ตอนที่สี่สิบ เส้นทางที่เดียวดาย
ถึงผมจะดีใจจนเกือบยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินคำพูดนั้น แต่ก็ต้องมองว่ายังพอมีพื้นที่ให้พัฒนาไปมากกว่านั้นอีก
ผมคิดถึงวิธีของอัลฟ่าโกะ
ที่ต้องอาศัยข้อมูลมหาศาลของนักเล่นโกะมืออาชีพหลายร้อยหลายพันกระดาน
มันไม่มีทางลัดในการฝึกฝีมือ
โชคดีที่ผมมีอี้จิงเป็นแหล่งข้อมูลในการเก็บข้อมูลการตัดสินใจและแนวทางวิชาฝีมือของอัจฉริยะ
ผมได้เริ่มโปรแกรมหนึ่งขึ้นในใจ
“คิดค้นเก้ากระบี่เดียวดาย”
เก้ากระบี่เดียวดายสามารถพิชิตได้ทุกกระบวนท่า ทุกวิชาฝีมือ ใช้อาศัยไหวพริบที่ว่องไวและความคิดสร้างสรรค์ และเหนืออื่นใดคือความเข้าใจในกระบวนท่าอย่างลึกซึ้งหลุดพ้นจากกฎเกณฑ์และมีความสุขที่ได้ร่ายรำกระบวนท่านั้น
แต่แน่นอน เผื่อหลายคนจะลืม
ก่อนที่จะมีเก้ากระบี่เดียวดาย
เหล็งฮู้ชงก็นับว่าเป็นอัจฉริยะรุ่นใหม่ของยุทธภพอยู่แล้ว
ในระดับลูกศิษย์ ไม่มีใครสู้แกได้สักคนตั้งแต่แรก
เรื่องไหวพริบแม้จะเป็นกระบวนท่าที่ไม่ใช่ขั้นสูงนัก ก็มีไหวพริบคิดค้นกระบวนท่าและการแก้กระบวนท่ามาตั้งแต่แรก
ไม่ใช่คนธรรมดามาตั้งแต่ต้น
ผมเป็นคนธรรมดา แต่ได้แนวคิดของอัจฉริยะมาจากอัลฟ่าโกะและแนวทางของกระบี่หยินหยางและการคำนวณแก้กระบวนท่าของสำนักไท่ซาน
ที่เน้นหลักการสมดุลและการคำนวณเป็นหลักในการแก้กระบวนท่าของสำนักต่างๆและต่อสู้
ผมขอให้อี้จิงช่วยเป็นคู่ซ้อมให้กับผมเพื่อเป็นการเก็บข้อมูลของระดับอัจฉริยะและแนวทางของอัจฉริยะในด้านกระบี่
ผมแค่ตวัดดาบไปตามใจคิด ไม่กังวลเรื่องความพ่ายแพ้หรือชนะ เป็นเพียงแค่การต่อสู้หนึ่งครั้ง กระบี่หนึ่งกระบี่
บนเส้นทางที่ยาวไกลของการฝึกฝีมือ
ในเพลงกระบี่ แต่ละคนมีนิสัยความเคยชินหรือความชอบส่วนตัว หรือ”สัญชาตญาณ”ที่ควานหาแนวทางที่ดีที่สุด
อาวเอี้ยงฮง ยอดฝีมือของกิมย้งคนหนึ่งหากใช้เวลาสักพักก็สามารถหาช่องโหว่ของกระบวนท่าได้แม้จะไม่ได้ฝึกวิชาเก้ากระบี่เดียวดายก็ตาม
แต่มีกิมย้งมีการบรรยายว่า
ในการต่อสู้จริงๆไหนเลยจะปล่อยให้ใช้เวลาคิดแก้กระบวนท่าได้?
ถูกต้องแล้ว
ยอดฝีมือตัดสินกันด้วยความรวดเร็ว ไหวพริบปฏิภาณเฉพาะหน้าสำคัญกว่าความฉลาดของบุคคลที่ครุ่นคิดการแก้กระบวนท่าแต่ด้วยระยะเวลาอันยาวนาน แต่ความสามารถนั้นแทบไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้จริงเลย
ผมต่างออกไป ผมเพิ่มขีดความสามารถในการคำนวณและความรวดเร็วจนเหนือกว่าอาวเอี้ยงฮง และมีอี้จิงที่คอยอธิบายกระบวนท่าและแนวคิดของเธออย่างละเอียด
เส้นทางของการต่อสู้นับร้อยเส้นหมื่นเส้นที่อยู่ตรงหน้า
ราวกับการเดินบนเส้นด้ายที่ไม่อาจพลาดแม้แต่เพียงนิดและสุดปลายทางของเส้นด้ายก็มีแสงและเส้นทางอยู่
กระบี่ของผมจี้ตรงคอของอี้จิงด้วยช่วงแขนที่ยาวกว่า
ราวกับตกตายพร้อมกันแต่ไม่ใช่
อัลฟ่าโกะไม่หวังเอาชนะร้อยแต้ม แค่สองแต้มก็เพียงพอแล้วหากชัยชนะนั้นอยู่ที่ 99%
อี้จิงเบิกตากว้าง แสงสีน้ำเงินแวบออกมา
ผลแพ้ชนะครั้งนี้ออกมาในทางที่เธอไม่คาดคิด
“ทะ ท่านพี่ ออมมือให้น้องมาตลอดหรือคะ? ทำไม...”
ผมส่ายศีรษะ
นั่นคือที่สุดของผมแล้ว อาจจะบอกว่าเป็นเรื่องของโชค เพราะมีความแน่นอนในโลกความเป็นจริงที่อี้จิงอาจจะไม่เคลื่อนไหวไปในทางที่ผมคาดคิดจากรูปแบบการเคลื่อนไหวของเธอ
แต่เมื่อเธอเคลื่อนไหวตามที่เธอเคยชิน “รูปแบบ” “นิสัย”ของเธอทำให้ผมเดาทางเธอล่วงหน้าได้หลังจากที่สู้กับเธอหลายครั้งมากขึ้น
กับคนอื่นอาจจะไม่เป็นเช่นนี้
เวลาที่วิเคราะห์ในการต่อสู้จริงๆจะน้อยกว่านี้และศัตรูคงไม่อธิบบายแนวคิดและเหตุผลของเธออย่างที่อี้จิงอธิบายอย่างละเอียดให้ผมฟัง
อย่างที่บอกไว้อัจฉริยะคนหนึ่งมองว่าเอไอ ไม่มีวันสำเร็จในการแก้ปัญหาของมนุษย์เพราะต้องใช้ข้อมูลมหาศาลในโลกของความเป็นจริง
แต่อะไรที่การคำนวณอย่างเดียวไม่ได้ผล ผมใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของมนุษย์ทดแทน
สร้างสิ่งที่เหนือกว่าผมที่เป็นมนุษย์และเครื่องจักรด้วยพลังปราณยุทธที่ผมมี
วินาทีที่ผมมองเห็น”เส้นทาง”ในการเอาชนะ
สมาธิของผมถึงขั้นสูงสุด การคำนวณและสัญชาตญาณเป็นอย่างเดียวกัน
ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดาไปในแดนที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน
แต่ต่อจากนี้ผมต้องเดินทางคนเดียวไปในสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครรู้แล้ว
“ไม่หรอก ทุกครั้งพี่เอาจริงตลอดนั่นล่ะ แต่หลายครั้งพี่พยายามเรียนรู้แนวทางต่างๆมากขึ้น”
ผมตอบไปตามความเป็นจริง เส้นทางที่ยาวไกล ผมจะไปถึงจุดนั้นขจองยอดฝีอมือได้หรือเปล่านะ?
..
อี้จิง
ในสายตาของอี้จิงการฝึกวิชาไม่สนุกเท่ากับการได้อยู่กับท่านพี่ แต่เธอก็ทำตามอย่างที่บอกไม่ปริปากบ่น
เธอรู้ตัวว่าท่านพี่ของเธอไม่ใช่คนเก่งหรือเย็นชาอย่างที่เห็นภายนอก
กระบวนท่ากระบี่ของท่านพี่นั้น..ไม่หวือหวา ธรรมดา ราวกับกลัวความผิดพลาดตลอดเวลา
แต่หลังจากที่เธออธิบายวิชาตามที่เธอคิดไป กระบวนท่ากระบี่ของท่านพี่ราวกับเปลี่ยนใหม่เป็นคนละคนในทุกครั้ง
แต่ละกระบี่ทิ่มแทงเข้ามาในจุดที่เธอไม่สบายใจทำให้ต้องหลบเลี่ยง
บางกระบวนท่าเหมือนไม่มีอะไรแต่ ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีจนต้องหยุดการโจมตีของเธอไป
เธอเปิดโอกาสให้แทงเข้ามาในบางจุดอ่อนปลอมที่เปิดล่อเอาไว้ แต่ไม่ทราบว่าท่านพี่มองไม่เห็นหรือไม่คิดจะเล็งเป้าหมายนั้น
สุดท้ายราวกับจะมองเห็นอนาคตล่วงหน้าได้
บีบให้เธอชักกระบี่กลับมาป้องกันตัวไม่ทันโดยกระบี่จ่อคอหอยเธออยู่
เธอรู้สึกเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม้ท่านพี่จะไม่มีจิตสังหารก็ตามและราวกับไม่มีความรู้สึกของมนุษย์อยู่ในสายตานั้นเลย
สายตาราวกับจ้องสิ่งที่อยู่ที่ไกลแสนไกลที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้
เธอไม่ชอบท่านพี่ในลักษณะนี้เลย
ชอบท่านพี่ที่ทำเปิ่นๆและผิดพลาดมากกว่า
“ทะ ท่านพี่ ออมมือให้น้องมาตลอดหรือคะ? ทำไม...” จิตใจของเธอรู้สึกราวกับว่าไม่เข้าใจท่านพี่ที่เคยคิดว่าเข้าใจทุกอย่างเลยแม้แต่น้อย