เมื่อเปิดฝากล่องขึ้นสิ่งแรกที่แตงโมเห็นคือหยกรูปวงกลม ใหญ่กว่าฝาขวดน้ำนิดหน่อย ไม่หนามาก หยกชิ้นนี้ดูแล้วคล้ายๆ กับจี้หยกที่มีขายอยู่ทั่วไป
ที่แตกต่างคือลวดลายและตัวอักษรที่สลักอยู่บนหยก ลวดลายที่สลักไว้คล้ายรูปหงส์กำลังร่ายรำ หากหมุนดูจะพบว่ามันคล้ายกับัที่กำลังขดตัวอยู่
ส่วนตัวอักษรที่สลักไว้ เธอคิดว่ามันเป็ตัวอักษรจีนซึ่งเธออ่านภาษาจีนไม่ออก ไม่รู้ว่ามันเขียนว่าอะไร
เธอนั่งคิดนอนคิดอยู่นานว่าทำไมคนที่ได้หยกนี้ต้องเป็หลานคนโตของตระกูล แล้วลวดลายกับตัวอักษรบนหยกชิ้นนี้มันมีความหมายอะไรหรือเปล่า นึกยังไงก็นึกไม่ออก มืดแปดด้านจริงๆ
'ช่างมันเถอะนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีก'
เธอคิดในใจแล้วล้มตัวลงนอน
จิ๊บ จิ๊บ เสียงนกร้องดังมาจากต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างห้องของเธอได้ปลุกเธอให้ตื่น
'อื้อ ยังง่วงอยู่เลย กี่โมงแล้วเนี่ย'
แตงโมพึมพำไปพร้อมกับกวาดมือหาโทรศัพท์ไปด้วย เมื่อเจอโทรศัพท์ก็เปิดหน้าจอดูเวลา
'อ่า เพิ่งจะตีสี่เอง เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงกว่าจะออกเดินทาง นกที่ไหนมันมาร้องเนี่ย'
เธอบ่นอยู่ในใจเพราะเธอเป็คนนอนหลับยาก ถ้าตื่นแล้วกว่าจะหลับอีกรอบคงจะถึงเวลาออกเดินทางพอดี เธอจึงตัดสินใจอาบน้ำ แต่งตัวและเก็บของทั้งหมดให้เรียบร้อยโดยไม่ลืมที่จะพกหยกชิ้นนั้นไว้กับตัวด้วย
เมื่อถึงเวลาเดินทางทุกคนรวมทั้งอากง อาม่าต่างก็ขึ้นรถเพื่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องออก 7 โมงเช้าแต่กว่าจะไปถึง กว่าจะเช็คอินและรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็คงเกือบจะ 7 โมงพอดี
ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี หลังจากเครื่องบินออกจากสนามบินไปได้ไม่นาน ก็ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อมีฝูงสัตว์คล้ายห่านกลุ่มใหญ่เป็ร้อยๆ ตัว ซึ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ บินมาชนเครื่องบินด้วยความเร็วสูง
การชนครั้งนี้แรงขนาดที่ว่ากระจกที่ห้องนักบินที่มีความแข็งแรงแตกกระจาย ทำให้เครื่องบินเสียการควบคุม และดิ่งลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว
เธอซึ่งนั่งอยู่กับอาม่าทำได้แค่ส่งเสียงกรีดร้องตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นของเครื่องบิน มือข้างหนึ่งจับมือของอาม่าไว้แน่น ส่วนอีกข้างกำหยกที่อากงให้ไว้ และภาวนาในใจ
'ขอให้ทุกคนปลอดภัยด้วยเถิด สาธุๆๆ'
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครได้รับรู้ถึงคำภาวนาของเธอ ทุกอย่างมืดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงะเิที่ดังสนั่น
บึ้ม!!!
เพลิงลุกท่วมทั้งลำ
สำนักข่าวทั่วโลกต่างรายงานข่าวถึงเหตุการณ์อันน่าะเืใจในครั้งนี้ว่า
"ตายยกลำ สายการบิน*** เที่ยวบินที่*** ไทยไปจีน ชาวบ้านใกล้จุดเกิดเหตุเห็นสัตว์คล้ายห่านจำนวนมาก บินผ่านบ้านของพวกเค้าไปไม่นานก่อนได้ยินเสียงะเิเสียงดังสนั่น จึงคาดการณ์ว่าเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ เกิดจากฝูงสัตว์ปริศนาบินมาชนเครื่องบิน ไปมาไร้ร่องรอย..."
แตงโมทำได้แค่ยืนมองทุกอย่าง ั้แ่เครื่องบินะเิ จนกระทั้งเคลียร์สถานที่เรียบร้อย ยืนฟังข่าวการเสียชีวิตของตัวเองและครอบครัว รวมทั้งคนอื่นๆ บนเครื่องบิน
ใช่...
เธอเห็นหมดทุกอย่างแต่ทำอะไรไม่ได้เลย
ก่อนที่เครื่องบินจะะเิ ในความมืด เธอเห็นแสงสว่างมาจากหยกที่อากงให้มา
เธอคิดว่ามันได้คือสิ่งที่ทำให้ดวงิญญาของฉันออกมาจากร่างที่อยู่ในเครื่องบิน แล้วมาปรากฏอยู่ในพื้นที่ที่ห่างจากจุดเดิมประมาณ 1 กิโลเมตร
เธอพยายามวิ่งกลับไปที่เครื่องบิน แต่เหมือนมีกำแพงขวางไว้ ทำให้เธอเข้าไปช่วยพวกเค้าไม่ได้
นี้ก็ผ่านไป 3 วันแล้วที่แตงโมอยู่ในรูปของิญญา เธอไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อไป ความรู้สึกข้างในมันตีกันมั่วไปหมด
ถ้าเป็ดวงิญญาดวงอื่นคงจะเจอเพื่อนดวงิญญาด้วยกัน ไม่ก็ถูกยมทูตพาตัวไปั้แ่ตอนที่หมดอายุขัย
ส่วนตัวเธอนั้นอยู่อย่างโดดเดียว ยมทูตก็ไม่มารับดวงิญญาไปสักที ลอยไปลอยมา ลอยไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของโลกแล้ว แต่แล้วขณะที่เธอกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น เธอได้เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง
'เอ๋... ดะ เดี๋ยวก่อน ข้างหน้านั้นมัน ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริง ทำไมมันมาอยู่ตรงนี้ได้ละเนี่ย คล้ายๆ กับประตูข้ามมิติของโดเรม่อนเลย'
ด้วยความที่แตงโมรู้สึกเหงาที่จะต้องอยู่คนเดียว เธอจึงตัดสินใจลองเสี่ยงดวงที่แสนจะโชคดีของตัวเองดู โดยการลอยไปยังประตูประหลาดบานนั้น ก่อนที่จะลองเอื้อมมือไปบิดลูกบิด และพลักเข้าไป
'เอ๊ะ ทำไมมันเปิดไม่ออกหว่า มันก็ไม่ได้ล็อคไว้นี่นา หรือว่าเพราะฉันเป็ดวงิญญา หรือว่า...ไหนลองดูสิ'
แอ๊ดดด
'ที่แท้มันต้องดึงออกมานี้เอง ไม่ใช่พลักเข้าไป แฮะๆ สงสัยคิดมากไปจนเบลอไปหมดแล้วแน่ๆ'
เมื่อประตูถูกเปิดออก หลุมดำขนาดย่อมได้ปรากฏขึ้นหลังประตูพร้อมกับดูดเอาดวงิญญาอันน่าสงสารของแตงโมเข้าไปอย่างรวดเร็ว
หวืดดด...
กรี๊ดสิคะกรี๊ด กรี๊ดดดดดด
-----------------------------------------------------------
* จบกันไปแล้วค่ะสำหรับตอนที่ 2 ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ