ตอนที่ 42 กายาปราน
บรรยากาศรอบลานกว้างเป็นหนักอึ้งพวกมันต่างเว้นระยะจากร่างของสองหนุ่มออกมา เว้นที่ให้พวกมันประชันยุทธ์กันฝ่ายสกุลถังนั่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มสีหน้าแสดงความมั่นใจ ฝ่ายสำนักไผ่เขียวนั้นแฝงแวววิตกกังวลอยู่บ้าง
เจียงหวู่เฉินและถังห่าวประสานสายตากันรอบด้านเกิดกระแสลมตีวงออกเป็นระลอก มีจุดศูนย์กลางจากร่างทั้งสองชายเสื้อคลุมทั้งคู่ต่างพัดโบกตามแรงลม
ถังห่าวยิ้มเย็นแววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ “เนื่องจากเดี๋ยวจะหาว่าข้ารังแกคนอ่อนแอข้าขอใช้มือเดียวแล้วกัน”
ถังเว่ยเมื่อดูแล้วไม่สามารถยับยั้งสถานการน์ได้จึงได้แต่กล่าว “สุกลถังและสำนักไผ่เขียวย่อมเป็นเหมือนสำนักพี่สำนักน้อง ไม่ควรลงมือเกินเหตุ ลงมือแค่พอรู้ผลแพ้ชนะ เข้าใจหรือไม่?”
ทั้งสองพยักหน้ารับ ถังห่าวท้าทายให้เจียงหวู่เฉินโจมตีก่อนเสี่ยวไป๋ร้องตะโกนเชียร์ให้กำลังใจ
“รับมือ!”
เจียงหวู่เฉินโคจรลมปราณไปทั่วร่างพุ่งไปข้างหน้าดุดกระสุนปืนมือซ้ายไผล่หลัง ง้างมือขวาซัดฝ่ามืออกไปด้านหน้า อากาศรอบข้างฉีกขาดเกิดเสียงเสียดหู
“โจมตีได้แข็งทื่อนัก” ถังห่าวเห็นเจียงหวู่เฉินบุกมาตรงๆหรือมันคิดประลองกำลังกับมัน ช่างหาที่ตาย!
เมื่อฝ่ามือเจียงหวู่เฉินซัดมาใกล้ร่างถังห่าวมันกลับซัดฝ่ามือขวาต้านรับ เกิดเสียงปะทะดังปังถังห่าวนั้นแพ้แรงปะทะก้าวถอยหลังไปเกือบสิบก้าวกว่าจะหยุดยั้งได้สายตาไม่เชื่อปรากฏขึ้น ฝ่ามือของมันปวดแปร๊บ
นี่มันแพ้ด้านกำลังกับคนที่พึ่งเลื่อนขั้นงั้นหรือถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ใช้วิชายุทธ์ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ใช้มันใช้มือเดียวอีกฝ่ายก็เหมือนกัน
“ตีได้ดี” เสี่ยวไป๋และบรรดาศิษย์หุบเขาไผ่เขียวร้องชม
ถังห่าวรู้สึกเสียหน้าอย่างมาก“เข้ามาอีก”ทั้งคู่เร่งเร้าพลังปรานจนเห็นออกด้วยตาเปล่าพุ่งเข้าหากันถังห่าวเป็นฝ่ายบุกมันใช้มือขวาวาดออกไปที่คอหวู่เฉิน หวู่เฉินยกมือขวาขึ้นรับเกิดเสียงปะทะกันสนั่น
ถังห่าวก้าวเท้ารุกไล่ฝ่ามือนั้นโจมตีรุกไล่ แต่เจียงหวู่เฉินก็ใช้มือเดียวต้านรับได้ทุกครั้งจากการปะมือหลายสิบกระบวนท่า ทำให้เจียงหวู่เฉินรู้สึกมั่นใจขึ้นมากมันรู้สึกว่ามันมีกำลังรุนแรงกว่า และยังเร็วกว่าถังห่าวอยู่เล็กน้อยทั้งๆที่มันมีขอบเขตต่ำกว่า
เจียงหวู่เฉินได้พลิกโต้เป็นฝ่ายรุกไล่เร่งกำลังความเร็วขึ้นไปอีกระดับ ถังห่าวเมื่อได้เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงตรงหน้าก็ต้องใช้มือข้างเดียวต้านรับการรุกจู่โจมของหวู่เฉินพัลวัน
เจียงหวู่เฉินรุกไล่จนมันเสียท่าฝ่ามือของหวู่เฉินซัดออกถังห่าวใช้สองมือเข้ารับมือกับหวู่เฉินที่ใช้มือเดียวแต่สุดท้ายมันกับโดนซัดจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
“ไม่ใช่ว่าตอนแรกเจ้าว่าจะตีหวู่เฉินเกอเกอด้วยมือเดียวไม่ใช่เหรอทำไมกลับกลายเป็นเจ้าโดนหวู่เฉินเกอเกอทุบตีด้วยมือเดียวเสียเอง ” เสี่ยวไป๋ยินดีพูดจาเยาะเย้ย
ถังห่าวกัดฟันกรอดด้วยความโกรธมันเสียเปรียบในการสู้ตรงๆกับเจียงหวู่เฉินได้อย่างไรการสู้ข้ามระดับชั้นนั่นเป็นไปแทบไม่ได้ ไม่ต้องนับว่ามันเป็นอัจฉริยะของสกุลถังไม่ใช่ชนชั้นยอดยุทธ์ทั่วไป
“ห่าวเอ๋ออย่ามัวแต่เล่น!”ถังเการุ่ยเห็นน้องชายเสียเปรียบเลยรู้สึกเสียหน้า เร่งเร้าให้มันรีบจัดการเจียงหวู่เฉิน
ถังห่าวสีหน้าหมองคล้ำมันรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก มันโคจรปรานอย่างบ้าคลั่งจนเป็นกายาปรานครอบคุมไปทั่วร่างกายพุ่งจู่โจมใส่เจียงหวู่เฉินดุจกระสุน
เจียงหวู่เฉินขมวดคิ้วความเร็วของถังห่าวกลับเร็วขึ้นหลายส่วนถังห่าวใช้มือนึงซัดเข้ามาหวู่เฉินยกมือต้านรับ
เปรี้ยง เสียงปะทะกันดังขึ้นเจียงหวู่เฉินนั้นถูกแรงปะทะดันให้ถอยหลังไปเกือบห้าก้าว ฝ่ามือของมันชาด้านเมื่อใช้ออกด้วยกายาปรานถังห่าวสมารถโจมตีได้รุนแรงขึ้นอีกหลายส่วน
ถังห่าวไม่หยุดมือพุ่งร่างเข้าจู่โจมเด็กหนุ่มต่อ มันซัดมือขวาไปที่คอเด็กหนุ่มหวู่เฉินไม่กล้าต้านรับหงายร่างหลบการโจมตีถังห่าวไม่รอช้าใช้อีกมือโจมตีต่อเนื่องเจียงหวู่เฉินนั่นตีลังกาหลบไปสามครั้งสามารถหลบได้อย่างหวาดเสียว ฝ่ามือของถังห่าวที่พลาดทำลายพื้นแกร่งของลานยุทธ์เป็นรอยร้าว
ศิษย์สำนักไผ่เขียวทำสีหน้าร้อนใจเจียงหวู่เฉินยังไม่ได้เรียนวิธีสร้างกายาปรานนี่จึงกลายเป็นข้อแตกต่างอันยิ่งใหญ่ที่สามารถตัดสินผลแพ้ชนะถังเการุ่ยเห็นน้องชายกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบก็เสยะยิ้มที่มุมปาก
มันบุกต้อนเข้ามาอย่างรวดเร็วไม่ปล่อยให้เจียงหวู่เฉินได้พักหายใจเจียงหวู่เฉินตัดสินใจไม่หนีกับพุ่งร่างสวนไปด้วยความเร็วสูงสุดอีกฝ่ายประหลาดใจกับการกระทำของเด็กหนุ่ม เวลากะทันหันกลายเป็นรับมือผิดพลาดไป
เจียงหวู่เฉินออกหมัดทุ่มกำลังทั้งหมดสวนโจมตีหมัดนี้ดูรุนแรงมากกว่าการโจมตีครั้งแรกอยู่หลายส่วน ถังห่าวเสยะยิ้มมันใช้มือหยาบที่อาบไปด้วยกายาปรานตะปบไปที่ข้อมือหวู่เฉินกะจะขยี้ข้อมืออีกฝ่ายให้แตก
เมื่อฝ่ามือของเจียงหวู่เฉินถูกหยุดลงทันใดนั้นมือของเจียงหวู่เฉินที่กำแน่น ก็ยื่นนิ้วเป็นดัชนีกระแทกเข้าที่หน้าผากถังห่าวแต่เสียดายที่ร่างกายมันมีกายาปรานแกร่งครอบคลุมร่างการโจมตีของหวู่เฉินเลยแค่กระแทกมันกระเด็นไปหลายก้าว
ซูตันหยินเห็นดังนั้นเลยเดินพันตระโกนบอกหลักการสร้างกายาปรานออกมานางแค่เดินพันในความอัจฉริยะของศิษย์น้อง ปกติแล้วการฝึกสร้างกายาปรานในคนปกติอาจใช้เวลาหลายปีสำหรับศิษย์สำนักใหญ่อาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือสัปดาห์ในยอดอัจฉริยะสูงสุดอาจใช้เวลาเป็นชั่วยาม ...แต่ไม่เคยมีใครสามารถสร้างได้ทันทีในการต่อสู้มาก่อน
“ตันหยินเจ้าหวังว่าเจ้าไร้ค่านี้จะสร้างกายาปรานได้ตอนนี้จริงๆ” ถังเการุ่ยเยาะเย้ยในความโง่งมของนาง
เจียงหวู่เฉินได้ยินก็ทบทวนวิธีในใจประกอบกับโคจรเคล็ดวิชาลมปราณน้ำค้างอรุณของสำนักไผ่เขียวเกิดแสงสีเขียวอ่อนจางๆบางเบารอบตัวมันสภาพนั่นดูเปาะบางเดี๋ยวเกิด เดี๋ยวดับ ดูแตกสลายได้ทุกเมื่อ
ทุกคนอึ้ง นี่เจียงหวู่เฉินกะจะสร้างกายาปรานในทันทีเลยงั้นหรือแถมดูจากปรากฏการน์ที่แสดงยังพอมีโอกาสสำเร็จถังห่าวกัดฟันไม่ปล่อยโอกาสให้เด็กหนุ่ม
มันพุ่งโจมตีสุดตัวไม่ออมแรงแม้แต่น้อยสองมือตวัดโจมตีไล่ต้อนหวู่เฉิน ฝ่ามือแล้ว ฝ่ามือเล่าที่หวู่เฉินหลบได้อย่างฉิวเฉียดฝ่ามือที่หลบไม่ทันก็ต้องยกมือขึ้นต้านรับสร้างความเจ็บปวดสาหัสแก่มัน
การโจมตีดุจพายุของถังห่าวนั้นยากจะหลบเลี่ยงยังไม่นับมันต้องแบ่งสมาธิมาฝึกฝนการสร้างกายาปรานระหว่างต่อสู้อีก มันจะสร้างปาฏิหาริย์ได้จริงๆ?
ถังห่าวหักโหมโจมตีจนหวู่เฉินเปิดช่องว่างมันซัดด้วยพลังทั้งหมดเข้าที่หน้าอกเด็กหนุ่มเจียงหวู่เฉินยามคับขันสองมือกางไขว้กันต้านรับ การโจมตีครั้งนี้รุนแรงมากจนการโจมตีก่อนๆไม่อาจเทียบได้บางทีการโจมตีนี้อาจจะทำให้หวู่เฉินเสียแขนทั้งสองข้างไปเลย
“หวู่เฉินเกอเกอ!”
“หวู่เฉิน!”
ศิษย์สำนักไผ่เขียวในยามคับขันต้องการพุ่งตัวไปช่วยเด็กหนุ่มแต่ถังฉินหยากับยกมือขวางพวกมันไว้นางมองไปที่ภาพตรงหน้าด้วยแววตาซับซ้อน
เปรี้ยงงงงงงตูมมมมม
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นกระแสปรานมากมายระเบิดออกจนพื้นลานแตกกลายเป็นใยแมงมุมที่ใจกลางรอยมีร่างถังห่าวที่ซัดฝ่ามือปะทะกับกายาปรานสีเขียวอ่อนของเจียงหวู่เฉิน
สองกายาปรานนั้นต้านกันอย่างรุนแรงแต่สุดท้ายกายาปรานของถังห่าวก็ได้พ่ายแพ้การปะทะเป็นฝ่ายกระเด็นล่าถอยไป
มันมีสีหน้าไม่เชื่อสายตาริมฝีปากสั่นระริกผู้คนรอบด้านต่างดูเหมือนตกในภวังค์ สวรรค์!มีคนสามารถฝึกฝนกายาปรานได้ทันทีระหว่างต่อสู้ครั้งแรก?
ถ้ามีใครมาเล่าให้พวกมันฟังพวกมันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดแต่พวกมันกับเป็นพยานเห็นเหตุการน์นี้กับตา หรือว่าเจียงหวู่เฉินจะแอบปิดบังฝึกฝนกายาปรานได้มาก่อนแล้ว?