ตอนที่หนึ่งร้อยสองท่านดยุกคือร่างสถิตสัตว์หาง!!!
ด้วยเหตุผลบางประการท่าทางคนเขียนจะพอรู้ตัวดีว่าหากให้ขุนนางธรรมดาเก่งกว่าพวกคนที่มีทักษะอาชีพเก่งที่สุดในประเทศอย่างอาจารย์ของโรงเรียนขุนนางกับตัวละครลับมันจะแปลกๆ
ดังนั้นวิธีการที่ได้ผลที่สุดคือมักจะให้ตัวร้ายที่เคยกระจอกมาก่อนบรรลุเงื่อนไขบางประการรวมร่างกับเทพปีศาจหรือได้พลังจาก”ท่านผู้นั้น”
กองทัพที่ได้รับ”บัฟ”ค่าพลังจากพวกปีศาจจะแข็งแกร่งกว่าเดิม
ซึ่งนั่นก็เป็นอะไรที่แปลกมากเหมือนกันการจะได้ฉากจบสมบูรณ์ต้องคอยให้ปีศาจแข็งแกร่งที่สุดจะเจอกับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดและยากที่สุด
หากรีบจัดการ เลเวลเรายังน้อยแต่ปีศาจก็จะอ่อนแอกว่าเช่นกัน
เป็นปัญหาที่น่าจะพิจารณาเช่นกัน
แต่ผมทำได้แค่กำจัดปัจจัยที่จะทำให้ปีศาจแข็งแกร่งมากขึ้นออกไปก่อน
เพราะทางเทคนิค หากประเทศแข็งแกร่งปีศาจจะมาอย่างไรก็พอจะสู้กันได้
เมื่อเราไม่รู้ว่าการกระทำของเราจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไร
สิ่งที่เราทำได้คือการวางตำแหน่งของเราไว้ในฐานะที่ไม่พ่ายแพ้
ยกตัวอย่างเช่นเอาไอเท็มบางอย่างออกไปจากสมการและบุกถล่มฐานทัพบางฐานไปก่อน
ต่อให้แผนการอื่นๆของฝ่ายที่ต้องการคืนชีพ”ท่านผู้นั้น”ทำสำเร็จ
ก็ต้องเจอกับกองทหารที่เข้มแข็งถึงจะเอาชนะกันได้
การที่ผมพยายามส่งเสริมนักผจญภัยจำนวนมากก็เพื่อการนี้แผ่นดินนี้ต้องการวีรบุรุษมากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
หากเราตั้งให้พวกเขาไปรบกับฝ่ายของ”ท่านผู้นั้น”เราก็จะชนะด้วยปริมาณล้วนๆนั่นเอง
และตอนนี้ผมก็ยังทำงานอย่างขยันขันแข็ง
“การเพิ่มค่าความสนิทสนม”
คือคุณสมบัติที่ต้องมีในการดูแลลูกน้อง
“นายท่าน นายท่าน”
เก็นบุหันหลังเอามือแตะกำแพงและร้องครวญครางไม่หยุด
สมกับเป็นเต่าเทพเจ้าที่มีความอดทนมากที่สุดในสี่สัตว์เพทพิทักษ์ประจำทิศต่างๆ
วันนี้ดยุกอุลริกก็ยังคงสร้างความสัมพันธ์กับเก็นบุอย่างไม่หยุดยั้ง
อืม
เก็นบุสั่นเล็กน้อยก่อนจะปล่อยร่างกายให้อยู่ในอ้อมกอดของดยุกอูลริก
ข้อเสียของการมีฮาเร็มคือการที่คุณมีฮาเร็ม
หากไม่ใช่ร่างกายของดยุกอูลริกนั้นทนทานไม่เหน็ดเหนื่อยง่ายๆและมีการฝึกร่างกายเพิ่มกำลังกับพวกพี่กล้ามก็อาจจะเหนื่อยหน่ายกับเซ็กส์ไปเล็กน้อย
แต่นั่นไม่ใช่กับดยุกอูลริกที่ทำเรื่องเช่นนี้แบบเดียวกับกิจวัตรประจำวันต่างๆ
ผมสัมผัสได้ถึงพลังที่อยู่ในร่างกายของเก็นบุและตนเองที่ไหลเวียนไปมาให้กันและกัน
เรื่องที่น่าตกใจคือพลังของเก็นบุไม่ได้เหนือกว่าพลังที่แฝงในร่างกายของดยุกอูลริกและการที่ดยุกอูลริกแลกเปลี่ยนมานาทั้งคืนทำให้ทั้งสองฝ่ายยิ่งควบคุมมานาได้ดีมากยิ่งขึ้น
อ๊า
มานาจับเป็นน้ำกลางอากาศด้วยการที่ควบคุมพลังแทบไม่ได้ของเก็นบุ
แต่ไม่ใช่กับท่านดยุกอูลริก
น้ำที่กระจายออกรอบข้างได้ถูกควบคุมไว้โดยดยุกอูลริกให้เป็นลูกกลมน้ำขนาดเท่าลูกบอล
“ฮืม เราต้องแล่นเป็นตัวละครสายธาตุน้ำหรือนี่?”
ผมครุ่นคิด
ปรกติธาตุน้ำนั้นมีดีตรงที่มีพลังรักษาตัวที่ดีกว่าสายอื่นๆ ยกเว้นธาตุแสง
และหากบวกกับพลังชีวิตและความทนทานที่มากของเก็นบุก็นับว่าเป็นการคอมโบที่ทำให้เรานั้นอึด ถึกกว่าตัวละครอื่นๆเอามากๆ
และ
ผมเพ่งสมาธิบังคับน้ำให้รวมอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง
เปรี้ยง
กระสุนน้ำพุ่งด้วยความรวดเร็วออกไปนอกหน้าต่าง
ปึง
มีคนวิ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
“คุ้มกันท่านดยุก”
เซบาสเตียนนำคนเข้ามาพร้อมกับเหล่าาผู้ที่ได้รับการฝึกฟันดาบกับเวเฮเมียร์
“อะแฮ่ม ข้าแค่ใช้คาถาน้ำเฉยๆน่ะไม่มีอะไรหรอก“
ผมกระแอมแก้เขิน
“พวกเจ้าทำดีแล้วที่เข้ามาด้วยความรวดเร็วทำเช่นนี้ต่อไป”
“ขออภัยขอรับท่านดยุก ข้าน้อยจะออกไปเดี๋ยวนี้”
พวกนั้นคุกเข่าคารวะและล่าถอยออกไปอีกครั้ง
พร้อมกับคิดว่าท่านดยุกหาสาวไม่ซ้ำหน้ามาเป็นทาสอุ่นเตียงเป็นกิจวัตรจริงๆ
ผมเพ่งสมาธิไปที่ลูกบอลน้ำที่อยู่กลางอากาศ
ตั้งแต่ทำสัญญากับเก็นบุ
ความรู้สึกผูกพันกับธาตุน้ำเปลี่ยนแปลงไป
การใช้คาถาเป็นการใช้ตาม”สัญชาตญาณ”มากวก่าที่จะเป็นการ
“ควบคุมพลังเวทย์”
นี่คือพลังของร่างสถิตสัตว์หาง เอ๊ย ผู้ที่ทำสัญญากับสัตว์เทพหรือนี่?
แสดงว่าการปลุกชีพ”ท่านผู้นั้น”นี่มันน่ากลัวจริงๆแฮะ
เราต้องคอยขัดขวางไม่ให้การคืนชีพ”ท่านผู้นั้น”เกิดขึ้นให้ได้เพราะหากคืนชีพ”ท่านผู้นั้น”ได้เราต้องอาศัยสี่สัตว์เทพในการปิดผนึก”ท่านผู้นั้น”อีกครั้ง
อืม
เก็นบุทรุดลงอีกครั้ง
“หันก้นขึ้นมา ข้ายังไม่ให้เจ้าหมดหน้าที่เป็นทาสอุ่นเตียงยามเช้า”
“ไม่ไหวแล้วอืม”
เก็นบุกลาวเช่นนั้นแต่ก็โดนดยุกอูลริกยกร่างกายขึ้นมาอีกครั้ง