ตอนที่7 : ความสุขและหมูกะทะ
ร้านหมูกระทะแอนด์ชาบู
สองเท้าของผมเดินมาหยุดที่หน้าร้านหมูกระทะแอนด์ชาบู จมูกของผมได้กลิ่นหมูกระทะชาบู ผมมองไปรอบๆก็เห็นผู้คนมากมาย ผมหันไปมองหมูหวาน เพราะก่อนหน้านี้ผมมาร้านนี้กับหมูหวานบ่อยมากหมูหวานเป็คนชวนผมมากินหมูกระทะที่ร้านนี้บ่อยๆ ในใจลึกๆผมรู้สึกไม่อยากจากไปไหนเลยอยากอยู่ต่อ อยากเรียนอยู่ที่นี้จนจบพร้อมกับเพื่อนๆกลุ่มนี้ ผมรู้สึกไม่อยากไปหาเพื่อนใหม่แล้ว
หมูหวาน : มองไร
ก้อนหิน : เปล่า
หมูหวาน : กูหล่อล่ะดิ
ก้อนหิน : หลงตัวเอง
หมูหวาน : มีแต่คนบอกกูว่าหล่อน่ะ
ก้อนหิน : คนที่บอกมึงนี้ใครว่ะ
หมูหวาน : เยอะแยะ ไม่เชื่อมึงลองถามลาเต้ดูดิว่ากูหล่อไหม
ก้อนหิน : ทำไมกูต้องถาม
หมูหวาน : นั้นสิ แล้วมึงเขิลไรเนี่ย
ก้อนหิน : กูร้อน ไม่ได้เขิลเว้ย
หมูหวาน : นึกว่าเขิลกู เขิลกูไม่ดีน่ะเดี๋ยวแฟนกูหึง
ก้อนหิน : ใครแฟนมึงอ่ะ
หมูหวาน : ไม่บอก
ก้อนหิน : อืม กูไม่อยากรู้ก็ได้
ลาเต้ : เข้าร้านสิ!! กูจองโต๊ะไว้ด้านใน
ผมก้าวเท้าตามเพื่อนๆเข้าไปในร้าน แต่ในใจผมกับรู้สึกเศร้าที่วันนี้จะเป็วันสุดท้ายที่จะได้อยู่ได้พูดคุย ฉ่า ฉ่า ฉ่า เสียงหมูที่เอาลงกระทะ ผมนั่งจ้องมองควันสีขาวที่พุ่งออกมาจากเนื้อหมูชิ้นพอดีคำ จากหมูที่เป็สีแดงก็เปลี่ยนสีอมน้ำตาลเป็สีเข้มขึ้นมาแสดงถึงความสุกพร้อมกับส่งกลิ่นหอมยั่วโยนโชยออกมาจากกระทะ ผมใช่ตะเกียบคีบหมูมาจิ้มน้ำจิ้มในถ้วยเล็กก่อนจะเข้าไปในปากผม ผมกับมีความรู้สึกที่มีความสุขปนเศร้า
ก้อนหิน : โคตรฟิน
หมูหวาน : โคตรฟิน!! ทำไมตามึงแดงว่ะ
ก้อนหิน : ควันมันเข้าตากู
หมูหวานหันมาถามผมพร้อมกับคีบหมูที่สุกแล้วใส่จานให้ผมเหมือนทุกๆครั้ง ผมนั่งดูเพื่อนๆที่กินหมูกระทะกับชาบูกันหน้าดำหน้าแดงโดยไม่ปล่อยให้บทสนทนาใดๆ มาขวางกั้นความหิว ผมชอบภาพที่ผมมองในวันนี้มากมันมีความสุขมากผมในตอนนี้ที่มีแต่กลิ่นหมูกะทะทั้งตัว แต่กับไม่รู้สึกหงุดหงิดใจเลยเพราะสุขใจมากมากจนอยากหยุดเวลาไว้ ผมใช้ตะเกียบคีบหมูที่สุกใส่จานหมูหวาน
ก้อนหิน : อ่ะ มึงคีบให้กูบ่อยแล้ว เดี๋ยวกูคีบให้มึงบ้าง
หมูหวาน : ขอบใจ มึงเป็อะไร
ก้อนหิน : เปล่า ไม่มีไรนิ!!
หมูหวาน : มีไรบอกพวกกูได้น่ะ
ก้อนหิน : อืม ขอบใจ
ผมตอบพร้อมกับหันมามองคนตรงข้ามผมที่จ้องมองมาที่ผมด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามผม
ลาเต้ : ก้อนหิน!! มึงเป็อะไร
ก้อนหิน : เปล่านิ!! ไม่ได้เป็ไร
ทะเล : กูว่าจะถามมึงั้แ่ตอนบ่ายล่ะ กูเห็นวันนี้มึงดูซึมๆน่ะ ปกติเวลาก่อนเข้าห้องสอบมึงจะต้องอ่านสรุปก่อนเข้าสอบแต่ครั้งนี้เวลากูขอแนวสอบมึงมึงบอกไม่มีแถมมึงดูไม่ค่อยตั้งใจสอบด้วยสรุปมึงมีปัญหาอะไรรึเปล่าบอกพวกกูได้น่ะ มึงไม่ต้องมากลัวหรือเกรงใจอะไรเลยเว้ย กูคือเพื่อนมึงมึงคือเพื่อนกูมึงมีไรไม่สบายใจก็ระบายออกมาได้อย่าเก็บไว้มันไม่ดี มีไรจะได้ช่วยๆกันด้วย
ต้นน้ำ : เอ่อใช่ๆ วันนี้มึงพูดดีน่ะ ที่ไอ้เลพูดก็ถูกน่ะ ปกติมึงจะไม่เงียบๆหงอยๆแบบนี้เว้ยแววตามึงมันดูเศร้าๆน่ะ
ก้อนหิน : กูดูออกขนาดนั้นเลยหรอว่ะ
ต้นน้ำ : ใช่ มึงมีเื่อะไรรึเปล่า
ก้อนหิน : จริงๆกูก็มีล่ะ
หมูหวาน : มีเื่อะไร บอกได้น่ะพวกกูฟังมึงได้น่ะ
ก้อนหิน : เอ่อ พวกมึงกูมีไรบอกว่ะ
หมูหวาน : มีไรอ่ะ จะบอกชอบหรอ
ทะเล : อย่าบอกน่ะว่ามึงกับหมูหวานคบกัน
ก้อนหิน : เปล่าไม่ใช่เว้ย!! มึงตั้งสถานะมีแฟนแล้วนิ!! กูจะชอบมึงได้ไง
ต้นน้ำ : เอ่อ มึงคบกับใครว่ะไอ้หมูหวานแอบคบใคร มึงบอกพวกกูมาเลย
หมูหวาน : กูไม่บอกเว้ย!! เอ่อเมื่อกี๊มึงบอกมีเื่จะบอกมีไรว่ะ
ก้อนหิน : คือว่าเทอมหน้ากูไม่ได้เรียนกับพวกมึงแล้วน่ะ กูต้องย้ายไปที่อื่นอ่ะ
ลาเต้ : แล้วมาบอกไรตอนนี้ว่ะ ถ้าหมูหวานหรือไม่มีใครถามมึงอ่ะ มึงไม่คิดจะบอกลาบอกอะไรพวกกูเลยหรอว่ะ มึงไม่ใจร้ายไปหน่อยหรอว่ะ กูกลับบ้านล่ะ กูจ่ายเงินให้พวกมึงแล้วเมื่อนี้กูเลี้ยง
หมูหวาน : ไม่ต้องตามมันไปหรอกปล่อยมัน เดี๋ยวก็กลับมา
ก้อนหิน : อืม
ลาเต้พูดเสร็จ ก็เดินออกจากร้านไป ผมหันไปมองตามหลังจนตอนนี้ไม่เห็นร่างสูงนั้นแล้วแต่ผมกับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาโกรธอะไร แต่ในใจลึกๆผมอยากเดินตามลาเต้แต่ผมกับรู้สึกไม่กล้า เพราะลึกๆผมเองก็แอบรู้สึกดีกับลาเต้ มันเป็ความรู้สึกที่ดีมากมากจนอธิบายเป็คำพูดไม่ได้ ผมมีความสุขมากที่อยู่กับลาเต้เป็ความรู้สึกที่พิเศษมากๆ ยิ่งผมนึกถึงวันแรกที่เจอลาเต้ที่เจอกันที่โรงอาหารวันนั้นมันกับทำให้ผมสับสนใจตัวเองไม่น้อยและก็ทำให้ผมมั่นใจตัวเองมากขึ้น ผมคิดกับลาเต้เกินคำว่าเพื่อน ผมเลยรู้สึกให้เป็แบบนี้ดี จะได้ตัดใจได้ง่ายๆ เพราะผมไม่รู้ว่าลาเต้คิดเหมือนผมบ้างไหม อีกอย่างอีกใจหนึ่งผมก็แอบรู้สึกดีกับหมูหวานไม่น้อยผมรู้สึกดีทุกๆครั้งที่มีหมูหวานคอยอยู่ข้างๆคอยปกป้องคอยช่วยเหลือ ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าชอบได้ไหม เพราะผมรู้สึกดีไปแล้วกับสองคนนี้
หมูหวาน : ก้อนหิน
ก้อนหิน : กูขอโทษ
ทะเล : ไม่ต้องขอโทษหรอก แต่กูรู้สึกใจหาย อีกอย่างกูรู้สึกแย่น่ะที่ทำไมมึงมาบอกอะไรตอนนี้ว่ะพวกกูไม่ได้เตรียมใจเตรียมของให้มึงเลย
ต้นน้ำ : นั้นสิ ทำไมมึงไม่บอกพวกกูให้เตรียมใจหน่อยว่ะ
หมูหวาน : มึงใจร้ายมากเลยน่ะมึงรู้ไหม
ก้อนหิน : กูขอโทษ ขอโทษจริงๆ
หมูหวาน : ไม่ได้โกรธ แต่เสียใจน่ะ กินเถอะ มาๆถือว่าวันนี้ลาเต้มันเลี้ยงและพวกกูทุกคนก็ถือโอกาสเลี้ยงส่งมึงเลยแล้วกัน คีบหมูมาชนกัน เอาชน
ก้อนหิน : อืม ขอบใจพวกมึงน่ะ
ต้นน้ำ : แล้วมึงย้ายไปเรียนไหนว่ะ
ก้อนหิน : ที่บ้านกูเขาให้กูไปสอบเข้าโรงเรียนการอาชีพเอกชัยนานาชาติเทคโนโลยี
ต้นน้ำ : โหว่ มึงจะไหวหรอว่ะ
ทะเล : นั้นสิ ขนาดเพื่อนกูยังสอบไม่ติดเลย บางคนเด็กเส้นนี้เงินต้องหนาด้วยน่ะเวลายัดใต้โต๊ะเงินไม่หนาเขาไม่เอาอีก เท่ากับมึงเสียเวลาเรียนเลยน่ะคนล่ะหลักสูตรด้วยโอนย้ายก็ไม่ได้
หมูหวาน : ระดับก้อนหินแล้วมันทำได้อยู่แล้ว พวกมึงนิ!!ปากว่าก็กินไปเลย พูดให้มันรู้สึกไม่ดีทำไม
ทะเล : กูแค่หยอกเล่นเอง
หมูหวาน : มึงนิน่ะปากว่างน่ะ เอ่อ!! แล้วไปเรียนที่นั้นคิดว่าจะเรียนสายไรอ่ะ
ก้อนหิน : ไม่รู้ดิ คงแล้วแต่ที่บ้านอ่ะ ขัดไม่ได้หรอก
หมูหวาน : ก้อนหิน กูคนหนึ่งที่ยังอยากเห็นมึงทำความฝันให้สำเร็จ มึงต้องรักตัวเองได้แล้วน่ะ
ก้อนหิน : เอ่อ ขอบใจ
หมูหวาน : มึงเป็คนโชคดีน่ะ ที่มีความฝันเป็ของตัวเอง มึงทำความฝันให้คนอื่นได้ ก็อย่าลืมทำของตัวเองล่ะ มึงห้ามทิ้งความฝันตัวเองเด็ดขาด
ก้อนหิน : กูไม่ทิ้งหรอก ขอบใจน่ะมึง ที่อยู่ข้างๆกู
หมูหวาน : ไม่ว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้อีกหลายปี กูก็ยังเป็เพื่อนมึงอยู่น่ะ มึงสามารถโทรหากูได้ตลอดเลยหรือจะทักแชทมาหากูก็ได้กูไม่ว่า กูไม่รู้หรอกว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้มึงอยากจะมีกูเป็เพื่อนไหม แต่มึงจำไว้กูอยากเป็เพื่อนมึงน่ะ บางทีกูอาจจะไม่ได้บอกหรือเล่าอะไรให้มึงฟังมึงก็อย่าโกรธหรือน้อยใจกูน่ะ มึงเป็เพื่อนที่กูสนิทใจที่สุดแล้ว
ก้อนหิน : เอ่อ กูรู้แล้ว
ทะเล : กินๆอยู่ดีๆน้ำตาไหลเฉย
ต้นน้ำ : พวกมึงแม่ง บอกให้กิน แต่ดราม่ากันเอง
หมูหวาน : ลาเต้อ่ะ ถ้ามันโอเคเดี๋ยวมันก็กลับมา มึงไม่ต้องไปคิดมากเื่มันล่ะ
ก้อนหิน : อืม
หมูหวาน : แต่ตอนนี้หมูไหม้ล่ะ ชิ้นนี้กูให้มึงไอ้ต้น
ต้นน้ำ : แม๊!! ที่ชิ้นแบบนี้อ่ะให้กูน่ะ ที่ดีๆล่ะให้ก้อนหิน กูเพื่อนมึงั้แ่อนุบาลน่ะกูน้อยใจว่ะ
หมูหวาน : ไม่ต้องย้ำกู เอาไป
ต้นน้ำ : คือ!!กูต้องเอาใช่ไหม
หมูหวาน : อ่ะ ไอ้เล อันนี้ของมึง
ทะเล : คือกูต้องกินจริงด้วยหรอว่ะ
หมูหวาน : มึงก็ไม่ต้องกินก็ได้นิ!! ถ้าอยากกินก็กิน ถ้าไม่กลัวมะเร็งอ่ะก็เห็นอยู่มันไหม้
ทะเล : แล้วมึงให้กูทำไม
หมูหวาน : กูเต็มใจให้
ทะเล : กูไม่เต็มใจเอาล่ะกัน
หลังจากที่ผมแยกกับทะเล ต้นน้ำ หมูหวาน ซึ่งปกติแล้วหมูหวานจะขี่รถมาส่งผมที่บ้านเป็ประจำ แต่ในครั้งนี้ผมกับขึ้นรถโดยสารสาธารณะ ผมนั่งเหม่ออกไปนอกหน้าต่าง เสียงสายฝนกระทบกับหน้าต่างรถโดยสารสาธารณะที่มีหมายเลขรถและบ่งบอกว่ารถคันนี้จะวิ่งไปเส้นทางไหน จนรถได้เบี่ยงซ้ายเปลี่ยนเลนส์เพื่อเข้าจอดเทียบป้ายรถเมล์สองเท้าของก้อนหินเดินลงจากรถเมล์และเดินตามทางเท้า ในระหว่างที่เดินก้อนหินกับเดินครุ่นคิดเื่อะไรบ้างอย่าง แต่แล้วจู่ๆก้อนหินก็ชะงักหยุดเดินเมือเห็นเงาใครบางคนที่อยู่ในมุมมืดข้างหน้าทำให้ก้อนหินก้าวเทาไม่ออก