“ต่อไปอย่าลืมตัวนะไปชงกาแฟให้ข้าหน่อยเถอะท่านมหาบัณฑิตอยากลองหรือไม่เจ้าคะ” หยวนเข่อชิง
“ลองดู” โจวจื่อหยวน
“เจ้าค่ะ” ลู่จื่อออกไป
“เจ้าตามใจนางเกินไป” โจวจื่อหยวน
“ใช้พระเดชก็ทำให้คนกลัวและอยู่ในระเบียบแต่ใช้พระคุณท่านจะได้ใจพวกเขาด้วยสำหรับข้าลู่จื่อเปรียบเหมือนน้องสาวอีกคนของข้าอีกอย่างมุมมองของข้าอาจต่างกับคนทั่วไปจึงทำให้ท่านไม่พอใจ” หยวนเข่อชิง
“ไม่ใช่ข้าไม่พอใจอยู่กับข้าไม่ถือโทษแต่อยู่กับคนอื่นนางจะทำให้เจ้าลำบากไปด้วย” โจวจื่อหยวน
ที่จริงเขาไม่ถือสาแต่เห็นแล้วว่าหากไม่ปรามในอนาคตต้องเกิดปัญหาเรื่องนี้แน่ๆ
“มาแล้วเจ้าค่ะ” ลู่จื่อถือถาดเข้ามาดูซึมไปถนัดตา
“ลู่จื่อรู้หรือไม่ว่าผิดอะไร” โจวจื่อหยวน
“รู้เจ้าค่ะข้าน้อยเหิมเกริมไม่รู้ฐานะ” ลู่จื่อเสียงเครือ
“เรื่องหนึ่งคือมารยาทต้องระวังแม้เป็นหยวนเข่อชิงหากนางทำอย่างนี้ข้าก็จะดุ” โจวจื่อหยวน
“เจ้าคะ” ลู่จื่อแปลกใจ
“แต่เรื่องฐานะนั้นที่ข้าดุวันนี่เพราะการที่เจ้าทำต่อหน้าข้าไม่ถือสาเมื่อเจ้าเป็นเหมือนน้องสาวหยวนเข่อชิงเจ้าก็เหมือนน้องสาวข้าเช่นกันแต่คนอื่นไม่คิดเช่นนี้ต่อไปหากไม่ระวังเจ้าจะทำให้คุณหนูที่เจ้ารักเดือดร้อน” โจวจื่อหยวน
“ท่านมหาบัณฑิตต่อไปข้าน้อยจะระวังขอบคุณนะเจ้าคะ” ลู่จื่อ
“ท่านลองชิมแบบไม่เติมอะไรก่อน” หยวนเข่อชิงยื่นถ้วยกาแฟ
“อืมน่าสนใจ” โจวจื่อหยวนจิบกาแฟ
รสชาติขมอมเปรี้ยวเล็กน้อยแต่กลิ่นหอมมากเมื่อจิบผ่านลงลำคอกลิ่นกาแฟยังอวลอยู่ในคอนี่มันดีงามไม่ใช่หรือ
“ลองชิมแบบใส่นมหน่อย” หยวนเข่อชิงชงแบบใส่นมถ้วยเล็กๆ
“มีความมันและหอมด้วยนี่ก็ดี” โจวจื่อหยวน
“ลองแบบใส่นมและน้ำตาล” หยวนเข่อชิง
“อร่อยหวานมันมีขมเล็กๆ แต่ข้าชอบมากเจ้ามีขายหรือไม่” โจวจื่อหยวน
“ไม่มีหรอกเจ้าค่ะกาแฟนี่ข้าไปได้มาจากจวนของท่านพ่อที่ท่านซื้อมาจากชาวโพ้นทะเลหากท่านชอบข้าจะให้คนมาส่งให้” หยวนเขอชิง
“เอาสิข้าจะซื้อนะ” โจวจื่อหยวน
“ได้เลย” หยวนเข่อชิง
เมื่อได้จิบกาแฟและได้นั่งพักดีๆ อารมณ์จึงดีขึ้นเรื่อยๆ
“หยวนเข่อชิงเจ้าให้เขาเข้ามาเถอะเพราะเราจะเสียเวลาไปอีก” โจวจื่อหยวน
“เห็นแก่ท่านข้าให้เขาเข้ามาได้” หยวนเข่อชิงตอนนี้สติสัมปชัญญะกลับมาสมบูรณ์แล้ว
แม้ความขุ่นเคืองจะหายไปแต่นางจำได้ว่าคนผู้นี้ทำอะไรไว้ตอนนี้แค่รอเวลาเอาคืนเท่านั้น
ส่วนคนที่ถูกให้ยืนตากแดดก็นอนเล่นอยู่ในรถม้าโดยไม่สนใจสิ่งใดนอมยิ้มเหมือนคนบ้าเพราะใบหน้าเหวี่ยงของนางนั้นช่างน่าเอ็นดู
“ท่านอ๋อง” พ่อบ้านสุ่น
“ให้เรียกข้าว่าท่านเสิ่น” ฉินมู่หยาง
“แต่ว่า” พ่อบ้านสุ่น
“ตามนั้น” ฉินมู่หยาง
“กลิ่นอะไร” ฉินมู่หยาง
เพราะกาแฟในกาต้มยังร้อนจึงส่งกลิ่นหอมไปทั่วบ้าน
“สิ่งนี้เรียกว่ากาแฟเจ้าสนใจหรือไม่” โจวจื่อหยวน
“กินได้หรือ” ฉินมู่หยาง
“ทุกคนกินได้…ยกเว้นเจ้า” หยวนเข่อชิง
“อ้อ” ฉินมู่หยางไม่สนใจคว้าถ้วยกาแฟที่อยู่ตรงหน้ามาดื่ม
“เดี๋ยว” โจวจื่อหยวนพยายามห้ามแต่ว่าไม่ทัน
พรวด
ฉินมู่หยางสำลักกาแฟออกมามองไปที่ก้นถ้วยก็มีผงสีขาวอยู่เต็ม
“กาแฟเจ้าใส่เกลือด้วยหรือ” ฉินมู่หยาง
“อ้าวข้าก็นึกว่าน้ำตาล” หยวนเข่อชิง
“เจ้าแกล้งข้าหรือ” ฉินมู่หยาง
“ที่ไหนได้ข้าบอกห้ามเจ้ากินเจ้าไม่เชื่อเอง” หยวนเข่อชิง
“คิกคิก” ลู่จื่อพยายามกลั้นขำ
“อยากตายหรือไง” ฉินมู่หยาง
“ถ้าจะฆ่านางข้ามศพข้าไปก่อน” หยวนเข่อชิง
“หากอยากมีศัตรูก็ไม่ควรเผยจุดอ่อน” ฉินมู่หยาง
“ข้าไม่หาเรื่องใครก่อนแม้ว่าคนอย่างเจ้าจะไม่มีใครรักข้าก็ทำลายเจ้าได้อยู่ดี” หยวนเข่อชิง
“เอาล่ะมาทำงานเถอะลู่จื่อไปดูในครัวให้ข้าหน่อยกินกลางวันเร็วหน่อยก็แล้วกันเพราะไม่ได้กินมื้อเช้า” โจวจื่อหยวน
“เจ้าค่ะ” ลู่จื่อ
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารนั้นเคร่งเครียดและอึมครึมเพราะไม่มีใครพูดอะไรฉินมู่หยางมีสีหน้าที่ไร้อารมณ์พอๆ กับหยวนเข่อชิงจะมีเพียงโจวจื่อหยวนที่กินอย่างสงบนิ่ง
เพราะเขาเป็นผู้ที่เคร่งครัดกับจารีตจึงรักษากิริยาได้ดีส่วนหยวนเข่อชิงและฉินมู่หยางนั้นมีอารมณ์และความคิดที่เหมือนกันอย่างประหลาดเพราะไม่สนความกดดันของอีกฝ่าย
ฉินมู่หยางนั้นไม่แปลกเพราะเขาเป็นถึงเทพสงครามแต่หยวนเข่อชิงที่เป็นหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่บรรจุความแค้นสามีไว้เต็มตัวแต่ตอนนี้แบ่งให้กับเสิ่นเยี่ยตัวปลอมซึ่งก็คือท่านอ๋อง
โจวจื่อหยวนนั่งมองทั้งคู่แล้วก็อดถอนใจไม่ได้เหมือนกันเกินไปจะไม่เหมือนก็คือความเจ้าคิดเจ้าแค้นของหยวนเข่อชิงที่เขากลัวแทนเพื่อนโง่ของเขา
แม้โจวจื่อหยวนไม่เคยมีคนรักแต่เขารู้ธรรมชาติของผู้หญิงมากกว่าเจ้าของกลางที่แต่งเมียมาถึงเจ็ดคนแล้วหมอนี่เอาแต่อยู่ในสงครามไม่เคยสนใจความเป็นไปของโลกเอาเสียเลย
สิ่งที่เขาทำกับหยวนเข่อชิงวันนี้นับว่าล้ำเส้นไปมากเพราะแม้ว่าเขาจะได้ชื่อว่าเป็นสามีของนางแต่ตอนนี้เขาคือเสิ่นเยี่ยไม่ใช่มู่อ๋องและแม้แต่เขาเข้าไปเอาตัวนางในนามของมู่อ๋องนางก็คงไม่ยอมเช่นกัน
หลังอาหารก็เริ่มประชุมหยวนเข่อชิงตอบคำถามอย่างมืออาชีพแนะสามารถรับคำแนะของชายหนุ่มทั้งสองมาปรับปรุงได้โดยไม่มีอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจแต่อย่างใด
“เช่นนั้นข้าจะนำคำวิจารณ์ของพวกท่านไปปรับปรุง” หยวนเข่อชิง
“มืดค่ำจนป่านนี้แล้วหรือ” โจวจื่อหยวน
“เช่นนั้นก็รีบกลับกันดีกว่า” ฉินมู่หยาง
“รับมื้อเย็นที่นี่กับข้าก่อนเถอะ” โจวจื่อหยวน
“ขอบคุณท่านโจวแต่ว่าข้าอยากพักแล้วขอกลับก่อนดีกว่า” หยวนเข่อชิง
“เช่นนั้นครั้งหน้าข้าไปหาเจ้าที่เรือนดีหรือไม่” โจวจื่อหยวน
“ไม่ดีของอยู่ที่นี่ปลอดภัยกว่า” ฉินมู่หยาง
“ข้าขอลา” หยวนเข่อชิงไม่พูดอะไร
“แล้วครั้งหน้าเราจะเจอกันเมื่อไหร่” โจวจื่อหยวน
“รอข้าปรับปรุงแบบเสร็จแล้วจะแจ้งมา” หยวนเข่อชิงคำนับลา
นางเดินขึ้นรถม้าอย่างสงบโดยมีลู่จื่อที่นิ่งเงียบตามไปแต่
“ท่านมานั่งในนี้ด้วยทำไม” หยวนเข่อชิง
“ไม่อยากเบียดคนขับ” ฉินมู่หยาง
“อ้อ” หยวนเข่อชิง
นางนั่งเฉยไม่พูดไม่จาและมองไปทางอื่นตอนนี้สำหรับนาง คนผู้นี้เป็นเพียงก้อนหินเท่านั้น
แต่สำหรับฉินมู่หยางที่เคยถูกปฏิบัติเช่นนี้จากไทเฮาจนชินแต่ครั้งนี้เขารู้สึกไม่ดีข้างในน้ำตาของนางทำเขาปวดใจจริงๆ เมื่อใคร่ครวญแล้วว่าเขาทำให้นางลำบากก็รู้สึกผิด
แต่ภายนอกกลับนิ่งเฉยเหมือนไม่แยแส
“คุณหนูหิวหรือไม่เจ้าคะ” ลู่จื่อ
“ไม่หรอกเจ้าหิวเจ้าก็กินเถอะ” หยวนเข่อชิง
“คุณหนูไม่กินบ่าวก็ไม่กิน” ลู่จื่อ
""เด็กโง่เอ๊ยเอาคุกกี้มาให้ข้าชิ้นหนึ่ง"หยวนเข่อชิง
“นี่เจ้าค่ะ” ลู่จื่อรีบยื่นคุกกี้ข้าวโอ๊ตให้
“เจ้าก็กินด้วย” หยวนเข่อชิง
สองนายบ่าวนั่งคุยกันเหมือนอยู่กันแค่สองคนแต่ฉินมู่หยางก็ไม่ว่าอะไรวันนี้เขาผิดจริงแต่เพราะว่าวันนี้จำเป็นต้องจบเรื่องอาวุธเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแล้วจะช้าไม่ได้
ฤดูน้ำหลากใกล้เข้ามาแล้วเขาต้องเกณฑ์ไพร่พลไปซ่อมเขื่อนแต่ที่ยังรั้งอยู่ที่นี่ก็เพื่อจัดการเรื่องของนางเพียงแต่เวลานี้เรื่องส่วนตัวที่ต้องใช้เวลาแก้ไขอาจจะต้องเลื่อนไปก่อนเพราะเรื่องของบ้านเมือง
แต่ความสงบอยู่ได้ไม่นานจู่ๆ รถม้าก็เหวี่ยงไปมาจนฉินมู่หยางต้องออกไปดูปรากฏว่ามีนักฆ่าลอบทำร้ายและคนขับรถม้าถูกแทงและถีบจากรถไปแล้ว
“มีคนร้ายระวังตัว” ฉินมู่หยางออกไปบังคับม้าพร้อมกับรับมือนักฆ่า