ตอนที่ 2
ทางเลือกของคนสิ้นหวัง
ตะวันคล้อยต่ำลงจนแตะยอดเขาอากาศที่หนาวเย็นอยู่แล้วยิ่งทวีความเย็นขึ้นเป็เท่าตัวหมี่หรานหรานแบกตะกร้าไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยฟืนและผักป่าใบเหี่ยวๆ กลับมาถึงบ้านกระท่อมดินเหนียวที่ทรุดโทรมขาทั้งสองข้างของเด็กน้อยสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าและความหิวโหยทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตู หัวใจดวงน้อยก็แทบจะหยุดเต้น
“ท่านยาย!”
เสียงะโเรียกดังลั่นกระท่อมหรานหรานทิ้งตะกร้าลงพื้นอย่างไม่ไยดี ร่างเล็กถลันเข้าไปที่หน้าเตียงเตาภาพที่เห็นทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดวันพังทลายลงมาร่างของหญิงชราไม่ได้นอนหายใจอย่างสงบเหมือนเมื่อตอนเช้าทว่ากำลังหอบกระเส่าอย่างรุนแรง ใบหน้าที่เคยซีดเซียวบัดนี้แดงก่ำริมฝีปากแห้งผากมีคราบเืสีเข้มเกรอะกรังและที่น่ากลัวที่สุดคือแอ่งเืกองเล็กๆ บนผ้าห่มเก่าๆ ที่ยายของนางเพิ่งจะไอออกมา
“ท่านยาย...ท่านยายลืมตาดูข้าสิ!ข้ากลับมาแล้ว หรานหรานกลับมาแล้ว!”
เด็กหญิงเขย่าร่างผอมบางนั้นอย่างตื่นตระหนกมือเล็กๆ พยายามเช็ดคราบเืออกจากปากของยาย แต่มือของนางก็สั่นจนทำได้เพียงละเลงคราบเืนั้นให้เปรอะเปื้อนยิ่งขึ้นหญิงชราปรือตาขึ้นมาเพียงเล็กน้อยดวงตาฝ้าฟางมองหลานสาวด้วยความปวดร้าวก่อนจะหมดสติไปอีกครั้งลมหายใจรวยรินจนแทบััไม่ได้
‘ไม่ได้...ท่านยายจะตายไม่ได้!’
ความตื่นตระหนกถูกแทนที่ด้วยความสิ้นหวังหรานหรานลุกพรวดขึ้น นางวิ่งไปคว้าฟืนมัดใหญ่ที่สุดที่เพิ่งเก็บมาได้รวมถึงสมุนไพรป่าราคาถูกสองสามต้นที่อุตส่าห์ดั้นด้นปีนขึ้นไปเก็บตรงหน้าผานางวิ่งออกจากบ้านด้วยเท้าเปล่าเปลือยมุ่งหน้ากลับไปยังโรงหมอสกุลจางที่เพิ่งเดินผ่านมาเมื่อตอนกลางวัน
ถนนในหมู่บ้านเวลานี้เริ่มเงียบเหงาผู้คนต่างหลบความหนาวเย็นอยู่ในบ้านมีเพียงเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งกระหืดกระหอบฝ่าลมหนาวจนแก้มและจมูกแดงก่ำทันทีที่ไปถึงหน้าโรงหมอ หรานหรานไม่รอช้า นางผลักประตูไม้เข้าไปอย่างแรง
“เถ้าแก่จาง!เถ้าแก่จาง! ได้โปรดเถอะเ้าค่ะ ช่วยยายของข้าด้วย!” เสียงเล็กๆ ะโลั่นร้าน
เถ้าแก่จางชายวัยกลางคนร่างท้วมที่สวมชุดไหมบุนวมอย่างดีชะงักมือจากการดีดลูกคิดเขาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าใครเป็ผู้มาเยือนในเวลานี้กลิ่นดินโคลนและสภาพซอมซ่อของเด็กหญิงทำให้เขาดึงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูกด้วยความรังเกียจ
“เอะอะโวยวายอะไรของเ้านังหนู!ที่นี่โรงหมอ ไม่ใช่โรงทาน ออกไปๆ ร้านข้าสกปรกหมดแล้ว”เถ้าแก่จางโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ
หรานหรานรีบคุกเข่าลงกับพื้นกระดานที่เย็นเฉียบเด็กน้อยวางมัดฟืนและสมุนไพรป่าลงตรงหน้าอย่างทะนุถนอม
“เถ้าแก่จางยายของข้ากระอักเื นางกำลังจะตาย ได้โปรดไปดูอาการนางสักนิดเถอะเ้าค่ะข้ามีฟืน ข้ามีสมุนไพร...ข้าจะทำงานใช้หนี้ให้ท่าน ข้าจะผ่าฟืน ตักน้ำ ซักผ้า หรืออะไรก็ได้ที่ท่าน้าข้ายอมทำทุกอย่าง!”
เด็กหญิงก้มศีรษะโขกลงกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนหน้าผากบวมแดงหวังเพียงให้คนตรงหน้าเกิดความเมตตา ทว่าเถ้าแก่จางกลับแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน
“ฟืนเปียกชื้นกับวัชพืชไร้ราคาสองสามต้นของเ้าจะเอามาจ่ายค่ายาของข้าได้อย่างไร ยาของข้าล้วนเป็ของชั้นดี โสมเอย เขากวางเอยเ้าคิดว่าชีวิตยายแก่ๆ ที่ใกล้ลงโลงของเ้ามีค่าพอจะแลกกับสมุนไพรพวกนี้งั้นรึ”เถ้าแก่จางเดินอ้อมโต๊ะมาเตะมัดฟืนของหรานหรานจนกระจัดกระจาย
“ไสหัวไป!ก่อนที่ข้าจะเรียกคนมาทุบตีเ้า ข้อหามารบกวนการค้าขายของข้า!”
คำพูดดูถูกและเย้ยหยันเ่าั้ทำให้หัวใจดวงน้อยแทบจะร้าวรานหรานหรานเงยหน้าขึ้นมองเถ้าแก่จางด้วยดวงตาที่แดงก่ำ น้ำตาแห่งความคับแค้นใจไหลอาบแก้มนางค่อยๆ ก้มลงเก็บฟืนและสมุนไพรของตนขึ้นมาทีละชิ้นก่อนจะหันหลังเดินออกจากโรงหมอไปเงียบๆ
เสียงหัวเราะหยามเหยียดของเถ้าแก่จางยังคงดังก้องอยู่ในหูหรานหรานเดินกลับบ้านอย่างเลื่อนลอย ความมืดมิดของรัตติกาลเริ่มกลืนกินหมู่บ้านเช่นเดียวกับความมืดมิดที่เริ่มกัดกินจิตใจของเด็กหญิงบริสุทธิ์
เมื่อกลับมาถึงบ้านลมหายใจของยายยิ่งแ่เบาลงทุกขณะ หรานหรานนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงกุมมือที่เย็นเฉียบของยายเอาไว้แนบแก้ม นางรู้ดีว่าหากพ้นคืนนี้ไปยายของนางคงไม่มีชีวิตรอดอีกแล้ว
‘ข้าจะปล่อยให้เป็แบบนี้ไม่ได้ข้าเหลือท่านยายแค่คนเดียวในชีวิต’
สายตาของเด็กหญิงเหลือบไปมองความมืดนอกหน้าต่างภาพตู้ยาไม้ของโรงหมอสกุลจางผุดขึ้นมาในความคิดลิ้นชักที่สองจากแถวบนสุด...นางจำได้ติดตาว่าเถ้าแก่จางเก็บโสมชั้นดีเอาไว้ในนั้นโสมที่สามารถต่อลมหายใจให้ยายได้
ศีลธรรม ความถูกต้องและคำสอนของยายที่ให้เป็คนซื่อสัตย์กำลังตีรวนกับความรักและความปรารถนาที่จะรั้งชีวิตของสายเืเพียงคนเดียวเอาไว้
“ท่านยาย...ข้าขอโทษข้าจะเป็เด็กไม่ดีแค่ครั้งเดียว...แค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
เด็กหญิงกระซิบเสียงแ่เบากับร่างที่ไม่ได้สตินางปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างลวกๆ แววตาที่เคยวิตกกังวลแปรเปลี่ยนเป็ความเด็ดเดี่ยวเกินกว่าเด็กสิบขวบจะพึงมี
หรานหรานหยิบผ้าขี้ริ้วผืนหนึ่งมาโพกปิดบังใบหน้าครึ่งล่างนางกระชับเสื้อตัวบางให้แน่นขึ้น แล้วก้าวเท้าออกจากกระท่อมไปในความมืดมิดทิ้งแสงสลัวของตะเกียงดวงสุดท้ายไว้ข้างหลัง มุ่งหน้าสู่เส้นทางแห่งการลักขโมยที่นางไม่มีวันหันหลังกลับมาได้อีก