ระหว่างเดินทางไปยังใจกลางสุสานลับ หานหมิงไม่ได้เพียงแค่ใช้สายตาเฝ้าระวังรอบด้านเท่านั้น แต่ภายในจิตใจเขากำลังตกอยู่ในห้วงความคิดที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเขาวงกต เขากำลังคิดถึงอนาคต คิดถึงเส้นทางที่ควรเลือกหลังจากเรื่องในสุสานลับนี้จบลง
ไม่ใช่เพราะเขาว่าง แต่เพราะเขารู้ดีว่าทุกย่างก้าวที่เขาจะเลือกจากนี้ จะกำหนดทิศทางทั้งหมดของชีวิตเขาไปอีกนาน
หานหมิงมีความสามารถในการทำนายผลลัพธ์ของเหตุการณ์ในอนาคตโดยใช้พลังแห่งอายุขัยเป็นตัวแลกเปลี่ยน แต่นี่ไม่ใช่พลังที่ใช้สุ่มสี่สุ่มห้า หากไม่กำหนดหัวข้ออย่างชัดเจน หรือหากใช้มันในสถานการณ์ที่มีปัจจัยมากเกินไป มันก็จะกินอายุขัยของเขามากมายเพราะอาจต้องทำนายซ้ำหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจริงๆ และที่สำคัญหลังๆ มานี้การทำนายเริ่มไม่สามารถเชื่อถือได้เหมือนเดิมอีกต่อไป
เขากำลังชั่งน้ำหนักอย่างจริงจังว่าจะเลือกเส้นทางไหนดีในอนาคต ระหว่างการเดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะในโลกเบื้องบนหรือจะถอนตัวออกจากเส้นทางนั้นและไปสร้างกองกำลังของตัวเองดี
ข้อดีของการเดินทางไปกับมู่หนานซือนั้นมีมากมาย ทรัพยากรจำนวนมหาศาล สถานที่ฝึกฝนที่มั่นคงและปลอดภัยในระดับที่เขาจะสามารถโฟกัสกับการพัฒนาตัวเองได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงจากศัตรูภายนอก รวมถึง คัมภีร์ล้ำค่า อุปกรณ์ฝึกฝน สถานที่บ่มเพาะพิเศษระดับสูงที่หายากในโลกเบื้องล่าง
แต่ข้อเสียก็ใช่ว่าจะไม่มี และในความเป็นจริง มันอาจใหญ่หลวงเกินกว่าที่เขาจะรับได้ คือเขาไม่เชื่อใจมู่หนานซือ
ภาพของการปะทะกันระหว่างมู่หนานซือกับโจวหลัวเฉินยังคงติดตาเขาอย่างไม่จางหายไป ความขัดแย้งของทั้งสองคนไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น และยังไม่ชัดเจนเลยว่าความขัดแย้งนั้นลึกมากแค่ไหน หรือมันจะปะทุขึ้นเมื่อใด หากเขายังอยู่ใกล้มู่หนานซือต่อไป ก็มีโอกาสสูงที่เขาจะถูกดึงเข้าไปในไฟสงครามโดยไม่ตั้งใจ และมันอาจจะกลายเป็นทั้งความรุ่งโรจน์สุดขีด หรือบาดแผลแห่งหายนะที่หลอกหลอนไปเขาชั่วชีวิตอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ที่สำคัญ เขาไม่รู้เลยว่าหากไปถึงโลกเบื้องบนแล้ว สถานะของเขาจะเป็นอย่างไร ที่แน่ๆ เขาจะไม่ได้รับตำแหน่งผู้อาวุโสแน่นอนหากไม่ทำตัวให้โดดเด่นเพียงพอ
หานหมิงไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าแห่งยอดเขาหรือผู้อาวุโสหลัก ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะในโลกเบื้องบนนั้นค่อนข้างยาก เพราะเขาไม่มีการบ่มเพาะในระดับสูง ไม่มีกองกำลังเบื้องหลัง ไม่มีโชคที่มหาศาล ไม่ใช่คนที่มีสถานะพิเศษใดๆ เขามีเพียงพรสวรรค์ในความเข้าใจและระบบในตัว ซึ่งแน่นอน... มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเอาไปบอกใครอยู่แล้ว
เมื่อเขาไม่ได้อยู่ในฐานะผู้อาวุโส การจะรับศิษย์เป็นของตัวเองนั้นยิ่งเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก แม้ระบบในตัวเขาจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องอิสระให้เขาได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถซ่อนข้อบกพร่องทั้งหมดจากพวกคนที่แข็งแกร่งทั้งนิกายได้หมดเพราะต่อให้เขาซ่อนมันดีแค่ไหนก็น่าจะมีคนอยากรู้เรื่องของเขาแน่นอน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ยิ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะในโลกเบื้องบนกองกำลังที่เต็มไปด้วยผู้คนที่แข็งแกร่งมากมายและกองกำลังภายในอีกหลายฝ่าย ทุกฝ่ายต้องมีการตรวจสอบข้อมูลของกันและกันอยู่แล้ว และยิ่งหากเขาใกล้ชิดกับมู่หนานซือ เขาอาจถูกจับตามองเป็นพิเศษจากคนมากมาย
อีกสิ่งหนึ่งที่เขาเป็นห่วง คือศิษย์ของเขาแต่ละคน โดยเฉพาะสองคนสุดท้าย กวนจื่อซวน กับเย่ลี่อิน ทั้งคู่ล้วนเป็นคนที่มีศักยภาพสูง และยังเป็นเป้าหมายของพันธมิตรหมื่นสวรรค์อีกด้วย หากเขาพาทั้ง 2 คนขึ้นไปโดยไม่วางแผนให้ดี อาจไม่ต่างจากการโยนศิษย์และตัวเขาเองเข้าไปในหม้อน้ำร้อนด้วยมือของตัวเอง
เขาจึงต้องวางแผนให้รัดกุมมากที่สุด เขาไม่อยากพลาดไปแม้แต่ก้าวเดียว เพราะเขารู้ดีว่าโลกเบื้องบนนั้นไม่ใช่สถานที่ของคนอ่อนแอ มันไม่เหมือนโลกเบื้องล่างที่เขาสามารถควบคุมทุกอย่างได้
หานหมิงเงยหน้าขึ้นมองเส้นทางที่ยังทอดยาวไปข้างหน้า หยาดแสงจางๆ จากกลุ่มพลังวิญญาณในอากาศกระทบกับม่านตาเขาอย่างแผ่วเบา ความนิ่งสงบของใบหน้าเขาไม่ได้แปลว่าเขาไร้อารมณ์ แต่คือเขากำลังคิดในทุกวินาทีเพื่อวางแผนชีวิตต่อไป
อีกหนึ่งความเป็นไปได้ยังวนเวียนอยู่ในหัวของหานหมิงเงียบๆ นั่นคือการถอนตัวดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะในโลกเบื้องบนโดยการแกล้งตายในสุสานลับแห่งนี้
แน่นอนว่ามันเป็นทางเลือกที่เสี่ยง แต่ก็แลกมากับอิสระที่มากมายแบบที่ไม่มีใครควบคุมเขาได้อีก
หากเขาเลือกเส้นทางนี้ สิ่งแรกที่เขาจะทำคืออยู่ที่โลกเบื้องล่างต่ออีกสักเดือนสองเดือน เพื่อวางแผน เตรียมทรัพยากร และจัดระเบียบระบบภายในก่อนที่จะทะยานขึ้นไปยังโลกเบื้องบนอย่างอิสระโดยไม่ผูกติดกับอำนาจของใคร แล้วไปเปิดหอการค้าเล็กๆ ในเมืองระดับล่างของโลกเบื้องบน แผนการระยะสั้นคือใช้ของที่ได้จากระบบมาวางขายเพื่อสะสมหินวิญญาณ แล้วเอาหินวิญญาณเหล่านั้นไปหมุนเวียนซื้อของมาลงทุนในศิษย์ของตัวเองแล้วก็เอาของที่ระบบคืนให้มาขายต่อ หรือไม่ก็เอามาปรับแต่งใหม่แล้วขายออกไปอีกรอบ
วงจรง่ายๆ วางแผนชัดเจน เขาสามารถทำทุกอย่างได้คนเดียวแทบจะทั้งหมด โดยให้หุ่นเชิดที่เขาวางแผนจะดัดแปลงให้คล้ายมนุษย์เป็นแรงงานหลัก ไม่มีค่าจ้าง ไม่บ่น ไม่หลับไม่นอน เขาแค่ต้องใส่คำสั่งที่รัดกลุ้มมากๆ ทำให้มันมีทักษะค้าขายในระดับสูง จากนั้นก็ปล่อยให้มันจัดการแทน
ข้อดีของแผนนี้คือ เขาจะมีอิสระในการเคลื่อนไหวเต็มที่ ไม่ต้องทำภารกิจเพื่อหาทรัพยากรมาพัฒนาตัวเอง ไม่ต้องแบ่งรายได้ให้ใคร ไม่ต้องตีหน้าสุภาพกับผู้อาวุโสเพื่อรับความเอ็นดู ถ้ามีรูปแบบการจัดการที่ดีเพียงพอก็ไม่ต้องกลัวใครจะมาสอดรู้สอดเห็นว่าเขาได้ทรัพยากรมาจากที่ไหน เขาสามารถทำทุกอย่างได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลสายตาจากคนอื่นมากเกินไป
ไม่มีใครควบคุม ไม่มีข้อจำกัด ทุกอย่างคือของเขา แต่... มันก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีราคาที่ต้องจ่าย
เมื่อเขาไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังใดเลย ในกรณีที่เผชิญหน้ากับศัตรูระดับสูง มันจะกลายเป็นหายนะอย่างแท้จริง หากเกิดปัญหา เขาจะไม่มีใครให้พึ่งพิง ไม่มีคนที่แข็งแกร่งให้ขอความช่วยเหลือ เขาจะต้องเข้าไปแบกรับมันด้วยตัวเองเหมือนคนที่เดินลุยเข้าไปในพายุโดยไม่มีแม้แต่ผ้าคลุม
และถ้าเขาร่ำรวยเกินไปก็อย่าหวังว่าจะมีใครปล่อยให้เขาใช้ชีวิตอย่างสงบได้
การสอดแนม ลอบสังหาร ขโมยทรัพย์สิน การลวงเอาศิษย์ไปเป็นตัวประกัน หากไม่จัดการให้ดี ทุกอย่างจะค่อยๆ กัดกินตัวตนของเขาอย่างช้าๆ เหมือนแมลงกัดกินศพ โดยเฉพาะในโลกเบื้องบนที่ทรัพยากรสำคัญถูกผูกขาดโดยกองกำลังใหญ่ๆ การเป็นกองกำลังหน้าใหม่ที่ไม่มีกองกำลังใดสนับสนุนนั้นไม่ต่างอะไรจากเป้าเดินได้
หอการค้าเล็กๆ ที่เขาคิดจะเปิด บางทีมันอาจจะไม่ได้ถูกทำลายโดยศัตรู แต่โดยเพื่อนบ้านหอการค้าอื่นๆ ที่เห็นว่าเขาแย่งลูกค้าไปก็เป็นได้ หรือว่าอาจจะเป็นเจ้าเมืองของเมืองนั้นด้วยซ้ำ
แล้วเขาต้องลงทุนต้องใช้ทรัพยากรมากมายเพื่อสร้างกองกำลังตั้งแต่ศูนย์ เพราะเขาไม่มีความมั่นใจว่าจะสอนหุ่นเชิดให้เข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อนมากกว่าการแค่รับของส่งของ ระบบความคิดของหุ่นเชิดแม้จะทำให้มันล้ำหน้าแค่ไหน มันก็ยังห่างไกลจากความยืดหยุ่นของมนุษย์อยู่ดี นี้ยังไม่รวมถ้าเขาไปพบเจอมู่หนานซือในอนาคตเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำหน้าอย่างไงดีด้วยซ้ำ
แม้จะดูเหมือนเขามีทางเลือกที่ดีอยู่เบื้องหน้า แต่ทุกทางเลือกนั้นไม่ได้มีคำว่าปลอดภัยอยู่เลยแม้แต่น้อย
หานหมิงบินต่อไปโดยไม่ได้หยุดฝีเท้าแม้แต่วินาทีเดียว แต่ในหัวกลับหมุนวนอยู่กับคำถามเดิมที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน
เขาจะเดินตามมู่หนานซือเพื่อความมั่นคงระยะกลางๆ หรือจะเลือกออกไปสร้างกองกำลังของตัวเองที่เสี่ยงช่วงแรกๆ แต่ระยะยาวจะมั่นคง ทั้งสองทางล้วนมีจุดหมายที่ยิ่งใหญ่... และเต็มไปด้วยหลุมพราง ในใจของเขามันเริ่มเอนเอียงไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะเล็กน้อย
ทันใดนั้น หานหมิงชะลอฝีเท้ากะทันหัน ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะหยุดนิ่งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นที่ไร้แรงโน้มถ่วง เสียงของเขาดังขึ้นเบาๆ แต่แฝงไว้ด้วยเจตจำนงชัดเจนที่ไม่เปิดช่องว่างให้ลังเลแม้แต่น้อย
“ระบบ ปิดกั้นพื้นที่รอบตัวของข้าซะ”
[รับทราบ] เสียงตอบกลับสั้นๆ ดังขึ้นในห้วงจิตสำนึกของเขา
เขาหลับตาลง นั่งสมาธิลงอย่างช้าๆ โดยไร้การเคลื่อนไหวใดๆ ไม่แม้แต่ลมหายใจที่ถูกปล่อยออกมาจากจมูก ราวกับร่างนั้นไร้ชีวิต
หนึ่งนาทีผ่านไป
สองนาทีผ่านไป
สามนาทีผ่านไป
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างเงียบสนิท มีเพียงกลิ่นของพลังวิญญาณที่บางเบาราวหมอกจางๆ แผ่กระจายออกจากจุดที่เขานั่งอยู่ มันนิ่งจนน่าขนลุก
แต่แล้ว ดวงตาของหานหมิงก็เปิดขึ้นขึ้นอย่างฉับพลัน แววตาในตอนนี้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันเย็นชา ไร้ความรู้สึก ไม่หลงเหลือร่องรอยของอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนที่เขาจะรวบรวมพลังและทำลายการเชื่อมต่อเศษเสี้ยววิญญาณของที่ติดไว้กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะทันที ในตอนนี้เขาได้คำตอบของคำถามตัวเองแล้ว
ก่อนที่ร่างของเขาก็ขยับอีกครั้ง และในชั่วพริบตา หานหมิงพุ่งทะยานเข้าสู่ประตูมิติสีเขียวตรงหน้า ร่างของเขากลืนหายไปในแสงหมุนวนของพลังอาคมที่บิดเบี้ยวราวกับม่านน้ำ
เมื่อหานหมิงมาถึงยังพื้นที่ภายในอันเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเลือดที่ยังคงอบอวลในอากาศ ร่างของเขาปรากฏขึ้นโดยไร้เสียงใดๆ ศิษย์ทั้งเจ็ดของเขาที่มาถึงก่อนหน้านี้แล้ว ต่างรีบคุกเข่าลงพร้อมกัน ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพและศรัทธา
“คารวะท่านอาจารย์!”
หานหมิงพยักหน้าอย่างเงียบงัน ขณะสายตากวาดมองศิษย์ทั้งเจ็ดคน เขาเฝ้ามองแต่ละคนด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าในแววตานั้นกลับแฝงไปด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาทั้งเจ็ด ได้รับโชคจำนวนมากจากการไปขโมยมาจากศัตรูในอนาคตของพวกเขาเอง
ในขณะที่ด้านหลังของเขาเอง เย่หลินยังคงจมอยู่ในวงแห่งการตรัสรู้ จิตวิญญาณของเขาดำดิ่งสู่ห้วงลึกของความเข้าใจที่กำลังก่อตัว
หานหมิงยกมือขึ้นเบาๆ
เสี้ยวพลังจิตถูกส่งออกจากนิ้วปลายนิ้วเขาไปหาศิษย์ทั้งเจ็ดคน ก่อนที่จุดเชื่อมต่อของเศษจิตวิญญาณพวกเขากับดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะจะถูกตัดขาดทันที ทั้ง 7 คนไม่ได้ต่อต้านอะไร ไม่ได้มีคำถามใดๆ ต่อการกระทำของหานหมิงเลยแม้แต่น้อย
สายตาหานหมิงเหลือบไปยังเย่หลิน เขายกมืออีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายคือสายใยแห่งจิตวิญญาณของเย่หลินที่ยังคงถูกผูกติดกับตระกูลอู๋
เพียงพริบตาเดียว การเชื่อมต่อทั้งหมดก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ไม่มีสิ่งใดเชื่อมโยงเย่หลินกับตระกูลอู๋อีกต่อไปอีกแล้ว ไม่มีการควบคุม ไม่มีพันธะ ไม่มีการล่ามโซ่ทางพลังวิญญาณอีก
หานหมิงหุบมือลงช้าๆ เสียงของเขาดังขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“จากนี้ไป...เส้นทางของพวกเจ้าคือของพวกเจ้าเอง…”