หลังจากนั้นเป็นต้นมา โพชั่นเร่งอัตราการดูดซับและโพชั่นชำระล้างก็ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ซึ่งต้องบอกเลยว่ากระแสตอบรับของมันดีเอามากๆ
ภายในระยะเวลาเพียงสามเดือนหลังจากการขาย นักสู้ของแต่ละประเทศก็เพิ่มขึ้นมามากมาย ปัญหาเรื่องการขาดแคลนนักสู้ถูกคลี่คลายลงอย่างง่ายดาย ไป๋ฉีในฐานะของนักวิจัยที่คิดค้นโพชั่นถึงกับได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างความหวังให้กับมนุษยชาติ
ในตอนนี้แม้แต่ฮิลล์การ์เด้นก็ไม่กล้ามองเขาเป็นคู่แข่งอีกต่อไป แถมที่มากไปกว่านั้นคือองค์กร เดอะ เลเจนด์ ถึงกับมอบตำแหน่งแขกผู้ทรงเกียรติให้กับไป๋ฉี ซึ่งตำแหน่งนี้มีเพียงราชาและราชินีของแต่ละประเทศเท่านั้นที่จะได้รับมัน นี่จึงเป็นหลักฐานชั้นดีว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับไป๋ฉีเพียงใด
เวลายิ่งผันผ่านมนุษย์ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและสามารถทวงคืนพื้นที่จากอบิสกลับมาได้มากมายและรวดเร็วกว่าแต่ก่อน ขณะเดียวกันเมื่อมีเรื่องดีก็ล้วนต้องมีเรื่องร้าย เหล่านักสู้บางกลุ่มก็หลงระเริงใจวางอำนาจบาดใหญ่ แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาก็ถูกจับได้โดยกองกำลังชั้นนำของประเทศในเวลาต่อมา
ส่วนทางด้านของไป๋ฉี ตั้งแต่เขาสร้างเรื่องใหญ่นี้ขึ้นก็ไม่ได้ออกจากเขตของหน่วยมังกรขาวอีกเลย และทำการสร้างโพชั่นขึ้นมาอีกหลายต่อหลายอย่างด้วยกัน
และในขณะนี้นั้นเขากำลังดูดซับพลังจากหินแร่อยู่ในชั้นใต้ดินดังเดิ่มเช่นที่เขาเคยทำซึ่งมันมาถึงกระบวณการสุดท้ายแล้ว
"บูม!!"
"สำเร็จ!"
ไป๋ฉีลืมตาขึ้นพร้อมอุทาน ในที่สุดเขาก็สามารถก้าวเข้าสู่ระดับราชันสงครามได้โดยใช้เวลาเพียงเจ็ดวันหลังจากดูดซับพลังเท่านั้น นี่เป็นผลมาจากที่เขาใช้พลังของหลุมดำดูดกลืนพลังงานจากหินพวกนั้นเข้าไปเต็มกำลัง
ชายหนุ่มยิ้มอย่างเบิกบานและสำรวจร่างกายของตนเองอย่างพึงพอใจ เมื่อมาถึงระดับนี้เขาสามารถรับมือกับระดับจักรพรรดิสงครามได้สบายๆ แต่ถ้าใช้พลังทั้งหมดโดยไม่ปิดบังสามารถชนะเทพสงครามได้ง่ายๆเช่นเดียวกัน
"ยินดีกับนายท่านด้วยนะเจ้าค่ะ แต่เนื่องจากใช้เส้นลมปราณและร่างกายในการแบกรับพลังมากเกินไปจึงต้องพักฟื้นร่างกายทั้งหมดหกเดือนด้วยกัน"เสี่ยวไป๋กล่าว ไป๋ฉีพยักหน้าตอบรับใบหน้าไร้ซึ่งความแปลกใจ
การดูดซับพลังมากๆแน่นอนย่อมมีทั้งผลดีและผลเสียกับร่างกาย พักฟื้นหกเดือนในสายตาของไป๋ฉีก็นับว่าดีมากแล้วหากแลกกับพลังที่ตนได้รับมา
"ถ้างั้นช่วงระยะเวลาหกเดือนนี้ ฉันจะฝึกฝนทักษะและแก่นแท้ดาบก็แล้วกัน"ไป๋ฉีเอ่ยปากน้ำเสียงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเดินออกจากห้องฝึกฝนไป
ซึ่งเมื่อเดินออกมาสิ่งที่เห็นก็คือเหล่าสาวๆที่ตอนนี้ทำกิจวัตรประจำวันแตกต่างกันออกไป ชายหนุ่มยกยิ้มให้เหล่าแฟนสาว จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปพร้อมกับอาบน้ำชำระล้างร่างกายในหัวคิดถึงเรื่องในครอบครัวอยู่ตลอดเวลา
'นี่ฉันก็อยู่กับพวกเธอมานานแล้ว ตอนนี้ก็น่าจะสมควรเพิ่มพลังให้พวกเธอได้แล้ว ส่วนพวกพ่อกับแม่ๆพวกเขาไม่มีคนสนใจที่จะเป็นนักสู้เลยเอาไว้รอให้น้องชายตัวน้อยสองคนคลอดก่อนแล้วค่อยเพิ่มพลังให้ทั้งสี่คนพร้อมกัน'
ไป๋ฉีตัดสินใจอย่างแน่วแน่ก่อนจะหยิบเอาผ้าขนหนูมาเช็ดตัวแล้วเดินออกจากห้องน้ำไป ต่อมาชายหนุ่มก็แต่งตัว จากนั้นก็เรียกรวมเหล่าแฟนสาวของตนเองในทันที ซึ่งพวกเธอก็มารวมตัวกันอย่างว่าง่าย และไม่มีวี่แววจะทะเลาะกัน
เมื่อเห็นเช่นนั้นใบหน้าของไป๋ฉีก็ปรากฏรอยยิ้มอย่างยินดีออกมา ก่อนที่เขาจะหันไปถามพวกเธอทุกคนว่า "ที่ฉันเรียกพวกเธอมาวันนี้ เพราะฉันอยากซื้อเกาะส่วนตัว ใครมีข้อเสนออะไรหรือเปล่า?"
"ที่รัก นายก็มีบ้านนี้อยู่แล้วจะซื้อเกาะส่วนตัวไปทำไมกัน"โนอาถาม แน่นอนสาวๆทุกคนต่างคิดไปในแนวทางเดียวกันกับเธอ
"เอาเป็นว่าฉันมีเรื่องที่จะต้องใช้มันก็แล้วกัน พวกเธอพอจะมีแนะนำไหม"ไป๋ฉีกล่าวถามอีกครั้ง หากถามว่าทำไมเขาถึงอยากจะได้เกาะส่วนตัว เหตุผลก็เพราะเขาจะเอาเป็นเป็นสถานที่ฝึกฝนของตนเองและแฟนสาวเหล่านี้นี่แหละ เพราะสำหรับเขาแล้วแม้บ้านนี้จะเพียงพอสำหรับการอยู่อาศัยแต่กลับไม่สะดวกในการฝึกฝนพร้อมกันเท่าไรนัก
"ถ้าพูดถึงเกาะที่ปลอดภัยล่ะก็ มันอยู่ในการดูแลของราชวงศ์ทั้งหมด และมันก็มีหลายเกาะด้วยกัน เรื่องนี้ให้ซุนหรงเป็นคนจัดการน่าจะเหมาะที่สุด นั่นเพราะของประเทศอื่นอากาศไม่ค่อยเป็นใจ"เป็นเซอินที่แสดงความคิดเห็นออกมา
ซุนหรงที่ได้ยินก็พยักหน้าก่อนจะกล่าวตอบแฟนหนุ่มของเธอออกไป "ได้ เดี๋ยวฉันจัดการให้"
กล่าวจบเธอก็โทรหาแม่ของตนเองทันที ซึ่งในเวลาต่อมาอู่หนิงก็ตอบรับคำขอของพวกเขาอย่างง่ายดาย เธอส่งภาพให้เกาะที่อยู่ภายใต้การปกครองมาให้ไป๋ฉีเลือก
เมื่อไป๋ฉีเลือกเสร็จ แม่ยายอย่างอู่หนิงก็โอนกรรมสิทธิ์เกาะให้ไป๋ฉีโดยที่เขาไม่ต้องจ่ายเงินแม้น้อย ช่างเป็นแม่ยายที่เอาอกเอาใจลูกเขยดีเป็นอย่างยิ่ง บอกเลยว่าแม้แต่ซุนหรงก็ยังต้องอึ้งในความเล่นใหญ่ของแม่ตนเอง เพราะเธอไม่คิดว่าคนอย่างแม่ของเธอจะใจปล่ำกับไป๋ฉีขนาดนี้
ส่วนทางด้านของไป๋ฉีนั้นเขาจำต้องยอมรับแต่โดยดี ไม่เช่นนั้นแม่ยายของเขาคนนี้จะต้องตัดพ้อให้เขาฟังจนหูชาและทำท่าจะร้องไห้ออกมาอย่างแน่นอน
"เอาล่ะ ในเมื่อได้เกาะแล้วเราไปกันเลยเถอะ เกาะที่ฉันเลือกมีคฤหาสน์อยู่ด้วยพวกเราจะไปพักกันที่นั่นระยะ"ไป๋ฉีลุกขึ้นพร้อมกล่าว ทางด้านแฟนสาวล้วนแต่เต็มไปด้วยความสงสัย
แต่ถึงแม้จะไม่รู้ว่าไป๋ฉีมีเป้าหมายอะไรแต่พวกเธอก็ยอมทำตามแต่โดยดี เนื่องจากผู้ชายของพวกเธอคนนี้ไม่เคยทำให้พวกเธอผิดหวัง แม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้งสัญชาตญาณของตัวพวกเธอเองก็บอกว่า การที่ไป๋ฉีคิดทำอะไรเช่นนี้น่าจะมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นตามมาอย่างแน่นอน