บทที่ 60
ฌอนรีบเก็บอาการของตัวเองในทันที สิ่งที่กราเซียทำนั้นก็ถือว่าไม่ได้ผิดอะไร เพราะว่าเขาแค่รับสั่งว่าเขาไม่อยากให้ใครรู้ ว่าตอนนี้เขาคือหัวหน้าสมาคมนักฆ่า เพราะมันจะส่งผลเสียถึงธุรกิจของเขาในอนาคต แต่เล่นมีข่าวลืออย่างนี้ออกไป มันก็กระไรๆอยู่ แนนซี่ที่ถึงแม้จะเป็นลูกจ้างก็เอ่ยแซวเขาเอาๆ แต่เธอก็ยังพูดกับเขาอย่างสุภาพ“กลางวันมื้อนี้ท่านฌอนจะรับเป็นไส้สด หรือเครื่องในชิ้นไหนดีเจ้าคะ.. เออ ถ้าท่านจะแปลงร่างเมื่อไหร่เชิญที่หลังร้านนะเจ้าคะ ข้าน้อยเกรงกลัวว่าลูกค้าที่น่ารักของท่านจะตกใจเอาได้” และนี่ก็เป็นตัวอย่างสำหรับการแซวเขาของแนนซี่ และมันก็เป็นอย่างนี้ตลอดทั้งวัน เขาก็เล่นไปตามน้ำ“งั้นเอาเป็นลาบเลือด ไส้ทอด ยำหูหมู แล้วก็ต้มแช่บกระดูกซี่โครงอ่อนก็แล้วกัน อ่าอย่าลืมเอาข้าวเหนียวสักกิโลด้วยก็แล้วกัน” เขาสั่งออกมาเมนูแรกก็ทำเอาแนนซี่หน้าเสียไปเลย เพราะเธอต้องร่วมทานอาหารกับเขาด้วย แต่พอได้ยินเมนูหลังเธอก็สบายใจขึ้นเล็กน้อย แต่ฌอนก็อยากจะแกล้งเพิ่ม จึงกล่าวออกมาว่า“หรือว่าจะเปลี่ยนจากต้มแช่บเป็นพล่าเนื้อวัวดีล่ะเนี้ย ....” เขาหันไปมองหน้าแนนซี่ที่ตอนนี้ทำสีหน้าบอกบุญไม่รับ ถึงเธอจะมาจากโลกเดียวกันกับฌอน หรือคล้ายๆกัน แต่เธอก็เป็นประเทศฝั่งยุโรปที่ไม่ค่อยได้ทานอะไรดิบๆเลย ขนาดปลาดิบเธอยังไม่ชอบทานมันเลย ปกติเธอจะทานแต่ของที่ปรุงสุกเท่านั้น“ท่านฌอนเจ้าคะ ข้าสัญญาว่าจะไม่เอ่ยแซวท่านแล้วเจ้าค่ะ ได้โปรดอย่าเปลี่ยนเมนูเลย อีกอย่างฉันไม่ค่อยชอบทานเครื่องใน ได้โปรดเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นนะเจ้าคะ” ฌอนที่เห็นอย่างนั้นก็แกล้งพอสนุกเท่านั้น เขาจึงเปลี่ยนเป็นหมูย่าง ยำวุ้นเส้น ต้มยำกุ้ง แล้วก็ปูอัดที่แนนซี่อยากจะทานให้ทันทีพวกเขามีกันแค่สองคนเท่านั้น แม้ว่าจะรู้จักกับคนอื่นมากขึ้น แต่ชีวิตก่อนหน้านั้น พวกเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ที่อีกโลกหนึ่ง และเมื่อเรื่องที่พวกเขาคุยกันส่วนใหญ่ จะแฝงไปด้วยกลิ่นอายของโลกเดิมทั้งสิ้น และแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดที่สามารถคุยกับพวกเขาได้เลยสักคนเดียว“เออ..จริงสิแนนซี่ ข้าว่าจะถามเจ้านานแล้ว เรื่องแฟนของเจ้าน่ะ เขามีนิสัยยังไงหรือ” ฌอนถามออกไปในระหว่างที่ทานอาหารกัน แนนซี่มองหน้าฌอนเล็กน้อย มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่จะเล่าให้ท่านฌอนฟัง เพียงแต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมพึ่งจะมาถามเอาป่านนี้“ปกติท่านไม่เคยถามข้าเรื่องนี้ก็เลยแปลกใจเล็กน้อยนะเจ้าคะ ว่าแต่ท่านจะถามไปทำไม” แนนซี่ถามกล่าวออกไป ฌอนที่ได้ยินคำถามก็ถึงกับเสียอาการเลยทีเดียว ก่อนจะพูดแบบกระชิบกลัวคนอื่นจะแอบมาได้ยิน ฌอนมีท่าทีที่ดูเลิ่กลัก อ้ำๆอึ้งๆ ไม่ยอมกล่าวตอบกลับมาเสียที มันทำให้แนนซี่รู้สึกสงสัยในการกระทำของฌอนเป็นอย่างมาก เธอจึงเอ่ยแซวไปว่า“อะ หรือ...อะหรือว่า... ท่านฌอนจะแอบชอบข้ากัน” เธอกล่าวออกมาอย่างติดตลก แต่กับฌอนแล้ว เขาถึงกับสำลักไอออกมาอย่างรุนแรง ก่อนจะดื่มน้ำตามไป จากนั้นเขาก็เช็ดปากก่อนจะพูดออกมาว่า“เจ้าเล่นทีซะรุนแรงเลยนะ จะบ้าหรือยังไง เจ้าน่ะไม่ใช่สเปคในอุดมคติของข้าเลยแม้แต่น้อย อย่างของข้ามันต้องมาตรฐานชายไทย ตัวเล็กน่ารัก โอเค” ฌอนพูดออกมาอย่างรวดเร็วเพราะว่ากลัวว่าเธอจะคิดเป็นจริงเป็นจังไปได้ หากไม่รีบพูด“แล้วท่านจะถามข้าทำไมกันล่ะเจ้าคะ.. จะพูดก็รีบพูดหน่อยไม่ได้หรือยังไงเจ้าคะ” เธอกล่าวออกมา เพราะเห็นว่าฌอนมัวแต่อ้ำๆอึ้งๆจนมันน่ารำคาญจึงแซวไป แต่ไม่คิดเลยว่า น้ำลายของเขาจะตกอยู่บนอาหารมื้อนี้ไปเสียหมด ยังดีที่เธอทานมันจนอิ่มแล้ว จนไม่ได้รู้สึกโกธรอะไรมากนัก“ก็...ก็คนมันเขินนี่น่า มันเป็นเรื่องที่น่าอายนะ... คือว่าข้าไม่เคยมีแฟนหรือคนรักมาก่อนเลยสักคน ในตอนนั้นชีวิตของข้ามันลำบากเป็นอย่างมาก เลยไม่ได้มีเวลามาคิดเรื่องของความรักเลย แต่พอมีเงินมากพอแล้วก็เลยหันมาคิดเรื่องคู่ชีวิตน่ะ.. ก็เลยอยากถามเรื่องนิสัยของผู้ชายที่เจ้าชอบหน่อยว่าเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง” ฌอนร่ายยาวออกมา และแน่นอนว่าแนนซี่ก็หัวเราะออกมา“ฮ่าๆๆๆๆ ไม่ไหวจริงๆ ท่านฌอน ท่านนี่ชอบเอาแต่เรื่องตลกๆมาให้ข้ารับรู้จริงๆเลยนะเจ้าคะ ไม่ไหวๆ ฮ่าๆ” ฌอนที่ได้ยินก็คิดตาม แต่ละเรื่องมันเมื่อจะเป็นเรื่องบังเอิญนะ และถ้าเกิดกับคนอื่นเขาคิดว่าเขาก็น่าจะตลกขำๆอยู่บ้าง แต่พอมันเกิดกับตัวเองมันขำไม่ออกเลยจริงๆ (ความผิดเอ็งนั่นแหละไรต์) [บ่นอะไร เดี๋ยวก็เสกให้เป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันซะหรอก]“ก็ได้ๆ ข้าจะเล่าเรื่องคนรักของข้าให้ท่านฟังนะเจ้าคะ ... เขาชื่อว่า หลงเฟย จริงๆแล้วคนรักของข้าน่าจะมาจากอีกโลกหนึ่งเหมือนกับพวกเรานะเจ้าคะ พวกเราเลยคุยกันได้ง่ายขึ้น เหมือนกับท่านนี่แหละเจ้าค่ะ แต่จริงๆแล้ว เรื่องของความรักน่ะ... แค่เธอคนนั้นยืนอยู่เฉยๆแล้วท่านอยากเข้าไปคุยอยากเข้าไปดูแล.. นั่นก็เรียกว่าความรักได้แล้วมั้ง”ฌอนที่ได้ยินก็นึกไปถึงเหตุการณ์ในอดีคครั้งหนึ่งก่อนจะออกเมือง มันทำให้เขารู้สึกเขินนิดๆ แต่ตอนนั้นเขาก็แค่เป็นห่วงเพียงเท่านั้น แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่ามันเป็นความรักหรือป่าว เขาก็ค่อยๆถามแนนซี่ไป และนับถือเธอเสมือนอาจารย์ในเรื่องของความรัก“เอาเป็นว่า ถ้าท่านฌอนยอมตายแทนผู้หญิงคนๆหนึ่งได้ นั่นแหละเป็นสิ่งที่เรียกว่ารักบริสุทธิ์... จะว่าไปบุตรีของเจ้าเมือง ก็ดูเหมือนว่านางจะแอบหลงรักท่านอยู่นะ ข้าดูคนไม่ผิดแน่นอน” แนนซี่กล่าว“อื้มมม.. เรื่องนั้นข้าก็พอจะรู้อยู่แล้ว แต่ตอนนั้นข้ามัวแต่เครียดเรื่องร้าน เรื่องสมาคม และที่จะต้องโดนบังคับทำอะไรอีกในอนาคต” เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย“เห้อ.. เด็กน้อยคนนั้นก็มาปรึกษาข้าเหมือนกัน ข้ารำคาญๆจนเผลอหลุดปากไปเหมือนกันว่าท่านฌอนชอบคนเก่ง ขยัน และต้องมีผลงานเป็นประจักษ์ และสารพัดอีกที่ข้าน้อยได้ใส่ไฟไป แต่ไม่คิดเลยว่านางจะกลับไปเรียนต่อที่เมืองหลวง.. ทั้งๆที่ผู้หญิงต่างโลกปกติแล้วจะไม่เข้าเรียนกันหรอกนะ ก็ต้องยอมใจนางจริงๆ”แนนซี่กล่าวพร้อมกับเก็บจานชามเพื่อที่จะได้นำพวกมันไปล้าง เธอเล่าๆออกมาในขณะที่ก็คิดถึงเสียงน่ารำคาญของนางเหมือนกัน ตอนที่ท่านฌอนไม่อยู่ก็ได้นางนี่แหละมาคุยเป็นเพื่อน แต่ก็ช่างมันเถอะ แล้วเธอก็ลุกไปล้างจาน ส่วนฌอนก็เริ่มคิดตามที่แนนซี่กล่าวออกมา สมองของเขาไม่เข้าใจในเรื่องของความรักจริงๆนั่นแหละ“เออ... ทำไมมันเข้าใจยากอย่างนี้นะ” เขากล่าวออกมาพร้อมกับเกาหัวหงืดๆ ก่อนจะเดินออกไปเปิดร้านในช่วงบ่ายต่อทันที หน่วยอินทรีย์เองก็มารออยู่ที่หน้าร้านของเขาแล้ว พวกเขาทั้งสามพึ่งกลับมาถึงตอนเช้า ฌอนเลยบอกให้ไปพักก่อนแล้ว ค่อยมาตอนบ่ายๆเอา แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเร็วกันขนาดนี้