลิ่นตัวน้องกระดุมน้อยแล้ว จะยังคงติดเสื้อผ้าชุดนั้นอยู่ไหมล่ะครับ…….????? เพราะชุดนั้นน้องเล็กใส่ได้ไม่กี่ชั่วโมงเองนะกลิ่นตัวของน้องกระดุมน้อยจะแรงพอไหมที่เจ้าพวกต้นไม้กลายพันธุ์จะได้กลิ่นนะ…????”พี่รองโต่วเผิง
“จริงด้วย…!!!”พวกพี่ๆน้องๆ
“ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้พวกเราเองใส่เสื้อผ้าชุดหนึ่งกันหลายวันอยู่กว่าจะถอดเอาไปทำความสะอาดกันได้สักครั้งหนึ่ง เพื่อประหยัดน้ำกินน้ำใช้กัน ไม่เหมือนตอนนี้ที่พวกเรามีน้ำเหลือเฟือจากน้องกระดุมน้อยทำให้”พี่สามว่ายเท่า
“แล้วแบบนี้พวกเราจะรู้ได้อย่างไรเล่าครับว่า กลิ่นตัวน้องกระดุมน้อยกำลังดีได้ที่แล้ว ที่จะเอาไปขู่เจ้าพวกต้นไม้กลายพันธุ์น่ะครับพี่ๆ…????”พี่สี่หยี่อี น้องชายที่อายุน้อยที่สุด
“นี่แหละปัญหาล่ะ…..”พี่ฉือเยาไต้
“เรื่องแบบนี้จะมามัวสุ่มเดาไม่ได้อย่างเด็ดขาดด้วยนะ เพราะพวกมันคือสิ่งกลายพันธุ์ที่น่ากลัวสำหรับพวกเราที่ไม่ใช่ผู้ที่สามารถปลุกพลังธาตุได้ มันอันตรายมากๆถ้าไม่แน่ใจอย่าได้ลองทำอย่างเด็ดขาดเลย”พี่ฉือเป้ยซิน
“จริงครับ”พวกพี่ๆน้องๆ
“เสียดายจังเลยนึกว่าจะมีทางรอดเอาไว้ป้องกันอีกทางหนึ่งเสียแล้ว ติดที่ว่ากลิ่นตัวของน้องกระดุมน้อยเนี่ยจะต้องอยู่ระดับที่เท่าไหร่กันก็ไม่รู้ถึงจะได้ที่น่ะครับ”พี่สี่หยี่อี
“ก็นั่นน่ะสินะ ระดับไหนกัน…?????”พวกพี่ชาย
“....................”
ตายาย พ่อแม่ ลุงป้าสะใภ้ ที่ได้ยินพวกลูกชายหลานชายพูดแบบนี้เข้าถึงกับนิ่งไปกันไม่เป็นเลยทีเดียว
“ให้ตายสิ…!!!”ตา พ่อ และลุง
“เจ้าพวกนี้นี่ได้นิสัยใครมานะ…?????”ตา
“ก็นั่นน่ะสิครับพ่อ…”ลุง และพ่อ
ยาย แม่ ป้าสะใภ้ หันไปมองทางตา พ่อ และลุง ก่อนและพากันเบือนหน้าที่แบบว่า ไม่รู้จริงๆน่ะเหรอ…????? และก็อดไม่ได้ที่จะต้องบ่นกันออกมานิดๆหน่อยๆ ให้พวกหลานชายและลูกชายกัน
“ช่างจินตนาการกันเก่งนักเชียวพวกพี่ชายเนี่ยนะ กลุ้มจริงๆนิสัยแบบนี้เนี่ย”ป้าสะใภ้
“ในบางครั้งมันก็ดีนะคะที่พวกเด็กๆ ช่างคิด ช่างสงสัย และมีคำถามตลอดเวลากับสิ่งที่ต้องการรู้ แต่พวกลูกชายหลานชายของพวกเรานี่นะคะ เหวยจินขอบอกได้เลยว่าแหวกแนวมากจริงๆ กับความสงสัยอะไรบางอย่างที่ไม่ควรจะสงสัยแบบนั้น”แม่
“แม่เองก็ไม่คิดหรอกว่าเพียงแค่เสื้อผ้าที่คนที่พลังธาตุสวมใส่จะสามารถติดกลิ่นให้พวกกลายพันธุ์ต่างๆกลัวได้น่ะ”ยาย
“จริงค่ะแม่”ป้าสะใภ้
“ถ้าเป็นพวกเราคิด ก็คงจะคิดไปทำนองที่ว่าถ้าจะเป็นพวกเสื้อผ้าที่จะสามารถใช้กลิ่นตัวของผู้ปลุกพลังธาตุได้ น่าจะเป็นในแบบนี้คนที่มีพลังธาตุใช้พลังส่งไปบางอย่างที่เสื้อผ้ามากกว่านะคะ หรือไม่ก็ชิ้นส่วนอะไรสักอย่างที่ใส่พลังธาตุเข้าไปในรูปแบบป้องกันภัยอะไรแบบนี้น่าจะเชื่อถือเสียมากกว่าแค่กลิ่นตัว กลิ่นเหงื่อที่ติดตามเสื้อผ้าเฉยๆน่ะค่ะ”แม่
“เรื่องคิดเยอะ คิดลึกๆแบบนี้ ลูกชายหลานชายพวกเราคิดไม่ถึงกันหรอกจ้ะน้องสะใภ้”ป้าสะใภ้
“ก็จริงค่ะ ผิดกับพวกน้องสาวเลยสองแสบนั่นก็ฉลาดเกินตัวไปจริงๆ โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กนี่หลังจากปลุกพลังธาตุมากมายได้แล้ว ดูจะเฉลียวฉลาดเจ้าเล่ห์ขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วยนะคะ”แม่
“อันนี้จริงเลย พี่สะใภ้เองก็เห็น”ป้าสะใภ้
“อาจจะเป็นผลกระทบเมื่อได้ปลุกพลังธาตุได้แล้ว ความสามารถที่เคยมีเดิมๆ ของคนนั้นๆก็มีความสามารถเพิ่มขึ้นไปอีกน่ะ และมีบางอย่างเพิ่มขึ้นอีกด้วย แม่ว่า”ยาย
“จริงสินะคะ”แม่ ป้าสะใภ้
“ขนาดเพียงแค่พวกเราได้กินอาหารพวกพืชผักกลายพันธุ์ เนื้อกลายพันธุ์ เพียงไม่กี่มื้อก็ดูเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเลย นับประสาอะไรกับคนที่โดนปลุกพลังธาตุโดยตรงกัน”แม่
“แต่ที่แม่สงสัยมากสุดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า บนโลกใบนี้จะมีเด็กอายุน้อยๆสักกี่คนกันนะ ที่สามารถปลุกพลังธาตุในตัวได้แบบกระดุมน้อยหลานสาวคนเล็กของแม่กัน…?????”ยาย
“ไม่รู้สิคะแม่”ป้าสะใภ้ แม่
“ยิ่งพลังธาตุที่ปลุกขึ้นได้ในตัวเด็กนี่แหละค่ะยิ่งน่าเป็นห่วงเลย เพราะด้วยความที่ยังเล็กอาจจะเผลอใช้พลังธาตุออกไปอย่างไม่รู้ตัวได้ และจะควบคุมพลังธาตุของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหนด้วย…????
แต่ที่แน่ๆลูกบอกได้เลยว่า กระดุมน้อยลูกสาวของหนูออกจะพิเศษกว่าเด็กๆคนอื่นๆ ที่ทั้งสามารถควบคุมพลังธาตุได้อย่างดี ใช้พลังธาตุได้ฟุ่มเฟือย และใช้พลังธาตุในแบบที่แปลกตาไปอีกด้วยค่ะ”แม่
“ใช่ๆ…หงึก…..หงึก…..”ยาย ป้าสะใภ้
มันมีแต่ปัญหามากมาย และมีคำถามหลากหลายข้อที่ทุกๆคนต้องการคำตอบกัน แต่ก็ต้องรอเวลาเท่านั้นเร่งรีบอะไรไม่ได้ แต่ตายาย พ่อแม่ ลุงป้าสะใภ้ หารู้ไม่ว่าสิ่งที่พวกท่านมีอยู่ และได้รับข้อมูลจากกระดุมน้อยนั้นมีมากกว่าคนทั่วโลกในตอนนี้อีก
ขนาดผู้ที่ปลุกพลังธาตุได้ที่คิดว่าตัวเองแน่ เก่งกาจ ก็ยังสู้เจ้ากระดุมน้อยเพียงคนเดียวไม่ได้เลย พืชกลายพันธุ์บางอย่างก็ยังไม่มีคนพลังธาตุไม้บางคนสามารถเจอมันได้ด้วยซ้ำไป ในบางครั้งกลิ่นพลังธาตุไม้จากผู้คน ก็เป็นสิ่งดึงดูดจากต้นไม้กลายพันธุ์บางชนิดให้เข้าหาโดยไม่รู้ตัวก็มี
“ไอ้หยา….!!!!”
“ตุ้บ…..โอ๊ยย…..!!!”พี่รองโต่วเผิง
“ตุ้บ……อย่าล้มทางนี้คร้าบบบ…!!!!”พี่สี่หยี่อี
“ตุ้บ……ตุ้บ…..ตุ้บ……..”
“อิ…อิ…อิ……”สองสาวน้อย
“เจ้าตัวแสบเอ๊ย….!!!!”
ตายาย พ่อแม่ ลุงป้าสะใภ้ ที่พากันสะดุ้งเพราะได้ยินเสียงพวกลูกชายหลานชาย พากันร้องเสียงหลงกันเลย ต่างก็พากันตกใจว่ามีอะไรเกิดขึ้นกันหรือไม่
แต่พอได้หันไปมองเท่านั้นแหละ ถึงกับต้องพากันคิ้วขมวดเลย เพราะสิ่งที่เห็นก็คือว่าพวกเด็กผู้ชาย ที่พากันเดินล้ม เดินล้ม ทับกันไปอย่างต่อเนื่อง สาเหตุน่ะไม่ใช่ใครที่ไหนเลย….!!!! ก็เจ้ากระดุมน้อยนั่นแหละที่ดูแล้วน่าจะใช้พลังธาตุไม้ควบคุมพวกต้นไม้กลายพันธุ์ให้มากลั่นแกล้งพวกพี่ชายเล่นอีกแล้ว ดูได้จากพากันหัวเราะคิกคักกันสองสาวน้อย และทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอีกด้วย
*********************
ยังดีนะที่พวกพี่ชาวทั้งหมด ยังคงคิดได้ว่าไม่ลองเสี่ยงทำอะไรที่ยังไม่รู้คำตอบที่แน่ชัดกัน ไม่อย่างนั้นแล้ว ทั้งเสื้อทั้งกางเกงของน้องกระดุมน้อย คงจะหายไปหลายตัวแน่ๆเลย ถ้าพวกพี่ชายเชื่อจริงๆว่ากลิ่นตัวที่ติดเสื้อผ้าของน้องกระดุมน้อยจะสามารถช่วยคุ้มกันพวกกลายพันธุ์ได้น่ะ…..!!!!!
########
พลังพิเศษที่ปลุกได้แล้ว
1.พลังมิติ
2.พลังธาตุไม้
3.พลังธาตุดิน
4.พลังธาตุน้ำ
5.พลังธาตุลม
6.พลังธาตุไฟ
7.พลังธาตุไร้รูปแบบ