ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังก้องในโสตประสาท แต่มันไม่ใช่เสียงใสกระจ่างแบบที่เขาได้ยินทุกคืนยามพระอาทิตย์ตกดิน
คราวนี้มันแหลมสูงและถี่กระชั้นราวกับเสียงสัญญาณเตือนภัย
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 01:59:59]
[ขณะนี้เวลา 8:00 น. ของวันที่ 14 มีนาคม]
[ภารกิจ: จงเดินทางไปยัง 'สำนักงานทะเบียน' โดยทันที]
อคินสะดุ้งเฮือก ร่างกายกระตุกวูบด้วยสัญชาตญาณระวังภัยที่เฉียบคมผิดมนุษย์
เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่ง อากาศในปอดถูกสูบเข้าเฮือกใหญ่
แต่ทันทีที่เปลือกตาเปิดขึ้น ความเจ็บปวดแสบพร่าก็แล่นพล่านไปทั่วกระบอกตา
"อึก..."
เขาต้องรีบยกมือขึ้นป้องหน้า แสงแดดยามเช้าของวันที่ 14 มีนาคม ช่างรุนแรงและเกรี้ยวกราด
มันสาดส่องผ่านรอยแตกของผนังไม้เข้ามาเป็นลำแสงสีขาวโพลน
สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่แต่ในความมืดมิดของรัตติกาลมาตลอดเกือบสองเดือน
แสงอาทิตย์เปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ นับพันที่ทิ่มแทงดวงตา
"ระบบ... บ้าอะไรเนี่ย... นี่มันกี่โมงแล้ว?"
อคินกัดฟันกรอด พยายามปรับโฟกัสสายตาที่พร่ามัว
หน้าต่างสีฟ้าใสลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
แต่ข้อความบนนั้นกลับดูแปลกไปจากทุกที มันไม่ได้มีแค่ข้อมูลสถิติที่เย็นชา แต่มันดู... ร้อนรน
[ขณะนี้เวลา 08:00 น. รีบลุกเดี๋ยวนี้! นายมีเวลาแค่สองชั่วโมงก่อนที่ระบบจะตัดการเชื่อมต่อ!]
'แปดโมงเช้า?'
อคินทวนคำในใจ ความสับสนตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย
'ปกติฉันต้องตื่นตอนหนึ่งทุ่มนี่นา ทำไมระบบถึงปลุกฉันตอนนี้... หรือว่าระบบรู้ว่าฉันอยากได้บัตรประชาชน?'
เขารู้สึกถึงความหนักอึ้งที่กดทับร่างกาย มันไม่ใช่ความง่วงซึมแบบคนเพิ่งตื่นนอน
แต่เป็นความรู้สึกเหมือนใส่ชุดเกราะที่หนักกว่าปกติสองเท่า เหมือนแรงโน้มถ่วงของโลกตอนกลางวันทำงานรุนแรงกว่าตอนกลางคืน
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงค้อนตอกตะปูดังแว่วมาจากด้านนอก
สำหรับคนทั่วไปมันคงเป็นแค่เสียงก่อสร้างธรรมดา
แต่สำหรับอคินในตอนนี้ เสียงนั้นดังกึกก้องราวกับเสียงระเบิดที่ดังอยู่ข้างหู
เขาเผลอแยกเขี้ยวขู่ในลำคอโดยไม่รู้ตัว ขนที่แขนลุกชันด้วยความหงุดหงิด
'หนวกหูชะมัด... ทำไมหูฉันถึงได้ยินเสียงพวกนี้ชัดขนาดนี้?'
เขาสะบัดหน้าไล่ความมึนงง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องพักในบ้านต้นไม้
ที่มุมห้องอันร่มรื่นนั้นคือกลุ่มก้อนขนปุกปุยที่นอนกองรวมกัน... ปลาเผา แมวลายสลิดตัวอ้วน และแมวสามสีที่ชื่อบัวลอย
พวกมันนอนขดตัวกลมหายใจสม่ำเสมอ ดูสงบสุขและไร้กังวล
'อิจฉาพวกนายจริงๆ'
อคินคิดพลางถอนหายใจ
'พวกนายได้นอนยาว ส่วนฉันต้องมาทำโอทีให้ระบบงั้นสิ?'
เขาคว้าลุกออกจากเตียงเดินตรงไปยังประตู
ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากบ้านต้นไม้ โลกภายนอกก็ถาโถมเข้าใส่
กลิ่น... มันคือกลิ่นของชีวิต กลิ่นควันไฟจากการทำอาหาร
กลิ่นเหงื่อไคลของผู้คน กลิ่นยางไม้ และกลิ่นดินที่แห้งผากเพราะแดดจ้า
ประสาทสัมผัสของอคินรับรู้ทุกอย่างละเอียดลออยิ่งกว่าเดิม
แคมป์ผู้รอดชีวิตในยามทิวาช่างแตกต่างจากความเงียบสงัดยามราตรีที่เขาคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง
ผู้คนเดินขวักไขว่ บ้างแบกไม้ บ้างตากผ้า เสียงพูดคุยจอแจดังระงมไปทั่ว
อคินเดินก้มหน้า งอตัวเล็กน้อย พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด
เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์หากินกลางคืนที่หลงเข้ามาในฝูงสัตว์กลางวัน
ความหวาดระแวงแล่นพล่านในกระแสเลือด
ทุกครั้งที่มีคนเดินเฉียดใกล้
กล้ามเนื้อขาของเขาจะเกร็งตัวเตรียมพร้อมจะกระโดดหนีขึ้นที่สูงตามสัญชาตญาณที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมี
"ทางนี้... สำนักงานทะเบียนอยู่ทางนี้"
เขาพึมพำบอกตัวเอง ตามลูกศรไม้ที่ปักบอกทาง
อคินกัดฟันสู้กับความหนักอึ้งของร่างกาย ยอมลากสังขารออกจากบ้านต้นไม้
ท่ามกลางเสียงก่อสร้างที่ดัง ปัง! ปัง! จนหูเขาอื้อไปหมด เขารีบมุ่งหน้าไปยังซุ้มไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่มีป้ายเขียนว่า 'สำนักงานทะเบียน'
แต่ภาพที่เห็นทำเอาเขาแทบทรุด... แถวของผู้คนยาวเหยียดล้นออกมาด้านนอก
"มาลงทะเบียนใหม่เหรอพ่อหนุ่ม?"
เจ้าหน้าที่ชายหน้าด่านที่ยืนแจกเอกสารเอ่ยทักเมื่อเห็นอคินยืนเก้ๆ กังๆ
"คิวยาวนิดนึงนะ ช่วงเช้าคนเยอะ เอ้านี่... กรอกข้อมูลเบื้องต้นลงในใบนี้ก่อน"
อคินรับกระดาษแผ่นบางมา กวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็วแล้วรีบกรอกข้อมูลด้วยลายมือหวัดๆ ชื่อ: อคิน... อาชีพ: นักรบ...
"เรียบร้อยครับ"
เขายื่นกระดาษคืน
เจ้าหน้าที่รับไปตรวจสอบคร่าวๆ ก่อนจะฉีกกระดาษแผ่นเล็กๆ ยื่นให้
"บัตรคิวหมายเลข 11... น่าจะเรียกคิวตอนเก้าโมงนู่นแหละ ตอนนี้เพิ่งรันถึงคิวที่ 2 เอง"
เจ้าหน้าที่ชี้มือไปทางด้านขวา ซึ่งมีควันสีขาวลอยโขมงและกลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยมา
"ไปหาอะไรกินรองท้องที่โรงอาหารก่อนไป กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปจะยุ่ง"
'เก้าโมง?'
อคินเหลือบมองเวลาเชื่อมต่อที่ลดลงเรื่อยๆ
'ทัน... น่าจะทันแบบเฉียดฉิว'
ทันใดนั้น ท้องของเขาก็ส่งเสียงร้องโครกครากดังสนั่นจนเจ้าหน้าที่ต้องกลั้นขำ
ความหิวโหยที่รุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนจู่โจมเขา...
อคินเดินตามกลิ่นหอมนั้นไปเหมือนคนละเมอ โรงอาหารเป็นเพียงลานกว้างที่มีหลังคามุงจากง่ายๆ
แต่สำหรับอคินในตอนนี้ มันดูงดงามยิ่งกว่าภัตตาคารหรู
เขาได้รับชามกะลามะพร้าวที่บรรจุ 'ข้าวต้มหมูสับ' ร้อนๆ ควันฉุย
กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมู ผักชีโรยหน้า และกระเทียมเจียว ลอยมาแตะจมูกจนน้ำลายสอ
เขานั่งลงที่มุมโต๊ะไม้ไผ่ ตักข้าวต้มคำแรกเข้าปาก...
"อืมมมม..."
รสสัมผัสของข้าวที่นุ่มละมุน น้ำซุปรสกลมกล่อม และรสชาติของเนื้อหมูที่ชุ่มฉ่ำ แผ่ซ่านไปทั่วปาก
ความอบอุ่นไหลลงสู่กระเพาะราวกับกระแสธารแห่งชีวิต
'อร่อย...'
มันไม่ใช่แค่อร่อย แต่มันคือความรู้สึกว่า 'ยังมีชีวิตอยู่'
การได้กินข้าวร้อนๆ ตอนเช้า... มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาหลงลืมไปแล้วตั้งแต่โลกใบนี้พังทลาย
ในร่างยามค่ำคืน เขาไม่ค่อยรู้สึกหิว
แต่วันนี้ ร่างกายนี้กลับเรียกร้องและตอบสนองต่อรสชาติอาหารอย่างรุนแรง ราวกับทุกเซลล์กำลังโห่ร้องยินดี
เขาเหลือบไปเห็นถังน้ำดื่มสะอาดที่มีขันใบเล็กวางไว้บริการตัวเอง
อคินรีบจัดการข้าวต้มจนเกลี้ยงชาม ยกน้ำขึ้นดื่มอึกใหญ่ ความสดชื่นช่วยชะล้างความง่วงงุนออกไปได้บ้าง
[ระดับพลังงานฟื้นฟูเล็กน้อย... แต่เวลากำลังจะหมด! รีบไปได้แล้ว!]
ข้อความระบบเด้งเตือนขัดจังหวะความสุข อคินวางขันน้ำลงแล้วรีบวิ่งกลับไปที่หน้าห้องทะเบียน
เขานั่งรอด้วยใจจดจ่อ ขาข้างหนึ่งสั่นระริกด้วยความร้อนรน มองดูตัวเลขคิวที่ค่อยๆ ขยับผ่านไปอย่างเชื่องช้า... เบอร์ 9... เบอร์ 10...
"หมายเลข 11 เชิญค่ะ"
อคินดีดตัวลุกขึ้นทันที สูดหายใจลึก แล้วเดินผ่านประตูเข้าไป
'บุษบา' เจ้าหน้าที่หญิงวัยกลางคนติดป้ายชื่อของตัวเธอที่อกซ้าย นั่งอยู่หลังกองกระดาษเหล่านั้น
ใบหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แววตาฉายความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด
บนโต๊ะของเธอมีป้ายวางไว้ว่า 'หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบคัดกรอง'
ข้างกายเธอมีชายชราในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตานั่งอยู่... 'หมอคณาธิป' ตามป้ายชื่อที่อกเสื้อ
"คนต่อไป"
บุษบาเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
อคินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ ฝืนสู้กับแสงแดดที่สะท้อนเข้าตา
"มาลงทะเบียนครับ"
"ชื่อ สกุล อายุ อาชีพก่อนเกิดเหตุ"
เธอกรอกเสียงถามตามความเคยชิน ปากกาขยับยุกยิกบนกระดาษ
"อคิน... ครับ อายุ 25 ปี พนักงานออฟฟิศ"
"เลเวลและคลาสปัจจุบัน?"
อคินสูดหายใจลึก รวบรวมสมาธิเพื่อเรียกดูสถานะของตัวเอง
"คลาสหลักนักรบ ... เลเวล 24 ครับ"
เสียงปากกาหยุดชะงักทันที
ความเงียบเข้าครอบงำโต๊ะลงทะเบียนชั่วอึดใจ
บุษบาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นครั้งแรก คิ้วของเธอขมวดเข้าหากัน
เช่นเดียวกับหมอคณาธิปที่ละสายตาจากเอกสารในมือ หันมาจ้องมองชายหนุ่มอย่างพินิจพิเคราะห์
"เลเวล 24?"
บุษบาทวนคำเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย
"นั่นมันระดับแนวหน้าของเมืองเราเลยนะ... แต่สภาพนายดู..."
เธอกวาดตามองท่าทางที่ดูอ่อนแรงและการแต่งกายที่มิดชิดเกินความจำเป็นในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว
"ขอดูหน่อยนะครับ"
หมอคณาธิปเอ่ยขึ้นแทรก น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่แฝงด้วยอำนาจ
ชายชุดกาวน์ลุกขึ้นยืน ขยับมายืนข้างอคินแล้วยกมือขวาขึ้น แสงสีขาวนวลตาเปล่งประกายออกมาจากฝ่ามือ
" [วินิจฉัย] "
วูบ...
อคินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าเย็นวาบไหลผ่านจากศีรษะจรดปลายเท้า
ขนทั่วร่างลุกชัน เขารู้สึก 'ไม่ปลอดภัย' อย่างรุนแรง
ความรู้สึกอยากจะ ขู่คำราม หรือ ตะปบ สิ่งคุกคามตรงหน้าพลุ่งพล่านขึ้นมาจนมือของเขาสั่นระริกและเผลอกำหมัดแน่น
เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือเพื่อระงับสติ
'ใจเย็นไว้ไอ้เสือ... นั่นหมอ เขาแค่ตรวจร่างกาย'
อคินปลอบตัวเองในใจ
หมอคณาธิปหรี่ตาลง จ้องมองออร่าจางๆ ที่ล้อมรอบตัวอคิน สีหน้าของหมอเปลี่ยนจากสงสัยเป็นประหลาดใจ
"โครงสร้างพลังเวทเสถียรดี... แข็งแกร่งมากด้วยสมกับเลเวล 24 แต่..."
หมอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเอง
"ทำไมสัญญาณชีพถึงดู... เลือนราง ขนาดนี้? เหมือนคนที่กำลังหลับลึกทั้งที่ตายังเปิดอยู่ แถมยังมีคลื่นพลังงานอีกสายซ้อนทับอยู่... มันคืออะไร?"
อคินหัวใจกระตุกวูบ
'ซวยแล้ว ระบบไม่ได้เตรียมสคริปต์ตอบคำถามหมอมาให้ด้วย'
เขาตัดสินใจงัดเอา 'เรื่องโกหกที่ดัดแปลงจากเรื่องจริง' ที่เขาปรุงแต่งไว้สำหรับสถานการณ์นี้ออกมาใช้
"ผมมี... 'คำสาป' ติดตัวครับ"
อคินเอ่ยเสียงเบา พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น
"หรืออาจจะเป็นข้อแลกเปลี่ยนของระบบ... ผมเรียกว่า 'บทลงโทษแห่งราตรี'"
บุษบาเลิกคิ้ว
"บทลงโทษ?"
"ครับ... ร่างกายผมจะตื่นตัวเต็มที่และใช้พลังได้แค่ช่วง 19:00 น. ถึง 03:00 น. เท่านั้น นอกเหนือจากเวลานั้น ระบบจะบังคับให้ผมเข้าสู่สภาวะ 'จำกัดพลัง' หรือต้องหลับใหลครับ"
อคินก้มหน้าลงเล็กน้อย
"เหมือน... สัตว์หากินกลางคืนที่แพ้แสงแดด"
หมอคณาธิปฟังแล้วพยักหน้าช้าๆ สายตายังคงจับจ้องที่ค่าสถานะบางอย่างที่คนทั่วไปมองไม่เห็น
"เข้าใจแล้ว... 'เงื่อนไขผูกมัดทางเวลา' สินะ เป็นเคสที่หาได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ในโลกใบนี้ เอาไว้มีเวลาคอ่ยมาตรวจแบบละเอียดก็แล้วกันนะ... คุณบุษบา ลงบันทึกว่าผ่านเกณฑ์สุขภาพ แต่ใส่หมายเหตุเรื่อง 'ข้อจำกัดเวลาปฏิบัติการ' ไว้ด้วย นี่เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการจัดเวรยาม"
หมอคณาธิปสรุป ปิดการใช้งานสกิลวินิจฉัย
"รับทราบค่ะหมอ"
บุษบาพยักหน้า
อคินลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
'ขอบคุณทฤษฎีมั่วซั่วของหมอครับ'
"แล้วทำไมตอนนี้นายถึงตื่นได้ล่ะ?"
บุษบายังคงซักไซ้
"นี่มันเก้าโมงกว่าแล้วนะ ไหนเธอบอกว่าตื่นได้เฉพาะหนึ่งทุ่มุึงตีสาม"
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:15:00]
ข้อความสีแดงกะพริบเตือนตรงหน้าอคิน ถ้อยคำที่ดูหลุดๆ รั่วๆ ของระบบทำให้เขาต้องรีบตัดบท
"ระบบ... ปลุกผมขึ้นมาครับ น่าจะเป็นโควตาพิเศษสำหรับลงทะเบียน"
อคินชี้ไปที่อากาศว่างเปล่า
"แต่มันกำลังนับถอยหลังแล้ว อีกสิบห้านาทีผมคง..."
"แล้วจะเกิดอะไรขึ้น"
บุษบาถามต่อ
"ผมไม่แน่ใจครับ ผมคงสลบไป แล้วอาจจะตื่นมาอีกทีตอนหนึ่งทุ่มมั้งนะ"
เขารู้สึกได้จริงๆ ว่าร่างกายเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ภาพตรงหน้าเริ่มโคลงเคลง เหมือนโลกกำลังหมุนเคว้ง
"โอเค ไม่ได้โกหก"
เธอหยิบตรายางขึ้นมาแล้วประทับลงบนเอกสาร ปัง! พร้อมปิดการใช้งานสกิล [จับความเท็จ]
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังที่ 14 ในฐานะผู้อพยพอย่างเป็นทางการ"
เธอยื่นบัตรแข็งใบเล็กๆ ให้เขา
"นี่บัตรโรงอาหาร แล้วก็บัตรประจำตัว... รีบไปซะ ก่อนที่นายจะมาสลบคาโต๊ะฉัน งานฉันยุ่งพอแล้ว"
อคินรับบัตรมาด้วยมือที่สั่นเทา
"ขอบคุณครับ..."
วินาทีที่สัมผัสบัตร เขารู้สึกถึงความอบอุ่นประหลาด...
โลกใบนี้อาจจะโหดร้ายและเต็มไปด้วยเรื่องบ้าบอ
แต่การได้รับการยอมรับ การมีตัวตนในเอกสาร มันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองยังเป็น 'มนุษย์' อยู่
...โดยที่หารู้ไม่ว่า ความเป็นมนุษย์ของเขานั้นเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่นาที
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:05:00]
[กลับไปที่บ้านต้นไม้เร็ว!]
อคินลุกขึ้นยืนโซเซ เขาหันหลังแล้วออกวิ่ง... ไม่ใช่การวิ่งของคนปกติ แต่เป็นการวิ่งที่ว่องไวและเงียบกริบ
เขาลัดเลาะผ่านฝูงคน กระโดดข้ามกองไม้ด้วยความคล่องแคล่วที่แม้แต่ตัวเองยังตกใจ
ตามบ้านชี้ไปยังบ้านต้นไม้สำหรับผู้อพยพ
ทุกลมหายใจเข้าออกคือการต่อสู้กับความง่วงที่จู่โจมเหมือนคลื่นยักษ์สึนามิ
'อีกนิดเดียว... ถึงบ้านต้นไม้แล้ว...'
เขาตะกายขึ้นบันไดลิงหน้าบ้านต้นไม้หมายเลข 14 ร่างกายเริ่มชาหนึบตั้งแต่ปลายนิ้วลามเข้ามาถึงหัวไหล่
ทันทีที่เท้าแตะพื้นห้องพัก เขาทิ้งตัวลงบนกองฟางนุ่มๆ ข้างๆ ร่างของแมวลายสลิดตัวอ้วนที่ยังคงหลับใหล
หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ดวงตาของเขาบันทึกภาพไว้ได้
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
วูบ...
สติของอคินดับวูบลงในเสี้ยววินาที ราวกับโทรทัศน์ที่ถูกดึงปลั๊กออก