แฮก..แฮก!
"โอ๊ย เหนื่อยเป็นบ้าเลย"
ชุนพึมพำเสียงเบาด้วยความเหนื่อยล้าพร้อมทิ้งตัวนั่งกับพื้นหลังจากสับตีนแตกมากว่าสิบกิโลเมตรหนีความอันตราย เสียงของเฮ่ยหงพลันร้องเตือน
"อย่านั่งนายท่าน รีบมุ่งไปคว้าศิลาวิญญาณใต้กองใบไม้ด้านหน้าก่อนเร็ว"
ชุนสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงตกใจของเฮ่ยหง ร่างกายเขาขยับไปตามคำบอกของมันตามสัญชาตญาณ การพุ่งไปคว้าศิลาวิญญาณของชุนยังทำให้ใบไม้ปลิวว่อนไปพร้อมๆกับเศษฝุ่น เขาจึงหยิบศิลาวิญญาณมาได้ง่ายๆไม่ต้องเสียเวลาคลำหาและเขายังถอยกลับมายังจุดเดิมทันที เพราะเขารู้สึกว่ามีบางอย่างพุ่งมาเพื่อแย่งศิลาวิญญาณกับเขา ช่วงเวลาเดียวกันเฮ่ยหงกับจินไป๋ได้กลับเข้าไปในร่างของเขา
หลังจากใบไม้และเศษฝุ่นตกลงสู่พื้นจนบางตา ชุนมองเห็นสิ่งที่พุ่งมาเพื่อแย่งศิลาวิญญาณจากเขาชัดเจน เป็นหญิงสาวสวมชุดโบราณสีเขียวอ่อนดูหรูหรา ใบหน้าเธอราวกับเด็กสิบหกสิบเจ็ด รูปร่างเธอมีเสน่ห์ดึงดูดผู้ชายทั่วไปได้ง่ายๆ เสียอย่างเดียวคือใบหน้าและสายตาเธอมองชุนเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
"กล้าแย่งศิลาวิญญาณไป รอปู่ข้ามาก่อนเถอะเจ้าไม่ตายดีแน่"
"เฮ้ยยย! ถามจริงใคร...แย่ง! หยิบก่อนได้ก่อน อยู่ในมือใครก็เป็นของคนนั้น"
ชุนกำศิลาวิญญาณในมือขวาแน่น เขาแอบเก็บมันเข้าไปในไอเท็มบ๊อกเงียบๆ ไม่ให้หญิงสาวรู้ตัว อีกทั้งเขาไม่อยากเสียเวลามีเรื่องกับเธอ เพราะร่างกายยังอ่อนแรง..สู้ไปไม่เจ็บก็เจ็บหนัก เขาจึงเลือกหลบหนีแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา
ฟุบ!
"จะหนีไปไหน"
น้ำเสียงไม่พอใจของหญิงสาวดังตามชุนมาติดๆ แต่ชุนยังฝืนร่างกายให้วิ่งไปบนต้นไม้อย่างรวดเร็ว ถึงเขาจะเหนื่อยแทบขาดใจ
"ถ้าไม่หยุด! แกต้องกลายเป็นศพไร้ญาติอยู่ในป่าต้องสาป"
'หยุดให้โง่น่ะสิอีผีบ้า'
ชุนก่นด่าหญิงสาวในใจพลางวิ่งต่อไปจนลืมความเหนื่อยล้า
กว่าหนึ่งชั่วโมงผ่านไป
ป่าต้องสาปเริ่มถูกความมืดปกคลุม ชุนที่สลัดหญิงสาวหลุดแล้วได้นั่งพักบนต้นไม้ตามคำบอกของจินไป๋ เพราะมันบอกเขาว่าบนต้นไม้ปลอดภัย
"เหนื่อยเป็นบ้า ได้นั่งพักเงียบซะที"
ชุนบ่นพึมพำพร้อมนำเสบียงอาหารจากไอเท็มบ๊อกออกมาอันหนึ่ง เสบียงที่เขาเอาออกมาเป็นขนมแท่งไม่ใหญ่นัก แต่เขากินมันเพียงแท่งเดียวสามารถทำให้ท้องอิ่มได้
'เจ้านายพักให้ร่างกายกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์เสียก่อน ค่อยใช้ศิลาวิญญาณบ่มเพาะ..ยามท่านหลับพวกเราจะคอยปกป้อง'
เสียงของจินไป๋กบ่าวแทนเฮ่ยหง หลังจากนั้นชุนได้ผล็อยหลับไป ขณะที่เขาหลับจินไป๋กับเฮ่ยหงพุ่งออกมาจากร่างกายและบินวนอยู่รอบตัวเขา ทุกๆสามถึงสิบนาที จินไป๋หรือไม่ก็เฮ่ยหงจะบินหายไปและกลับมาอย่างรวดเร็วเหมือนไปฆ่าอะไรสักอย่างมา
ด้านชุนไม่ได้หลับไปแบบธรรมดา เขาฝันเห็นร่างกายทั้งภายในและภายนอกที่ไม่เหมือนคนทั่วไป ร่างกายเขาเหมือนจะแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ภายในเห็นเส้นลมปราณส่องแสงสีแดงจางๆถูกส่งมาจากตันเถียน มีเพียงหัวใจส่องแสงสีทองซึ่งโซ่ตรวนผนึกไว้ ไม่งั้นเส้นลมปราณของชุนจะส่องแสงสีทองและร่างกายยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่ชุนบาดเจ็บได้ง่าย เขาอ่อนแอลงแทบจะไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป ยกเว้นชุนจะฝึกฝนให้พลังในตันเถียนเทียบเท่ากับในหัวใจหรือปลดปล่อยพลังในหัวใจเป็นระยะเวลาหนึ่งปีมาพัฒนาร่างกาย เอาจริงๆนอกจากกระดูก กล้ามเนื้อและอวัยวะสำคัญบางส่วนสามารถต้านลูกกระสุนปืนได้ง่ายๆ แค่เขาโชคร้ายเจอเรื่องหนักๆ ส่วนเรื่องสำคัญที่สุดคงไม่พ้นเรื่องที่วิญญาณนำทางกำลังคุยกัน
"นี่ๆเจ้าว่านายท่านจะพัฒนาได้เร็วขนาดไหน ถูกส่งมายังดินแดนวิญญาณ ร่างกายถูกลดทอนพละกำลังไปจากคนผู้นั้นหลายขุม ขืนไม่ให้เขาใช้พลังเซียนต้องตายไร้ที่กลบฝังอยู่ในป่าเป็นผีไร้ญาติ"
"จะห่วงอะไร มีพวกเราทั้งสองคิดทำลายทั้งดินแดนวิญญาณยังได้ จะต้องกลัวตัวอะไรอีก...แต่อย่าให้นายท่านรู้จะดีกว่า มันส่งผลต่อการพัฒนาเขามาก ยิ่งช่วงเวลาที่กำลังเริ่มต้นใหม่จะยากยิ่งกว่าอะไร ปล่อยให้นายท่านสร้างรากฐานเดินสู่เส้นทางฝึกตนแท้จริง ไม่เกินร้อยปีคงบรรลุระดับเซียน"
. . .
รุ่งเช้า!
'นายท่านตื่นได้แล้ว ท่านหลับมาตั้งหลายชั่วโมงหรือท่านตายไปแล้ว!'
เฮ่ยหงปลุกชุนผ่านกระแสจิต น่าเสียดายไม่ว่าจะส่งไปเท่าไหร่ชุนยังคงหลับบนกิ่งไม้อย่างสบายใจ
'นายท่านตื่นเร็วช่วงเวลานี้บรรยากาศดีเยี่ยม มันช่วยให้ท่านสามารถบ่มเพาะอย่างมีสมาธิได้ง่าย'
"นายท่าน!"
จินไป๋ตะโกนเรียกชุนเสียงดังลั่น เห็นว่าชุนยังคงไม่ยอมตื่นบวกกับอากาศเย็นสบายคงนอนหลับเพลิน เฮ่ยหงจึงถือวิสาสะ เอาศิลาวิญญาณออกมาจากไอเทมบ๊อกของชุน จากนั้นมันร่วมมือกับจินไป๋ใช้พลังที่ไม่เห็นจัดให้ชุนอยู่ในท่านั่งสมาธิบนกิ่งไม้หนาเอาดื้อๆ ฝ่ามือทั้งสองข้างมันยังจัดให้อยู่ตรงตันเถียนพอดีเป๊ะ ก่อนจะเอาศิลาวิญญาณไปวางบนฝ่ามือของชุน
วินาทีที่ว่างศิลาวิญญาณลงไปร่างกายชุนตอบสนองการบ่มเพาะอย่างไม่น่าเชื่อ สติของชุนยังกลับคืนมาและรับรู้ทุกอย่างถึงจะงงอยู่หน่อยก็ตาม กระนั้นเขายังคงไม่ลืมตาตื่น
วูบ! วาบ!
คลื่นพลังปราณสีฟ้าเข้มไหลทะลักออกมาจากศิลาวิญญาณครอบคลุมร่างกายของชุนเอาไว้ เขาค่อยๆดูซับมันผ่านร่างกายเข้ามาสู่เส้นลมปราณและหมุนเวียนพลังปราณไปสู่ตันเถียนทั้งๆที่ไม่เคยหมุนเวียนลมปราณมาก่อน
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ชุนค่อยๆดูดซับพลังปราณจากศิลาวิญญาณเข้าสู่ตันเถียน พอมาถึงระดับหนึ่ง พลังปราณได้หมุนวนไปสู่เส้นลมปราณและไหลเข้าไปในเส้นเลือด แยกไปสู่เส้นประสาท กล้ามเนื้อ กระดูกและเส้นเอ็น ก่อนจะวนกลับสู่ตันเถียน
ตามปกติลมปราณหมุนวนไปต้องมีสิ่งสกปรกถูกขับจากรูขุมขนทั่วร่างกาย แต่ชุนไม่มีเพราะก่อนหน้านี้ร่างกายชุนมีพลังเวทมนตร์ไหลเวียน ทำให้สิ่งที่ออกมาเป็นลมปราณไม่บริสุทธิ์ที่ถูกร่างกายขับออกมา พอลมปราณไม่บริสุทธิ์ออกมาจากร่างกายชุนมันได้หายเหมือนธาตุอากาศ
สามวันผ่านไป
ชุนดูดซับพลังปราณจากศิลาวิญญาณหมดเกลี้ยง จากศิลาวิญญาณล้ำค่ากลายเป็นศิลาธรรมดา ส่วนพลังปราณของชุนได้ยกระดับไปขั้นสัมผัสวิญญาณ เขาจึงรับรู้การมีอยู่ของลมปราณในอากาศได้ชัดเจนถึงจะเบาบางก็ตาม นอกจากรับรู้ลมปราณในอากาศได้ชัดเจน ชุนยังรู้สึกได้ถึงพลังปราณจากสิ่งต่างๆ...จากที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน พลังปราณยังมีสีแดงเข้มขึ้น เพิ่มขึ้นและหนาแน่นกว่าเดิมเล็กน้อย
เมื่อชุนลืมตา จินไป๋ได้บินกลับเข้าไปในร่างของชุนพร้อมกับเฮ่ยหง แล้วแสดงความยินดีกับชุน
'ขอแสดงความยินดีนายท่าน ท่านก้าวหน้าขึ้นแล้ว ซ้ำยังใช้เคล็ดวิชาโคจรลมปราณเทพอสูรได้ หากท่านหาศิลาวิญญาณก้อนใหญ่อีกสองสามก้อนมาบ่มเพาะไปถึงขั้นปราณแท้จริง..ย่อมฝึกวิชาคุมโลหิตอย่างปลอดภัย ถ้าท่านยังออกจากป่าไม่ได้ก็ลองฝึกใช้วิชาแปลงอสูร ท่านจะได้ผ่านป่าไปได้ง่ายดาย เพราะสัตว์วิญญาณบางชนิดมันอยู่กันเป็นฝูง สัตว์อื่นไม่กล้าเข้าไปยุ่ง'
"เฮ้ย! แล้วพวกแกจะไปไหน"
ชุนถาม
'สามวันที่ผ่านมาข้ากับเฮ่ยหงฆ่าสัตว์ร้ายกล้าแกร่งไปมาก..ให้พวกเราพักกันเถิดนายท่าน...ระหว่างนี้ท่านจำเป็นต้องเดินไปเก็บวิญญาณ หากรีบเสียหน่อยท่านอาจได้หัวใจสดๆ'
ระบบเทพอสูร ชุน(ผู้สืบทอดมรดกเทพอสูร) อายุ 18 ฉายา:นักล่าเลือดเย็น ระดับพลังเวทมนตร์ เทพศักดิ์สิทธิ์ ขั้น 1
ระดับพลังปราณ สัมผัสปราณ
สายเลือดมังกรโบราณ กายาเทพมังกร ชีพจรเทพอสูร วิญญาณเทพอสูร