“ฟู่uuuu... โล่งอกไปที รอดไปได้อีกเจ็ดวัน” ก้อนเมฆพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มฟินๆจนแก้มปริปรากฏบนใบหน้า
แต่ว่าข้างๆ เขานั้น... จ๊อดยืนทอดสายตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาเหมือนกำลังมองสิ่งมีชีวิตที่หลุดมาจากดาวอังคาร
หากจะพูดถึงความสัมพันธ์ของ 'ก้อนเมฆ' และ 'จ๊อด' คนในตำบลสระบัวต่างรู้ดีว่า สองคนนี้สนิทกันชนิดที่ว่า "ถ้ายกบ้านหนีได้ มันคงยกไปตั้งคู่กันแล้ว" ก้อนเมฆและจ๊อดเป็เพื่อนซี้ที่เติบโตมาด้วยกันั้แ่จำความได้ บ้านของทั้งคู่ตั้งอยู่ปลายซอยหมู่บ้านป่าข่อย รั้วบ้านสังกะสีผุๆ ติดกันจนแทบจะเป็รั้วเดียวกัน กำแพงหลังบ้านมีช่องว่างขนาดพอดีตัวที่พวกมันเจาะไว้ั้แ่ประถมเพื่อเอาไว้แอบมุดไปเล่นเกมด้วยกันสองคน
ก้อนเมฆ หนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปี ชายผู้มีใบหน้าหล่อเหลาสไตล์ลูกครึ่งไทย-จีน แต่ดวงตามักจะดูเหม่อลอยเหมือนคนอดนอนมาสามปีเต็ม ก้อนเมฆเป็คนไร้พันธะ ดำรงชีวิตด้วยการรับจ้างทั่วไป ซ่อมพัดลม ทาสีกำแพง หรือล้างแอร์ให้คนในหมู่บ้าน เป็คนที่ไม่เคยมีเป้าหมายยิ่งใหญ่ในชีวิต ขอแค่มีข้าวทานสามมื้อ และได้นอนหลับเต็มอิ่มก็พอใจแล้ว
ส่วน จ๊อด หรือ 'จ๊อด สายฮิป' ชายหนุ่มวัยเดียวกัน ผอมจนเห็นกระดูกซี่โครง ชื่นชอบการแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตลายดอกฮาวายสีฉูดฉาดและกางเกงขาสั้นสีส้มสดเสมอ จ๊อดเป็คนคิดเร็ว พูดเร็ว สมองคลื่นความถี่กว้างจนมักจะจินตนาการเื่ราวเกินจริงไปไกลลิบลิ่ว ความฝันของจ๊อดคือการเป็นักสืบเอกชน แต่ปัจจุบันทำงานเป็เด็กโบกมาร์แชลประจำลานจอดรถร้านหมูกระทะหน้าปากซอย
พวกเขาสองคนไปไหนไปด้วยกันเสมอ ความสัมพันธ์ของทั้งสองสนิทสนมกันจนกระทั่งจ๊อดสามารถจำกลิ่นลมหายใจยามเช้าของก้อนเมฆได้เลยทีเดียว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้... มันเกินขอบเขตความเข้าใจของจ๊อดไปไกลมาก!
“ไอ้ก้อน...” จ๊อดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน มือข้างหนึ่งยื่นไปจับไหล่ของก้อนเมฆแล้วบีบแน่น
“อะไรของมึงวะจ๊อด? หน้าตาเครียดเหมือนไม่ได้ขี้มาสามวัน” ก้อนเมฆปัดมือเพื่อนออกเบาๆ พลางคีบยาสูบขึ้นสูบ
“กูขอถามอะไรมึงหน่อย... ตอบกูมาตามตรงนะเว้ย ในฐานะที่เราเป็เพื่อนกัน” จ๊อดก้าวเข้ามาจ้องตาก้อนเมฆในระยะเผาขน “มึงทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรวะ?”
“ทำอะไร?”
“ก็เื่หมูเนี่ย!” จ๊อดชี้มือไปยังกำแพงโรงงานเชือดหมูข้างหลัง “มึงเสี่ยงตายพุ่งสไลด์ตัวเข้าใต้ท้องรถกระบะ เอาทัพพีงัดสลักกรง ยอมจ่ายเงินก้อนสุดท้ายในกระเป๋าสามร้อยบาท ยอมโดนลุงเดชถือมีดสับหมูไล่ฟันข้ามอำเภอ วิ่งลากหมูหนักร้อยกิโลจนเป้ากางเกงมึงขาด... ทั้งหมดนี้ มึงทำเพื่อเอาหมูมาปล่อยหน้าโรงงานเชือดเนี่ยนะ?!”
ก้อนเมฆเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขายังคงผ่อนคลายและโล่งใจอย่างน่าประหลาด
“เอาน่ามึง... ผลลัพธ์มันก็ออกมาดีแล้วนี่หว่า” ก้อนเมฆตอบพึมพำ
“ดีบ้านมึงดิ!” จ๊อดโวยวายลั่น “กูนึกว่ามึงเกิดตรัสรู้เป็พระโพธิสัตว์ อยากช่วยชีวิตสัตว์โลก! หรือไม่ก็นึกว่ามึงจะเอาหมูไปขายต่อทำทุน! แต่นี่มึงวิ่งเหนื่อยแทบตายเพื่อเอาหมูมาส่งเข้าไลน์เชือด! มึงโดนผีบ้าตัวไหนเข้าสิงวะไอ้ก้อน! แล้วที่มึงพึมพำว่า 'รอดไปอีกเจ็ดวัน' มันหมายความว่ายังไง!”
ก้อนเมฆยักไหล่ ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนึกถึงกฎอันน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดมันออกมา เพราะรู้ดีว่าถ้าพูดเื่ลึกลับเหนือธรรมชาติออกไป จ๊อดคงได้พาเขาไปส่งโรงพยาบาลบ้าแน่นอน
“กูแค่... อยากทำบุญมั้ง” ก้อนเมฆอ้อมแอ้มตอบ
“ทำบุญบ้านมึงสิเอาหมูมาปล่อยโรงเชือด! นี่มันทำบาปชัดๆ!” จ๊อดกุมหัวตัวเองด้วยความสับสน “มึงมีอะไรปิดบังกูอยู่ใช่ไหมไอ้ก้อน ่สัปดาห์ที่ผ่านมามึงดูแปลกๆ ไป มึงชอบเหม่อมองบนหัวคนอื่น มองบนหัวหมา บนหัวไก่ แล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้... มึงเป็อะไรกันแน่มีความลับอะไรไม่บอกกูเหรอ?”
ก้อนเมฆไม่ตอบ เขาทำเพียงถอนหายใจยาว พลางก้าวขาเดินนำหน้าจ๊อดกลับไปตามถนนสายเล็กๆ ทางเข้าหมู่บ้าน แสงไฟข้างทางเริ่มส่องสว่างขึ้นทีละดวง ความเงียบยามพลบค่ำเข้ามาแทนที่
ขณะที่สองเกลอกำลังเดินอยู่นั้นเอง... ลมเย็นวูบหนึ่งก็พัดผ่านหลังคอของก้อนเมฆไปอย่างน่าขนลุก
ก้อนเมฆชะงักเท้ากึก! สายตาของเขามองไปที่ม้านั่งหินอ่อนข้างร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย
ตรงนั้น... มีชายแก่แต่งตัวด้วยชุดสูทสีดำสนิทเนียบกริ๊บ สวมหมวกทรงสูงสไตล์โบราณ นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเก่ากึกอยู่คนเดียว ชายแก่คนนั้นค่อยๆ ลดหนังสือพิมพ์ลง ชายตาขึ้นมาสบตากับก้อนเมฆตรงๆ
รอยยิ้มปริศนาปรากฏขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่นของชายแก่ ชายคนนั้นยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่หัวของก้อนเมฆ แล้วทำปากเป็คำพูดโดยไม่มีเสียงว่า:
“แต้มแรก... ผ่านไปได้ด้วยดีนะ ไอ้หนุ่ม”
ก้อนเมฆเบิกตากว้าง อุณหภูมิในร่างกายลดวูบลงทันที! ชายคนนี้เป็ใคร? ทำไมถึงรู้เื่แต้ม?!
ยังไม่ทันที่ก้อนเมฆจะได้เอ่ยปากถาม ชายแก่คนนั้นก็ลุกขึ้นยืน ก้าวเดินหายลับไปหลังกำแพงอย่างรวดเร็วผิดมนุษย์มะนา!
“เฮ้ย! ไอ้ก้อน! มึงหยุดยืนจ้องม้านั่งว่างๆ ทำไมวะ? เดินต่อดิ กูหิวข้าวแล้ว!” จ๊อดะโเรียกสติพลางสะกิดแขนก้อนเมฆยิกๆ
ก้อนเมฆหันไปมองม้านั่งหินอ่อนอีกครั้ง... มันว่างเปล่า ไม่มีใครนั่งอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่คนเดียว!
ความเย็นวาบวิ่งเกาะจับขั้วหัวใจของก้อนเมฆอีกครั้ง ปริศนานี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ... และเ้าของรอยยิ้มปริศนานั้น กำลังจับตามองทุกการเคลื่อนไหวของเขาอยู่!
.