Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    58 มีชื่อเสียง

    โฮเดอร์187 : [ ใครก็ได้จัดการมันที ถ้าเป็นแบบนี้เราจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากค่าประสบการณ์ ]


    ลอร์เร็นSA : [ใช่ๆจัดการมันหน่อย ระดับ 5 อยู่ไหน ถ้าปล่อยให้มันทำแบบนี้ต่อไป เราจะไม่ได้อะไรเลยนะ ]


    ซอร์ดแมน : [ ฉันเอง ฉันจะผดุงความยุติธรรมให้พวกนายเอง แต่ขอเวลาเลื่อนระดับก่อน ตอนนี้ฉันยังเป็น 2 ดาวอยู่เลย 5556 ]


    เยลลี่888 : [ ฮ่าๆๆ ซอร์ดแมนแกโพสต์อะไร เห็นใจระดับ 4 บ้าง ]


    ข้อความมากมายเลื่อนผ่านตาแอ็กเซล เช้านี้นับว่าเป็นเช้าที่สดใส การกลับมานอนพักใกล้กับจุดจอดยานทำให้เขาสามารถใช้เครือข่ายติดต่อกับฐานได้  การเชื่อมต่อเครือข่ายทำให้เขาเห็นความคิดของนักศึกษาแต่ละคนที่กำลังเดือดร้อนจากการล่าภายในเขตเมืองรกร้างผู้วายชนระดับ 4 ดาว


    ตลอด 13 วันที่เขาล่า แอ็กเซลได้ใช้ตัวตนหัวขโมยแห่งแสงบ่อยครั้ง มันเยอะยิ่งกว่าตัวตนปกติธรรมดา เนื่องจากว่าจำนวนมอนสเตอร์เริ่มลดน้อยลงเพราะมีระดับ 5 เข้ามาล่าภายในพื้นที่ ต่อให้จะมีระดับ 5 เข้ามาเพียง 3 คนก็ตามที ความเร็วในการล่าของพวกเขากลับเร็วกว่านักศึกษาระดับ 4 ดาวรวมกลุ่มใหญ่ 


    ด้วยการที่ระดับ 5 ดาวมีพลังเยอะกว่ามอนสเตอร์ภายในพื้นที่พวกเขาจึงใช้วิธีวิ่งแหวกต้นหญ้าไม่สนใจจะเดินตามอุโมงค์ ส่งผลให้มอนสเตอร์ที่หลบซ่อนอยู่ภายในพุ่มหญ้าถูกฆ่าไปเรื่อยๆ


    ซึ่งการมาของระดับ 5 ดาวทำให้แอ็กเซลต้องเปลี่ยนไปใช้โหมดหัวขโมยแห่งแสงเข้าไปฆ่ามอนสเตอร์ที่มีกลุ่มอื่นกำลังต่อสู้ แม้ว่าค่าประสบการณ์จะถูกหารก็ตาม  ถ้าหากเขาสร้างความเสียหายได้มากที่สุด ค่าประสบการณ์ก้อนใหญ่จะกลายเป็นของเขา


    นอกจากจะปล้นพืชกลายพันธุ์แล้ว การเข้าไปฆ่ามอนสเตอร์ร่วมกับกลุ่มอื่นๆทำให้นักศึกษาไม่พอใจ ตอนนี้เรื่องของเขาจึงกลายเป็นที่พูดถึงมากมายภายในเครือข่าย


     อย่างไรก็ตามมีหลายคนไม่ได้โกรธการกระทำของหัวขโมยแห่งแสง พวกเขากลับรู้สึกสนุกสนานเมื่อเห็นว่าระดับ 4 ดาวที่นำหน้าไปไกล ถูกขัดขวางไม่ให้ก้าวหน้าไปมากกว่านี้  ภายในหัวข้อการพูดคุยเกี่ยวกับหัวขโมยแห่งแสงจึงมีหลายคนเข้าไปกดหัวเราะเยาะกลุ่มคนที่กำลังเดือดร้อน


    “ 13 วันแล้วสินะ ถ้าล่าได้เยอะแบบนี้ก็น่าจะเลื่อนระดับได้ในอีกหนึ่งเดือน ”


    แอ็กเซลนำอาหารพลังงานสูงออกมากัดกิน เขามีส่วนร่วมในการฆ่ามอนสเตอร์ไปไม่ต่ำกว่าพันตัว เพียงแต่ว่าค่าประสบการณ์ถูกหารให้กับคนอื่นๆที่มีส่วนร่วม  จากการใช้แต้มกาแล็กซี่ที่ได้รับจากการหารมาคิดคำนวณ การฆ่าของเขาใกล้เคียงการสังหารมอนสเตอร์ระดับ 4 ดาวด้วยตัวคนเดียวไป 561 ตัว


    หากสามารถสังหารมอนสเตอร์ได้ในปริมาณเท่านี้แอ็กเซลคิดว่าตนเองจะเลื่อนระดับไปยัง 4 ดาวในเวลาอีก 1 เดือน


    ซึ่งเขาวางแผนเอาไว้ว่าอีก 2 วันจะเดินทางกลับออกไปจากที่นี่เพื่อพักผ่อน อย่างน้อยจะต้องกลับไปติดต่อแม่ แต่ก่อนจะเดินทางกลับออกไป เขาจะต้องไปดูทักษะอีเธอร์เอลที่ถูกทิ้งเอาไว้ก่อน หลังจากเตรียมพร้อมเสร็จสิ้น แอ็กเซลจึงเดินทางเข้าไปในอุโมงค์หญ้าอีกเช่นเดิม ครั้งนี้เขาทุ่มไปที่การวิ่งเพราะต้องรีบทะลวงไปให้ถึงส่วนลึกสุด นับว่าน่าเสียดายที่ซากโบราณสถานของพื้นที่แห่งนี้ถูกทำลาย 


    ภายในโบราณสถานจึงมีเพียงแค่ห้องเก็บทักษะอยู่เท่านั้น มอนสเตอร์ที่มักเข้าไปหลบซ่อนจึงถูกนักศึกษาหลายกลุ่มที่แวะเวียนเข้าไปสังหาร ทำให้เขาไม่สามารถไล่ล่ามอนสเตอร์ภายในซากโบราณได้


    ตู้ม!


    เสียงระเบิดมาพร้อมแรงสั่นสะเทือนที่แผ่กระจายออกไปทั่วอาณาเขตเมืองรกร้างผู้วายชน แอ็กเซลที่วิ่งมาได้ครึ่งทางพยายามลดความเร็วในการวิ่งลงแล้วเชื่อมต่อกับนกน้อยที่คอยบินอยู่บนท้องฟ้าระวังภัยให้กับเขา ทันทีที่ดวงตาเชื่อมต่อกับอีกฝ่าย แอ็กเซลก็พบว่าทิศตะวันตกมีเสาพลังงานสีส้มพุ่งขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศ ตำแหน่งนั้นยังอยู่ในพื้นที่เมืองรกร้างผู้วายชน 


    ในขณะที่เสาพลังงานสีส้มค่อยๆลดระดับความสูงของมันลง นกน้อยก็สัมผัสได้ว่าบนยอดหญ้ารอบๆมีนักศึกษาหลายคนปีนป่ายขึ้นมาด้านบนแล้วมองไปยังจุดๆนั้น


    แอ็กเซลรับรู้ได้ในทันทีเลยว่าเหตุการณ์นี้จะต้องมีบางอย่างที่แปลกประหลาดเกิดขึ้น เขาจึงเปลี่ยนทิศทางในการวิ่งมุ่งหน้าไปยังจุดที่เสาพลังงานสีส้มกำลังลดระดับลงในทันที การวิ่งในครั้งนี้เขาเลือกวิ่งตัดอุโมงค์เป็นเส้นตรง โดยใช้มานาชีลด์ป้องกันด้านหน้าแหวกหญ้าออกไปสองข้างทาง


    แคว้กๆ


    นกน้อยส่งเสียงดังมากยิ่งขึ้น แอ็กเซลจึงใช้ออกด้วยสกิลธันเดอร์รัชเลเวล 5 ตลอด 13 วันที่ผ่านมาเขาใช้สกิลนี้บ่อยครั้งพร้อมกับใช้ยาไปพร้อมๆกันจึงทำให้มันอัพเลเวล ไม่ใช่แค่สกิลนี้สกิลเดียว สกิลลูนาร์แฟลชอัพเลเวลไปที่ 4 สกิลสลิงเกอร์เลื่อนไปเลเวล 3 จากการพูดคุยกับอาจารย์ครูซเลเวลนี้คือขั้นสูงสุดของมัน เขาจึงไม่จำเป็นต้องซื้อทักษะมาฝึกเพิ่มเติมแต่อย่างใด 


    พรวด พรวด พรวด!


    หญ้าต้นสุดท้ายถูกแหวกก่อนจะเผยให้เห็นพื้นที่โล่งกว้างเต็มไปด้วยหญ้าถูกเผาไหม้กลายเป็นสีดำ ใจกลางพื้นที่โล่งมีลาวาปะทุออกมาจากพื้นดิน ใจกลางลาวาที่กำลังเดือดปะทุมีผลไม้ก้อนหนึ่งนอนนิ่ง แอ็กเซลจึงใช้กล้องถ่ายรูปซูมดูเพื่อหาข้อมูล เขากลับไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้เพราะไม่มีโดรน ดังนั้นจึงอาศัยการฟังจากผู้คนที่กำลังทะลวงหญ้ารกทึบออกมาคนแล้วคนเล่า ไม่ใช่เขาที่มาถึงเป็นคนแรก ด้านหน้าของเขามีนักศึกษาหลายร้อยคนที่มาถึงก่อน ซึ่งแต่ละคนยังไม่ได้พุ่งพรวดเข้าไปเก็บผลไม้กลายพันธุ์ออกมา เนื่องจากว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบ่อลาวาตรงหน้าจึงไม่กล้าเข้าไปใกล้


    “ นั่นมัน ผลสตรอม เร็วเข้าไปเอามันมา! ”


    หนึ่งในนักศึกษาสั่งการให้เพื่อนในทีมรีบเข้าไปเก็บผลไม้สีแดงส้มออกมาจากบ่อลาวาให้เร็วที่สุด ในระหว่างนี้เองนักศึกษากลุ่มอื่นๆที่มาถึงพยายามค้นหาข้อมูลก่อนจะรีบวิ่งตามเข้าไปเมื่อรู้ว่าผลไม้นี้คือสิ่งใด


    แอ็กเซลที่ยังไม่รู้ว่าผลไม้ใช้ทำสิ่งใดเขาจึงพยายามดักฟังคนรอบข้างคุยกัน จนกระทั่งเขารู้ว่ามันคือผลไม้ธาตุ ผู้ใดที่กินเข้าไปจะได้รับธาตุไฟ 10 หน่วย


    “ แบบนี้ก็เยี่ยมไปเลยสิ ”


    การได้รับธาตุพิษ 10 หน่วยทำให้เขาทนต่อพิษได้ ซึ่งมันทำให้เขาฝึกทักษะดรากอนส์ไวทาลิตี้ได้เร็วมากยิ่งขึ้น


    ภายใน 13 วันที่ผ่านมานี้ แอ็กเซลไม่ได้แค่ใช่สกิลโจมตีควบคู่ไปกับยา เขาได้ใช้พิษของฮ็อบส์ระดับ 3 และ 4 สลับกันเพื่อกระตุ้นสกิลดรากอนส์ไวทาลิตี้เลเวล 1 ให้พัฒนาสู่เลเวล 2 


    การอัพเลเวลสกิลนี้ไม่ยากมากสำหรับเขาเพราะเพียงแค่รับพิษเข้าสู่ร่างกายด้วยปริมาณพอเหมาะแล้วทนเจ็บปวดจนกว่าร่างกายจะปรับตัวให้เข้ากับพิษที่รับเข้าไป เพียงเท่านี้ก็สามารถเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับสกิลได้ ถึงแม้จะมีวิธีฝึกอีกแบบด้วยการปล่อยให้ร่างกายถูกโจมตีเพื่อให้ร่างปรับสภาพไปเรื่อยๆผ่านการรักษา แอ็กเซลกลับไม่ได้เลือกวิธีนั้นเพราะมันโหดร้ายเกินไป เขาจึงค่อยๆกินพิษของฮ็อบส์ไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะยังไม่เป็นเลเวล 2 ก็ตาม


    ซึ่งธาตุ 10 หน่วยที่เขารับเข้ามามีคุณค่ามหาศาลเพราะมันทำให้เขากินพิษได้เยอะขึ้น ดังนั้นผลไม้ที่มอบธาตุไฟให้ 10 หน่วยตรงหน้าจึงมีผลต่อเขาเช่นเดียวกันเพราะสกิลลูกบอลไฟจะถูกสถานะธาตุไฟเสริมพลังให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น


    “ แอ็กเซล! ”


    เสียงร้องดังมาจากด้านข้าง คนที่แหวกหญ้าออกมาสวมเข็มกลัดจากสถาบันโนวาไพร์ม ถึงแม้หลายคนจะไม่คุ้นหน้าเพราะเป็นรุ่นพี่ก็ตาม นักศึกษาราว 4 คนที่อยู่ใจกลางกลุ่มกลับคุ้นหน้าเป็นอย่างดี คนหนึ่งคือเพื่อนที่เขาท้าสู้จนได้แต้มมาเยอะในช่วงแรก ส่วนที่เหลือคือคนที่นั่งอยู่บนรถในวันที่เขาท้าทอมสู้


    “ แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ”


    ทอมพูดด้วยท่าทางโกรธ มันไม่คิดว่าตนเองจะเจอแอ็กเซลที่นี่ เพียงแต่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจมันเพราะได้หันมองดูผลไม้ที่วางอยู่กลางลาวา มันจึงหันมองตามเพราะกลัวว่าจะพลาดโอกาสเก็บผลไม้ลูกนี้ไปอีก ในระหว่างที่ทุกคนมองดูผลไม้นี้อีก นักศึกษากลุ่มแรกที่พยายามเข้าไปเก็บผลไม้กลับถูกลาวารอบๆพุ่งเข้าโจมตีราวกับพวกมันมีชีวิต


    ลาวาสีส้มอมแดงที่อยู่รอบๆพุ่งเป็นเส้นสาย ราวกับพวกมันคืออสรพิษ ใครก็ตามที่เข้าใกล้ระยะ 100 เมตรล้วนแล้วถูกลาวาพุ่งขึ้นมาจากพื้นชนร่าง  ต่อให้จะพยายามใช้เชือกพลังงานขว้างออกไปยึดจับผลไม้หวังจะลากมันออกมาก็ตาม ทุกอย่างล้วนถูกลาวาเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน


    “ ต้องใช้ชุดเกราะป้องกันไฟถึงจะเข้าไปได้ ! ”


    นักศึกษาที่เดินเข้าไปใกล้มากที่สุดคลุมร่างด้วยเกราะหนัก คุณสมบัติพิเศษของมันช่วยในการต้านทานความร้อนได้ดีเป็นอย่างมาก แต่แล้วเขากลับถูกลาวากลุ่มใหญ่ดีดร่างออกมาด้านนอก ต่อให้จะทนต่อเปลวไฟได้ก็ตาม แรงระเบิดกลับเป็นหนึ่งในสิ่งที่ป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปเก็บผลไม้ออกมาได้ง่าย


    แคว้กๆ


    “ ไม่ต้อง ดูก่อน ”


    แอ็กเซลบอกให้นกน้อยรอ มันเสนอความคิดในการบินเข้าไปเก็บผลไม้ออกมา ในระหว่างนี้ก็มีนักศึกษาคนอื่นสั่งให้มอนสเตอร์มีปีกโฉบเข้าไปเก็บผลไม้ ปรากฎว่ามันถูกเปลวไฟพุ่งขึ้นมาเผาร่างจนตายภายใต้ลาวา เมื่อเห็นเช่นนั้นแอ็กเซลจึงเปลี่ยนใจ ต่อให้นกน้อยของเขาจะเป็น 2 ดาวแล้วก็ตาม เขายังไม่กล้าให้มันบินโฉบเข้าไปเช่นเดิม 


    “ ถ้าเป็นแบบนี้ระดับ 5 ดาวได้โผล่มาแน่ ”


    แอ็กเซลประเมินลาวารอบๆด้วยสกิลดวงตารู้แจ้ง เขาต้องการเห็นรูปแบบการโจมตีทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลายทิศทาง จนกระทั่งมั่นใจว่าลาวานี้มีความร้อนที่สูงพอเผาร่างระดับ 4 ดาวได้เท่านั้น เขาจึงลองเข้าไปสัมผัสลาวาเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันมีสิ่งใดซ่อนเอาไว้อีกหรือเปล่า


    เมื่อมือของเขาจุ่มลงไปในลาวาด้วยการเคลือบพลังคอสมิกคลุมมือ แอ็กเซลก็เริ่มวิเคราะห์ลาวาร้อนที่ผสมรวมพลังงานหลายอย่างเอาไว้ด้วยกัน เพียงแค่ 2 วินาทีที่จุ่มมือลงไปในลาวาเขาก็รีบชักมือกลับออกมา ไม่อย่างนั้นมือเขาจะกลายเป็นเถ้าถ่านไม่ต่างจากหลายสิ่งที่ถูกลาวานี้เผา


    “ ให้ตายสิ ไม่ง่ายเหมือนที่คิดอย่างนั้นเหรอ ”


    ลึกลงไปใต้บ่อลาวาแอ็กเซลสัมผัสได้ว่ามีพลังงานกลุ่มใหญ่ มันพร้อมจะปะทุออกมาทุกเมื่อ เขาจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นการโจมตีที่เหมือนต้นไม้บนเกาะกลางบึงโคลนที่เขาใช้กระบองเพชรเข้าไป ถึงแม้กระบองเพชรของเขาจะมีพลังป้องกันสูงหลังจากเป็นโกเลมแล้วก็ตาม เขาคิดว่ามันยังคงเสี่ยงเช่นเดิม พลังของกระบองเพชรมีพอแค่ช่วงเข้าไป แต่ช่วงขากลับมันจะถูกลาวาเหล่านี้เผาไหม้ร่าง


    ขณะที่กำลังคิดหาวิธีว่าจะเข้าไปเช่นไร เขาก็พบว่ามีระดับ 5 คนหนึ่งลงมาจากยาน อีกฝ่ายที่ลงมาถึงพื้นไม่รอช้าพุ่งแหวกเปลวไฟไปพร้อมชุดเกราะพิเศษที่เหมือนว่าจะเตรียมมาเป็นอย่างดี กระทั่งไปถึงจุดที่ผลไม้วางอยู่เขาเพียงแค่ออกแรงเล็กน้อยก็สามารถเก็บมันแล้วกระโจนกลับขึ้นยาน


    ทุกการกระทำของเขาง่ายดายเป็นอย่างมากสร้างความตกใจให้คนรอบข้างที่พยายามจะเก็บผลไม้นี้


    “ เมื่อกี้นี้ใคร เขามาจากที่ไหน ”


    “ ถ้าจำไม่ผิดยานนั่นเป็นของตระกูล แฟลมฮาร์ท จากดาวเอเธอเรีย ”.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน