ตอน 28 ลากไปถึงหายนะ
"หยุดก่อน " เสียงอ๋องเผิงรุ่ยตะโกนดังขึ้น
"เช่นนั้นพ่อจะให้พวกเจ้าได้สมหวังในใจของข้านี้จะทนเห็นบุตรจากไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากนอกเมืองได้อย่างไร" อ๋องเผิงรุ่ยเรียกพวกเขาทั้งสองกลับมา พร้อมอ้าแขนรอรับกอดจากบุตรสาว
"ชุนอี้หวันไม่มีพ่อคนไหนไม่อยากเห็นความสุขของลูกหรอก แต่การเป็นผู้นำคนบางเรื่องก็ทำตามใจตัวเองไม่ได้ ครั้งนี้พ่อยอมตามใจเจ้าหวังว่าสักวันเจ้าจะโตขึ้นและมีเหตุผลมากกว่านี้"บิดาโอบกอดและพูดสั่งสอนลูกในเวลาเดียวกัน
ทว่าเหตุการณ์ที่แนวรบไม่น่านิ่งนอนใจ การสู้รบลากยาวมานานถึง 6 เดือนยังไม่มีฝ่ายใดรู้แพ้รู้ชนะ
"ท่านอ๋องขอรับ มีเรื่องด่วนขอรับที่แนวรบของเรานั้นกำลังพลอ่อนลงมากเกรงว่าครั้งนี้ท่านคงต้องได้ไปควบคุมด้วยตนเอง"แม่ทัพใหญ่ของแคว้นเฉียงเร่งร้อนมาจากแดนรบเพื่อรายงานเรื่องด่วน
"ท่านพ่อ ข้าขอติดตามไปด้วย "เพื่อตอบแทนที่พ่อยอมตกลงให้นางแต่งงาน อี้หวันจึงขอติดตามไปยังแดนรบเพื่อเรียนรู้กลศึกตามที่พ่อปรารถนามาโดยตลอด
"ดีจริงๆในทึ่สุดลูกข้าก็ยินยอมที่จะเรียนรู้การเป็นผู้นำแล้ว หากวันใดข้าตายไปก็คงวางใจได้ ที่เจ้าจะขึ้นปกครองแคว้นแทน" สองพ่อลูกออกไปจากจวนพร้อมกัน
ในจวนอันโอ่อ่า เหลือเพียงโม่เติ้งถูผู้เดียว ทำให้เขามีเวลาที่จะเสาะหาสืบค้นจุดอ่อนของฝ่ายศัตรูมากยิ่งขึ้น
กระทั่งเติ้งถูเข้าไปพบเข้ากับแผนลับขั้นสุดยอดของแคว้นเฉียงก็คือตำราเก่าๆที่ในนั้นบอกเกี่ยวกับการทำดินปืน และรถปืนไฟขนาดใหญ่สำหรับทำสงครามนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแคว้นเฉียงถึงต้านกองทัพของหลายแคว้นได้ดีมาโดยตลอด
โม่เติ้งถูฉลาดมากกว่านั้น แทนที่เขาจะทำลายตำราเล่มนั้นทิ้งซะเขากลับคัดลอกตำรานั้น แล้วส่งกลับไปยังเมืองหลวงสั่งเร่งให้ลู่เปียนสร้างรถปืนไฟขนาดใหญ่นั้น เพื่อเป็นกำลังหนุนกองทัพในเร็ววัน
เมื่อสงครามเริ่มเบากำลังลง ขุนนางเริ่มหารือกันเกี่ยวกับการจัดงานแต่งมีทั้งฝ่ายที่คัดค้าน และฝ่ายที่เห็นด้วย
เพราะการแต่งงานครั้งนี้เอง ทำให้ภายในราชสำนักต้องปั่นป่วนขุนนางสองฝ่ายทะเลาะกันใหญ่โต เกิดเรื่องบาดหมางแตกแยก ศึกนอกเมืองก็หนักหนาศึกในเมืองก็เหมือนคลื่นใต้น้ำที่ไร้ทิศ เพราะคนในขัดแย้งกันเอง
เป็นเช่นนั้นแล้ว ก็เข้าทางเติ้งถู ในใจของเขายังไม่อยากให้งานแต่งจัดขึ้นเร็วนัก เพราะเขาต้องการที่จะถ่วงเวลาเอาไว้
วันที่เขาแต่งกับนางตามที่วางแผนไว้จะเป็นวันที่เขานำกองทัพบุกสังหารคนแคว้นเฉียงให้หมดอีกทั้งรถปืนไฟยังสร้างไม่เสร็จ เขาจะไม่ปล่อยให้แผนการสูญเปล่าแน่
5 เดือนผ่านไป ไวเหมือนโกหก
แผนการที่เฝ้าวางไว้อย่างแยบยลดำเนินมาถึงปลายทางเสียทีและในวันนั้นเอง กองทัพลั่วหยางก็ถอนกำลังลงเสียดื้อๆ แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
มันก็ยิ่งทำให้อ๋องเผิงรุ่ยนิ่งนอนใจจากที่มีใจพะว้าพะวังเกี่ยวกับการรอรับต้านศึกของฝั่งศัตรูตลอด เขาก็เริ่มเบาใจหันมามุ่งเป้ายินดีกับงานมงคลของบุตรสาวเต็มที่
พิธีมงคลเหมือนว่าจะดำเนินไปด้วยดี ราบรื่นมาโดยตลอดกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสม หนุ่มสาวคำนับพ่อแม่ คำนับบรรพชน คำนับแขกคำนับกันและกัน จังหวะที่ควงแขนดื่มเหล้ามงคล เขากลับเทราดเหล้าบนจอกลงพื้นราดยาวต่อหน้าอี้หวัน
*การเทเหล้าจากจอกราดพื้นเป็นการแสดงถึงการรำลึกถึงผู้ตายเท่านั้น*
ทันทีที่อ๋องเผิงรุ่ยเห็น ถึงขั้นนั่งไม่ติดโต๊ะ สีหน้าที่ชื่นมื่นเปลี่ยนเป็นหลังมือ หุบยิ้ม ใบหน้าบึ้งตึง ปากบิดคว่ำ มือตบโต๊ะเสียงดังเพี้ยะ
"บังอาจ ทำเรื่องอัปมงคลในวันแต่งงานของตัวเองช่างไร้กาลเทศะเสียจริง" อ๋องเผิงรุ่ยโวยวายยกใหญ่โกรธกริ้วจนหูแดง
"ท่านพ่อโปรดระงับโทสะด้วย เหริ่นหลุนไม่รู้ความเขาเป็นเพียงงคนไร้เดียงสา ต่อไปอี้หวันจะสอนมารยาทของเขาให้ดีจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ท่านพ่อโปรดวางใจ ถือว่าไว้หน้าข้าสักครั้งเถอะ" เพื่อระงับความโกรธของอ๋องเผิงรุ่ย อี้หวันถึงขั้นคุกเข่าขอร้อง
"หึหึข้าไม่ได้ไร้เดียงสาอะไรทั้งนั้น จะบอกว่าข้าไม่รู้ความงั้นเหรอ ผิดแล้วๆๆๆแม่นางน้อยผู้อ่อนต่อโลก "
"ที่ข้ารินเหล้ารดพื้นไม่ได้ไว้อาลัยต่อผู้ใดทั้งนั้น แต่ข้าไว้อาลัยให้แก่พี่น้องของข้า ที่ตายในสนามรบและไว้อาลัยให้พวกเจ้า ที่จะต้องตายในอีกไม่ช้า!!!" โม่เติ้งถูเริ่มที่จะเผยตัวตนออกมา
"เหริ่นหลุน นี่เจ้าพูดอะไรของเจ้าเจ้าป่วยหรือไม่" อี้หวันได้ยินอย่างนั้นแล้ว ก็ยังพยายามหลอกตัวเองทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจเต็มอก ว่าเขาคือคนของลั่วหยาง
อ๋องเผิงรุ่ยโกรธจนตัวสั่น ในใจไม่อาจอภัยให้เขาได้สั่งให้ทหารจับกุมตัวเติ้งถูไปสังหาร
แน่นอนว่าเติ้งถูผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้ามีหรือจะยอมให้จับได้ง่ายๆเขาชักดาบออกมาสังหารคนที่เข้าใกล้จนสิ้นใจ
เห็นท่าไม่ค่อยดี สตรีอันดับหนึ่งอย่างนางยอมจับดาบพุ่งเข้าหาผู้ที่กำลังจะขึ้นชื่อว่าเป็นสามีทั้งสองประมือกันอยู่พักใหญ่ไม่รู้แพ้ไม่รู้ชนะ
"เหริ่นหลุน นี่เจ้ายอมแพ้ให้ข้าหรือเหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมเป็นคนของข้า ทั้งที่ทุกอย่างก็ราบรื่นดี"อี้หวันไม่เข้าใจความต้องการของเขา ว่าทำแบบนี้ไปเพราะอะไร แต่ทว่าชั่วพริบตาเดียวอี้หวันถึงขั้นต้องร้องอ๋อ
เมื่อกองกำลังพลมากมายบุกฝ่าเข้าล้อมจวนอ๋องได้ถึงด้านใน
"ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับกำลังพลของท่านพร้อมแล้ว" ชิวเยี่ยวิ่งเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้าเติ้งถูพร้อมพูดเผยฐานะ
"ที่แท้ เจ้ามันก็เป็นพวกหลอกลวงเจ้าจำทุกอย่างได้ แต่จงใจเข้าหาข้าเพราะมีแผนการ"อี้หวันรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดและผิดหวังกับรักแรกเป็นอย่างมาก
"ข้าน่ะหรอที่เข้าหาเจ้ามิใช่ว่าเจ้าจงใจสะกิดจุดตายให้เข้าสลบ และพาข้าไปที่เรือนนอกของเจ้าหรือไร" เติ้งถูพูดตอกหน้านางอย่างเจ็บแสบ
"ข้าจะบอกให้ว่าข้าไม่เคยเสียความทรงจำเลยแม้แต่วินาทีเดียว ที่ผ่านมาเป็นแค่การละครทั้งนั้นจำเอาไว้ ข้าโม่เติ้งถู แม่ทัพใหญ่แห่งลั่วหยางมิใช่เจ้าโง่ป๋ายเหริ่นหลุนที่เจ้าให้ข้าเป็นชั่วชีวิตนี้ข้าภักดีต่อลั่วหยางเท่านั้น" เขาพูดทั้งหมดได้แบบไม่อายปาก
"ที่สำคัญไปกว่านั้นข้าจะแต่งซ้ำสองได้อย่างไรในเมื่อฮูหยินสุดที่รักของข้ารออยู่ที่จวนอย่างใจจดใจจ่อ"
ผู้เป็นพ่ออย่างอ๋องเผิงรุ่ยจะยอมได้อย่างไรที่จะเห็นลูกสาวเสียใจปานนั้น เขาชักดาบออกมา สั่งทหารที่เหลือเพียงน้อยนิดสู้จนตัวตาย คนเลือดเย็นอย่างโม่เติ้งถูไม่รอช้า สั่งสังหารไม่เลือก อีกทั้งการรบลาฆ่าฟันที่ยาวนานก็จบลงเสียที
วันนี้เป็นวันมงคลของแคว้นเฉียงและเป็นวันล่มสลายของแคว้นเฉียงเช่นกัน โม่เติ้งถูสังหารทุกคนแม้กระทั่งอ๋องเผิงรุ่ยก็ตายภายใต้คมดาบของเขาจะปล่อยให้เหลือชีวิตรอดก็มีแค่ชุนอี้หวันเท่านั้น
"เห็นแก่ที่เจ้าดีกับข้ามาตลอดข้าจะไว้ชีวิตเจ้า บัดนี้แคว้นเฉียงแตกพ่าย ตกเป็นดินแดนของลั่วหยาง ไปเถอะช้ากว่านี้ลู่เปียนคงไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่"
"ฮะ ฮะฮ่าาาา น่าขันจริงๆข้าคิดว่าข้าเป็นหนึ่งในใต้หล้าไม่มีสอง คิดว่าข้าฉลาดกว่าผู้ใดกลับพลาดท่าให้เจ้าเสียง่ายๆ มีรักก็เหมือนดื่มยาพิษ ข้าเองน่าจะเชื่อท่านพ่อตั้งแต่แรก"
"บัดนี้ทุกคนที่ข้ารักสิ้นแล้วตัวข้านั้นมีชีวิตอยู่ จะมีประโยชน์อะไร " อี้หวันเสียใจสุดขีดคุกเข่าพูด....ยอมต่อความพ่ายแพ้ ชิงยกดาบสังหารตัวเองจนสิ้นใจต่อหน้าชายที่ตนรัก